WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สงครามของเหล่าภรรยา 67

atsuhime 67


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก66


ก่อนที่เข้าเรืองต่อไป ขออธิบายเกร็ดความรู้เล็กน้อยนะครับ ในเรื่องการเรียกคำนำหน้าว่า "โอ" นำหน้าชือ เช่น โอคัตสึ โอยุกิ โอชิคะ โอชิงะ เป็นต้น

การใช้"โอ" นำหน้าชื่อ ก็เป็นการเรียกแบบให้เกียรติแก่ผู้หญิงครับ หากจะเทียบในภาษาอังกฤษก็เหมือนคำว่า "Lady" นั่นแหล่ะครับ
.
และถ้าจะเทียบเคียงกับภาษาไทยก็ใกล้เคียงคำว่า "แม่" เช่นแม่พลอย แม่ช้อย เป็นต้น

เช่นเมื่อนาโอโกโร่แต่งงานกับโอชิคะแล้ว จึงเรียกโอชิคะ เฉยๆว่า "ชิคะ" เท่านั้นเพราะสนิทแล้ว เป็นต้น
.
(หากผิดถูกอย่างไร ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดรู้ภาษาญี่ปุ่นช่วยมาชี้แนะด้วยนะครับ)

---------------------------

บทที่67

ชีวิตในแต่ละวันของท่านผู้หญิงอัตสึ(ในตำแหน่งมิไดโดโกโระ)ผ่านไปด้วยการปฏิบัติตนอยู่ในกฏระเบียบ เช่นเช้าขึ้นมาก็ต้องแต่งตัวและทำตามวิธีที่กำหนดไว้ (ภายหลังท่านหญิงอัตสึก็ปรับตัวกับกฏระเบียบเรื่องจุกจิกส่วนตัวแบบนี้ได้ ก็เลยไม่มีการแก้ไขระเบียบอย่างใด)

เวลาท่านโชกุนมาที่ตำหนักใน(โอโอขุ)ก็จะไปอธิษฐานที่ห้องพระด้วยกัน หลังจากนั้นผู้หญิงทุกคนในตำหนักในจะมารวมตัวกันเพื่อกล่าวทักทายอวยพรแก่ท่านมิไดในตอนเช้า

เพื่อการต้อนรับท่านโชกุน ท่านมิไดจะต้องเปลี่ยนชุดอยู่หลายครั้ง หมุนเวียนทำอยู่อย่างนี้ทุกวัน (ไม่ว่าท่านโชกุนจะมาหรือไม่ก็ตาม)แม้จะมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็ต้องอยู่โดยไม่ออกจากตำหนักในไปไหนเลย

โดยปกติท่านโชกุนจะพักอยู่ที่ตำหนักกลาง(ในปราสาทเอโดะ) หากท่านโชกุนมีประสงค์ที่จะมาพักที่ตำหนักใน ก็จะต้องแจ้งให้ผู้ดูแลทราบล่วงหน้าก่อน (หน้าประตูทางเข้าโอโอขุ จะต้องมีการล็อคกุญแจอยู่เสมอ)

แม้จะเป็นเวลานอนของสามีภรรยา ก็จะมีนางกำนัลนั่งเฝ้าอยู่ในห้องตลอด(หลังฉากบังตา) ชีวิตประจำวันของท่านหญิงอัตสึตั้งแต่เช้าจรดเย็นจึงถูกควบคุม(ด้วยกฏระบียบ)อยู่ตลอดเวลา

--------------------


นับตั้งแต่วันงานสมรสที่ยุ่งเหยิง เวลาผ่านไปได้1เดือน บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิก็เข้ามาเยือนตำหนักในแล้วด้วยเช่นกัน เนื่องจากท่านคุโบไม่มาหาท่านมิไดอีกเลยหลังจากวันเข้าหอ ในท่ามกลางบรรยากาศสวยงาม แต่2คนนายบ่าวกลับรู้สึกน่าเบื่อกับวันเวลาที่ผ่านไป
.
วันหนึ่งในเวลาน้ำชา
.
อิคุชิมะ "แย่จังเลย!" / "แย่มากเลยล่ะ"

"นี่ก็ล่วงเข้ามา1เดือนแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววของท่านคุโบจะแวะเวียนมาหาเลยสักครั้ง" /
"ก็นั่นน่ะสิ เพราะอะไรกันนะ?"

"หรือท่านพี่จะรู้ตัวว่าข้ามองออกแล้ว เรื่องที่ท่านน่ะแสร้างทำเป็นสติไม่สมประกอบน่ะ!"

"ท่านหญิงเจ้าคะ!"
อิคุชิมะดุเสียงดังจนท่านหญิงสะดุ้ง! "อุ๊ย!เรียกซะตกใจหมดเลย"



"เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดได้นะเจ้าคะ อย่าลิม!สิเจ้าคะ ว่าตอนนี้ท่านหญิงนะกำลังอยู่ในฐานะอะไร?"

"ข้ารู้หรอกน่ะ ว่าจะต้องให้กำเนิดทายาท ที่จะเป็นโชกุนคนต่อไปใช่มั้ย!" / "รู้ก็ดีแล้วล่ะเจ้าค่ะ"

"แต่ว่า..อิคุชิมะเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า ต้องมีอะไรสักอย่างถึงแสร้งทำอย่างนั้น? นั่นก็แสดงว่าจะต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ"

.
ท่านหญิงยังเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น จึงยังต้องการค้นหาคำตอบให้ได้ แต่อิคุชิมะไม่ได้เห็นเหมือนที่ท่านหญิงเห็น

"พูดว่าแสร้างทำ แสร้งทำหลายครั้งแล้วนะเจ้าคะ เห็นอะไรจึงคิดว่าแสร้างทำล่ะเจ้าคะ?"

"เมื่อตอนนั้น.. สายตาไง!"
แล้วท่านหญิงก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ท่านหญิงเกือบจะตกสะพาน!

"ยังไงก็ตาม ข้าก็ยังอยากรู้เหตุผล ถ้ายังไม่รู้แล้วจะเริ่มทำอะไรได้ แม้แต่..จะกำหนดกฏเกณฑ์ให้หัวใจตัวเอง ก็ยังทำไม่ได้!"

ระหว่างนั้นก็มีนางกำนัลมาเชิญอิคุชิมะให้ไปพบท่านฮงจูอิน

----------------------

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับคุณผู้อ่านอีกสักนิดครับ คือในเรื่องศักดิ์และตำแหน่ง เพราะในเรื่องเจ้าหญิงอัตสึนี้ เราจะเห็นการรู้จักแยกแยะในเรื่องศักดิ์และตำแหน่งนี้ โดยวัฒนธรรมและมารยาทของคนญี่ปุ่นสมัยเอโดะอยู่ตลอดเวลา อย่างกลมกลืน เช่น

ท่านหญิงอัตสึกับอิคุชิมะ เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ อิคุชิมะก็จะเรียกท่านหญิงว่า"ท่านมิได" เหมือนที่คนอื่นๆเรียก แต่หากเป็นเวลาที่อยู่ด้วยกันแบบเป็นส่วนตัว อิคุชิมะก็อาจจะเรียกว่า "ท่านหญิง"ได้เหมือนเดิมเป็นต้น (ที่จริงเป็นโดยศักดิ์ท่านหญิงเป็นท่านผู้หญิงแล้ว)
.
บางครั้งคนที่ศักดิ์สูงกว่าแต่กับมีตำแหน่งต่ำกว่า ก็จะมีให้เห็นตลอดเรื่องครับ เช่นผู้ที่มีอำนาจและตำแหน่งสูง อาจจะมาจากศักดิ์ตระกูลต่ำก็ได้ ส่วนบางคนเกิดในศักดิ์ตระกูลสูงก็อาจจะไม่มีอำนาจและตำแหน่งใหญ่โตเลยก็ได้

เมื่อท่านหญิงอยู่ในฐานะท่านมิได แม้แต่ท่านฮงจูอินก็ต่ำกว่าก็ต้องทำความเคารพท่านมิไดได้ แต่เมื่ออยู่ในฐานะลูกสะใภ้ ท่านมิไดก็อาจจะถูกท่านฮงจูอินต่อว่าหรือกระทั่งดุด่าก็ยังได้ครับ มันคาบเกี่ยวกันแบบที่เข้าใจกันอย่างเป็นธรรมชาติแบบของเขา (ที่จริงท่านฮงจูอินทั้งศักดิ์และตำแหน่งต่ำว่าท่านหญิงอัตสึทั้ง2อย่าง)

ผมเองชอบวัฒนธรรมแบบนี้ครับ วัฒนธรรมไทยของเราก็คล้ายๆกัน จริงมั้ย?

---------------------------


เมื่ออิคุชิมะไปพบท่านฮงจูอิน ในห้องก็มีอุตะฮะชิ และทาคิยามะ อยู่ร่วมวงสนทนาด้วย และเหตุที่ท่านฮงจูอินเรียกอิคุชิมะมาก็คือเรื่องความสัมพันธ์ของท่านคุโบกับท่านมิไดนั่นเอง

ก็เพราะการที่ทานคุโบไม่ไปหาท่านมิไดมาเดือนกว่านั้น นับเป็นเรื่องใหญ่ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ทุกคนจึงมาร่วมกันหาทางทำให้ท่านคุโบอยากไปพบท่านมิไดให้ได้ ด้วยจุดประสงค์เดียวกันก็คือ อยากให้ท่านคุโบกับท่านมิไดมีทายาทด้วยกันโดยเร็วนั่นเอง นางกำนัลอาวุโสอุตะฮะชิเสนอว่าให้ไปขอร้องท่านคุโบไปหาท่านมิไดตรงๆเลยจะดีมั้ย?

แต่อิคุชิมะกลับไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้เป็นไปตามธรรมชาติของสามีภรรยาน่าจะดีกว่า เพราะหากต้องไปขอร้องก็อาจฝืนใจท่านคุโบ ท่านมิไดเองก็คงไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

(ในช่วงการสนทนา ทาคิยามะก็คอยกระแนะอิคิชิมะบ้างประปราย แถมยังมีการปะทะด้วยสายตาเป็นระยะๆ (ตรงกับสำนวนที่ว่า ไม่ค่อยจะกินเส้นกัน ไม่ถูกชะตา ประมาณนั้น) )

และเมื่ออุตะฮะชิเปิดประเด็นอีก "ชิงะไง ได้ข่าวว่าท่านคุโบแวะเวียนไปหา ให้ปรนนิบัติอยู่บ่อยๆ" / ฮงจูอิน "อย่างนั้นหรอกเหรอ?" / "เจ้าค่ะ"

อุตะฮะชิ กะจะให้โอชิงะมีทายาทของท่านคุโบแทนก็ได้ แต่อิคุชิมะไม่เห็นด้วยทันทีเพราะ

อิคุชิมะ "ฟังอย่างนี้ยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ ท่านหญิงเองก็ไม่ใช่ภรรยารอง หน้าที่ชองพวกเราก็คือ คิดหาทางให้ท่านคุโบเต็มใจที่จะมาหาท่านหญิงด้วยตัวท่านเอง แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอเจ้าคะ?"

ส่วนท่านฮงจูอินกลับบ่นเรื่อง.. "ชิงะเหรอ ผู้หญิงคนนี้ข้าไม่เคยรู้สึกว่าชอบนางเลยแม้แต่น้อยจริงๆ วันๆเอาแต่หัวเราะหน้าระรื่น ไม่รู้มีอะไรฝังอยู่ในท้องหรือยังไงนะ ผู้หญิงแบบนี้ ไม่รู้มีอะไรดีที่จะให้ชอบนัก!"

ขณะที่ท่านฮงจูอืนบ่นไปเรื่อยเปื่อย ทาคิยามะก็ขัดขึ้นมาทันที "ท่านฮงจูอินเจ้าคะ! กำลังพูดนอกเรื่องแล้วนะเจ้าคะ!" / "อะฮึ่ม! รู้แล้วน่ะ!"

นั่นไงครับ ทาคิยามะกล้าเตือน(เชิงดุ)ท่านฮงจูอินได้ แต่ก็นั่นแหล่ะ สังคมวัฒนธรรมญี่ปุ่น หากใครมีเหตุผลเพียงพอ เขาก็รับฟังและไม่ถือสากัน ให้เคารพความเห็นของคนอื่น
.
อย่างท่านฮงจูอินก็แค่ทำตาดุใส่ทาคิยามะสักหน่อยก็จบเท่านั้น แล้วก็ท่านฮงจูอินหยุดบ่นตามคำเตือนทันที

------

ต่อมา ทาคิยามะก็เกิดคิดวิธีของตนเองได้บ้าง เลยหันไปบอกแก่อิคุชิมะ

ทาคิยามะ "ท่านอิคุชิมะ" / "เจ้าคะ"

"ท่านคิดว่าในตัวท่านมิไดมีอะไรที่ดีที่สุดเจ้าคะ?" / "ดีที่สุดน่ะเหรอ?..ก็จิตใจที่กว้างนิสัยที่ตรงไปตรงมา มีข้อดีมากมายหลายอย่าง.." / "ขอที่มองเห็นได้!" / "มองเห็นได้เหรอ?"

"ข้าคิดว่า น่าจะเป็นความน่าเอ็นดูมากกว่านะ" / "ความน่าเอ็นดู!"
ทุกคนต่างพูดขึ้นพร้อมกัน

"ข้าพูดถึงท่าทางที่อ่อนช้อย น่ารักน่าเอ็นดูของท่าน น่าจะทำให้ท่านมิไดดูมีเสน่ห์มากกว่าในฐานะภรรยาท่านโชกุน เสื้อผ้าอาภรณ์จะต้องไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ไม่แน่นะ! เสื้อผ้าสีเรียบๆอาจจะเหมาะกับท่านมากกว่า"

"ท่านทาคิยามะ!!" อิคุชิมะพูดเสียงดัง / "เจ้าคะ"

"ขอบคุณท่านมาเลยนะ..ที่ท่านมอง่ท่านหญิงด้วยสายตาที่หวังดีถึงเพียงนี้ " / "ไม่ขนาดนั้นหรอก"

"แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ข้ากลับเข้าใจเหตุผลของท่านดี" / "งั้นเหรอ?"

"อย่างเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์ก็เหมือนกัน จะเพื่อดึงดูด หรือว่าเรียบง่าย ก็ไม่ควรที่จะเสียเงินทองกับเสื้อผ้า แต่ให้ใช้เสื้อผ้าถูกๆอย่างที่ท่านคิดล่ะก็!" / "ไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย"

สายตาอิคุชิมะปะทะสายตาทาคิยามะ!! เพราะอิคุชิมะคิดว่า ทาคิยามะเป็นประเภทหวังดีแต่ประสงค์เขียม! แอบแฝง ประมาณนั้น!

ฮงจูอืน "ใช่แล้ว! ท่านคุโบชอบอะไรที่สวยงาม..เป็นภรรยาถ้าไม่แต่งตัวให้สวยงามอยู่ตลอดเวลาละก็ คงไม่ดีแน่ๆ ข้าว่ายังไงก็ต้องหาทางทำให้ท่านคุโบเปลี่ยนใจแวะเวียนมาหาท่านหญิงบ่อยๆกันดีกว่านะ"

อุตะฮะชิ "แม้จะทำท่าทางแพวพราวแบบชิงะไม่ได้ก็ตามเถอะนะ"

"คิดว่ายังไงกันล่ะทั้งสองคนน่ะ?"
/ อิคุชิมะ "นั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะ"

ทาคิยามะ "ข้าเองก็ไม่คัดค้านเช่นกันเจ้าค่ะ"

(แต่การสนทนาของวงนี้ยังไม่จบ)
.
.
"
"
.
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม