วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สังคมญี่ปุ่นถือมารยาทสำคัญกว่ากฎหมาย




เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกมาช้านานแล้วว่า คนญี่ปุ่นมีมารยาทมาก และให้ความสำคัญกับมารยาททางสังคมสำคัญที่สุด จนถือว่า เป็นหน้าที่ของตนเองเลย

เมื่อครั้งประเทศญี่ปุ่นประสบภัยคลื่นสึนามิเมื่อหลายปีก่อน เราได้เห็นน้ำใจของคนญี่ปุ่นที่ยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวมในหลาย ๆ เรื่อง

เช่น ไม่มีการแย่งคิวขึ้นรถไฟหรือขึ้นรถเมล์ เพื่อรีบกลับบ้านในช่วงเวลาเกิดหายนะ ทุกคนต่างเข้าคิวรอคอยอย่างอดทนเป็นระเบียบเรียบร้อย



หรือเช่น คนญี่ปุ่นไม่มีการแย่งซื้อกักตุนอาหารและน้ำดื่มในช่วงเกิดวิกฤติสึนามิเลย เช่น ห้างสรรพสินค้าติดป้ายให้คนญี่ปุ่นซื้อน้ำดื่มได้คนละไม่เกิน 2 ขวด แต่คนญี่ปุ่นกลับซื้อแค่คนละขวดเท่านั้น เพื่อหวังให้คนที่มาที่หลังจะได้ซื้อน้ำดื่มได้

ซึ่งต่างจากตอนอุทกภัยใหญ่ของไทยเมื่อปี 2554 ที่น้ำดื่มบรรจุขวดไม่ได้ขาดแคลน แต่คนไทยกลับตื่นตระหนกรีบซื้อกักตุนน้ำดื่มจนขาดแคลนเข้าจริง ๆ

------------------

กลับมาที่ประเด็นของบทตวาม ที่ว่า สังคมญี่ปุ่นถือมารยาทสำคัญกว่ากฎหมาย นั้น ขอให้คุณผู้อ่านลองอ่านข่าวนี้ครับ

ศาลญี่ปุ่นตัดสินสนับสนุนให้ยืนตรงเคารพเพลงชาติ




ศาลญี่ปุ่นมีคำพิพากษาว่า ระเบียบของนครโอซากาที่ให้ครูทุกคนยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงชาติสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ หลังจากมีครูฟ้องว่าระเบียบดังกล่าวละเมิดเสรีภาพทางความคิด

ศาลนครโอซากามีคำพิพากษากรณีที่นายยาสุทากา โอคุโน ครูวัย 58 ปีประจำโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งฟ้องร้องว่าคำสั่งของรัฐบาลนครโอซากา ที่ให้ครูทุกคนยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงชาตินั้นละเมิดเสรีภาพทางความคิด โดยครูรายนี้ไม่ได้ยืนเคารพเพลงชาติในพิธีจบการศึกษาของนักเรียน โดยอ้างว่าขัดต่อความเชื่อคริสเตียนของเขาที่จะเคารพเฉพาะพระเจ้าเท่านั้น

ศาลญี่ปุ่นระบุว่า คำสั่งให้ยืนเคารพเพลงชาติและธงชาติชอบด้วยกฎหมาย เพราะถึงแม้รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นจะไม่ได้ระบุถึงการเคารพต่อสัญลักษณ์ของชาติ หากแต่การยืนตรงโดยพร้อมเพรียงจะทำให้พิธีการต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่นและเหมาะสม 

ครูรายนี้ยังยื่นฟ้องร้องด้วยกรณีที่ทางโรงเรียนสั่งลงโทษเขาโดยตัดเงินเดือน 1 เดือน โดยขอให้ยกเลิกโทษดังกล่าวพร้อมให้รัฐบาลนครโอซากาชดเชยค่าทำขวัญ 2 ล้านเยน

ซึ่งศาลพิพากษาว่า คำสั่งลงโทษของโรงเรียนชอบธรรม เนื่องจากครูรายนี้ประพฤติตนทำให้เสียระเบียบและบรรยากาศในพิธีการสำคัญ

อ่านรายะเอียดข่าวที่นี่ http://astv.mobi/AR1WCmD

---------------------

ข้อคิด

จากข่าวศาลโอซาก้าตัดสินให้ครูทุกคนต้องยืนเคารพธงชาติและเพลงชาตินั้น

ได้ข้อคิดก็คือ คนญี่ป่นเขาให้ความสำคัญเรื่องมารยาทสำคัญกว่ากฎหมาย ครับ

คือ บางเรื่องแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้ามันเสียมารยาทต่อสังคมส่วนรวมก็ถือว่า ผิด

หรือที่เขาเรียกว่า ผู้เจริญแล้วต้องรู้จักมารยาทกาลเทศะ ไม่ใช่มาบอก กูไม่เคารพ กูไม่ยืน กูไม่ผิด เพราะสิทธิของกู

พวกที่ชอบอ้างแบบนี้ คือพวกอวดฉลาดทั้งนั้น ประเทศไม่เจริญเพราะคนแบบนี้แหละ คือ ขวางโลกแบบไม่รู้จักกาลเทศะ

คลิกอ่าน ทำไมต้องยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี



วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การโกงในอุทยานราชภักดิ์กับความโง่ของพวกร่าน





วันก่อน ดูข่าว งานจุลกฐินที่วัดพุน้อย ในลพบุรี ได้เงินบริจาค 27 ล้านบาท นับกันสด ๆ ต่อหน้าสื่อ

แต่วัดพระธรรมกาย วัดใหญ่กว่า ดังกว่า จัดงานบุญปีละหลายหน ไม่เคยแจ้งยอดทำบุญเลยสักครั้งว่า มียอดบริจาคงานละเท่าไหร่

เพราะพระและเจ้าอาวาส ก็ถือเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ เช่นกัน

ส่วนการสร้างอุทยานราชภักดิ์ ถ้ามีการโกงเกิดขึ้นจริง ๆ มันก็คือ การโกงเงินบริจาคของประชาชน งานนี้เป็นการริเริ่มของกองทัพบก เขาจัดงานกุศล เรี่ยไรเงินบริจาค นี่มันไม่ใช่การโกงเงินภาษีชาติ

แล้วพวกร่านแอนด์โง่ มึงจะให้ รัฐบาล คสช. รับผิดชอบอะไร ??

ใครผิด ใครโกง ก็ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เข้าใจไหม ??

ถ้าคนทำผิดเป็นทหาร ก็เล่นวินัยทหารเข้าไปอีก

ย้ำ !! นี่คืองานที่ริเริ่มของกองทัพบกโดยเฉพาะ ไม่ใช่งานของรัฐบาล คสช.

-------------------

ซึ่งถ้ามีการโกงค่าก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์จริง ๆ ก็เป็นเสมือนการโกงเงินบริจาคของเจ้าหน้าที่วัด

ซึ่งผิดกับโครงการจำนำข้าวของยิ่งลักษณ์ ที่อ้างว่า มีการขายข้าวแบบจีทูจี หรือ การขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ คือ รัฐบาลไทยได้ขายข้าวให้รัฐบาลจีน

แต่สุดท้ายกลับไม่มีการขายข้าวจีทูจีเกิดขึ้นจริง แต่ข้าวหายไปจากโกดังแล้ว และไม่มีการส่งออกข้าวผ่านด่านศุลกากรไปจีน แถมค่าข้าวที่จ่ายมาก็จ่ายในราคาถูกกว่าปกติเพราะได้อ้างว่า เป็นการซื้อข้าวเพื่อไปขายแบบจีทูจีในราคามิตรภาพ

สุดท้ายก็กลายเป็นข้าวเจี๊ยะทูเจี๊ยะ นำข้าวเจี๊ยะทูเจี๊ยะมาขายในประเทศ แล้วได้กำไรมโหฬารไปเข้ากระเป๋าใครหว่า ?

อีกทั้งวนข้าวมาจำนำ การสวมสิทธิจำนำ การลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำ นี่คือการทุจริตทั้งสิ้น ซึ่งหลายกรณีได้เป็นคดีความไปแล้ว

นี่แหละคือการทุจริตในงบประมาณของรัฐโดยแท้ แต่พวกร่านกลับไม่มีท่าทีเดือดร้อนอะไร

ความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว มีทั้งการวนข้าวเพื่อนำมาจำนำ การนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำ ล้วนแต่สร้างความเสียหายให้แก่รัฐไทยทั้งสิ้น

โครงการจำนำข้าวที่สร้างความเสียหาย ริเริ่มนโยบายโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้แสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง นอกจากแก้ตัวแถเอาตัวรอดไปวัน ๆ แล้วก็โบ้ยความผิดให้คนอื่น

แต่พวกร่านก็ไม่เดือดร้อนอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่มูลค่าความเสียหายมีมากมายมหาศาล

แต่พวกร่านกลับไปเดือดร้อนเงินของประชาชนคนอื่น ๆ ที่เขาร่วมกันบริจาคสร้างอุทยานราชภักดิ์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เงินของพวกร่านเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกร่านมันไม่บริจาคเงินเพื่องานนี้แน่นอน เพราะพวกร่านมันเกลียดทหาร และเป็นพวกล้มเจ้าเสียส่วนใหญ่

ส่วนความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว เป็นความเสียหายของประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของเงินภาษีชาติ แต่พวกร่านกลับไม่คิดเดือดร้อนเอาความ หรือสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์เลย

นี่แหละหนอ ประเทศไทยถึงไม่เจริญ เพราะมีพวกร่านอยู่หนักแผ่นดินไทยนี่เอง

--------------

แน่นอน !! ไม่ว่าการโกงจะเกิดขึ้นที่ใด หรือเป็นเงินของใคร การร่วมกันต่อต้านการโกงย่อมเป็นสิ่งสมควรที่ของคนไทยทุกคนควรทำ

ถ้ามีการโกงในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ก็ต้องเอาคนโกงมาลงโทษให้ได้ ยิ่งการสร้างครั้งนี้เป็นเงินจากจิตศรัทธาของคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ก็ยิ่งต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้

ส่วนพวกร่าน อย่ามัวแต่สร้างวาทกรรมประชดไปวัน ๆ ถ้าคิดจะต่อต้านคนโกง ก็ต้องต้านคนโกงทุกคนไม่ละเว้น ไม่ใช่เลือกต้านคนโกงเฉพาะฝ่ายตรงข้ามของตัวเองเท่านั้น


คลิกอ่าน ถ้าอธิบายง่าย ๆ แบบนี้ อุทยานราชภักดิ์ก็ไม่มีการโกง



วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไทยควรขุดคลองคอคอดกระ หรือไม่ ?




อยู่ ๆ ก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง กับประเด็นขุดคลองคอคอดกระ เพื่อหวังจะแย่งชิงรายได้มหาศาลมาจากสิงคโปร์

โดยคราวนี้มีข่าวออกมาว่า จีนพร้อมจะลงทุนในโครงการนี้ด้วย

ก่อนจะเข้าเรื่อง คอคอดกระ ผมขอเล่าอะไรเรื่อยเปื่อยปูทางไว้ก่อน

-----------------------

ม.ร.ว.ถนัดศรี เคยเล่าไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนว่า สิงคโปร์โฆษณาทัวร์ไปทั่วโลกว่า อยากเที่ยวหาดทรายที่สวยที่สุดโลก กินราชาแห่งผลไม้ "ทุเรียน" ที่อร่อยที่สุดในโลก ต้องมาเที่ยวสิงคโปร์ แล้วในโบรชัวร์ก็ลงรูปหาดทรายในภูเก็ต ลงรูปทุเรียนไทยนี่แหละ

พอฝรั่งมาสิงคโปร์ เขามีโปรโมชันแถมให้เที่ยวในสิงคโปร์ฟรีพร้อมอาหารและที่พักอีก 1 วัน (คงบวกค่าทัวร์ไว้ก่อนแล้ว) ก่อนวันรุ่งขึ้นจะบินตรงมาภูเก็ต

แพคเกจท่องเที่ยวของสิงคโปร์อันนี้ ราคาถูกกว่าซื้อแพคเกจของทัวร์ไทยเสียอีก

หรือในอดีตสัก 20 กว่าปีที่แล้วลงไป ราคาตั๋วของการบินไทยไป-กลับ กรุงเทพฯ -สิงคโปร์ ยังแพงกว่า แพคเกจทัวร์สิงคโปร์พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืนเสียอีก บินไปกลับจากกรุงเทพฯ - สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์

หรือเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา สิงคโปร์สามารถซื้อนายกรัฐมนตรีหน้าเหลี่ยมได้ ถึงขนาดกิจการดาวเทียมแห่งชาติไทย ก็ตกไปเป็นของสิงคโปร์

ยังมีอีกเยอะที่สิงคโปร์รวยได้ เพราะอาศัยทรัพยากรของไทยนี่แหละครับ

ถ้าไทยมีคอคอดกระเมื่อไหร่ สิงคโปร์จะบอก ยินดีมาก เดี๋ยวสิงคโปร์จะมาร่วมลงทุนด้วยนะ 555

คลองคอคอดกระ จุดที่ว่าเหมาะสมที่สุดที่จะขุด ยาวประมาณ 120 กิโลเมตร ส่วนความกว้างและความลึกของคลองไม่รู้เท่าไหร่

แต่นั่นแสดงถึงปริมาณดินที่ต้องขุดออกต้องมีนับล้าน ๆ ๆ ต้น

ที่ผมเล่ามาคุณผู้อ่านสังเกตเห็นอะไรไหมครับ ?

นั่นคือ คนไทยเรามักชอบคิดกันว่า ที่ไทยเราจนกว่าสิงคโปร์ เพราะเราไม่มีคลองคอคอดกระ เพราะถ้าไทยเรามีคลองคอคอดกระเมื่อไหร่ ความร่ำรวยของสิงคโปร์ มันจะต้องตกเป็นของไทย

ในขณะที่สิงคโปร์ หาดทรายสวย ๆ ก็ไม่มี ผลไม้นานาชนิดก็ไม่มี ภูเขา ลำธาร ป่าไม้ สิงคโปร์ก็ไม่มีทั้งสิ้น แม้แต่น้ำจืดก็มีไม่พอใช้ (แต่ปัจจุบันสิงคโปร์สามารถใช้ระบบ RO ผลิตน้ำจืดจนพอใช้แล้ว แต่ยังไม่ใช้ให้เต็มระบบ เพราะซื้อน้ำจืดจากมาเลเซียยังถูกกว่า)

แต่ประเทศสิงคโปร์กลับรวยกว่าประเทศไทยนับสิบ ๆ เท่า ในขณะที่มีประชากรแค่ 5 ล้านคนเท่านั้น

สรุปก็คือ คนไทยมักชอบคิดว่า ถ้าตัวเองมีนั่นมีนี่ก่อนแล้วจะรวย

"คนไทยชอบขายของเก่ากิน ส่วนคนสิงคโปร์สร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้"

หมายถึง ขายความสวยงามตามธรรมชาติของไทย ขายศิลปะและโบราณสถานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ในรูปการท่องเที่ยว

คนไทยหาเงินจากการท่องเที่ยวกับของเก่าที่มีอยู่แล้ว แถมไม่คิดรักษาให้คงอยู่ ดีดังเดิม เพราะแต่ละคนมุ่งหวังแต่เงิน ๆ ๆ

-------------------------

บอกตรง ถ้าผมเป็นสิงคโปร์ ผมไม่กลัวเลย ถ้าไทยจะขุดคอคอดกระ

เพราะไทยขุดเสร็จเมื่อไหร่ คอคอดกระก็จะกลายเป็นของสิงคโปร์อยู่ดี

การถล่มราคาของท่าเรือสิงคโปร์กะแบบเอาให้คอคอดกระของไทยขาดทุุนหนักจะเกิดขึ้นทันที หลังคอคอดกระขุดเสร็จ แล้วเปิดใช้

แล้วเงินทุนนับแสน ๆ ล้าน บวกดอกเบี้ยมหาศาล ที่ลงทุนขุดคลองไป ยังไง ๆ ไทยก็เจ๊งครับ ไหนจะค่าเวรคืน ไหนจะมีปัญหากับคนในพื้นที่ ๆ ขุดไปแล้ว ไม่สามารถเรียกธรรมชาติตรงนั้นกลับมาได้อีก

พอเจ๊ง สุดท้ายก็ต้องขายทอดตลาด สิงคโปร์ก็จะเข้ามาเทคโอเวอร์ กลายเป็นของสิงคโปร์ในที่สุด เหมือนหลังฟองสบู่แตกปี 2540 ไง ที่ธนาคารเอกชนของไทยและธนาคารรัฐวิสาหกิจของไทยถูกนายทุนสิงคโปร์เข้ามาถือหุ้นจำนวนมากแล้วทั้งสิ้น

สิงคโปร์ เขารวยมานาน สายป่านยาวมาก เขาลดราคาค่าบริการท่าเรือและค่าบริการอื่น ๆ ลงมาก ๆ เรือส่วนใหญ่ก็ยังจะไปใช้บริการท่าเรือสิงคโปร์อยูดี เพราะยุคปัจจุบัน เรือเดินทะเลยุคนี้ทันสมัยมากมันไม่ได้เดินทางช้าเหมือนเมื่อ 50 กว่าปีก่อนแล้ว ไม่ได้กินน้ำมันมากเหมือนในยุคอดีต แถมน้ำมันก็ราคาถูกลงทุกวัน

บรัษ้ทยักษ์ใหญ่ในโลก เขาก็มาตั้งบริษัทแม่ประจำภูมิภาคเอเซียที่สิงคโปร์กันไปหมดแล้ว

ถ้าขุดคอคอดกระ ผมเสียดายแผ่นดินไทยที่ขุดไปครับ แถมมันแสดงให้เห็นว่า

คนไทยไร้สติปัญญาที่จะหาเงินเข้าประเทศด้วยวิธีอื่นแล้วเหรอ ถึงต้องขุดคอคอดกระ ขุดแผ่นดินหากิน ??

เผลอ ๆ งานนี้ อาจเป็นทุนของสิงคโปร์ แต่ให้จีนแดงออกหน้าแทนฝ่ายเดียวก็เป็นได้ อันนี้แหละที่น่ากลัวที่สุด

ถามว่า ถ้าทำไปแล้วไม่คุ้ม เจ๊ง หรือได้ไม่คุ้มที่เสียไป อัตราการคืนทุนยาวไกลมากกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ แล้วใครจะหาดินนับล้าน ๆ ตัน มาถมกลับคืนเหมือนเดิมได้ไหม ?

แล้วรัฐบาลที่อนุมัติโครงการนี้ พร้อมโดนประหาร 7 ชั่วโคตรไหม เพราะประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

เดี๋ยวสมมุติว่า ไทยเกิดมีคอคอกระขึ้นมาจริง ๆ แต่กลับขาดทุนยับเยิน ไม่สามารถดึงเรือเดินสมุทรส่วนใหญ่มาจากท่าเรือสิงคโปร์ได้ ตอนนั้นก็อาจมีคนออกมาอ้างเหตุผลแก้ตัวว่า

เพราะคนไทยเก่งภาษาอังกฤษสู้คนสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะไทยเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษแบบสิงคโปร์   ว่าไปโน่น เหอะ ๆ

--------------------

ส่วนเรื่องคอคอดกระในประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องของมหาอำนาจอังกฤษกับฝรั่งเศส ยุคล่าอาณานิคม ที่พยายามจะมีอิทธิพลในสยามประเทศ ผมไม่ลงรายละเอียด ใครสนใจเรื่องนี้ก็ไปหาข้อมูลกันเอาเองครับ


วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บ้านใหม่ของ หนูเล็ก ก่อนบ่าย น้ำพักน้ำแรงจากความกตัญญู




หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด คืออีก 1 ตัวอย่างของความอดทน ขยัน อดออม และกตัญญู จนทำให้ในวันนี้เธอประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดงตลกจนเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ

โดยก่อนหน้านี้เมื่อสักปีสองปีที่แล้ว รายการตีสิบเคยไปเยี่ยมเยียนที่บ้านของเธอ ซึ่งเป็นแค่ห้องเล็ก ๆ บนคอนโดมีเนียมเท่านั้น

แต่วันนี้หนูเล็ก ก่อนบ่าย ได้ซื้อบ้านเดี่ยวเป็นของตัวเองแล้ว ตามรูปนี้




หนูเล็ก ก่อนบ่าย  "หลายคนถามว่า ทำไมไปทำอะไรถึงรวย เป็นดารารวยเหรอ อะไรอย่างเงี้ย ไม่ใช่หรอก... แต่เพราะหนูทำทุกอย่าง อยากจะบอกทุก ๆ คนเลยนะคะว่า ลองเข้าไปดูในไอจีหนูได้ หนูโพสเลยว่า มีคนมาถามหนูเยอะมาก ทำไมมีเงินซื้อบ้าน ทำไมมีเงินซื้อรถ

หนูบอกเลยว่า ลองมาดูว่าหนูกินอะไร ซื้อของห้ามซื้อของแพง ห้ามเที่ยว ห้ามกินของแพง ๆ ห้ามใส่รองเท้าแพง ๆ ห้ามใส่กระเป๋าแพง ๆ ถ้าหากใครทำแบบที่หนูทำได้ คุณมีเงินแน่นอน"

ชมคลิปรายการตีสิบ ช่วงเยี่ยมบ้านใหม่ของหนูเล็ก ก่อนบ่าย เริ่มดูในนาทีที่ 48
ในคลิป คุณจะเห็นความน่ารัก และความเป็นศิลปินของพ่อแม่หนูเล็ก ที่ถ่ายทอดทางสายเลือดผ่านมาจนเป็นหนูเล็กในวันนี้


ในตอนที่หนูเล็กยังไม่ดัง ยังเรียนไม่จบ เธอต้องกินข้าวไข่เจียวทุกวันนานเป็นปี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะพ่อให้เงินมาเรียนเดือนละ 3,000 บาทแบบเหมารวมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง

--------------------

ช็อตประทับใจของหนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ ในรายการ ศึก 12 ราศี

เมื่อเสนาลิง ได้ถามหนูเล็กว่า "อยากจะบอกอะไรกับคนชักนำเข้าวงการบ้างไหม"  (ดร.เป็ด เชิญยิ้ม คือผู้เห็นแววของหนูเล็ก)

หนูเล็ก ตอบว่า หนูไม่มีอะไรจะ...

แล้วเธอก็ก้มลงกราบเท้า ดร.เป็ด เชิญยิ้ม เจ้าของรายการก่อนบ่ายคลายเครียด ทันที







พ่อแม่ คือ ผู้ให้ชีวิตแก่ลูก

ส่วนคนที่ให้โอกาสเราได้ทำงานจนประสบความสำเร็จในชีวิต ก็ถือว่า เป็นพ่อแม่อีกคนของเราได้เช่นกัน



วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในห้วงคำนึงของผม




เนื่องจากผมเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เรื่องเพลงลูกทุ่งสำหรับผม ก็อาจไกลตัวไปนิด แต่ก็ไกลไม่มาก เพราะในยุคสมัยเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ความบันเทิงของคนไทยก็ไม่มีอะไรมากมายเหมือนในสมัยยุคดิจิตอลนี้

เวลามีเพลงลูกทุ่งเพลงไหนโด่งดังขึ้นมา ก็จะรับรู้ไปทั่วประเทศทั่วถึงกัน เพราะสื่อในตอนนั้นมีทีวีก็ไม่กี่ช่อง แล้วคนต่างจังหวัดคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็ย่อมทำให้เพลงลูกทุ่งดังมาถึงคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้เป็นแฟนเพลงลูกทุ่งพันธุ์แท้อย่างผมได้ไม่ยาก

ซึ่งแม้ทุกวันนี้หากเพลงลูกทุ่งเพลงไหนที่ดังจริง ก็ยังดังไปทั่วประเทศจนคนกรุงเทพฯ ได้ยินติดหูเช่นกัน

ถามว่า ผมร้องเพลงลูกทุ่งได้ไหม ?

เอาเป็นว่า ผมเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ ๆ คนนึงที่หัดร้องเพลงลูกทุ่งในวัยเด็ก จนได้สำเนียงเป็นลูกทุ่งแท้ ๆ ก็นับว่าพอใช้ได้ครับ (ผมร้องเพลงเก่งเฉพาะตอนเด็กเท่านั้นพอโตขึ้นไม่ได้ร้องเพลงแล้ว) 

แม้ผมจะไม่ใช่คนต่างจังหวัด แต่ผมก็รักความเป็นชนบทของไทยอย่างมาก เพราะพ่อผมก็ลูกชาวนา ผมเองก็ไปท้องไร่ท้องนาบ้านปู่ย่าเป็นประจำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์

แปลง่าย ๆ คือ ผมมีเชื้อสายของชาวนา ผมเคยขี่ควายขณะลุงกำลังไถนา ดังนั้น แม้ผมจะเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่ผมโคตรรักทุ่งนา และบรรยากาศชนบทสุด ๆ ครับ

อย่างผมเคยดูหนังเกี่ยวกับชีวิตชาวนาของเชิด ทรงศรี บทประพันธ์ของไม้ เมืองเดิมทีไร ผมนี่ต่อมน้ำตาแตกทุกเรื่องครับ

แล้ว ควายไทย ก็คือ สัตว์ที่ผมรักที่สุด เพราะผมได้อิทธิพลมาจากเด็กเลี้ยงควายอย่างพ่อผมได้ปลูกฝังให้

ดังนั้น เพลงลูกทุ่ง ก็คือเพลงที่ผมรักเช่นกัน แม้จะไม่ใช่แนวเพลงสายหลักที่ผมนิยมเปิดฟังก็ตาม

-----------------------------




ผมรู้จักชื่อเสียง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ครั้งแรกเมื่อไหร่ ?

ผมมาได้ยินชื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ และได้รู้จักนักร้องลูกทุ่งคนนี้จริง ๆ ก็เมื่อเธอดังจากเพลง สาวนาสั่งแฟน เพราะเพื่อนสมัยเด็ก ๆ แถวบ้านผม ร้องแหกปากให้ได้ยินเป็นประจำ

แล้วพุ่มพวง ดวงจันทร์ เธอก็ได้มาออกรายการ รวมดาวสาวสยาม ของคุณวิญญู จันทร์เจ้า ที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ช่วงบ่าย 2 โมง (ถ้าเวลาผมจำไม่ผิดนะ)

คือรายการรวมดาวสาวสยาม เป็นรายการวาไรตี้ที่มีพิธีกรหญิง 3 คนคือ วิญญู จันทร์เจ้า อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ โฉมฉาย ฉัตรวิไล เป็นผู้ดำเนินรายการ

ซึ่งรายการรวมดาวสาวสยาม ถือเป็นรายการที่ดังมากในยุคนั้น แล้วรายการได้นำพุ่มพวง ดวงจันทร์ มาโปรโมท ด้วยการให้พุ่มพวง ดวงจันทร์มาออกรายการแทบทุกอาทิตย์ คล้าย ๆ ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยพิธีกร และร้องเพลงของเธอในรายการนี้บ่อยมาก

ตอนนั้นผมจำได้ประมาณว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ ตอนที่เพิ่งจะโด่งดังใหม่ ๆ จะมาในรายการด้วยบุคลิกที่เรียบร้อยมาก แต่งตัวเรียบร้อยมาก เช่นใส่กระโปรงยาว เสื้อเชิ๊ตแขนยาว ดูเรียบร้อยน่ารักเหมือนครูสาวบ้านนอกเลยครับ

-------------------

พุ่มพวง ดวงจันทร์ ดังสุด ๆ เมื่อไหร่

คำตอบคือ เมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้ร้องเพลง "กระแซะเข้ามาซิ" ของครูลพ บุรีรัตน์ ซึ่งเพลงนี้นับว่าดังสุด ๆ ที่ทำให้ทุกชนชั้นทั้งไฮโซ ไฮซ้อ ดอกเตอร์ คุณหญิงคุณนาย นายทหาร พ่อค้าและประชาชนทุกคน ต่างรู้จักเพลงนี้แบบร้องตามกันได้ทั้งประเทศกันเลยครับ

เพราะเพลงกระแซะเข้ามาซิ ถือเป็นการเปิดศักราชเพลงลูกทุ่งแนวสตริงแดนซ์ ที่พุ่มพวง เธอร้องและเต้นด้วยลีลาที่สุดยอดมาก

และ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็คือนักร้องลูกทุ่งคนแรกที่เปิดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบที่โรงแรมดุสิตธานี ต่อหน้าพระพักตร์ของ พระองค์องค์โสม และพระองค์ภา (หาชมคลิปนี้ได้ในยูทูป)

ถึงขนาด ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ผู้ประกาศข่าวและบุกเบิกการรายงานข่าวยุคใหม่ของไทยทางช่อง 9 อสมท. ยังเคยพูดว่า ผมเปิดเทปอัลบั้มชุดนี้ของพุ่มพวง ฟังในรถ จนเทปยืด จนต้องซื้อเทปใหม่มาเปลี่ยนอีกหลายม้วน

(ดร.สมเกียรติ เป็นชาวสุพรรณบุรี เหมือนพุ่มพวง ดวงจันทร์ จึงชื่นชมพุ่มพวงแบบสุดตัว)

ตอนที่เพลงกระแซะเข้ามาซิ กำลังดังสุด ๆ ผมเพิ่งขึ้น ม. 1

แล้วตอนเปิดเทอม 2 ของ ม. 1  ในวันแรก มีเพื่อนนักเรียนชายของผมคนนึง มันรีบมาเล่าให้ผมฟังทันทีว่า ตอนปิดเทอมที่บ้านมันคือ ลพบุรี มันได้ไปดูวงดนตรีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์มาแสดงสด

เพื่อนผมมันเล่าถึงการแสดงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ อย่างหลงใหลแบบถึงขั้นหลงรักเลย ทั้ง ๆ ที่เดิมมันเป็นลูกหลานคนจีนที่ไม่เคยสนใจเพลงลูกทุ่งเลย แต่พอมันได้ดูพุ่มพวง ดวงจันทร์แสดงสดแค่ครั้งเดียว มันก็ถึงขั้นหลงรักพุ่มพวงแบบสุด ๆ ชมแล้วชมอีกว่า พุ่มพวง สวยเหลือเกิน แถมยังตลกมาก ๆ ร้องเพลงก็เพราะทุกเพลง

โห เด็ก ม. 1 อายุแค่ 12 ขวบ หลงรักพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มากขนาดนี้เชียวเหรอ ตอนนั้นผมคิดในใจ

ผมนี่อึ้งไปเลย !!

-----------------

เมื่อเพลงที่ไม่น่าดังคือ เพลงตัํกแตนผูกโบว์ เริ่มดัง

ตอนผมไปเข้าค่ายลูกเสือ ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า ตอน ม. 2 หรือ ม. 3 กันแน่ แต่ตอนนั้นเพลงตั๊กแตนผูกโบว์ เริ่มโด่งดัง เพราะพวกเพื่อนผมมันร้องกันได้หมดเลย

ผมนี่งงมาก เพราะตอนนั่งประชุมลูกเสือ จะมีการร้องรำทำเพลงกัน แล้วเพลงตั๊กแตนผูกโบว์กลายเป็นเพลงฮิตในตอนนั้น ผมถึงจำได้มาจนวันนั้

ตอนผมได้ยินเพลงตั๊กแตนผูกโบว์ครั้งแรก ผมไม่ชอบเลยนะเพลงนี้ เพลงอะไรวะ เกี่ยวกับตั๊กแตน เนื้อเพลงก็งง ๆ สำหรับผมมาก

แต่ที่ไหนได้ นักร้องระดับ พุ่มพวง ไม่ว่าจะร้องเพลงอะไร มันก็ดังไปเสียหมด เพลงตั๊กแตกผูกโบว์ ก็เป็นอีกเพลงที่ดังมาจนวันนี้

------------------

วาระสุดท้ายของพุ่มพวง ที่น่าเสียดาย

ช่วงที่พุ่มพวง ดวงจันทร์ป่วยด้วยโรคเอสแอลดี จนมีอาการตัวบวม น้ำท่วมปอด ผมเสียดายอย่างเดียวที่ปัญหาความขัดแย้งของญาติพุ่มพวง ได้ทำให้พุ่มพวงไม่ได้รับการรักษาโรคให้ถูกวิธีเท่าที่ควร

ซึ่งโรคเอสแอลดี ที่ทำให้เกิดอาการหน้าบวมตัวบวมนั้น น่าจะเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดอาการไตวาย เพราะภูมิคุ้มกันตัวเองได้ไปทำลายไต จนเกิดสภาวะไตทำงานบกพร่อง จนถึงขั้นไตวาย แล้วเกิดสภาวะน้ำเกินในร่างกาย

หากพุ่มพวง ดวงจันทร์ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เธอไม่น่าจะตายและน่าจะมีชีวิตอยู่ต่อมาจนวันนี้ได้อย่างสบาย ๆ ครับ เพราะมีผู้ป่วยโรคเอสแอลอีแบบพุ่มพวงในยุคนั้นคือ พ.ศ. 2535 ได้เข้ารับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมกันเยอะแยะแล้ว

ผมเสียดายจริง ๆ

พุ่มพวง ดวงจันทร์ เธอได้หมดสติแล้วไม่ได้สติอีกเลย หลังจากที่เธอบ่นว่าอยากไปไหว้พระพุทธชินราชที่ จ.พิษณุโลก

หลังจากพุ่มพวง ได้ก้มตัวไหว้องค์พระพุทธชินราช เธอก็หมดสติไป และเธอก็ไม่ตื่นคืนสติอีกเลยจนกระทั่งเสียชีวิต

ซึ่งในความเห็นของผม ผมว่า พุ่มพวง เธอไปดี ไปสู่สุคติแล้ว เพราะเธอระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนสิ้นสติและเสียชีวิตไป

==================

เพลงที่พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้อง ที่ผมประทับใจที่สุด

เพลงแรกคือ "สยามเมืองยิ้ม" ซึ่งสอนให้คนไทยรู้รักสามัคคี

สยามเมืองยิ้ม โดยพุ่มพวง ดวงจันทร์

ลองพิจารณาดูเนื้อเพลงสิครับ ว่า ประเทศไทย คนไทยเรานี้โชคดีเพียงใดที่มีพระมหากษัตริย์

เวอร์ชั่นนี้พุ่มพวงร้องได้ไพเราะสุด ๆ จริง ๆ




เนื้อเพลงสยามเมืองยิ้ม


จงภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นไทย
มิเป็นทาสใคร แหละมีน้ำใจล้นปริ่ม
ทั่วโลกกล่าวขาน ขนานนาม ให้ว่าสยามเมืองยิ้ม
เราควรกระหยิ่มถึงความดีงาม

คนเย็นใจซื่อได้ชื่อว่าไทย
ร้อนมาจากไหน ชาติไทยไม่เคยหวงห้าม
ข้ามเขตข้ามโขงถิ่นน้ำขุ่น มาพึ่งใบบุญเมืองสยาม
เรายิ้มรับตามที่ท่านต้องการ
เลื่องชื่อลือนาม สยามมีแต่น้ำใจ
ขอเตือนท่านผู้อาศัย อย่าทำอะไรให้ไทยร้าวราน

คนไทยใจซื่อ เขาถือแต่โบราณกาล
แค่เพียงข้าวสุกหนึ่งจาน ใครลืมของท่านนั้น เนรคุณ!!

คนไทยรักชาติแหละศาสนา
เทิดองค์เจ้าฟ้า ผู้ทรงเปี่ยมเนื้อนาบุญ
ถ้าท่านเคารพสิทธิ์ของไทย ท่านอยู่ต่อได้อีกนานทุน
สยามใจบุญ ยังยิ้มเสมอ

v

v

ตรงท่อนสุดท้าย "คนไทยรักชาติแหละศาสนา เทิดองค์เจ้าฟ้า ผู้ทรงเปี่ยมเนื้อนาบุญ ถ้าท่านเคารพสิทธิ์ของไทย ท่านอยู่ต่อได้อีกนานทุน.."

ประโยคนี้แปลความหมายได้ว่า ถ้าคนไทยรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำดีถวายเป็นพระราชกุศล ย่อมได้กุศลมาก และได้มีแผ่นดินนี้อยู่จนตราบสิ้นชีวิต (แต่ถ้าใครไม่ทำเช่นนี้ ก็เท่ากับเนรคุณแผ่นดิน ก็อาจต้องจรจัดเร่ร่อน ต้องซื้อที่ซุกหัวนอนไปตลอดชีวิต)

------------------------

บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระเทพฯ เพลง "ส้มตำ "

ผมได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ ส้มตำ ครั้งแรกจากการร้องของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ซึ่งผมยอมรับเลยว่า ผมไม่เคยเห็นใครร้องเพลงนี้ได้ไพเราะจับใจเท่ากับพุ่มพวงร้องเลย

หลังจากพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้เสียชีวิตไป ยิ่งนานวันเข้า นานวันเข้า ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ เธอเป็นนักร้องลูกทุ่งที่เสียงดีที่สุด และยิ่งใหญที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี 

ผมดีใจที่ผมเกิดทันได้เห็นช่วงที่พุ่มพวง ดวงจันทร์เธอโด่งดังรุ่งเรืองสุด ๆ

จริง ๆ แล้วผมอยากจะบอกว่า แม้ผมจะเริ่มชอบเพลงพุ่มพวงจากแนวเพลงสนุกแนวเพลงเร็ว แต่ความจริงในวันนี้ ผมกลับคิดว่าเพลงที่ดีที่สุดและมีคุณค่ามากที่สุดของพุ่มพวง ก็คือเพลงช้า ที่เธอร้องได้ไพเราะจับใจทุกเพลง ลองไปหาชมและฟังกันเถิดในยูทูป

มายถึง ถ้าใครคิดจะเป็นนักร้องลูกทุ่งชั้นเยี่ยมต่อไป แนะนำให้หัดร้องโดยดูวิธีการร้องแนวเพลงช้าของพุ่มพวง ไว้เป็นแบบอย่าง เพราะถือว่าทุกเพลงของพุ่มพวงคือ เพลงครู ได้เลย

เพลงพระราชนิพนธ์  "ส้มตำ" พุ่มพวง ร้องต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ



เพลงโลกของผึ้ง เพลงที่บอกเล่าชีวิตของพุ่มพวง จากเด็กบ้านนอกที่มาโด่งดังสุด ๆ เป็นเพลงที่เธอร้องด้วยหัวใจและน้ำตา



หลายคนอาจเกิดไม่ทัน เลยไม่รู้ว่า เพลงโลกของผึ้ง นั้นได้นำทำนองมาจากเพลงดังหนังจีนเรื่อง คมเฉือนคม ซีรีย์จีนที่โด่งดังมากในไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ขับร้องโดย หวังหมิงฉวน ราชินีจอแก้วแห่ง TVB นางเอกของซีรีย์เรื่องนี้





วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ซีรีย์ชอลิ้วเฮียง จอมโจรจอมใจ ในความทรงจำ






อยู่ ๆ ผมก็นึกถึงบรรยากาศในสมัยวัยเด็กของผม และสมัยที่เพลง จอมโจรจอมใจ ที่ขับร้องโดย เจิ้งเส้าชิว ผู้แสดงเป็น ชอลิ้วเฮียงได้ขับร้องไว้

ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า ตอนที่ซีรีย์จอมโจรจอมใจ เวอร์ชัน เจิ้งเส้าชิว เจ้าหย่าจือ วังหมิงฉวน แสดงนำ ได้มาฉายทางช่อง 7 สีนั้นเป็นปี พ.ศ.อะไรแน่

แต่ไม่ต่ำกว่า 30 ปีที่แล้วแน่นอน

และผมยังจำได้ชัดเจนว่า ยังเป็นยุคที่โทรทัศน์ไทยทุกช่องในขณะนั้น ซึ่งน่าจะมีแค่ 3 5 7 9 ต้องปิดสถานีในเวลา 18.30 น. เพื่อช่วยกันประหยัดพลังงานตามนโยบายของรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เพราะยุคนั้นเกิดวิกฤติน้ำมันแพง และประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศที่ยากจนพอควร

รัฐบาลจึงได้มีคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องปิดสถานีในเวลา 18.30 น. จนถึง 20.00 น. เข้าข่าวพระราชสำนักพอดี และมีข่าวภาคค่ำต่อกันไปเลย

สมัยนั้น คนไทยมีทีวีเป็นเครื่องพักผ่อนหย่อนใจประจำบ้านที่ดีที่สุด แต่ก็หงอยเลยเมื่อสถานีโทรทัศน์ต้องปิดสถานีเพื่อประหยัดพลังงาน

หลายครอบครัวก็เลือกเปิดวิทยุฟังแทน

แต่ตอนนั้นผมก็มักออกไปเดินเล่นนอกบ้านยามเย็นใกล้พลบค่ำ พูดคุยกับเพื่อนบ้านในวัยเด็ก

แล้วพอถึง 1 ทุ่มก็จะเป็นเวลากินข้าวเย็นของครอบครัวผม  พอกินกันเสร็จ นอนเล่นสักพักสถานีโทรทัศน์ถึงจะเปิดขึ้นอีกครั้ง

ในยุคนั้น สถานีโทรทัศน์จะเปิดสถานีตอน 4 โมงเย็น ปิดรอบแรกตอนหกโมงเย็นครึ่ง แล้วเปิดอีกครั้งตอน 2 ทุ่ม ออกอากาศเรื่อยไปจนปิดสถานีตอนเที่ยงคืน หรืออย่างมากก็ไม่เกินตี 1

ซีรีย์จอมโจรจอมใจ เวอร์ชันเจิ้งเส้าชิว นั้นดังมาก ๆ เด็ก ๆ ในยุคนั้น พี่น้องคนไทยเชื้อสายจีน และคนจีนในไทยล้วนต้องดูกันแทบทุกครัวเรือน

เพราะนอกจากพระเอกจะเท่มาก ท่าทางการต่อสู่ของเจิ้งเส้าชิวนั้นดูเท่มาก เท่ไม่เหมือนดาราคนใด เพราะดูเก่งดูเก๋าสุด ๆ แถมนางเอกคือ หยงหยง ที่แสดงโดย เจ้าหย่าจือ ก็สวยซะใจเด็ก ๆ อย่างผมละลายเลย



พวกเราเด็ก ๆ จะเรียกซีรีย์เรื่องนี้กันว่า ชอลิ้วเฮียง ซึ่งจะออกอากาศประมาณ 5 โมงเย็นทางช่อง 7 สี ประมาณ 1 ชั่วโมง


แต่ !! อยู่ ๆ มีอยู่วันหนึ่ง ชอลิ้วเฮียง ดันออกอากาศตั้งแต่ 5 โมงเย็น เรื่อยไปจนเลยหกโมงครึ่ง ทั้ง ๆ ที่ความจริงสถานีต้องปิดเพื่อประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐบาล

แต่ ชอลิ้วเฮียง กลับไม่ยอมหยุดฉาย ยังออกอากาศเรื่อยไปจนถึง 1 ทุ่มกว่า ๆ จึงจะหยุดออกอากาศ

ตอนนั้นผมโครตดีใจเลยว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ดีมากเลย แล้วก็นึกต่อไปว่า เมื่อไหร่นะ รัฐบาลจะยกเลิกนโยบายปิดสถานีตอนหกโมงเย็นครึ่งสักทีนะ

อารัมภบทมานาน มาฟังเพลง จอมโจรจอมใจ เวอร์ชันออริจินอล ที่เป็นไตเติ้ลที่ออกอากาศทางช่อง 7 เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ได้แล้วครับ

อ้อ.. เวอร์ชันนี้ อู๋ม่งต๊ะ เป็นโอวทิฮวย ที่ดีที่สุดด้วย



------------------------

เพลงเศร้าของชอลิ้วเฮียง เมื่อหยงหยงตาย

ถ้าผมจำไม่ผิด โซวหยงหยง ตายเพราะเข้าไปขวางการต่อสู้ของชอลิ้วเฮียงกับศิษย์ผู้พี่ของชอลิ้วเฮียง

ซึ่งศิษย์ผู้พี่ชอลิ้วเฮียง คนนี้ เคยเป็นไอดอลของชอลิ้วเฮียงมาตลอด

ในขณะที่ลิ้วเฮียงกำลังพลาดท่าให้ศิษย์ผู้พี่ หยงหยงก็เลยกระโดดเข้าไปขวางไว้ สุดท้ายหยงหยงเลยตายเสียเอง

พอหยงหยง กระโดดเข้าไปขวางการต่อสู้ ก็เลยทำให้การต่อสู้ของชอลิ้วเฮียงกับศิษย์ผู้พี่ต้องจบลง

ขับร้องโดย เจิ้งเส้าชิว



คลิกอ่าน เจ้าหย่าจือ ในดวงใจ


วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

เหตุผลที่โสเภณี ไม่เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายไทย




พอดีผมดันไปเห็นนายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ Aum Neko มันโชว์โง่เรื่อง ฝรั่งเศส เขามีโสเภณีถูกกฎหมาย แล้วมาแดกดันประเทศไทยว่า ตอแหลแลนด์



คือนายศรัณย์ มันโพสคลิปการประท้วงของชาวฝรั่งเศสที่ต่อต้านกฎหมายใหม่ที่ให้เอาผิดคนซื้อบริการทางเพศ แต่คนขายบริการทางเพศกลับไม่มีความผิดตามกฎหมาย

ส่วนการทำซ่องหรือจัดหาการบริการทางเพศ ถือเป็นความผิดทางกฎหมายของฝรั่งเศสมานานแล้ว

-------------------

ส่วนเรื่อง ทำไมอาชีพโสเภณีไทย จึงเป็นอาชีพที่ไม่ถูกกฎหมาย ผมขออธิบายตามนี้

คือ ไอ้นี่แม่งไม่ได้รู้เหตุผลให้รอบด้านว่า ที่โสเภณีไทยเป็นอาชีพถูกกฎหมายไม่ได้ สาเหตุใหญ่ ๆ คือ ผู้หญิงไทยที่ทำอาชีพนี้ไม่มีใครยอมลงทะเบียนว่า ประกอบอาชีพโสเภณี เพราะอาย

เรายังไม่ต้องพูดเรื่องศีลธรรม หรือเรื่องที่ว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่เอาแค่เรื่องในชั้นแรกก่อน

คือก่อนที่จะออกกฎหมายอะไร คนที่ทำอาชีพนั้น ๆ ต้องให้ความร่วมมือก่อนว่า อยากให้อาชีพโสเภณีถูกกฎหมายไหม แล้วจะยอมลงทะเบียนว่า ประกอบอาชีพนี้ไหม

แต่โลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีผู้หญิงไทยคนไหนอยากประกาศตัวเองว่า มีอาชีพขายตัวหรอก

แค่เริ่มโครงการก็ล่มแล้ว จึงไม่สามารถผลักดันอาชีพโสเภณีให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายไทยได้

คุณเคยเห็นโสเภณีออกมาประท้วงเรียกร้องให้อาชีพนี้ถูกกฎหมายไหม ?

ก็ในเมื่อเจ้าของอาชีพเขายังไม่อยากถูกกฎหมายเอง แล้วใครจะไปผลักดันทำให้ถูกกฎหมายได้อย่างไร

แล้วอย่าลืมว่า ถ้าโสเภณีกลายเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย เมื่อมีรายได้ดีก็ต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งคงไม่มีโสเภณีไทยคนไหนอยากเสียภาษีหรอก

ลองไปถามเสี่ยชูวิทย์ดูก็ได้ว่า โสเภณีระดับไฮคลาสมีรายได้เดือนละหลายแสนบาทต่อเดือนนะครับ

-----------------

กฎหมายใหม่ของฝรั่งเศส ปี 2557  ผู้ขายบริการทางเพศไม่ผิด แต่ผู้ซื้อบริการดันผิดกฎหมาย

ตกลงประเทศไหนตอแหลกว่ากัน ?? ระหว่างฝรั่งเศส กับ ไทย ?

ส่วนใครยังงง ว่า ทำไมกฎหมายฝรั่งเศสถึงเอาผิดคนซื้อบริการทางเพศ แต่กลับไม่เอาผิดคนขายบริการ

ผมขอแนะนำให้ไปอ่านในบทความของคุณโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ต่อแล้วกัน ตามลิงค์นี้ครับ จะได้รู้ที่มาที่ไปของกฎหมายใหม่ฉบับนี้

แนะนำอ่าน ต่อไปผู้ที่เที่ยวโสเภณีก็ผิดกฎหมายอาญาเหมือนกัน


-----------------------

ยกตัวอย่าง ก่อนทำไม่อาย หลังมีลูกดันอาย

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมได้เจอคลิปโคโยตี้เต้น อันนึงในเพจ youlike

โคโยตี้ ในคลิปแต่งตัวแบบรัดรูป คล้ายจะเป็นชุดบิกินี่เลยด้วยซ้ำ แถมเต้นยั่วยวนซะ สุดสะเด่าเลย ตามที่เรา ๆ ท่าน ๆ เคยเห็นกันนั่นแหละ

แล้วต่อมาก็มีคนมาโพสในคลิปนี้ของยูไลค์ว่า "เอาคลิปนี้ออกเถอะ เพื่อนของหนูอยู่ในคลิปนี้ ตอนนี้เพื่อนหนูมีลูกแล้ว เธออายมากที่เห็นคลิปนี้ มันตั้ง 4 ปีแล้วนะคะ เธอร้องไห้หนักมาก ขอร้องเถอะ"

ผมเลยตามไปที่เฟสของคนโพสเพื่อเสาะหาว่า เพื่อนของเธออยู่ในคลิปจริงหรือไม่ ?

แล้วผมก็เจอที่เธอคุยกับเพื่อนที่อยู่ในคลิปคนนั้น คือ มีรูปเพื่อนของเธอกำลังเลี้ยงลูก และอดีตโคโยตี้คนนี้ได้พูดคุยว่า "กูอายมาก ๆ เลยว่ะ นี่กูก็เลิกมาหลายปีแล้ว ไม่คิดว่ามันจะตามมาหลอนกูอีก"

เป็นไงครับ ได้ข้อคิดอะไรไหม ??

เรื่องที่ผมโพสนั้น ก็แค่อาชีพโคโยตี้เท่านั้นนะ เธอยังอับอายได้ขนาดนี้เมื่อเวลาผ่านไป และเลิกอาชีพนี้ไปแล้ว

ถ้าเป็นอาชีพโสเภณี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

แล้วที่สำคัญ ไอ้คนออกมาเรียกร้องให้อาชีพโสเภณีควรเป็นอาชีพถูกกฎหมาย ไม่ใช่คนที่มีอาชีพโสเภณีมาเรียกร้องหรอกครับ แต่เป็นไอ้พวกโลกสวยที่เสร่อออกมาเรียกร้องทั้งนั้น แล้วเคยไปถามโสเภณีเขาบ้างไหมว่า เขาอยากให้มึงมาช่วยเรียกร้องแทนพวกเขาไหมวะ ?


คลิกอ่าน ทำไมสาวอีสานรอรักผัวฝรั่งแก่ ๆ

คลิกอ่าน อั้ม เนโกะ โชว์โง่ เมื่อถูกอาจารย์ชมว่าเหมือนกะหรี่


วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

ข้อคิดเกณฑ์ทหาร จากมาริโอ้ ถึง ลูกชายเนวิน




ผมชอบการวางตัวของ มาริโอ้ เมาเร่อ ในวันเกณฑ์ทหารนะ เขาดูสำรวม ดูถ่อมตน และดูพยายามทำตัวให้ธรรมดาที่สุด (ยกเว้นเวลามีคนเรียกขอถ่ายรูป)

สีหน้าของมาริโอ้ เวลาจับได้ใบดำ สีหน้าของเขาก็เรียบเฉย ไม่แสดงอาการว่าดีใจอะไร เก็บอาการได้ดีน่าชื่นชม พอเห็นแบบนี้แล้ว ผมมองว่า มาริโอ้ กลับยิ่งเท่ ยิ่งได้ใจประชาชนจริง ๆ

ดูแล้ว มาริโอ้ นี่แหละสมเป็นลูกผู้ชายไทยตัวจริง ส่วนชื่อไทยของมาริโอ้ มีชื่อว่า นายณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์

อีกทั้งมาริโอ้ ก็ตอบคำถามนักข่าวได้ดี คือ โอ้ ตอบว่า "ทำใจไว้กลาง ๆ ถ้าโดนใบแดงก็ไม่เป็นไร ถือว่า ไปทำตามหน้าที่"

ใช่ครับ ตอบแบบนี้ยิ่งเท่ ยิ่งได้ใจคนไทยทั้งประเทศ สมกับที่ใคร ๆ ก็ยกให้เป็น วันมาริโอ้แห่งชาติจริง ๆ

เพราะวันที่มาริโอ้ เกณฑ์ทหารนี่แหละ ยิ่งทำให้ตอกย้ำว่า มาริโอ้ คือพระเอกเบอร์หนึ่งของไทยตัวจริง เสียงจริงในปัจจุบัน 



แต่ที่ผมชอบมากอีกคน ไม่ใช่ดาราดัง แต่เขาคือ ลูกชายคนโตของนายเนวิน ชิดชอบ ที่มาขอสมัครเป็นทหารบกทันที


นายไชยชนก ชิดชอบ

ขอบอกว่า ลูกชายเนวินเขาเจ๋งจริง ขนาดจบมาจากอังกฤษ ก็ยอมมาเป็นทหารเกณฑ์ได้

ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดจากที่ตามข่าว ทั้งพ่อและแม่ของเขาก็ไม่ได้มาในวันที่ลูกชายมาเกณฑ์ทหารด้วยนะ

เพราะวันเดียวกันนั้น ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะมีการเตะนัดสำคัญในตอนเย็นกับทีม กัมบะ โอซาก้า ในศึก ฟุตบอล AFC แชมเปี้ยนส์ลีก 2015

จึงทำให้นายเนวิน ประธานสโมสรบุรีรัมย์ กับภรรยา ที่เป็นผู้จัดการทีม คงโฟกัสไปที่เกมการแข่งขันมากกว่าเรื่องลูกชายไปเกณฑ์ทหาร (แต่ความจริงพ่อแม่ก็ห่วงลูกนั่นแหละ แต่ถ้าไปแสดงออกว่าห่วงมาก ๆ ตามไปดูแลลูกด้วย ในฐานะคนดัง ก็อาจทำให้คนอื่นมองในทางไม่ดีก็ได้)

เหตุที่ผมประทับใจมาก ก็เพราะ เขาเป็นลูกคนดัง ลูกคนสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ แต่กลับไม่มีพ่อแม่มาด้วย คือ ถ้าไม่บอกว่า นี่คือลูกชายเนวิน ก็ไม่มีใครรู้เลย เพราะเขามาแบบธรรมดาสามัญจริง ๆ

---------------

การเกณฑ์ทหาร คือ การสอนเรื่องความเท่าเทียมกันอย่างหนึ่ง

เพราะการเป็นทหารเกณฑ์นี่คือการสลายอีโก้ของลูกคนรวยได้ดีที่สุด เพราะไม่ว่าคุณจะรวยมหาศาลมาจากไหน หรือเป็นลูกคนใหญ่คนโตขนาดไหน พอมาเป็นทหารเกณฑ์แล้ว ก็คือ เท่าเทียมกันหมด

เพราะคุณจะได้มีเพื่อนเป็นลูกชาวนา ลูกชาวไร่ มีเพื่อนที่ไม่ได้ร่ำรวย ตรงนี้แหละคือ การบ่มเพาะความเท่าเทียมกันที่ถูกต้องที่สุด

พอคนรวย คนจน มาเป็นเพื่อนทหารรุ่นเดียวกัน มันก็จะสลายอีโก้ลงได้มาก ต้องมากินข้าวถาดหลุมเหมือนกัน นอนแบบไม่มีแอร์เหมือนกัน ฝึกแบบเดียวกัน นอนพร้อมกัน ตื่นพร้อมกัน และสำคัญที่สุดคือ แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน 

การผ่านการเกณฑ์ทหาร โบราณเขาว่า ได้กลายเป็นคนที่สุกแล้ว

เพราะอย่างการบวชพระ เดี๋ยวนี้ก็เริ่มไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าไหร่ เพราะบางคนบวชแค่ไม่กี่วันก็สึกแล้ว จึงไม่เป็นคนที่สุกแท้จริง

แต่การเป็นทหารเกณฑ์นี่สิ เท่ากับเป็นลูกผู้ชายที่สุกแล้วจริง ๆ

คลิกอ่าน โก๊ะตี๋ อารามบอย ต้องไปเกณฑ์ทหาร

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทักษิณ เสี่ยตัน ธัมมชโย เหมือนและแตกต่างกันตรงไหน





เราต้องยอมรับว่า สังคมไทย คนไทยจำนวนมากเป็นพวกชอบหลงใหลคนรวย

ขนาดคนไม่รวย แต่พอจะจัดงานบุญงานกุศล ขึ้นบ้านใหม่ บวชลูกชาย หรืออะไรต่าง ๆ ก็มักเต็มไปด้วยความอวดร่ำอวดรวย

ก็ในเมื่อรวยแล้วมีคนเกรงใจ รวยแล้วมีคนให้ความนับถือ ใคร ๆ ก็เลยอยากรวย หวังรวยจะได้มีหน้ามีตา

แต่เผอิญโอกาสจะรวยด้วยสติปัญญาและจากความพากเพียรมันยากและช้าเกินไป 

สุดท้ายคนไทยก็ลงท้ายที่หาทางรวยลัด ทั้งเล่นหวย เล่นอบายมุข คดโกง จนกระทั่งค้าสินค้าผิดกฎหมาย

คือถ้ารวยแล้ว รวยซะอย่าง มันก็คุ้มที่จะเสี่ยงทำผิด ทำชั่ว เพราะถ้ารวยแล้วเกิดเจอคนจับได้ หากมีเงินก็เอาเงินปิดปากไอ้พวกปากมากมันซะ

หรือถ้าโดนเจ้าหน้าที่รัฐจับได้ ก็ใช้เงินซื้อเจ้าหน้าที่ จ่ายใต้โต๊ะ ติดสินบนกันไป

แล้วถ้าติดสินบน ใช้เงินปิดปาก ยังไม่ได้ผล สุดท้ายก็จ้างมือปืนรับจ้าง มายิงฝ่ายตรงข้ามที่มันขัดขวางผลประโยชน์เรามันซะเลย จะได้จบ ๆ

ด้วยเหตุนี้นี่แหละอาชีพมือปืนรับจ้างในไทยถึงได้เฟื่องฟูตลอดมา

ตราบใดถ้ากระบวนการยุติธรรมของไทย ยังไม่ประหารพวกมือปืนรับจ้างหรือขังตลอดชีวิตจริง ๆ กลับยังปล่อยให้พวกนี้ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้งหลายหน จนติดคุกไม่กี่ปี ก็ออกจากคุกมาแล้ว

ตราบนั้นคนชั่วก็จะมีอำนาจในบ้านเมืองต่อไป ส่วนคนดีก็ไม่กล้าขัดขวางคนชั่ว เพราะใคร ๆ ก็กลัวตาย

-------------------

ทักษิณ ร่ำรวยจากสัมปทานรัฐ ทำกำไรขูดรีดคนไทยจากธุรกิจสัญญาณโทรศัพท์มือถือจนร่ำรวยรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มาเล่นการเมือง

"พี่จำลอง ผมรวยแล้ว ผมพอแล้ว ผมอยากรับใชับ้านเมือง"

หลังจากทักษิณตั้งพรรคของตัวเอง ก็เอาเงินไปเหมาซื้อ สส. ยกพรรค จากพรรคใหญ่ที่กำลังจะแพแตกของบิ๊กจิ๋ว

จนได้อำนาจรัฐมาอยู่ในมือแล้ว ก็ออกนโยบายดี ๆ ให้คนหลงรักมาสัก 1 อย่าง แต่ออกนโยบายเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อนให้ตัวเองและพวกพ้องสัก 10 อย่าง จนได้ใจประชาชนที่รู้ไม่ทันทักษิณจำนวนมาก

เมื่อได้รับการเลือกตั้งในสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนท่วมท้นจนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวก็ยังได้ ทักษิณก็เริ่มหลงระเริงในอำนาจที่ได้มา เริ่มซื้อองค์กรอิสระ  เริ่มซื้อ สว. เรื่อยไปจนถึงกระทั่งกล้าซื้อซื้ออัยการสูงสุด หรือแม้กระทั่งซื้อศาล (แต่ก็พลาดจนได้จากคดีถุงขนม 2 ล้าน)

แต่ก็นั่นแหละ คนไทยไม่ได้เห็นแก่เงินและประชานิยมทุกคน สุดท้ายทักษิณก็ถูกประชาชนที่รู้ทันทุนสามานย์ลุกฮือออกมาขับไล่

ผมคงไม่เท้าความมาก ขอเข้าเรื่องเลยว่า


ทักษิณ เสี่ยตัน ภาสกรนที ธัมมชโย เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ทักษิณ ปราศัยทำนองว่า เลือกพรรคของเขา ประชาชนจะร่ำรวยขึ้น คนจนจะหมดไปใน 6 ปี เพราะประชาธิปไตยกินได้ 

คนจนที่อยากรวย เพราะคิดแต่หวังพึ่งนักการเมืองมากกว่าคิดพึ่งสติปัญญาตนเอง และอยากได้ประชานิยม ก็เลยเลือกพรรคของทักษิณ

อย่างเช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่คนไทยจำนวนมากยกย่องทักษิณเหลือเกิน

ใช่ครับ นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดีแต่การบริหารจัดการยังมีข้อเสียอยู่มาก

สิ่งที่ประชาชนได้จากโครงการ 30 บาทนี้ ยังนับว่าน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับผลประโยชน์แอบแฝงที่ทักษิณได้จากนโยบายเอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง

เปรียบเสมือน ประชาชนได้ผลประโยชน์ปีละไม่กี่ร้อยบาทต่อคนโดยเฉลี่ยจากงบประมาณ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ทักษิณได้นับพันนับหมื่นล้านจากนโยบายผลประโยชน์ทับซ้อน หรือนโยบายเอื้อประโยชน์พวกพ้อง

ทั้ง ๆ ที่ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นเงินภาษีของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เงินของทักษิณเลยแม้แต่บาทเดียว

ที่สำคัญนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่บริการดีขึ้นได้จนปัจจุบัน ประชาชนได้สิทธิรักษาที่ดีขึ้น ก็มาในสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ และรัฐบาลอภิสิทธิ์นี่แหละครับ ที่พัฒนาจัดการให้ดีขึ้น คนในวงการสาธารณสุขต่างรู้กันดี (แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่อีกมากที่รอการปฏิรูป)

คลิกอ่าน การโกงระดับพื้นฐานของทักษิณ

-----------------------

ส่วนตัน ภาสกรนที ขายหวยผ่านฝาชาเชียว มอมเมาผู้คนด้วยของรางวัล จนกลายเป็นว่า ผู้คนที่ซื้อชาเขียว ไม่ได้หวังกินชาเท่ากับต้องการของรางวัล

ไม่เชื่อลองไปถามสาวกคุณตันดูสิ เช่นถ้าถามว่า ถ้าให้เลือกว่า ต่อไปรัฐห้ามชาเขียวแจกโชค แล้วราคาชาเขียวต้องเหลือขายขวดละ 8 บาทเท่านั้น กับชาเขียวยังแจกโชคแจกของรางวัลได้ แต่ยังขายขวดละ 16 บาทเหมือนเดิม ผู้คนจะเลือกอย่างไหนมากกว่ากัน ?

ผมมั่นใจว่า สาวกคุณตันชอบให้ชาเขียวขายขวดละ 16 บาทแต่แจกรถเบนซ์ แจกไอโฟน มากกว่าชาเขียวขายขวดละ 8 บาทแต่ไม่แจกอะไรเลย เชื่อไหม ?


ส่วนธัมมชโย มอมเมาผู้คนด้วยบุญกุศล สอนผู้คนว่า ทำบุญสามารถซื้อวิมานสวยงามในสวรรค์ได้ ทำบุญแล้วต่อไปจะเกิดมาเป็นมหาเศรษฐีทุกภพทุกชาติ

ผู้คนก็เลยแห่ไปทำบุญกับธัมมชโยกันใหญ่ จนธัมมชโยรวยมีเงินหลายแสนล้านแล้วมั้ง รวยที่สุดกว่ามหาเศรษฐีคนใดในประเทศนี้ เพียงแต่ว่า มันเปิดเผยไม่ได้

ถ้าคนไทยทำบุญแล้วไม่ได้อะไรเลย เช่น ไม่ได้ทำให้รวยขึ้น ไม่ได้ขึ้นสวรรค์ ไม่ได้มีวิมานอะไรทั้งนั้น ถามว่าผู้คนจะอยากมาทำบุญกับวัดธรรมกายหรือไม่ ?

ทั้งทักษิณ เสี่ยตัย และธัมมชโย ต่างใช้วิธีการมอมเมาคนโง่ไม่ต่างกันนัก เพราะทักษิณเมื่อได้อำนาจรัฐแล้ว ก็เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ผ่านนโยบายเอื้อประโยชน์พวกพ้องได้มากมาย

ส่วนเสี่ยตัน ก็ไม่ได้เอาเงินตัวเองมาแจกโชคให้ผู้คนจริง ๆ หรอก เพราะแท้ที่จริงของรางวัลที่นำมาแจกเหล่านั้น ก็คือกำไรเล็กน้อยที่ได้จากขายหวยฝาชาเขียวที่นำมาแจกโชค  

แต่กำไรส่วนใหญ่เข้ากระเป๋าเจ้ามือคือคุณตันแทน แต่ลูกค้าหวยกลับซาบซึ้งบุญคุณของคุณตัน แทนที่จะขอบคุณคนเสียหวยชาเขียวจากทั่วประเทศ

แต่คุณตัน เขาเป็นนักธุรกิจพ่อค้า การที่เขาจะทำเพื่อผลกำไรมากมายก็ไม่แปลก

ส่วนธัมมชโย นี่เลวที่สุด แอบอ้างพระธรรมคำสอนมาบิดเบือนให้ผู้คนหลงใหลในบุญ เกิดความโลภในบุญ ประหนึ่งการทำบุญคือการลงทุนชนิดหนึ่ง ผ่านกองทุนธัมมชโย

เมื่อท่านลงทุนในกองทุนธัมมชโยแล้ว ก็จะมีวิมานสวยหรูบนสวรรค์ชั้นต่าง ๆ รอคอยท่านให้ไปอยู่

นี่แม่ง หลอกลวงขั้นสูงเลยนะนั่น เพราะคนที่ทำบุญไม่ได้มีโอกาสไปเห็นวิมานบนสวรรค์อะไรนั่นจริง ๆ หรอก ว่ามีจริงหรือไม่ จะต้องอาศัยความหลงงมงายและต้องมโนตามล้วน ๆ

ขนาดประชานิยมทักษิณประชาชนยังมองเห็นได้ใช้ประโยชน์ หรือจะโชคจากหวยชาเขียวของคุณตันก็ยังสัมผัสโชคได้จริง ๆ

แต่ธัมมชโยฉลาดกว่าเลวกว่า เพราะมันหลอกสาวกไปว่า ถ้าใครอยากเห็นวิมานบนอากาศที่สร้างสมไว้ ก็ต้องฝึกวิชชาธรรมกายนะจ๊ะ จะได้ถอดธรรมกายไปดูวิมานด้วยตนเองเลยนะจ๊ะ

แต่ถ้าไปดูด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาตมาช่วยรับรองให้ได้ว่า มีทิพย์วิมานกันรึยัง สวยใหญ่โตแค่ไหน ขนาดวิมานใหญ่โตสวยงามตามกำลังเงินที่ทำบุญกับอาตมา

แน่นอน ผู้คนที่หลงใหลธรรมกายก็ย่อมเชื่อ เพราะหลงเชื่อว่ามันเป็นพระ ย่อมไม่โกหก

--------------

ทักษิณ เสี่ยตัน สมีธัมมชโย เหมือนกันและแตกต่างกันตรงไหน ?

คำตอบง่าย ๆ คือ ทั้งสามคนมีวิธีมอมเมาคนโลภคล้ายคลึงกัน จะต่างกันตรงที่

ทักษิณ ใช้ภาษีชาติมาซื้ออำนาจรัฐจากคนโลภ ด้วยประชานิยม ซึ่งคำว่า ประชานิยม นั้นต่างจากคำว่า "รัฐสวัสดิการ"

เสี่ยตัน มอมเมาคนโลภด้วยเงินของพวกบ้าหวยออกเบอร์รหัส จากการขายหวยใต้ฝาชาเขียวแล้วแบ่งกำไรเพียงน้อยนิด มาซื้อของรางวัลแจก เหมือนการขายหวยออกเบอร์

สมีธัมมชโย มอมเมาคนโลภด้วยบุญ หลอกคนมาทำบุญซื้อสววรค์ ซื้อวิมานสวยหรูในอากาศ และซื้ออนาคตเศรษฐีในภพหน้า

สุดท้ายทั้งสามคนร่ำรวยมหาศาล จากเงินของพวกโง่และโลภเอง แถมพวกโง่และโลภยังกลายเป็นสาวกที่หลงใหลได้ปลื้ม ศรัทธา ทั้งสามคนอีกด้วย


ทักษิณ ซุกหุ้นเพื่อเลี่ยงกฎหมายไว้กับคนรับใช้ เลขา คนขับรถ แล้วบอกว่า ผมบกพร่องโดยสุจริต

เสี่ยตัน ภาสกรนที ขายโออิชิให้เบียร์ช้าง สัญญาว่าจะไม่ทำกิจการชาเขียวเพื่อมาแข่งกับเจ้าสัวเจริญแน่นอน จะไปทำอย่างอื่น แต่สุดท้าย ต้องโกหก ถุยน้ำลายรดฟ้า

สมีธัมมชโย ยึดครองที่ดินวัดร่วม 10 ปี พอโดนคนฟ้องร้อง ก็เลยต้องนำมาคืนวัด เพราะเกรงความผิดอาญาถึงติดคุก อ้างว่า ไม่ปาราชิกเพราะคืนทรัพย์ให้วัดแล้ว

ขึ้นชื่อว่า คนสันดานโกหก ไม่ทำชั่วย่อมไม่มี


คลิกอ่าน ทักษิณ และ ปตท. สันดานเดียวกัน

คลิกอ่าน เมื่อผมเลิกนับถือวัดธรรมกาย

------------

หมายเหตุ กรณีทักษิณ กับธัมมชโย ผู้คนมองเห็นความชั่วได้ง่าย 2 คนนี้เลวชัดเจน

แต่กรณีเสี่ยตัน คุณตันไม่ใช่คนเลว เพียงแต่มีคนจำนวนน้อยที่มองไม่เห็นภัยที่แอบแฝงในกลยุทธ์น้ำหวานอาบยาพิษแบบนี้

ฉะนั้นคุณต้องอ่านบทความของผมอีกหลาย ๆ บทความก็อาจจะเข้าใจ ไปหาเอาเถอะมีไม่ต่ำกว่า 5 บทความที่ผมเขียนเกี่ยวกับกลยุทธ์ของคุณตัน

เหตุเพราะคนไทยจำนวนมาก แยกแยะกลยุทธ์การตลาดกับการมอมเมาด้วยอบายมุขไม่ออก

ตามไปที่ลิงค์บทความด้านล่างคือบทความล่าสุดที่ผมเขียน จะมีลิงค์อีกหลายบทความแนบอยู่ท้ายบทความ

คลิกอ่าน ใครแจกเบนซ์กันแน่ ระหว่างคุณตัน กับคอหวยใต้ฝา

-->

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

การก้มหัวแนบพื้นของอารางากิ ยูอิ ในภารกิจพิชิตฝัน




ผมเคยเขียนอธิบายเรื่อง การกราบของคนไทย เปรียบเทียบกับการก้มหัวแนบพื้นของคนญี่ปุ่น ไว้ในบทความเรื่อง ความโง่ของปวิน ชัชวาลพงษ์พันธ์ ตุ๊ดไร้ศาสนา ใจบาป ไร้วัฒนธรรม

ซึ่งคนไทยมักกราบในสิ่งที่เราเคารพหรือคนที่เราเคารพอย่างสูง เช่น กราบพ่อแม่ กราบครูบาอาจารย์ หรือกราบผู้มีพระคุณ

คนญี่ปุ่นเขามีวัฒนธรรมการก้มหัวในระดับต่าง ๆ เช่น แต่การจะก้มมากก้มน้อยก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญในแต่ละเรื่อง

ช่วงหลัง ๆ ถ้าผมดูละครญี่ปุ่นแล้วได้เห็นฉากที่คนญี่ปุ่นก้มหัวขอโทษ หรือขอบคุณ หรือขอร้องครั้งใด ผมมักจะเก็บมาเล่าในเฟสบุ๊คของตัวเองเสมอ

ถ้าใครที่ชอบดูซีรีย์ญี่ปุ่น และซีรีย์เกาหลีใต้ ก็จะเห็นวัฒนธรรมการก้มหัวเพื่อขอร้อง ขอโทษ และขอบคุณ อยู่บ่อยครั้ง

อย่างล่าสุดในซีรีย์เรื่อง ภารกิจพิชิตฝัน หรือ Public Affairs Office in the Sky ที่ อารางากิ ยูอิ แสดงนำ มีฉากนึงในตอนที่ 2 เธอได้คุกเข่าแล้วก้มหัวแบบในรูปนี้






http://imgur.com/IuZZNJ3,nYUNPrF,zFHVzdG,rW8RS7o#0


คือสาเหตุที่นางเอกต้องก้มหัวตามรูป ก็เพราะว่า เธอได้ทำสกู๊ปรายการชิมอาหาร แต่เธอได้ทำไปแบบลวก ๆ เพราะไม่ได้อยากจะมาทำตั้งแต่แรก

แต่พอเธอได้เข้าใจว่า แม้แต่รายการชิมอาหาร หลังได้ค้นพบว่างานทุกอย่างล้วนแต่มีคุณค่าและความสำคัญในตัวมันเองทั้งสิ้น

แม้แต่ร้านอาหารที่เธอไปทำรายการ หากได้รู้ถึงที่มาที่ไปของร้านอาหารเล็ ๆ ที่มีอายุกว่า 60 ปีแห่งนี้ ได้รู้ถึงรสชาติอาหารว่าทำไมเจ้าของร้านต้องทำให้มีรสชาติแบบนี้นี้ หรือแม้แต่เครื่องเคียงที่กินคู่กันด้วยมีความสำคัญอย่างไร

รายการอาหารที่ว่าไม่ค่อยน่าสนใจ ก็จะเป็นรายการที่น่าสนใจและมีคุณค่าขึ้นมาทันที

ดังนั้นก่อนที่รายการชิมอาหารเทปนี้จะออกอากาศเพียงไม่กี่นาที นางเอกได้รีบนำเทปรายการและบทรายการใหม่รีบมาให้ผู้กำกับรายการเพื่อขอร้องให้เขาเปลี่ยนเทปใหม่ทั้งหมดแทนเทปเก่าที่เธอได้ทำไปแบบไม่ค่อยตั้งใจ

ทีแรกผู้กำกับรายการจะไม่ยอม แต่นางเอกผู้เคยหยิ่งทนงและคิดว่าตัวเองฉลาดมาตลอด ได้ลดความยโสโอหังลงและคุกเข่าก้มลงหัวจรดพื้นเพื่อขอร้องผู้กำกับให้ช่วยเปลี่ยนเทปรายการใหม่ด้วย

โดยเธอสัญญาว่า ถ้ารายการออกมาไม่ดี เธอพร้อมจะลาออกทันที

แต่สุดท้ายรายการนำเสนอออกมาได้ดีมาก

--------------------

สำหรับผม คนเราเมื่อคิดว่าตัวเองสูงส่ง จิตใจมักไม่สูงตาม แต่เมื่อใดที่ลดอัตตาตัวเองลงได้ว่า ตัวเราก็ไม่ได้เหนือกว่าใคร ดีเด่นกว่า หรือถ้าเราสามารถก้มหัวและยกย่องใครที่เหนือกว่าเราได้

ผมว่า เราได้ลดอัตตาของเราลง และได้ยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้นตามไปด้วย

เพราะผู้จิตใจสูงมักอ่อมน้อมถ่อมตน เหมือนในวัฒนธรรมการก้มหัวของคนญี่ปุ่นนั้น ได้มีส่วนทำให้ประเทศเล็ก ๆ อย่างญี่ปุ่น โดยคนญี่ปุนจึงเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ชาติหนึ่งของโลก




----------------

อีกตัวอย่างจากซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง มิตะ แม่บ้านพันธุ์แปลก


http://imgur.com/4d1aJDl

เมื่อลูกชายคนโต (เสื้อเหลือง) สั่งแม่บ้าน(พันธุ์แปลก)ไปพ่นสีสเปรย์ใส่บ้านป้าปากมากข้างบ้าน

ป้าข้างบ้านเลยเรียกตำรวจมาจับลูกชายคนโต

พ่อก็เลยคุกเข่าก้มหัวแนบพื้นขอโทษป้าข้างบ้านว่า อย่าเอาเรื่องลูกชายเขาเลย



วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

การใช้มีดหั่นผัก หั่นเนื้อ หั่นอาหารอย่างถูกวิธี




เนื่องจากก๋งของผมเคยเป็นกุ๊ก หรือ ผู้ทำอาหาร หรือ ผู้ช่วยเชฟ ในวังของเจ้านายชั้นสูงพระองค์หนึ่งมาก่อน ก่อนที่ก๋งจะลาออกมาทำงานข้างนอก

ความรู้เรื่องการทำอาหารของก๋งผมจึงมีติดตัวมาพอตัว ทั้งอาหารจีน และอาหารฝรั่ง

สมัยผมเด็ก ๆ อายุไม่เกิน 10 ขวบ ผมได้รับความรู้เรื่องการใช้มีดหั่นมาจากแม่ของผม ซึ่งก๋งผมก็สอนแม่มาอีกที ก็คือ เรื่องการใช้มีดหั่นอาหาร เช่น หั่นผัก หั่นเนื้อ

ผมไม่ได้เป็นคนหั่นเก่งหรอก แต่อย่างน้อยก็พอรู้ว่า ใช้มีดหั่นอย่างไรให้ถูกวิธี ไม่ให้มีดบาดเอานิ้วตัวเอง

ดังนั้นเวลาที่ผมเห็นใครใช้มีดหั่นไม่ถูกต้อง ผมจะรำคาญตามาก เพราะกลัวว่ามีดจะหั่นนิ้วเขาเข้า ผมเลยจะต้องสอนเขาทันที แต่เขาจะเชื่อหรือไม่ ก็แล้วแต่

วิธีวางนิ้วในการใช้มีดหั่น เราต้องจัดวางนิ้วในลักษณะงุ้ม เพื่อหลบใบมีดที่อาจจะเฉือนโดนนิ้วเราได้ ตามรูปนี้ครับ

การวางนิ้วในลักษณะงุ้ม


สังเกตใบมีดจะไม่เฉือนโดนนิ้วแน่นอน เพราะมีส่วนกลางของนิ้วคอยค้ำมีดเอาไว้และคอยนำทางในการหั่น




หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคุณผู้อ่านนะครับ

เพราะผมเคยโพสเรื่องนี้ลงเฟสบุ๊ค จึงได้รู้ว่า มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้วิธีวางนิ้วที่ถูกต้องในการใช้มีดหั่นอาหาร



วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ ลอนดอน vs กรุงเทพฯ ปี 58




เมื่อปี 2555 ผมเคยเขียนบทความเรื่อง เป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ สาขาไทยแพงกว่าที่อังกฤษ แต่เสียดายมีบางรูปที่ผมลงในบทความเกิดล่มไป (ไว้จะค้นรูปเก่ามาลงใหม่)

ผมเลยอยากจะอัพเดทราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ในปี 2557 ต่อ 2558 อีกสักครั้ง

เป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ที่ลอนดอน เคยได้รับการยกย่องจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ของอังกฤษว่าเป็น เป็ดย่างที่ดีที่สุดในโลก "The best roast duck in the world"



ก็อย่างว่านะ นิตยสารของอังกฤษก็ต้องอวยอาหารในบ้านตัวเองว่าดีเลิศที่สุด แต่มีฝรั่งหลายคนที่เขียนรีวิวรสชาติเป็ดโฟร์ซีซันส์ลอนดอน มีหลายคนสงสัยว่า นี่หรือเป็ดที่ดีที่สุดในโลก ??

ดังนั้นบทความผมจึงไม่ใช่รีวิวรสชาติ แต่รีวิวเรื่องราคาครับ เพราะเรื่องรสชาติมันทางใครทางมัน

ร้าน Four Seasons Chinese Restaurant ในลอนดอน ประเทศอังกฤษมีทั้งหมด 3 สาขา โดยมีสาขาแรกอยู่ที่ย่าน Queensway



ตามมาด้วยสาขา Gerrard Street



และสาขาถนน Warder Street




เมื่อปี 2555 ราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ที่อังกฤษ จะขายราคาตัวละ 20.80 ปอนด์ คือราคาประมาณ 1,040 บาท เท่านั้น ซึ่งขายถูกกว่าเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ที่เมกาบางนา ที่ขายตัวละ 1,100 บาท จนผมต้องนำมาเขียนเป็นบทความแรกว่า ทำไมค่าครองชีพอังกฤษสูงกว่าไทยหลายเท่า แต่ราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นกลับขายในราคาถูกกว่าสาขาในไทยได้ ??

ผ่านมา 2 ปี เท่านั้น ผมลองไปเช็คราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ที่ลอนดอนอีกครั้ง พบว่าได้มีการปรับราคาเพิ่มอีกเป็นตัวละ 22 ปอนด์ หรือราคา 1,200 บาท เท่านั้น




This photo of Four Seasons Chinese Restaurant - Chinatown is courtesy of TripAdvisor


คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ส่วนเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์สาขาในไทย ทั้งที่สาขา สยามพารากอน หรือ เมกาบางนา ปัจจุบันราคาตัวละ 1,180 บาท ถ้าครึ่งตัวราคา 650 บาท

เป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ที่ไทย ตัวละ 1,180 บาท


ครึ่งตัว 650 บาท


เท่ากับว่า ราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์สาขาออริจินอลที่ลอนดอน เปรียบเทียบกับสาขาที่เมืองไทย ราคาต่างกันแค่ 20 บาทเท่านั้นโดยประมาณ

รายได้ขั้นต่ำคนอังกฤษ ล่าสุดที่เพิ่งปรับขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา อยู่ที่ชั่วโมงละ 6.5 ปอนด์ (หรือ 325 บาท) หรือ 2,600 บาท/วัน

เท่ากับว่า ด้วยค่าแรงขั้นต่ำอังกฤษ คนอังกฤษทำงาน 1 วัน จะสามารถซื้อ เป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ได้วันละ 2 ตัว

ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำคนไทยวันละ 300 บาท ต้องทำงานถึง 4 วัน ถึงจะได้ซื้อเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์สาขาในไทยได้ 1 ตัว (1,180 บาท)

ถ้ามองในแง่ดี ก็คงคิดว่า ก็ไม่ต้องบินไปถึงลอนดอน ก็ได้กินเป็ดย่างโฟร์ซีซันในราคาแแพงกว่าลอนดอนนิดหน่อย (แต่ใช้วัตถุดิบเป็นเป็ดในบ้านเรานี่แหละ)




ผู้ติดตาม