WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พระแก้วมรกต ของไทย หรือของลาว ?





จริง ๆ แล้วถ้าดูตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พระแก้วมรกตถูกค้นพบครั้งแรกในจังหวัดเชียงราย ที่วัดพระแก้ว ตามรูปข้างล่าง

วัดพระแก้วเชียงราย


แต่ถ้าจะอ้างตำนานซึ่งไม่อาจอ้างอิงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ ก็พบว่า พระแก้วมรกตได้ปรากฏในหลายประเทศ อาทิ ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิ

แต่ตามหลักการที่ถูกต้อง ตำนานในแต่ละท้องถิ่นย่อมไม่อาจใช้ยืนยันเป็นหลักฐานที่ถูกต้องได้ เพราะแต่ละท้องถิ่นก็มักอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงพระแก้วมรกตทั้งนั้น

ตำนานประวัติพระแก้วมรกตแบบย่อ ที่นักประวัติศาตร์เชื่อว่ามีการแต่งเติมขึ้นมา

ตำนานประวัติพระแก้วมรกตได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นทองเหลืองภายในวัดพระแก้ว เชียงราย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษดังนี้ (เฉพาะภาษาไทย)

"ตำนานรัตนพิมพ์วงศ์ กล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 300 เทวดาได้สร้างพระแก้วมรกต ถวายพระนาคเสนเถระที่เมืองปาฎลีบุตร (ปัจจุบันเรียก ปัตนะ) ประเทศอินเดีย ต่อมาได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองลังกา (หรือประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน)


ในสมัยพระเจ้าอโนรธามังฉ่อ (พระเจ้าอนุรุทธะ) แห่งเมืองพุกาม ได้ส่งพระสมณทูตไปขอจากเจ้าเมืองลังกา ซึ่งถูกพวกทมิฬรุกราน จึงมอบพระแก้วมรกต และพระไตรปิฏกให้ แต่สำเภาที่บรรทุกพัดหลงไปเกยอยู่ที่อ่าวเมืองกัมพูชา พระแก้วมรกตจึงตกเป็นของกัมพูชา และต่อมาได้ถูกนำไปไว้ ที่เมืองอินทาปัฐ(นครวัด) ต่อมาก็ไปประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา และที่เมืองกำแพงเพชร ตามลำดับ

เมื่อประมาณพ.ศ. 1933 พระเจ้ามหาพรหม เจ้าเมืองเชียงราย ได้ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเมืองกำแพงเพชร และนำพระแก้วมรกตมาซ่อนไว้ที่เจดีย์วัดป่าเยียะ เมืองเชียงราย (วัดพระแก้ว เชียงรายในปัจจุบัน) ด้วยการนำปูนปิดทับองค์พระแก้วมรกตไว้

กระทั่ง พ.ศ. 1977 อสนึบาต (ฟ้าผ่า)เจดีย์ จึงได้ค้นพบพระแก้วมรกตที่ถูกปูนปิดทับไว้ปูนได้เริ่มกระเทาะออก จึงพบว่าเป็นพระแก้วมรกตองค์เขียว ซึ่งต่อมาได้ถูกอัญเชิญไปไว้เมืองต่างๆ ดังนี้

เมืองเชียงราย พ.ศ. 1934-1979
เมืองลำปาง พ.ศ. 1979-2011
เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2011-2096
เมืองลาว พ.ศ. 2096-2321
กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2321-ปัจจุบัน"


เดิมพระแก้วมรกตเป็นของเมืองไหนกันแน่

ผมแนะนำให้อ่านเรื่องประวัติพระแก้วอย่างพอสังเขป ได้ที่ วิกิพีเดีย

ถ้าอ่านจากตำนานพระแก้วมรกตอย่างย่อ ที่ผมแปะลิงค์ให้อ่านด้านบนนั้น เราก็จะเห็นว่า

พระแก้วมรกตถือกำเนิดที่อินเดีย ย้ายไปลังกา ต่อมาไปขึ้นฝั่งกัมพูชา ประดิษฐานที่นครวัด แล้วนครวัดเกิดอุทกภัยใหญ่ จนมีพระเถระอัญเชิญพระแก้วมรกตจากกัมพูชา มายังอาณาจักรละโว้หรือเมืองลพบุรี เมืองหลวงเก่าก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะย้ายราชธานีมาที่กรุงศรีอยุธยา แล้วพระแก้วมรกตก็ประดิษฐานอยู่กรุงศรีอยุธยาอยู่นาน แต่ไม่ได้เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญนัก

จนเมื่อมีพระญาติสนิทของกษัตริย์อยุธยา ทูลขอพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่กำแพงเพชร โดยประดิษฐานที่วัดพระแก้วกำแพงเพชร (ปัจุบันอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร)

ต่อมาพระเจ้ามหาพรหม เจ้าเมืองแห่งเชียงรายที่ลี้ภัยสงครามกับเมืองเชียงใหม่ได้หนีไปอยู่กำแพงเพชร ได้ทูลขอพระแก้วมรกตจากพระเจ้ากำแพงเพชรมาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว เชียงราย


จากที่ยกประวัติคร่าว ๆ มาให้อ่าน ก็จะเห็นว่า พระแก้วมรกตเดินทางไปทั่ว ถ้าเฉพาะในแผ่นดินไทย ก็เคยประดิษฐานที่ลพบุรี อยุธยา กำแพงเพชร เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ แนะนำดูแผนที่เส้นทางเดินทางของพระแก้วมรกตด้านล่างบทความ

ถ้าตามตำนานเป็นเรื่องจริง พระแก้วมรกตก็อยู่ในแผ่นดินไทยมานมนานกว่าชาติใด ๆ ในแถบนี้ทั้งสิ้น

แต่ถ้าจะเอาตามประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนจริง ๆ ไม่อิงตำนานก็คือ พระแก้วมรกตเคยประดิษฐานที่วัดพระแก้ว เชียงราย อยู่นานหลายปีเป็นที่ชัดเจน


ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย ก็คืออาณาจักรล้านนาในอดีต ซึ่งปัจจุบันเราถือว่า ทั้งสองจังหวัดได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยแล้ว

ฉะนั้น พระแก้วมรกต เราก็ต้องถือว่า เป็นพระพุทธรูปของไทยครับ

(แต่ถ้าปัจจุบันเชียงใหม่ เชียงรายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศลาว ก็ต้องนับว่าเป็นพระของลาว ทั้งหมดนั้นก็ขึ้นอยู่กับเขตแดนประเทศในปัจจุบัน)


ส่วนถ้าใครจะบอกว่า พระแก้วมรกตไทยไปชิงมาจากลาว ก็ต้องบอกว่า อาณาจักรธนบุรีได้ไปชิงคืนมาจากอาณาจักรล้านช้างหรือลาว เพราะพระแก้วมรกตกำเนิดดั้งเดิมเป็นของอาณาจักรล้านนามาก่อนครับ

การพูดว่า ไทยไปแย่งพระแก้วมาจากลาว จึงถูกแค่ครึ่งเดียว เพราะแท้จริงแล้ว พระแก้วมรกตแต่เดิมไม่ใช่ของลาว แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปของเมืองเชียงราย ซึ่งปัจจุบันเชียงรายก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยแล้ว

เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ร.1) ไปตีเวียงจันทร์จนชนะ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระแก้วขาว และพระบาง กลับมาถวายให้พระเจ้าตากสิน


พระแก้วขาว วัดเชียงมั่น จ.เชียงใหม่


ส่วนสาเหตุที่ พระเจ้าตากสินทรงให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกไปทำศึกที่เวียงจันทร์นั้น คลิกอ่านที่นี่

ซึ่งต่อมาเมื่อสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และทรงครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 1 ก็ได้ทรงคืนพระบางคืนแก่อาณาจักรล้านช้างกลับไป เพราะถือว่า "พระบาง" เดิมเป็นของอาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาวในปัจจุบัน

แต่ที่ไม่ทรงคืนพระแก้วมรกต เพราะทรงถือว่าพระแก้วมรกตเดิมเป็นของอาณาจักรล้านนา ซึ่งอาณาจักรล้านนาถือเป็นเมืองขึ้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระองค์ไปรบชนะจึงอัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมา

ส่วนพระบาง ก็คือต้นกำเนิดชื่อเมือง หลวงพระบาง

จริงๆ ถ้าไทยไม่คืนพระบางก็ทำได้ แต่เราก็ไม่ทำเพราะพระบางไม่ใช่ของไทยแต่ดั้งเดิม ประเด็นนี้คนลาวควรขอบคุณเราด้วยซ้ำ

----------------------

ทำไมลาวยังอ้างพระแก้วมรกตเป็นของลาว

สาเหตุเพราะ ตอนที่พระแก้วมรกตได้ถูกอัญเชิญไปอยู่ที่ลาวนั้น เริ่มจากที่เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐา แห่งล้านช้างซึ่งเป็นญาติกับราชวงศ์ล้านนา ได้เคยถูกเชิญมาครองเมืองเชียงใหม่

จนเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาเสด็จกลับหลวงพระบาง ก็เชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์


พระไชยเชษฐาธิราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง


ต่อมาทางเชียงใหม่ได้ขอพระพุทธรูปทั้งสององค์คืนจากอาณาจักรล้านช้าง 

แต่ทางอาณาจักรล้านช้างก็ได้คืนแต่พระพุทธสิหิงค์ กลับมาให้เมืองเชียงใหม่เท่านั้น แต่ยังยึดพระแก้วมรกตไว้ไม่ยอมคืน

ซึ่งเมื่ออาณาจักรล้านช้างได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองเชียงคำ (จ.พะเยา) มาอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตลงมาที่เวียงจันทร์ด้วย

-----------------

ความเดิมก่อนหน้าที่อาณาจักรล้านช้าง จะได้พระแก้วมรกต

ใน พ.ศ. 2088 อาณาจักรล้านนาได้มีกษัตริย์หญิง ชื่อ พระนางจิรประภามหาเทวี ซึ่งเดิมเป็นพระอัครมเหสีในพระเมืองเกษเกล้า พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 12 แห่งอาณาจักรล้านนา พระนางทรงสืบราชสมบัติต่อจากพระราชสวามี

ซึ่งในรัชกาลของพระนางจิรประภามหาเทีวี หัวเมืองฝ่ายเหนือเกิดการระส่ำระสายเนื่องจากบ้านเมืองเกิดการแย่งอำนาจระหว่างขุนนางกับเจ้านาย บ้านเมืองอ่อนแอมีศึกสงครามขนาบทั้งทิศเหนือและใต้ ทั้งกองทัพพม่า และอยุธยา ซึ่งตรงกับรัชสมัย สมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยาที่ยกทัพมาถึงเชียงใหม่

พระนางจิรประภามหาเทวี ทรงปกครองบ้านเมืองเพียงแค่เพียงปีเศษ ก็ได้สละราชบัลลังก์แก่ สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระราชนัดดา (หลานยาย) ซึ่งเป็นพระราชโอรสของกษัตริย์โพธิสารราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง

เมื่ออาณาจักรล้านนาได้ไปอัญเชิญเจ้าไชยเชษโฐหรือ เชษฐวังโส พระโอรสของพระเจ้าโพธิสาร ไปครองนครล้านนา เมื่อปีพ.ศ. 2089 แล้ว

ต่อมาพระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์ล้านช้างได้เสด็จสวรรคต พ.ศ. 2090  พระโอรสทั้งหลายต่างแย่งชิงราชสมบัติกัน จนอาณาจักรล้านช้างได้แตกเป็น 2 ฝ่าย คือ อาณาจักรฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้

พระเจ้าไชยเชษโฐแห่งล้านนาจึงยกทัพจากล้านนา กลับมาตีกรุงล้านช้าง และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดบุปผาราม เชียงใหม่ รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ (พระสิงค์) และพระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) ไปด้วย

เมื่อเสด็จถึงล้านช้าง ทรงยึดราชสมบัติจากเจ้าครองนครทั้งสองได้  พระไชยเชษฐาจึงทรงครองนครทั้งสองเองซึ่งเรียกว่า กรุงศรีสัตนาคตหุต พระองค์จึงขึ้นครองราชสมบัติ นับเป็นมหาราชองค์ที่ 2 ของลาว ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระนามว่า "พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช"

ซึ่งต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองเชียงคำ (อำเภอเชียงคำ จ.พะเยา) กลับไปอยู่ที่เวียงจันทน์ ได้อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระแซกคำ (พระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงค์) มาประดิษฐานไว้ที่เวียงจันทน์ เรียกว่า เวียงจันทน์ล้านช้าง

ส่วนพระบางประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงทอง จึงได้ชื่อว่าหลวงพระบางมาจนถึงบัดนี้

ซึ่งบางครั้งก็เรียกชื่อว่า ล้านช้างหลวงพระบาง และได้สร้างวัดเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตขึ้นเป็นพิเศษ พระองค์ได้ทรงสร้างพระธาตุหลวง ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นยอดเยี่ยมของลาวเมื่อ พ.ศ. 2109

------------------------

สาเหตุที่คนลาวยังยึดว่า พระแก้วมรกตเป็นของลาว เพราะตอนที่พระแก้วมรกตถูกนำไปฝั่งลาวโดยพระไชยเชษฐาได้นำไปโดยสันติ ไม่ได้แย่งชิงไป

คนลาวจึงถือว่า พระแก้วมรกตได้มาเป็นของคนลาวแล้ว เพราะอาณาจักรล้านนา และอาณาจักรล้านช้าง ได้เคยรวมกันเป็นอาณาจักรเดียวกัน โดยใช้ชื่อใหม่ในตอนนั้นว่า กรุงศรีสัตนาคนหุต

คนลาวจึงถือว่า เป็นความชอบธรรมที่พระแก้วมรกตได้เป็นของคนลาวไปแล้ว แต่ภายหลังเจ้าเมืองเชียงใหม่ได้เคยขอพระแก้วมรกตคืน แต่ทางลาวไม่ยอมคืนให้

ส่วนตอนที่พระแก้วมรกตกลับมาอยู่ที่ไทย คนลาวถือว่า เพราะพระแก้วมรกตได้ถูกแย่งชิงจากอาณาจักรธนบุรี เพราะเวียงจันทร์แพ้สงครามแก่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ ๑)

คนลาวจึงไม่ยอมรับว่า พระแก้วมรกตเป็นของไทยมาจนบัดนี้ เพราะถือว่าถูกแย่งชิงไป

------------

สรุปอย่างง่าย

ผมขอสรุปคร่าว ๆ ว่า พระแก้วมรกตกำเนิดเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยในอาณาจักรล้านนา ในเมืองเชียงราย หรือจังหวัดเชียงราย ในปัจจุบัน

ดังนั้นบรรพบุรูษคนเชียงรายคือเจ้าของพระแก้วมรกต แต่ดั้งเดิม

แต่ต่อมาเจ้าลาวได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปอยู่ที่ฝั่งลาว แล้วรัชกาลที่ 1 ได้ไปรบชนะอาณาจักรเวียงจันทร์ ก็เลยอัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาฝั่งไทยตามเดิม

แล้วอาณาจักรล้านช้างเอง ก่อนที่จะถูกพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศีกหรือรัชกาลที่1 ยกทัพไปปราบนั้น อาณาจักรล้านช้างเองก็เคยแตกแยกออกเป็น 3 อาณาจักร คือ 

อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทร์ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง และอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์

แต่พอพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปปราบ ก็ทำให้อาณาจักรล้านช้างที่เคยแตกแยกกลับมารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันอีก กลายเป็นอาณาจักรลาว และได้เป็นเมืองขึ้นต่อสยามประเทศมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จนต่อมาถูกฝรั่งเศสยึดเอาไปปกครองเป็นอาณานิคม

หากไม่มีประเทศฝรั่งเศสมายึดเอาอาณาจักรลาวไปเป็นอาณานิคม ปัจจุบันอาณาจักรลาว ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยไปแล้วจริงไหมครับ 

---------------------

อาณาจักรโบราณ ไม่อาจอ้างสิทธิเป็นเจ้าของได้ในเขตประเทศปัจจุบัน

หากยังยึดถือเรื่องอาณาจักรโบราณเป็นสรณะ ไม่ปล่อยวาง โลกนี้คงวุ่นวาย

เพราะปัจจุบันได้มีการแบ่งเขตเป็นประเทศในโลกปัจจุบันแล้ว ฉะนั้นก็ต้องปล่อยวางเรื่องอาณาจักรโบราณลง เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะกล่าวอ้างเพื่อเรียกร้องสิทธิความเป็นเจ้าของเดิมอีก

เพราะถ้ายังอ้างสิทธิของอาณาจักรโบราณอยู่ โลกนี้ก็คงมีแต่สงครามและการฆ่าฟันกัน

เช่นเผ่าอะบอริจิ้น เรียกร้องขอคืนความเป็นเจ้าของประเทศออสเตรเลีย อินเดียแดงเรียกร้องขอเป็นเจ้าของประเทศอเมริกา

และยังอีก ๆ หลายแห่งในโลก ถ้ายังจะยึดติดความเป็นเจ้าของในอาณาจักรโบราณไว้ ก็จะไม่มีสันติสุขที่แท้จริงแน่นอน

ปัจจุบันอาณาจักรล้านนาได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยแล้ว พระแก้วมรกตจึงต้องเป็นของไทยตามหลักสากลประเทศในปัจจุบันครับ

(อย่าให้เหมือนพวกโจรใต้ ที่ยังคลั่งอ้างอาณาจักรปัตตานีโบราณบังหน้า แต่แอบแฝงการยกแผ่นดินให้มาเลเซีย)


-------------------------

ภาพเส้นทางพระแก้วมรกต และจำนวนปีที่ประดิษฐาน ทั้งตามตำนานและประวัติศาสตร์




1. ไชยา ( ปาฏลีบุตร ) พ.ศ. 1260 – 1400 รวม 140 ปี
2. นครศรีธรรมราช ( ตามพรลิงค์ ) พ.ศ.1400 – 1432 รวม 32 ปี
3. นครวัด ( เขมร ) พ.ศ. 1432 – 1545 รวม 113 ปี
4. ลพบุรี ( ละโว้ ) พ.ศ. 1545 – 1592 รวม 47 ปี
5. อโยธยา ( อู่ทอง ) พ.ศ. 1592 – 1730 รวม 138 ปี
6. กำแพงเพชร พ.ศ. 1730 – 1900 รวม 170 ปี
7. เชียงราย พ.ศ. 1900 – 2019 รวม 119 ปี
8. ลำปาง พ.ศ. 2019 – 2022 รวม 4 ปี
9. เชียงใหม่ พ.ศ. 2022 – 2095 รวม 73 ปี
10. หลวงพระบาง ( ลาว ) พ.ศ. 2095 – 2107 รวม 12 ปี
11.เวียงจันทน์ ( ลาว ) พ.ศ. 2107 – 2322 รวม 215 ปี
12. ธนบุรี พ.ศ. 2322 – 2327 รวม 5 ปี
13. กรุงเทพฯ พ.ศ. 2327 – ปัจจุบัน

เรียบเรียงโดย พล.อ.ต. วินิจ หุตะเจริญ

ส่วนรายละเอียดตำนานและประวัติศาสตร์ ได้ที่นี่ คลิก !!

(ก่อนอื่นเราต้องแยกแยะคำว่า ตำนาน กับ ข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์ให้ถูกต้องเสียก่อนว่า แตกต่างกัน เพราะตำนานคือความเชื่อเฉพาะถิ่นเท่านั้น)

แต่สรุปได้ง่าย ๆ ว่า พระแก้วมรกตไม่ได้ถือกำเนิดเกิดบนแผ่นดินลาวแน่นอนครับ

คลิกอ่าน พระพุทธรูปประจำชาติไทยคือองค์ไหน ?

คลิกอ่าน จุดกำเนิดการดูถูกผู้อื่น ด้วยคำว่า "ลาว"


28 ความคิดเห็น:

  1. ครู/อาจารย์ที่สอนประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการนำเสนอข้อมูลของคุณใหม่ เมืองเอก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีรูปแบบหนึงในการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ ชอบครับ...และอยากช่วยแชร์บทความนี้

    ตอบลบ
  2. เห็นด้วยกับคุณWerawut Wongwasan ครับผมขออนุญาตแชร์นะครับ..
    เพราะผมเชื่อว่ามีคนหลายคนที่สงสัยว่าพระแก้มมรกตฯนั้นเป็นของใครประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไร.....จะได้สนใจศึดษาครับ....

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ02 เมษายน, 2557 00:48

    ເປັນດ້ວຍເຫດໃດ ພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດ­ຂອງ­ລາວຈິ່ງໄປຢູ່ໄທ
    ພາຍ­ຫຼັງເຈົ້າອານຸວົງເສຍໄຊໃຫ້ແກ່ສະ­ຫຍາມແລ້ວ, ສັກ­ດີນາ­ສະ­ຫຍາມ­ກໍ່ໄດ້ພະ­ຍາຍາມ ຈະ­ເອົາ­ພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດ­ຂອງ­ລາວໄປສະ­ຖິດໄວ້­ຢູ່ປະ­ເທດໄທ(ສະ­ຫຍາມ). ພວກ­ສັກ­ດີນາ­ສະ­ຫຍາມໄດ້ໃຊ້ຄວາມພະ­ຍາຍາມຫລາຍ­ວິທີ. ແຕ່­ກໍ່­ບໍ່­ສາມາດ­ຍົກພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດໄດ້. ສະ­ນັ້ນ, ພວກເຂົາ­ຈີ່ງໄດ້ໃຫ້­ໝໍໂຫນ­ລາວຈໍານວນ5ຄົນ ເພື່ອໄປອ້ອນ­ວອນຊ່ວຍ­ພວກເຂົາໂດຍ­ມີເຫດ­ຜົນອ້າງ­ອີ່ງວ່າ: ປັດ­ຈຸບັນ­ນີ້ ເມືອງ­ລາວຍັງ­ບໍ່­ທັນ­ມີຄວາມສະ­ຫງົບເທື່ອ. ສະ­ນັ້ນ, ຈິ່ງ­ຂໍອັນເຊີນເອົາ­ພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດ­ນີ້ຍ້າຍໄປປະ­ດິດສະ­ຖານໄວ້­ຢູ່ ກຸງເທບ (ບາງ­ກອກ) ປະ­ເທດໄທ(ສະ­ຫຍາມ) ສາກ່ອນ, ຖ້າ­ຫາກວ່າເມື່ອໃດເມືອງ­ລາວມີຄວາມສະ­ຫງົບແລ້ວຈະ­ຂໍອັງເຊີນ­ກັບ­ຄືນ­ມາ­ປະ­ດິດສະ­ຖານໄວ້­ຢູ່­ລາວຄືເກົ່າ. ເພື່ອເປັນ­ການ­ຢັ້ງ­ຢືນ­ອັນ­ສັກ­ສິດ­ຂອງ­ສັກ­ດີນາ­ສະ­ຫຍາມໃນເວລານັ້ນ ພວກເຂົາ­ຈີ່ງໄດ້­ສາບານໄວ້ວ່າ ຖ້າ­ຫາກວ່າໄທ(ສະ­ຫຍາມ) ບໍ່ປະ­ຕິບັດ­ຕາມ­ຄໍາ­ສາບານ ດັ່ງກ່າວນີ້ແລ້ວຂໍໃຫ້­ມີມະ­ຫັນຕະ­ໄພ 5ຢ່າງເກີດ­ຂື້ນແກ່ປະ­ເທດໄທ (ສະ­ຫຍາມ) ດັ່ງ­ນີ້:


    ນາ­ຄາ ຂໍໃຫ້ສະ­ດຸ້ງ­ຕື່ນ ເຮັດໃຫ້ນ້ໍາເກີດເປັນ­ຄື້ນຖ້ວມບ້ານເມືອງ.

    ປະ­ເທດໄທ (ສະ­ຫຍາມ) ບໍ່ໃຫ້­ມີຄວາມສະ­ຫງົບຈະ­ເລີນ­ຮຸ່ງເຮືອງ, ການເມືອງ­ຂໍໃຫ້­ມີຄວາມ­ສັບ­ສົນ­ອົນລະ­ເວງ.

    ອານາ­ຈັດ­ດຽວຂໍໃຫ້ແບ່ງເປັນຫລາຍ­ຊາດ, ຄວາມເປັນເອກະ­ລາດ­ຂໍໃຫ້­ມຸ່ນທະ­ລາຍ.

    ລາ­ຊະ­ບັນ­ລັງ ຂໍໃຫ້­ຖືກໂຄ້ນ­ລົ້ມ.

    ດີນສ່ວນຫນື່ງ ຂໍໃຫ້­ຈົມ­ລົງ­ພື້ນແມ່ນ້ໍາ­ທະ­ເລ.


    ເມື່ອສັກ­ດີນາ­ສະ­ຫຍາມໄດ້­ຢັ້ງ­ຢືນ­ຄໍາ­ສາບານ­ຂອງ­ຕົນ­ຄືດັ່ງກ່າວແລ້ວ ໝໍໂຫນ­ລາວທັງ5ຄົນ ຈີ່ງໄດ້ພ້ອມ­ກັນ­ອັງເຊີນ ພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດ ຕາມ­ຈຸດປະ­ສົງ­ຂອງໄທ. ຈາກ­ນັ້ນ, ພວກ­ສັກ­ດີນາ­ສະ­ຫຍາມ ຈີ່ງ­ສາມາດເອົາ­ພະ­ແກ້ວມໍລະ­ກົດ­ຂອງ­ລາວ ໄປປະ­ດິດສະ­ຖານໄວ້­ຢູ່ ກຸງເທບ (ບາງ­ກອກ) ປະ­ເທດໄທ(ສະ­ຫຍາມ) ຈົນເຖີງປະ­ຈຸບັນ.

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ17 มิถุนายน, 2557 17:44

      ไม่มีความสามารถในการอ่านครับ แต่อยากทราบความเห็น ข้อเท็จจริงอีกด้านครับ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ31 กรกฎาคม, 2557 07:00

      คนลาวววว เขาแช่งไทยว่าขอให้ไม่เจริญรุ่งเรืองน่ะ ขอให้ระบอบกษัตริย์ถูกโค่นล้ม แผ่นดินแยกเป็นหลายประเทศไรเงี้ย

      ลบ
    3. พระแก้วอัญเชิญมาสมัยพระเจ้าตากสิน กบฎเจ้าเมืองเวียงจันทร์ลัยมันสมัย ร.3 คนละสมัยกันเลย ส่วนคำสาปที่คอมมิวนิสต์แต่งหลอกให้เกลียดไทย รักเวียดนามนั่นก็เอาไว้หลอกกันเองนะคะ ไม่เชื่อหรอก 5555

      ลบ
    4. ไม่ระบุชื่อ09 ตุลาคม, 2558 22:14

      ประเทศข้างเคียงมีคนสันดานหมาๆ แบบนี้ ก็ไม่ต้องไว้หน้ามันหรอกครับ มันรักเวียดนาม เลียเวียดนามนัก ก็จงเป็นขี้ข้าเวียดนามมันต่อไปนั่นแหละ
      แบบนี้คบกับจีนดีกว่าครับ บ้านพี่เมืองน้องกับไทยของจริง ไปมาหาสู่เป็นดองกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา สบายใจกว่าคบพวกงูเห่าตั้งเยอะ

      ลบ
  4. ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เราเรียนรู้ อนาคตเราจะร่วมเป็น AEC แล้วเราต้องคิดไปข้างหน้าที่จะต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ซึ่งไม่เลือกประเทศหรือเชื้อชาติ อยากให้เราสามัคคีสร้างสรรค์

    ตอบลบ
  5. คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ31 สิงหาคม, 2557 09:58

      ไทยขี้ตู่

      ลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ01 กันยายน, 2557 05:53

    แช่งไรก็เข้าตัวเองหมด

    ตอบลบ
  7. เชียงใหม่เชียงแสนเป็นแผ่นดินของคนงลาว คนเมืองคนล้านนาก็เป็นคนลาวเมือนลาวล้านช้าง พระแก้วก็ฅองเป็นของลาว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มั่วละ ไปศึกษาประวัติศาสตร์ใหม่ครับ
      พระแก้วพบครั้งแรกที่เชียงราย หัดไปถามคนเชียงรายก่อน
      ล้านนา กับ ล้านช้าง คนละอาณาจักรกัน
      การที่เคยมีกษัตริย์องค์เดียว ถ้าเหมาว่า เป็นแผ่นดินเดียวกัน
      .
      งั้นตอนนี้ เชียงราย เชียงใหม่ ก็มีกษัตริย์เป็นคนไทยแล้ว แผ่นดินเป็นของคนไทยไปแล้ว อย่ามั่ว

      ลบ
  8. ไม่ใด้มั่วครับ คนเวียงจันทน์์ก็เป็นคนเชียงใหม่นั้นและ ประวัติศาสตร์เวียงจันทน์์ก็บอกว่าอพยพมาจากโยนกเชียงแสนลงเมืองน่าน จากเมืองน่านไปขับไล่ขอมแล้วสร้างเมืองเวียงจันทน์ สมัยพระเจ้าชัยเชษฐาเป็นกษัตริย์ล้านนาก็ได้พาชาวเชียงใหม่ลงไปอยู่ที่เวียงจันทน์์หลายหมื่นคน ลาวหลวงพระบางเป็นเครื่องญาติของล้านนาแต่ลาวเวียงจันทน์เป็นคนล้านนาอพยพลงใต้ ล้านนาล้านช้างเป็นคนลาวใช้ภาษาลาวและใช้อักษรธรรมเดียวกัน พระแก้วมรกตเป็นของลาวนั่นและ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เชียงราย ครับ เชียงราย

      และถ้าหากนับแบบนั้น คนไทยกับคนลาวก็คนเชื้อสายเดียวกันรากเหงาเดียวกันนั่นแหละ ถึงได้พูดคุยกันรู้เรื่อง แล้ว มาแตก มาแยกออกไปอีกที เป็นเผ่า ๆ เป็นสาย ๆ ไป เช่นไทยพวน ไทยดำ ไทยล้านนา ไทยสยาม ไทยสิบสองปันนา ไทยลื้อ ไทยใหญ่ ไทยลาวอย่างเช่น คนเชื้อสายไทย เผ่าไทยที่เวียดนามก็มี
      .
      คำว่าไทย คือ Union พวกไทยลาว ไทยล้านนา ไทยใหญ่ ไทยลื้อ เป็นสับเซ็ต อีกที ดังนั้น คำว่าไทยคือการบ่งบอกสายพันธุ์ไทย
      .
      ซึ่งมีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวในโลก ที่ยังใช้คำว่า ไทย ในชื่อประเทศ จึงใหญ่สุด พวกไทยที่เหลือเป็นแค่เผาพันธุ์ที่เล็กกว่า แต่ก็มีต้นกำเนิดเดียวกัน จึงมีวิฒนธรรม ภาษา ที่ใกล้เคียงกัน

      ดังนั้นเพื่อไม่ให้โลกวุ่นวาย เขายึดปัจจุบันเป็นหลักครับว่า พระแก้วกำเนิดที่ถิ่นไหน และในปัจจุบันถิ่นนั้นเป็นของประเทศอะไร นั่นก็คือ กำเนิดที่เชียงราย และเชียงรายก็คือคนไทย
      .
      แม้แต่คนลาว เอง ก็คือ คนไทยสายลาว

      แต่ถ้ายึดติดแต่อดีตหมด โดยไม่ดูปัจจุบัน คนอเมริกันผิวขาวก็ควรออกจากทวีปอเมริกา เพราะอินเดียแดงคือเจ้าของประเทศจริงไหม

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ26 มิถุนายน, 2558 22:05

      ຄໍາວ່າໄທຍ ຫາກໍມາໃຊ້ກັນ ວ່າງກີ້ນິ ເເຕ່ກ່ອນ ຂ້ອຍເອີນເຈົ້າວ່າ ສຍາມ

      ลบ
    3. ไม่ระบุชื่อ26 มิถุนายน, 2558 22:07

      ຄໍາວ່າໄທຍ ຫາກໍມາໃຊ້ກັນ ວ່າງກີ້ນິ ເເຕ່ກ່ອນ ຂ້ອຍເອີນເຈົ້າວ່າ ສຍາມ

      ลบ
    4. ไม่ระบุชื่อ19 เมษายน, 2559 10:30

      ยังไงคนไทยก็ไปขะโมยของเข่าามา

      ลบ
  9. เพื่อไม่ให้ผิดใจทั้งสองฝ่าย ผมคิดว่าเอากลับเชียงรายดีกว่า เพราะคนเวียงจันทน์ปัจจุบันยังมองคนเชียงรายว่าเป็นคนลาว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่มีใครเข้าใจผิดหรอกครับ ยกเว้นคนที่คิดเข้าข้างลาวมากกว่าชาติไทยด้วยกัน
      คนเชียงราย เขาไม่เคยคิดทวงคืน เพราะเขาเข้าใจมูลเหตุที่มาที่ไป ว่า อาณาจักรเชียงใหม่แย่งเขาไปก่อน ต่อมา กษัตรย์ลาวก็อัญเชิญไปลาว
      ต่อมาเมื่อเชียงใหม่ มีกษัตริย์องค์ใหม่ ขอพระแก้วคืนจากลาว แต่อาณาจักรลาวหรือล้านช้างก็แกล้งโง่ไม่ยอมคืน
      คุณไปศึกษาประวัติศาสตร์ใหม่ครับ คนเชียงใหม่หรืออาณาจักรล้านนาเขาทวงพระแก้วคืน อาณาจักรล้านช้างไม่ยอมคืน
      ต่อมา เมื่อกษัตริย์ไทยเราไปตีลาวได้ ไทยจึงเอาพระแก้วกลับมา แต่เราเมตตาคืนพระบางคืนให้ลาวภายหลัง ซึ่งเราไม่คืนก็ได้ แต่ไทยเราเมตตาจึงคืนให้ เพราะพระบางกำเนิดทีฝั่งลาว

      ถ้าคุณยังคิดจะเอาพระแก้วไปไว้ที่โน่นที่นี่ ผมว่า คุณน่ะกำลังสร้างความแตกแยกครับ เพราะคนเชียงรายเขาไม่คิดทวงคืนเพราะเขาถือว่า อยู่ที่ไหนก็ไทยด้วยกัน เพราะกษัตริยไทยไปรบชนะลาวเอาคืนกลับมาฝั่งไทยแล้ว
      ถ้ามีใครคิดทวงอีก หาเรื่องย้ายไปโน่นไปนี่นั่นคือ หาเรื่องให้คนไทยทะเลาะกัน
      พระพุทธยอดฟ้า ทรงตีลาวชนะ เอาคืนกลับมาไทยแล้ว คือจบ

      ส่วนประเทศลาวเอง เขาก็เข้าใจบริบทนี้ ว่าเรื่องในสมัยอาณาจักรโบราณจะเอามาเป็นบรรทัดฐานสังคมปัจจุบันไม่ได้

      มีแต่คนไทยเลว ๆ เท่านั้น ที่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง

      ลบ
    2. แล้วตรรกะคุณก็เพิ้ยนมาก แทนที่จะให้ความสำคัญที่คนเชียงรายเขาคิดว่า เขาเป็นคนไทย

      คุณดันไปให้ความสำคัญว่า ลาวมองเขียงรายเป็นลาว
      ซึ่งเรื่องนี้ความจริงคุณก็มั่ว

      เพราะคนลาวไม่เคยมองเชียงรายเป็นคนลาวครับ อย่ามามั่วครับ

      การที่ผมเขียนบทความนี้เพื่อให้รับรู้ว่า เชียงรายคือถิ่นกำเนิดพระแก้วมรกต และคนเชียงรายถือว่า ตนเองเป็นคนไทย เพราะไทยคือสายพันธุ์ใหญ่ ที่แตกออกเป็นสาย ๆ คนเชียงรายเผ่าพันธุ์ใกล้เคียงชาวไทยลื้อมากกว่า เพราะภาษาใกล้เคียงกัน บ้านช่องก็ปลูกทรงเดียวกัน

      แต่ดันมีคนไทยเลว ๆ ดันไปช่วยลาว บอกว่า คนลาวคิดว่าเชียงรายคือลาว แล้วไง ??(ก็คนเชียงรายเขาไม่ได้คิดแบบนั้นด้วย)

      น่าสมเพชคนไทยคิดอกตัญญูชาติจริง ๆ

      ลบ
    3. ถ้าไม่เชื่อในคำสาบานก็ดูบ้านเมืองของพวกคุญเอาเอง....

      ลบ
  10. ใคร ยากรู้ว่าพระแก้ว เปันของใคร ไม่ยาก: กรับไปถามใจตัวเองว่า ใจเรา

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ19 เมษายน, 2559 10:38

    ไปขะโมยของเข่ามาทำไมแย่งดินแดนเข่ายังไม่พออีก

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ14 กรกฎาคม, 2559 11:54

      คนลาว ส่วนใหญ่เท่าที่เคยเจอ ไม่เคยคุยด้วยเหตุผลนะครับ ลาวจึงเป็นตัวตลกของอาเซียน ในเพจอาเซียนทั่วไปครับ

      ลบ
  12. หากจะมองย้อนไปในอดีตจริงๆ พระแก้วมรกต ถือกําเนิดที่ ไชยาและนครศรีธรรมราช ในเวลาต่อมา ก่อนจะไปประดิษฐานที่เขมร แต่มีเหตุให้กลับมที่ลพบุรีและอยุธยาตามลําดับที่ท่านเจ้าของบทความได้กล่าวมา หากจะพิจารณากันตามจริง ไชยา น่าจะเป็นส่งนหนึ่งของ ประเทศไทย และจากประวัติศาสตร์แล้ว สถานที่ประดิษฐานเกือบทั้งหมดอยู่ในเขตการปกครองของสยามประเทศ ก็สมควรพิจารณาได้ว่า ท่านได้เดินทางกลับสู่ถิ่นฐานดั้งเดิมก็คงไม่ใช้เรื่องผิด เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่อยูในลาวเพียง 200 กว่าปี แต่ในขณะที่ประดิษฐาณทั่วอาณาจักรไทยตังแต่เริ่มค้นพบ เกือบๆ 1000ปี
    อีกทั้งตามความเชื่อทางพุทธศาสนา พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากเมื่อครั้ง ร.1 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานที่กรุงเทพ ก็คงไม่สามารถอัญเชิญมาได้อย่างสะดวกถ้าหากพระแก้วมรกตเป็นสมบัติดั้งเดิมของประเทศลาว
    เป่นเรื่องปกติของทุกประเทศในโลก ประวัติศาสตร์ของใครย่อมจะกล่าวให้บุคคลนั้นหรือประเทศนั่นถูกต้องเสมอ

    ตอบลบ

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม