วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

พายุฎีกา 93

atsuhime 93


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 92



หลังปีใหม่วันที่8ม.ค.ปีอันเซที่5 ท่านฮตตะได้มาลาท่านคุโบเพื่่อออกเดินทางไปเกียวโต เพื่อไปทูลขอสมเด็จพระจักรพรรดิเพื่อขอพระราชานุญาตเรื่องการทำสัญญากับชาติตะวันตก

อีกด้านหนึ่งหลังจากไปมอบจดหมายลับให้แก่ท่านมิไดแล้ว
ท่านไซโกก็ได้รับคำสั่งจากท่านนาริอาคิระให้ไปขอความช่วยเหลือหาผู้ที่สนับสนุนท่านโยชิโนะบุ และคนแรกที่ได้ไปพบ ก็คือท่านโยชินางะเจ้าแคว้นเอชิเซ็น

ซึ่งท่านโยชินางะจึงเล่าให้ท่านไซโกฟังว่า ตอนนี้ท่านอีก็ใช้ให้ท่านฮตตะไปเกียวโตเพื่อหาคนสนับสนุนท่านโยชิโตมิแห่งคิชูเช่นกัน

ท่านโยชินางะก็เลยสั่งการให้ท่านไซโกและท่าน
ชะไนคนสนิทของท่าน รีบไปเกียวโตเพื่อหาทางขัดขวางฝ่ายโน้นให้ได้

ส่วนทางท่านอี นาโอสุเกะ ก็คาดการณ์ได้แม่นยำว่าทางฝ่ายสนับสนุนสายฮิโตะสึบาชิจะต้องไปที่เกียวโตแน่

ท่านอี จึงสั่งการให้ลูกน้องคนสนิทชื่อ
นางาโนะ ไปหาขุนนางระดับสูงชั้นคุเงะ คือท่านอัครเสนาบดีฝ่ายขวาคุโจ ฮิสะทาดะ (ทุกครั้งถ้าเห็นท่านอี อยู่ที่แคว้นของท่าน ท่านจะชงชาดื่มเสมอ เพราะเป็นผู้นิยมการดื่มและชงชา)

ด้วยเหตุนี้ทั้ง2เรื่อง ทั้งการเปิดประเทศและการตั้งทายาทโชกุน จึงลุกลามไปสู้กันถึงเกียวโตด้วย

------------------------

เมื่อท่านไซโกไปถึงเกียวโตแล้ว ก็ได้ไปหา
ท่านมุราโอกะ หัวหน้านางกำนัลแห่งสกุลโคโนเอะ (ผู้ที่เคยทำหน้าที่แม่บุญธรรมให้ท่านมืไดในวันแต่งงาน)

และท่านมุราโอกะ ก็ได้พาท่านไซโกไปพบกับ
ท่านเจ้าอาวาสวัดคิโยมิสึ ฉายาท่านคือ ท่านเก็ชโช (กรุณาจำชื่อนี้ไว้อีกคน) ซึ่งท่านเก็ชโชนี้ ก็จะพาท่านไซโกไปหาผู้หลักผู้ใหญ่ในพระราชวังเพื่อช่วยเหลือภาระกิจของท่านไซโก

ท่านเก็ชโชได้กล่าวกับท่านไซโกว่า
"ฝากบอกโยมที่สัทสุมะว่าขอให้สมหวังนะ ยินดีที่ได้รู้จักกับผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับโยมโคโนเอะ"

ท่านไซโก "ขอบพระคุณและขอฝากเน้อฝากตัวด้วยขอรับ" / "อาตมาก็เช่นกัน"
.
และนี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่เหนือกว่าชีวิตระหว่างท่านไซโกกับท่านเก็ชโช

-----------------------

เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อท่านฮตตะไปถึงเกียวโตแล้ว ก็รีบไปพบกับผู้ใหญ่ในราชสำนักเพื่อขอให้ช่วยสนับสนุนเรื่องการอนุญาตเปิดประเทศเพื่อทำการค้ากับอเมริกา แต่ว่า พระบรมราชานุญาตกลับไม่ได้มาได้เร็วตามที่คาดไว้ก่อนเลย

---------------------

ในพระราชวัง ท่านอัครมหาเสนาบดีซ้าย ขวา เข้ารายงานเรื่องจุดมุ่งหมายการมาของทางฝ่ายเอโดะต่อสมเด็จพระจักรพรรดิโคเม

เสนาบดีซ้าย ท่านโคโนเอะ "คณะรัฐบาลกำลังทูลว่า การค้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้พะยะค่ะ"

จักรพรรดิโคเม "เราไม่จำเป็นต้องค้าขายกับฝรั่งนะ ข้าเคยพูดไว้แล้วนี่นา"

เสนาบดีขวา ท่านคุโจ "ถ้าปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ก็จะทำให้เกิดสงครามกับชาติตะวันตกได้นะพะยะค่ะ"

ท่านโคโนเอะ "กำลังทหารของเรา ไม่มีทางสู้เขาได้เลย จริงๆพะยะค่ะ"

จักรพรรดิโคเม "ในรัชสมัยของข้า ถ้าให้พวกป่าเถื่อนเข้ามาเหยียบย่ำแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้แปดเปื้อนแบบนี้ ข้าจะแบกหน้าไปพบบรรพกษัตริย์ได้ยังไง ข้าจะแก้ตัวว่ายังไงกันเล่า"

------------------------

ดังนั้นพระบรมราชานุญาตเรื่องการเปิดประเทศจึงไม่ถูกส่งลงมาเสียที หรือเรียกได้ว่า ยังไม่มีการตอบรับนั่นเอง ทำให้ท่านฮตตะต้องเสียเวลารอคอยอยู่อย่างกังวล ว่าตกลงจะได้หรือไม่ได้กันแน่?

ท่านฮตตะรอพระราชานุญาตอยู่นานหลายวัน จนถึงขนาดบ่นว่า "ไม่ยอมให้พระบรมราชานุญาตทันทีอีกแล้วเหรอเนี่ย พวกราชสำนักเนี่ย!ทำตัวเป็นคนสำคัญไม่ได้เรื่องเลย!"

แต่ในระหว่างท่านฮตตะกำลังรอพระบรมราชานุญาตอยู่ที่เกียวโตนั้น ซามุไรได้เข้ามารายงานว่า
"เจ้าแคว้นเอชิเซ็นส่งคนมาพบท่านขอรับ"

และคนที่ท่านโยชินางะเจ้าแคว้นเอชิเซ็น ส่งมาพบท่านฮตตะก็คือ ท่านไซโกกับท่านชะไน(คนสนิทของท่านโยชินางะ)

ชะไน "เพื่อให้ท่านฮตตะได้รับพระราชานุญาต พวกเราจะช่วยอย่างสุดกำลังเลยขอรับ นายของเราจึงอยากจะขอร้องท่าน"

"เรื่องอะไร!?"
.
ท่านไซโก "ถ้าพวกเราช่วยให้ท่านได้รับพระราชานุญาต ก็ขอให้ท่านฮตตะกรุณาสนับสนุนท่านฮิโตะสึบาชิ โยชิโนะบุเป็นทายาทโชกุนเป็นการตอบแทน ได้มั้ยขอรับ?"

ท่านฮตตะแม้จะไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ

-----------------------

ต่อมาท่านเก็ชโชก็พาท่านไซโกเข้ามาพบท่านโคโนะเอะ (มีท่านมุราโอกะนั่งอยู่ด้วย แต่ที่ท่านมุราโอกะไม่ได้พาท่านไซโกมาหาท่านโคโนเอะเอง ก็เพราะเรื่องสำคัญแบบนี้ต้องให้ท่านเก็ชโชออกหน้าจะเหมาะสมกว่า)

ท่านเก็ชโชกล่าวแก่ท่านโคโนเอะว่า "โยมไซโกบอกว่า อยากจะขอให้ท่านทูลองค์พระจักรพรรดิมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งโชกุนโดยเร็ว"

ส่วนท่านไซโกก็เรียนท่านโคโนเอะว่า "สิ่งสำคัญคือควรเลือกผู้ที่มีคนนิยม ดีพร้อมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เหมาะสม นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่อยากจะให้ช่วยกราบทูลขอรับ"

ท่านมุราโอกะกล่าวเสริมขึ้น "อ๋อ เข้าใจแล้ว เน้นเรื่องวัยวุฒิ ก็หมายถึงท่านฮิโตะสึบาชิ โยชิโนะบุนั่นเอง"

"ก่อนนี้ข้าเพิ่งไปขอท่านฮตตะให้พูดสนับสนุนท่านฮิโตะสึบาชือีกคนหนึ่งด้วยขอรับ" ท่านไซโกอ้างขึ้นเพื่อให้ดูมีน้ำหนัก

ท่านโคโนเอะ "เหรอ..งั้นข้าจะลองดูเท่าที่ทำได้นะ"



------------------------------

และเมื่อวันที่ท่านโคโนเอะได้เข้าเฝ้าก็มาถึง และในระหว่างนั่งรอพระจักรพรรดิเสด็จออกท้องพระโรง ท่านโคโนเอะเลยเลียบๆเคียงถามความเห็นของท่านเสนาบดีขวาท่านคุโจดูก่อน

ท่านโคโนเอะ "อะแฮ่ม!..ขอพูด.. เรื่องผู้ที่จะรับตำแหน่งท่านคุโบคนต่อไปหน่อยนะ"

ท่านคุโจชิงพูดขึ้นทันทีว่า "เรื่องนั้นน่ะ เป็นสิ่งที่พวกโทกุกาวะจะต้องเสนอมาเอง ไม่ใช่เรื่องที่ราชสำนักจะเข้าไปยุ่งนะ!"

ที่ท่านคุโจพูดขัดท่านโคโนเอะนั้น สาเหตุเพราะ ท่านอี ได้ส่นางาโนะคนสนิทมาแจ้งข่าวแก่ท่านคุโจไว้ก่อนแล้วว่า ให้คัดค้านปัญหาการเลือกทายาทโชกุน และไม่จำเป็นต้องให้ราชสำนักเป็นผู้ตัดสิน
.
ท่านโคโนเอะเลยต้องเงียบไป ไม่สามารถจะโน้มน้าวใจใดๆต่อได้อีก

--------------------

และแล้ววันที่20 มีนาคม ราชสำนักลงมติไม่อนุญาตให้ญี่ปุ่นทำสัญญาทางการค้า ฝ่ายนิยมฮิโตะสึบาชิ(โดยท่านโคโนเอะ)จึงไม่มีข้ออ้างทีี่จะกราบทูลว่าควรเลือกผู้ที่ีมีคนนิยม ดีพร้อมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิที่เหมาะสมมาเป็นทายาทโชกุน

เมื่อผลออกมาแบบนี้ก็เท่ากับว่า ท่านฮตตะก็คว้าน้ำเหลวในเรื่องเปิดประเทศ และก็ไม่มีโอกาสได้ร่วมมือกับท่านไซโกเช่นกัน

การมาเกียวโตคราวนี้ของท่านไซโกจึงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ทำให้ท่านไซโกรู้สึกผิดหวังมากๆ ท่านไซโกวิ่งออกไปคุกเข่าบนผืนดินหันหน้าไปทางสัทสุมะ แล้วร้องตะโกนทั้งน้ำตาอย่างเสียใจที่สุด

"ท่านเจ้าแคว้น! ขออภัย! ที่ข้าทำไม่สำเร็จ!....ท่านเจ้าแคว้น!! ท่านเจ้าแคว้น ฮือๆๆ.."

-------------------------

ข่าวเรื่องฝ่ายฮิโตะสึบาชิพลาดที่เกียวโตก็มาถึงท่านอี นาโอสุเกะ แต่ท่านอี ก็ยังไม่คิดว่าฝ่ายฮิโตะสึบาชิจะแพ้แล้วโดยสิ้นเชิง เพราะที่สุดแล้ว เรื่องทายาทก็ต้องอยู่ที่ท่านคุโบเท่านั้นที่จะตัดสินใจเลือกใคร

---------------------------

ขณะเดียวกันที่สัทสุมะ ข่าวเรื่องความพ่ายแพ้ที่เกียวโตยังมาไม่ถึงสัทสุมะ แต่ที่สัทสุมะตอนนี้ ทาเตวากิ(นาโอโกโร่)ก็เข้ามาพบท่านเจ้าแคว้นอีก

ท่านนาริอาคิระ "เป็นยังไงบ้าง เตรียมกองทัพก้าวหน้าไปรึยัง?"

ทาเตวากิ "ขอรับ!...แต่วันนี้ ข้ามาเพราะอยากขออนุญาตถามเรื่องอื่นขอรับ" / "ว่ามาเลย"

"คราวก่อนท่านบอกว่าส่งฎีกาไปบะขุฝุแล้ว" / "ถูกต้อง แล้วไง?"

"เกรงว่านั่นเป็น การบีบให้ท่านมิไดเข้าตาจนใช่มั้ยขอรับ!?"

ท่านเจ้าแคว้นถอนหายใจ ก่อนจะตอบว่า "อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้"

"งั้นก็แปลว่า ท่านส่งฎีกาไป ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้เหรอขอรับ!?" / "จะว่ารู้ก็ไม่ใช่ ไม่รู้ก็ไม่เชิง"

"ท่านพูดว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะปกป้องท่านมิได แต่สิ่งที่ท่านทำ! มันตรงข้ามกับที่พูดใช่มั้ยขอรับ!!?"
ทาเตวากิซึ่งตอนนี้เริ่มเครียดหนัก

"ข้าน่ะเชื่อมั่นในท่าน ถวายชีวิตเพื่อทำงานให้ท่าน แต่เดี๋ยวนี้ ข้าไม่ค่อยมั่นใจเสียแล้วขอรับ!!" / "ทาเตวากิ!"

"ผิดหวังจริงๆขอรับ..เสียความรู้สึกขอรับ"

มันเป็นเรื่องที่ต้องเสียใจหนักหนาสาหัสจริงๆ ซามุไรถึงจะกล้าพูดว่าตนผิดหวังต่อหน้าเจ้านายขนาดนี้ หากเป็นเจ้านายที่ขาดความเมตตาต่อลูกน้องแล้ว คำพูดแบบนี้อาจพาให้หัวขาดได้ แต่สำหรับท่านนาริอาคิระแล้ว ท่านไม่ใช่เจ้านายประเภทนั้น..
.
.
.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com


ผู้ติดตาม