WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความลับท่านโชกุน 73

atsuhime 73


อ่านเจ้าหญิงอัตสึ 72




เช้าวันใหม่ที่ห้องพรท่านคุโบเข้ามาไหว้พระเสร็จเร็วมาก จนท่านมิไดแทบไม่ทันจะได้ไหว้เลย เมื่อท่านคุโบลุกขึ้นกำลังจะกลับ

"ท่านพี่! ข้ามีเรื่องขอร้องเจ้าค่ะ" / "ว่าไง?"

"คืนนี้อยากให้มาหาข้าหน่อยเจ้าค่ะ"

ทุกคนในห้องพระมองมากันใหญ่ แต่ท่านฮงจูอินแอบกระซิบกับอุตะฮะชิว่า "เขาคุ้นเคยกันแล้ว!"

"คืนนี้คงไปไม่ได้หรอก เพราะข้าจะไปหาโอชิงะ!"

ท่านหญิงจ๋อย!ไปเลย แต่โอชิงะกลับหน้าบาน!เป็นจานเชิง! แล้วรีบลุกตามท่านคุโบออกไปทันที



-----------------------

ขณะเดียวกันที่เมืองท่าชิโมดะ ข้อเรียกร้องของฮาริส ผู้แทนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งข้อเรียกร้องชิโมดะ(Shimoda treaty) อย่างแข็งกร้าวก็ถูกส่งมากดดันรัฐบาลทหารอีก และเรื่องนี้สร้างความโกรธให้กับท่านมิโตะ(โทกุกาวะ นาริอากิ)อย่างมาก

ท่านมิโตะ "ใครอนุญาตให้ทำสัญญาแบบนั้น ท่านฮตตะเร้อะ!"

ท่านอาเบะที่ท่าทางไม่ค่อยดีจากอาการป่วย ก็มาชี้แจงให้ท่านมิโตะฟังว่า "อังกฤษกับฝรั่งเศสส่งเรือรบไปที่กวางตุ้ง เปิดฉากทำสงครามครั้งใหม่กับจีนอีกแล้วขอรับ" / "แล้วมันเป็นยังไง?"

"พอเสร็จสงครามนั้นแล้ว เขาก็จะบุกประเทศเราเอากลังทหารมาบังคับให้เราค้าขายด้วย เขาลือกันว่าอย่างนั้นขอรับ"

ท่านโยชินางะ "ตอนนี้จะป้องกันญี่ปุ่นให้ได้ มีทางเดียวก็คือต้องทำสัญญาสันติภาพกับอเมริกาก่อนขอรับ" / "อย่าทำอะไรโง่ๆแบบนั้น่ะ สั่งให้ฮตตะทำฮาราคีรีซะ!! แล้วไสหัวฮาริสกลับไปซะดีกว่า"

"เอ่อ..ฝรั่งฮาริสคนนั้นน่ะ กำลังยื่นข้อเสนอขอเข้ามาในเอโดะอีกแล้วขอรับ"

"จะปล่อยให้มันอวดดีไปถึงไหน ท่านเจ้าแคว้นอิเซะ(ท่านอาเบะ)เป็นที่ปรึกษาประสาอะไร ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง!"

"ท่านเจ้าแคว้นมิโตะ" / "มีอะไร!"


"สถานการณ์มันคับขันมากแล้วนะขอรับ ถึงเวลาที่ประเทศเราจะต้องเปิดประเทศค้าขายกับชาติอื่นแล้ว ตอนนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วนะขอรับ" / "ไม่มีวิธีอื่นเลยรึยังไง?"

"มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ต้องยอมตามที่ชาติตะวันตกเรียกร้องขอมา ก็เพื่อไม่ให้เกิดสงครามทำให้ประชาชนเดือดร้อน"

"ให้มันย่ำยีชาติเราตามใจหรือยังไง!!" / "ได้โปรดฟังก่อน!!"

ท่านอาเบะขึ้นเสียง!บ้าง! คนที่ไม่เคยตวาดใครมาก่อนอย่างท่านอาเบะ พอได้เสียงดังบ้าง ทำเอาทุกคนถึงกับเงียบกริบ..

"ตอนนี้เป็นยุคที่ต้องเปลี่ยนแปลงเป็นการใหญ่ พวกเราจะต้องสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน! เราจะต้องฝืนใจเพียงแค่เปิดประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเมืองขึ้น!"

.
สายตาท่านอาเบะเข้มแข็งจริงจัง จ้องท่านมิโตะอย่างไม่กะพริบตา!

"ในเมื่อท่านเจ้าแคว้นแห่งอิเซะ(ท่านอาเบะ) ยืนยันถึงขนาดนี้ ข้าก็จำเป็นต้องฟังใช่มั้ย"


"ขอบพระคุณมากขอรับ ขอความกรุณาปฏิบัติตามนี้ด้วยขอรับ" แล้วท่านอาเบะก็ก้มหัวเคารพต่อท่านมิโตะอย่างนอบน้อมที่สุด

แล้วท่านอาเบะก็ได้พูดในสิ่งที่ควรพูด! ทำในสิ่งควรทำ! เพื่อประเทศญี่ปุ่นของท่านแล้ว..

.
------------------------

แต่ทว่าหลังจากนั้นไป20วัน เป็นวันที่17มิถุนายน ท่านคุโบอิเอซาะได้รับข่าวสำคัญ ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับท่านคุโบเป็นอย่างมาก นั่นคือ ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของท่านอาเบะ มาซาฮิโร่แห่งอิเซะ หัวหน้าที่ปรึกษาแห่งรัฐบาลโชกุน ด้วยวัยเพียง37ปีเท่านั้น (ค.ศ.1857)



ส่วนทางท่านมิโตะกับท่านโยชินางะเมื่อได้รับข่าวการตายของท่านอาเบะ

ท่านนาริอากิ "กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานไม่น่ามาด่วนจากไปเลย"

ท่านโยชินางะ "ไม่แปลกหรอก ท่านเป็นที่ปรึกษามาตั้ง14ปี ต้องทำงานหนักติดต่อกันมาตลอดคงจะเครียดมาก" / "จะมามัวเศร้าอยู่คงไม่ได้ ยังไงก็คงต้องหาคนมาดำรงตำแหน่งแทน"

"สิ่งที่พวกเราควรทำเป็นอย่างแรกก็คือ หยั่งเสียงท่านฮตตะ ว่าคิดจะสนับสนุนท่านโยชิโนบุหรือเปล่า?"

"แต่ข้าจะไม่ยอมให้อภัยเจ้าฮตตะเลย เรื่องทำสัญญากับฮาริสนั่นน่ะ จะต้องไต่สวนหาความจริงให้ได้"

"เรื่องมันคงบานปลายไปใหญ่แล้ว ฝ่ายโน้นก็คงเคลื่อนไหวทำอะไรอยู่แน่"


ฝ่ายโน้นที่ว่าก็คือ ฝ่ายท่านอี นาโอสุเกะ นั่นเอง ซึ่งเมื่อท่านอาเบะหัวเรือใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนท่านฮิโตะสึบาชิเป็นทายาทได้เกิดด่วนจากไปเสียก่อน แถมท่านนาริอาคิระก็กลับไปสัทสุมะแล้ว

ทำให้ทางฝ่ายท่านอี ก็เลยได้ใจ คิดตัดสินใจจะรีบเข้ามาเอโดะเพื่อเกลี้ยกล่อมท่านโชกุน ให้เห็นด้วยกับการเลือกท่านโยชิโตมิขึ้นเป็นทายาทให้ได้ เพราะคนตัดสินใจว่าสุดท้ายใครเหมาะที่จะเป็นทายาทโชกุน ก็มีเพียงท่านคุโบอิเอซาดะเท่านั้น

--------------------------

ข่าวท่านอาเบะถึงแก่กรรมก็ถูกแจ้งไปที่โอโอขุเช่นกัน โดยเฉพาะทาคิยามะเมื่อรู้ข่าวนี้ ก็ถึงกับพูดว่า "ท่านอาเบะเสียแล้วรึ สงสัยพายุใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น มันอาจทำให้ปราสาทนี้กับประเทศนี้สั่นคลอนได้"

ส่วนฝ่ายท่านหญิงอัตสึเมื่อรู้ข่าวร้ายนี้ "ท่านอาเบะเสียงั้นรึ! ตอนที่ญี่ปุ่นกำลังมีปัญหาใหญ่นี่นะ ไม่น่าเลย.."

อิคุชิมะ "ท่านมิได จะปล่อยไปตามยถากรรมไม่ได้นะ" / "เรื่องอะไรล่ะ?"

"อย่างที่เคยบอกไปแล้วนะเจ้าคะ ถ้าไม่มีท่านอาเบะสักคนนึง พวกเราก็เหมือนขาดที่พึ่งไปแล้ว..ตอนนี้ยังทันอยู่! คราวนี้ต้องไปทำเสียที ท่านต้องไปพูดกับท่านคุโบให้เลือกทายาทของท่าน ต้องพูดให้ท่านคุโบรับกับปากเราให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไปไม่รอดนะ จะแบกหน้าไปพบท่านพ่อก็ไม่ได้ด้วยเจ้าค่ะ"

"อิคุชิมะ!" / "เจ้าคะ!"

"ข้าเพิ่งได้พบกับท่านอาเบะแค่2ครั้งเท่านั้นเองนะ" / "เจ้าค่ะ"

"แต่ว่าท่านเป็นคนสุขุมนุมนวล น่ารักมากทีเดียว" / "เจ้าค่ะ..ถ้างั้น..?"

"คนแบบนี้สิ้นไปแล้วก็น่าเสียดาย แต่เราจะมามัวเศร้าอยู่ไม่ได้ ต้องทำอะไรให้ท่านบ้าง!!"

"
ความมุ่งมั่นของท่านมิไดบังเกิดขึ้นอีกแล้ว

---------------------

ดังนั้นในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากท่านคุโบไหว้พระเสร็จ ท่านก็รีบเดินจะออกจากห้องไป แต่ว่า..

"ท่านพี่!" / "มีอะไร"

"ท่านอาเบะเสียแล้วเจ้าค่ะ" / "ได้ยินว่าอย่างนั้น.."

"ข้าอยากจะคุยกับท่านพี่เรื่องท่านอาเบะนี่แหล่ะเจ้าค่ะ กรุณามาหาข้าหน่อยได้มั้ยเจ้าคะ"

ทุกคนในห้องต่างพลอยลุ้นฟังคำตอบของท่านคุโบไปด้วย ทั้งท่านฮงจูอิน อุตะฮะชิ อิคุชิมะ ทาคิยามะ และก็...โอชิงะก็ด้วย!?

ท่านคุโบหันหลังกลับมา แล้วตอบว่า "ถ้าจะคุยเรื่องอาเบะล่ะก็...เดี๋ยวผี!ก็มาหลอกเอาหรอกนะ!"



พูดจบแค่นั้น ท่านคุโบก็หันกลับเดินออกจากห้องพระไปทันที...

---------------------

ที่สัทสุมะ ท่านนาริอาคิระก็รู้ข่าวเรื่องท่านอาเบะแล้วเช่นกัน

ท่านนาริอาคิระ "คนในรัฐบาลทหารเสียไปกะทันหันอย่างนี้ ไหนจะมีเรื่องฮาริส ไหนจะต้องรีบสรรหาคนดีมารับตำแหน่งแทนอีก ข้าน่ะห่วงโออัตสึเหลือเกิน" / "ขอรับ" ไซโกตอบ

"ฝ่ายเราเสมือนเสียคนคุมหางเสือไปแล้ว เรื่องทายาทโชกุนจะสำเร็จหรือไม่ คงจะต้องพึ่งอัตสึเพียงคนเดียว เท่านั้นแล่ว!"

---------------------

การเมืองสมัยเอโดะนั้น ความคิดแต่ละฝ่ายมันมีการคาบเกี่ยวกันทางด้านความคิดพอควร เช่นฝ่ายท่านนาริอาคิระ กับท่านอาเบะนั้นเห็นว่าควรเปิดประเทศเพราะจำเป็นต้องเปิด แต่ท่านมิโตะกลับเห็นว่าต้องปิดประเทศ ทั้งๆที่อยู่ฝ่ายเดียวกันแท้ๆ

ฝ่ายท่านอี นาโอสุเกะ ก็เห็นว่าจำเป็นต้องเปิดประเทศเช่นกัน แต่ทำไมอยู่คนละฝ่ายกับท่านอาเบะ?

ก็เพราะท่านอี ยึดถือฟุไดไดเมียวให้เป็นใหญ่ในบะขุฝุเท่านั้น ไม่ต้องคบกับพวกโทซามะอย่างท่านนาริอาคิระให้มาเกี่ยวข้องในรัฐบาล

ส่วนท่านอาเบะเป็นฟุไดไกเมียวที่หันมาคบกับโทซามะไดเมียว ก็เพราะมีแนวคิดอย่างหนึ่งที่เหมือนกันกับท่านนาริอาคิระที่นอกเหนือจากเรื่องการเปิดประเทศก็คือ....

(ไว้ติดตามตอนต่อไป )
.
.
อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 74
.
.
.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม