WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

สัทสุมะแตกเป็นก๊ก 4

atsuhime 4



อ่านเจ้าหญิงอัตสึ ที่รัก (3)



ในบทความที่แล้ว ผมได้เกริ่นให้รู้จักครอบครัวตระกูลโอคุโบะของท่านโชสุเกะ โอคุโบะไปบ้าง แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ผมประทับใจในครอบครัวท่านโอคุโบะ เพราะประเด็นสำคัญอยู่ในตอนนี้ครับ

หลังจากท่านนาริอากิระรับตำแหน่งเจ้าแคว้นสัทสุมะคนใหม่ ทำให้ครอบครัวท่านโอคุโบะก็มีหวังมากขึ้นที่จะได้รับการอภัยโทษจากท่านนาริอากิระ

"ท่านทาดาตาเกะ" หรือท่านพ่อของโอคัตสึก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งในโอกาสเช่นนี้ด้วย และวันนี้ที่บ้านอิไมสุมิ(บ้านโอคัตสึ)ก็จะมีการเลี้ยงฉลองกัน แต่ขณะเดียวกัน โอคัตสึกลับแอบหนีพี่เลี้ยงไปเยี่ยมบ้านของท่านโอคุโบะ แถมยังหยิบเหล้าและปลาไทราคาแพงๆที่บ้านตัวเองติดไม้ติดมือไปฝากด้วย



ณ.ที่บ้านท่านโอคุโบะ นาโอโกโร่เพื่อนสนิทของโอคัตสึก็กำลังนั่งคุยกับท่าน คิชิโนสุเกะ ไซโก เพื่อนของท่านโอคุโบะอยู่ ระหว่างนั้นเองโอคัตสึก็มาถึงโดยมิได้นัดหมาย ทำเอานาโอโกโร่ถึงกับสะดุ้ง! (การมาเยี่ยมผู้อยู่ระหว่างถูกลงโทษแถมตระกูลต่ำกว่า ผู้มาเยี่ยมอาจมีโทษได้)

"ขอเข้าไปได้ด้วยมั้ยจ๊ะ" โอคัตสึตะโกนมาแต่ไกล

"มาอีกแล้ว!!!" นาโอโกโร่ มีสีหน้ากังวล

"อ้าว!ท่านนาโอโกโร่มาที่นี่เหมือนกันเหรอ?"

"แล้วท่านล่ะ...นึกยังไงมาทำไมที่นี่?"

"ก็มาฉลองน่ะสิ... อ๊ะ! ท่านแม่! สวัสดีค่ะ" โอคัตสึกก็เรียกท่านแม่ของท่านโอคุโบะว่า ท่านแม่!

"นี่ของขวัญ.. มีเหล้ากับปลาไทมาฝากด้วยจ้ะ"

โอคัตสึยกของขวัญให้ดู และรีบเข้าไปในครัวทันที ซึ่งท่านแม่ของท่านโอคุโบะก็รีบตามโอคัตสึเข้าไปในครัวทันทีเช่นกัน (ท่านแม่ของท่านโอคุโบะชื่อ "ฟุขุ" )

ท่านแม่ฟุขุ "คุณหนู... ขออภัย!เจ้าค่ะ ของแพงปานนี้ เราไม่คู่ควรหรอกเจ้าค่ะ"

"ไม่ต้องคิดมากหรอก ที่บ้านข้าเลี้ยงน่ะ"

"แต่ว่า..." ท่านแม่ฟุขุยังพูดไม่ทันจบ น้องสาวทั้งสองคนของท่านโอคุโบะก็โผล่เข้ามาในครัว มาพร้อมเสียงทักทายและยิ้มแย้มแก่โอคัตสึ ทำให้ท่านแม่ฟุขุเลยต้องหยุดพูดไป ทั้งๆที่สีหน้าท่านแม่ไม่ยังสบายใจเลย!?!

หลังจากปลาไททำเสร็จ เพื่อนฝูงหลายคนของท่านโอคุโบะที่มาเยี่ยมเยียนบ้านท่านโอคุโบะด้วย ก็ร่วมกันรับประทานอาหารกัน แต่ท่านโอคุโบะและโอคัตสึกับนาโอโกโร่ไม่ได้ร่วมทานอาหาร แต่ก็นั่งร่วมพูดคุยอยู่ด้วยกัน

สักพักโอคัตสึก็ลุกออกไปด้านหลังบ้านเพื่อไปพูดคุยกับน้องสาวของท่านโอคุโบะ ระหว่างพูดคุยบังเอิญสายตาของโอคัตสึก็เหลียวไปเห็นโครงพัดที่วางผึ่งไว้

"นี่อะไรเหรอ?"โอคัตสึถาม

"พัดเจ้าค่ะ ทำไว้ไปขายเจ้าค่ะ"น้องสาวท่านโอคุโบะชื่อ"สุมะ"ตอบ พร้อมหยิบโครงพัดส่งให้โอคัตสึดู

โอคัตสึพินิจดูแล้วถามว่า "แล้ว...ทำยากขนาดนี้ ขายอันเท่าไหร่ล่ะ?"

"10อัน ได้ 1มน เจ้าค่ะ"

"10อัน ได้แค่1มนเท่านั้นเองเหรอ?" โอคัตสึได้ยินถึงกับมีสีหน้างง!ขึ้นมาทันใด

"ทำได้100อันถึงจะซื้อข้าวได้1โก เจ้าค่ะ"

"ตั้ง100อัน เชียวเหรอ.." โอคัตสึตะลึงกับราคาพัดอันน้อยนิด ที่ซื้อข้าวก็ได้ไม่มาก

จากตรงนี้แม้ผมจะไม่รู้ว่า หน่วยเงินและหน่วยตวงข้าวของญี่ปุ่น แต่เข้าใจจากเรื่องที่ละครต้องการจะสื่อว่า น้องสาวท่านโอคุโบะทำพัดซึ่งทำได้ยากพอควรไปขายได้เงินน้อยมากๆ ทำให้ผมคิดไปถึงเรื่องราวของเด็กสาวไทยคนหนึ่งที่รายการคบเด็กสร้างบ้าน ทางช่อง7 ได้พาไปดู

เด็กสาวยากจนคนนี้ ที่หารายได้พิเศษด้วยการทำแปรงขัดพื้นขนทองเหลือง โดยที่เด็กสาวคนนี้รับเอาที่จับแปรงมา แล้วเธอมีหน้าที่ตัดลวดทองเหลืองเป็นเส้นเล็กๆสั้นๆ แล้วจึงนำขนใส่ยัดเข้าไปในด้ามแปรงทีละเส้น ทีละเส้น ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอควรซึ่งทำได้ช้า เพราะกว่าจะใส่ขนทองเหลืองได้เต็มแปรงทั้งแปรงก็น่าจะต้องตัดลวดมากมายหลายสิบเส้น

และคุณผู้อ่านทราบมั้ยครับว่า เด็กสาวคนนี้ได้ค่าทำแปรงขนทองเหลืองอันละเท่าไหร่ ไม่น่าเชื่อครับ เธอได้ค่าทำ อันละ 25สตางค์เท่านั้น ซึ่งแปรงๆหนึ่งจะใช้เวลาทำไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่งโมงจึงเสร็จ

************************

ส่วนหนึ่งของความประทับใจในเจ้าหญิงอัตสึ (ต่อจากตอนที่แล้ว)

โอคัตสึได้ยืนเรื่องราวในความลำบากในการดำรงชีพของครอบครัวท่านโอคุโบะแล้ว โอคัตสึหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจเข้าไปในครัวเพื่อไปหาท่านแม่ของท่านโอคุโบะ ซึ่งก็กำลังทำอาหารอยู่

"คือว่า... ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมจ๊ะ" โอคัตสึถาม แต่สีหน้าปนเศร้าๆ

"เจ้าค่ะ.. ถามอะไรหรือเจ้าคะ" ท่านแม่ฟุขุหันมาตอบ

โอคัตสึยังไม่ได้ถามต่อในทันที แต่กลับดึงปิ่นปักผมออกมา แล้วยื่นปิ่น(ด้วย2มือ)แก่ท่านแม่ฟุขุ

"นี่น่ะ เอาไปใช้ได้หรือเปล่า?"

"อะไรหรือเจ้าคะ?"

"ได้ยินว่าทำพัดขายได้เงินนิดเดียวเอง ต้องรอท่านพ่อกลับมาลำบากแย่เลย เอานี่ไปขายเถอะ"

ท่านแม่ฟุขุได้ยินดังนั้น สีหน้าท่านแม่ก็เคร่งครึมขึ้น แล้วท่านแม่ก็นั่งคุกเข่าลงพร้อมก้มหน้าลงประหนึ่งเหมือนจะขอโทษ โอคัตสึเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงตามอุทาน "ท่านฟุขุ!"

"ขอภัยเจ้าค่ะ.... สิ่งนี้.. ข้ารับไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ" และท่านแม่ฟุขุเงยหน้าแล้วพูดว่า

"ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านดี.. น้ำใจเมตตาของท่าน จะซาบซึ้ง..อยู่ในใจข้าเสมอ"

และระหว่างนั้น ทั้งท่านโอคุโบะ ท่านไซโก นาโอโกโร่และเพื่อนๆของท่านโอคุโบะทุกคน ก็เดินเข้ามานั่งฟังคำพูดของท่านแม่ฟุขุ เช่นกัน

"แต่ว่า นี่เป็นของที่ท่านพ่อ ท่านแม่.. ซื้อให้แก่ท่านโดยเฉพาะ ข้า..ไม่สมควรรับไว้เจ้าค่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอก ถ้าจะเป็นประโยชน์ได้นิดหน่อย ทั้งสองท่านคงดีใจที่สุด"

ท่านแม่ฟุขุค่อยๆเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง และค่อยๆกลับมานั่งในท่าปกติ แล้วพูดต่ออีกว่า

"ถ้าอย่างนั้น ข้าขอพูดตรงๆเจ้าค่ะ"

"พวกเราไม่ใช่ขอทานนะเจ้าค่ะ"

"ข้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย" โอคัตสึตกใจในคำพูดของท่านแม่ฟุขุ

ท่านแม่ฟุขุ รีบก้มหัวขอขมา "ขออภัยที่พูดแรงไป แต่ว่าพวกข้ามีจิตใจละเอียดอ่อนเจ้าค่ะ.. ถึงจะอยู่ในตระกูลที่ต่ำต้อยกว่าท่านและท่านคิโมสึกิ(นาโอโกโร่)ก็ตาม"

"ข้า.. พวกเราก็มีศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิตเหมือนกันนะเจ้าคะ ตอนนี้สามีถูกปล่อยเกาะ ลูกชายต้องโทษ ถึงกระนั้นก็ยังเชื่อว่าพวกเขาทำถูกแล้ว กำลังรอวันรับอภัยโทษ"

"เราจะดิ้นรน ทำพัดถูกๆต่อไปจนกว่าพวกเขาจะพ้นโทษ เราไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีหรอกเจ้าค่ะ... เรื่องนี้ขอให้ท่านความกรุณาเข้าใจด้วยเถอะเจ้าค่ะ"

"เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจดี" โอคัตสึตอบด้วยสีหน้าอ่อนโยนแฝงรอยยิ้ม

"ท่านเจ้าคะ นับแต่นี้ไป อย่าได้ทำเช่นนี้อีก ขอให้การมาที่นี่ในวันนี้เป็นครั้งสุดท้าย!"

ในขณะนั้นสีหน้าโอคัตสึเริ่มเปลี่ยน

"น้ำใจของท่าน.. ข้าจะจำไว้ตลอดชีวิต ขอบพระคุณอย่างยิ่งเจ้าค่ะ" ท่านแม่ฟุขุ พูดจบก้มหัวคาราวะแก่โอคัตสึ

โอคัตสึนิ่งเงียบมองไปที่ท่านแม่ฟุขุ และทุกคนในบ้านที่ฟังอยู่ต่างรู้สึกเข้าใจในคำพูดของท่านแม่ ความรู้สึกในสีหน้าของทุกคนตรงช่วงเหตุการณ์นี้ ผมไม่รู้จะอธิบายให้คุณผู้อ่านเห็นภาพยังไงถูก งั้นดูเอาเองเลยครับ (ท่านโอคุโบะมีหนวดระหว่างถูกลงโทษ)





หลังจากนั้นโอคัตสึก็เดินอย่างซึมๆออกจากบ้าน นาโอโกโร่จึงตามออกมาด้วย แต่ไม่ทันไปไกล

"ได้โปรดหยุดก่อน" ท่านโอคุโบะเรียกทั้งคู่

"ท่านโอคุโบะ" นาโอโกโร่หันมาตามเสียงเรียก โอคัตสึก็หยุดและหันตาม

ท่านโอคุโบะวิ่งออกมาพร้อมกับรีบนั่งคุกเข่าลง โอคัตสึจึงเดินกลับมาหา

"ยกโทษให้แม่ข้าเถอะ แม่ข้าก็มีเหตุผลของท่าน" ท่านโอคุโบะกล่าว

โอคัตสึนั่งลงและพูดว่า "ข้าเข้าใจ เข้าใจดีเชียวล่ะ"

และท่านไซโกก็ตามออกมาคุกเข่าสบทบกับท่านโอคุโบะอีกคน และท่านโอคุโบะก็พูดต่อ

"ข้าน่ะ จะไม่ลืมน้ำใจของท่านทั้งสองคนเลย ระหว่างที่ต้องโทษมีคนไม่กลัวภัยมาถึงตัว กล้ามาเยี่ยมข้าตั้งหลายหน ซึ่งก็มีแต่ท่านทั้งสองกับท่านไซโกเท่านั้น"

"ถ้าท่านทั้งสองกับท่านไซโกมีอะไรเดือดร้อน ข้าโอคุโบะคนนี้จะขอถวายชีวิตช่วยพวกท่านเอง ที่อยากจะพูดก็มีอยู่เท่านี้...... วันนี้ขอลาก่อน" พูดจบทั้งท่านโอคุโบะกับท่านไซโกก็ลุกขึ้นและเดินเข้าบ้านไป

(เพื่อนๆซามุไรระดับต่ำของท่านโอคุโบะที่กำลังอยู่ในบ้านท่านโอคุโบะในขณะนี้ ที่ไม่ได้ตามออกมาด้วย ไม่เคยมีใครเคยมาเยี่ยมท่านโอคุโบะก่อนหน้านี้เลยสักคน ยกเว้นท่านไซโกคนเดียว)


โอคัตสึลุกขึ้นตาม และมองไปยังบ้านท่านโอคุโบะพร้อมกับรอยยิ้มในความซาบซึ้งและประทับใจ

"เขาเป็นคนดีจังเลยนะ" โอคัตสึ

"ใช่"นาโอโกโร่

เมื่อโอคัตสึกลับมาถึงบ้าน ก็โดน"คิขุโมโตะ"พี่เลี้ยงโอคัตสึดุเป็นพิธีพอสมควร ต่อมาโอคัตสึมีโอกาสได้ถามความหมายของคำว่า "ศักดิ์ศรี"กับท่านแม่"โอยุกิ"ของตน

"ท่านแม่... คำว่าศักดิ์ศรีคืออะไรรึคะ?"

"ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ... มันหมายถึง สิ่งที่คนภาคภูมิใจ สิ่งที่คนจะดำรงชีวิตอย่างนับถือตนเองได้น่ะ" ท่านแม่โอยุกิตอบ

โอคัตสึนิ่งไป เพราะเริ่มรู้สึกเศร้า

"วันนี้ ข้าทำลายมันไปเสียแล้ว ศักดิศรีของคนๆนึง(หมายถึงท่านแม่ของท่านโอคุโบะ) ถูกทำลายเสียยับเยิน" โอคัตสึกล่าวด้วยน้ำตาคลอ

"ใครคนนั้น เป็นคนอ่อนแอรึ" ท่านแม่ถาม

"ไม่ใช่ค่ะ ทั้งบ้านเขา..อยู่กันอย่างเข้มแข็งค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น ศักดิ์ศรีของเขาก็ไม่ได้ถูกทำลายหรอก สิ่งที่คิดว่าถูกทำลายก็คือ ความหยิ่งทระนง..ของเจ้าเอง"

"หยิ่งทระนง" โอคัตสึก็หยุดคิด

"จริงด้วย" สีหน้าโอคัตสึเริ่มยิ้มออกมา "จริงๆด้วย"

"ข้าน่ะ ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นชาวสัทสุมะ ในสัทสุมะมีผู้หญิงเยี่ยมยอดเยอะจริงๆเลย เช่นคนๆนั้น(ท่านแม่ของโอคุโบะ) ท่านแม่ และคิขุโมโตะ"

"ข้าด้วยเหรอเจ้าคะ" คิขุโมะโตะพี่เลี้ยงวัยไม้ใกล้ฝั่งของโอคัตสึถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ

โอคัตสึยิ้มรับ!! และทั้งท่านแม่และคิขุโมโตะต่างอมยิ้มเช่นกัน

**************************

เจ้าหญิงอัตสึในบทความตอนนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีของครอบครัวซามุไร แม้กระทั่งท่านแม่ของท่านโอคุโบะจะเป็นแค่หญิงแม่บ้านแห่งตระกูลยากจน แตศักดิ์ศรีสามารถมีได้ในทุกชนชั้น

หากเรามองด้วยสายตาของคนที่เห็นแก่เงินเห็นแก่ปากท้องตัวเองสำคัญกวาศักดิ์ศรีของตน แบบที่คนไทยหลายคนในสมัยนี้นิยม เราจะไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงได้เจริญอย่างเข้มแข็งมาจนถึงทุกวันนี้ครับ
.
อ่านเจ้าหญิงอัตสึ ที่รัก(5)
.


.
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม