WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พวกไม่จงรักภักดี 7 เศรษฐกิจพอเพียง




.
ประเด็นนึงที่พวกไม่จงรักภักดีสถาบันฯ ยังอุตส่าห์เอามาโจมตีแถมการโจมตีกลับกลายเป็นการแสดงถึงความเขลาของตัวเองก็คือ เรื่องทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

เพราะพวกไม่จงรักภักดีฯ ได้แปลทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นการให้อยู่อย่างยากจน ไม่จำเป็นต้องมีโทรทัศน์ดู ไม่จำเป็นต้องมีอินเตอร์เนตใช้ ปฏิเสธเทคโนโลยี ให้อยู่กันแบบจนๆไม่แสวงหาความสุขสบายทางด้านวัตถุ ดำเนินชีวิตแบบปู่เย็นแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี อะไรประมาณนี้


ที่จริงคนที่อยู่ในเว็บหมิ่นสมเด็จพระบรมฯ หลายๆคนก็ฉลาดอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังมีพวกเบาปัญญาปะปนอยู่ในพวกนี้เป็นจำนวนมากพอควร เพราะพอมีคนตั้งกระทู้โจมตีเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แบบที่ผมยกตัวอย่างตามข้างต้นนั้น ก็มีพวกไม่จงรักภักดีฯอีกหลายคน เข้ามาชื่นชมเห็นด้วยกับเจ้าของความคิดที่โจมตีเรื่องนี้



ที่จริงแล้ว เรื่องความพอเพียงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เป็นเรื่องที่มีสั่งสอนกันอยู่ในทุกประเทศ เช่น ในประเทศจีนก็คือ "วิถีแห่งเต๋า" ถ้าในญี่ปุ่นก็คือ "วิถีแห่งเซ็น" 

แต่สำหรับประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธ ก็ได้รากฐานความคิดเรื่องความพอเพียงนี้มาจาก เรื่อง "หลักทางสายกลาง" ของพระพุทธเจ้า คือ ไม่ตึงเกินไป และไม่หย่อนเกินไป เป็นไปอย่างพอดี พอเหมาะ พอประมาณ ตามกำลังของแต่ละคนไม่ตายตัว
.
ทุกคนมีสิทธิที่จะฟุ้งเฟ้อได้ มีสิทธิหรูหราได้ แต่ก็ต้องฟุ้งเฟ้อและหรูหราแบบพอเพียง คือ พอประมาณกับฐานะตนเอง เพราะความพอเพียงของแต่ละคนล้วนมีลิมิตที่ต่างกันไป ขอเพียงในชีวิตของแต่ละคน อย่างน้อย ใน 100 ส่วน จะฟุ้งเฟ้อเพราะความอยากบ้างสัก 49 ส่วน ที่เหลืออีก 51 ส่วน ก็ให้มีความพอเพียงอยู่ด้วย เพียงเท่านี้ ก็นับว่าดีแล้ว

การตีความว่า ความพอเพียง คือทุกคนต้องอยู่อย่างยากจน เป็นการตีความของคนโง่เขลาเบาปัญญา เพราะคนเรามีศักยภาพไม่เท่ากัน แต่ละคนจึงมีลิมิตของความพอเพียงก็ย่อมไม่เท่ากันเป็นเรื่องธรรมดา การตีความว่า ต้องเป็นเหมือนกัน ต้องเท่ากัน มันไม่ใช่แนวคิดความพอเพียง แต่มันเป็นแนวคิดแบบพวกคอมมิวนิสต์หลงยุคตกโลกไปแล้ว

การที่คนเรามุ่งแต่กอบโกยจนเกินไป ก็เป็นต้นเหตุหนึ่งของ ภาวะโลกร้อน เพราะภาวะโลกร้อน ก็เกิดจากการบริโภคเกินความจำเป็น เป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของสัตว์ต่างๆและพันธุ์พืชในโลกมากมาย

หรือแม้แต่วิกฤติเศรษฐกิจของไทยในปี40 หรือวิกฤติเศรษฐกิจของโลกในวันนี้ ก็ล้วนแต่มีสาเหตุมาจาก ลัทธิบริโภคนิยมฟุ้งเฟ้อเกินความจำเป็นทั้งสิ้น ซึ่งผมเองก็เคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้วตั้งแต่เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา (อ่านอเมริกาจ๋อยตอน1) (อ่านเศรษฐกิจโลกตก-ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงแก้ไขได้)



เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่การปฏิเสธเรื่องอุตสาหกรรม แล้วหันกลับไปใช้ชีวิตแบบเกษตรกรรมเท่านั้น แต่เศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้กับกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ แต่บังเอิญประเทศไทยคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ในหลวงจึงทรงเน้นการเกษตรแนววิถีพอเพียงเป็นหลัก เพื่อจะลดต้นทุน ลดการพึ่งพาสารเคมี จะได้ทำให้เกษตรกรลดภาระการเป็นหนี้จากการกู้ยืมเงินมาซื้อทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง และจะได้มีวิถีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว
.
หากจะให้ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวสักเรื่องก็เช่น เรื่องเด็กไทยชอบเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อย ตรงนี้ก็จะแสดงให้เห็นถึงความฟุ้งเฟ้อเกินความจำเป็น ยิ่งเทคโนโลยีมือถือนั้นเป็นสิ่งที่ซื้อหามาจากต่างชาติ ทำให้เงินทองของประเทศต้องรั่วไหล ขาดดุลการค้าโดยใช่เหตุ

แต่หากใครเป็นลูกคนรวย ก็ยังพอว่า แต่ถ้าหากเป็นลูกคนจน แล้วยังดิ้นรนให้พ่อแม่หรือตัวเองต้องเดือดร้อนเพื่อจะได้มีซึ่งโทรศพัท์มือถือราคาแพง ๆ อย่างนี้ก็เรียกได้ว่าไม่พอเพียง เป็นต้น
.
-------
"
คนฉลาดเมื่อได้ฟังได้ศึกษาเรื่องความพอเพียงแล้วนำไปปฏิบัติใช้จนประสบความสำเร็จมีอยู่มากมาย

แต่คนที่ปฏิเสธทฤษฎีความพอเพียง เพราะไม่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้จริง จึงไม่ลองนำไปปฏิบัติดู ก็ควรจะหันมามองที่ตัวเองดูสิว่า โง่หรือเปล่า เพราะใคร ๆ เขาก็นำทฤษฎีความพอเพียงไปใช้จนเกิดประโยชน์กันทั้งนั้น
.
-------------------
.
เรื่องความพอเพียง ผมคงไม่ต้องอธิบายมากหาอ่านได้ในเว็บเยอะแยะ (เช่น ที่วิกิพีเดีย ก็ได้อธิบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไว้ดีมากครับ)

แต่อยากจะเน้นให้รู้อีกครั้งว่า คนรวยก็พอเพียงได้ในระดับคนรวย คนจนก็พอเพียงได้ในระดับคนจน ไม่ใช่ต้องเหมือนกัน ที่สำคัญต้องเป็นไปตามหลักสมดุลของแต่ละคน อย่างยั่งยืน บนหลักแห่งความไม่ประมาทครับ
.
ก่อนจะจบในวันนี้ พวกไม่จงรักภักดีฯชอบนำเรื่องรถพระที่นั่งยี่ห้อmaybach มาโจมตีความพอเพียงของในหลวง ผมจึงอยากยกตัวอย่าง เรื่องที่ พวกนักบวชนอกรีต ชอบใช้ประเด็นพระต้องอยู่อย่างสมถะ ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยเฉพาะชอบโจมตี พระเถระผู้ใหญ่รูปต่างๆว่า นอนห้องแอร์บ้างล่ะ หรือนั่งรถราคาแพงบ้างล่ะ หรือใส่จีวรประณีตสวยงามบ้างล่ะ ไม่เหมาะกับการเป็นพระที่ต้องกินน้อยใช้น้อย (แนวสันติอโศก)
.
โดยเฉพาะหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ท่านโดนโจมตีหนักเลยจากพวกสุดโต่ง ทั้งการรับเงินจากญาติโยมโดยตรง หรือจะเป็นการปลุกเสกพระเครื่อง หรือจะเรื่องติดสูบบุหรี่ แต่ผมว่า หากเราตัดสินหลวงพ่อคูณ เพียงแค่เปลือกนอกเท่านี้ ก็คล้าย ๆ นิยายของจีนเรื่องพระอรหันต์จี้กง ที่พระจี้กง ทั้งกินเนื้อสัตว์ แถมดื่มเหล้าเมามายอีกต่างหาก ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างรังเกียจพระจี้กง แต่ถ้าเราศึกษาเรื่องนี้ให้ดี เราจะรู้ได้ว่า พระจี้กง ก็คือพระอรหันต์รูปหนึ่งที่น่านับถือทีเดียว (ไปลองหาอ่าน หาศึกษาเรื่องพระจี้กงดูนะครับ ดีมากๆ ให้แง่คิดมากมายอย่างลึกซึ้ง)
.
หากเรามองผิวเผินก็อาจคล้อยตามพวกลัทธินอกรีตสุดโต่งสไตล์เทวทัตได้โดยง่าย แต่หากเราดูมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลการถวายสิ่งใดๆให้แก่พระพุทธเจ้า หรือพระสงฆ์ ผู้ถวายก็จะถวายสิ่งที่ดีที่สุดประณีตที่สุดเท่าที่ตัวเองจะหาได้ให้แก่พระพุทธเจ้าหรือพระสงฆก็ตาม แล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ทรงปฏิเสธการรับ เพราะพระองค์ดำรงฐานะการอยู่ได้ด้วยการรับจากบรรดาพุทธบริษัท ซึ่งพระองค์ก็ไม่เคยเรียกร้องขอแต่ประการใด (ภิกขุหรือภิกษุ แปลว่า ผู้ขอ แต่ไม่ใช่แปลว่าขอทานนะครับ)
.
แต่ถามว่า พระพุทธเจ้าท่านทรงเกิดกิเลสในการรับสิ่งประณีตเหล่านั้นไหม ?
ตอบว่า แน่นอนไม่เลย
.
การที่เราจะบริจาคสิ่งของแก่ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นบริจาคทานแก่ขอทาน หรือ ทำบุญกับพระอรหันต์ การที่เราให้ด้วยใจบริสุทธิ์และให้สิ่งที่ประณีตยิ่งกว่าที่เรามี หากใครทำได้ อย่างนี้เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด ว่าด้วยการบริจาคทั้งปวง
.
ส่วนผู้รับจะยึดติดหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่สภาวะจิตของแต่ละคน หากพระได้รับสิ่งของฟุ่มเฟือยจากญาติโยม แล้วจิตยึดติดไม่ปล่อยวาง หลงในทรัพย์นั้น อย่างนี้ก็เป็นเรื่องสภาวะกรรมของพระรูปนั้นๆไป ผิดหรือถูก เราคนให้ไม่มีสิทธิตัดสินครับ ว่าพระดีหรือไม่ดีเพียงแค่สิ่งที่เราเห็นครับ เพราะเราไม่สามารถรู้สภาวะจิตของใครได้
.
ผมเคยไปงานพระราชทานเพลิงศพพระเกจิอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่ง คือหลวงปู่หลุยส์ จันทสาโร วันนั้นผมได้เห็นรถพระที่นั่งของสมเด็จพระสังฆราชพระญาณสังวร เป็นรถเบนซ์สีเหลือง และพอพระสังฆราชเสด็จลงจากรถ ผมก็ได้เห็นว่า พระสังฆราช พระองค์ทรงพระดำเนินลงจากรถด้วยเท้าเปล่า!
.
บทความตอน7นี้ ผมขอจบง่ายๆเพียงเท่านี้ครับ อ้อ! ก่อนจบมีโฆษณาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ดู โดยฝีมือสร้างของครีเอทีฟมือหนึ่งของไทย และอันดับ1 ของโลกด้วย(จากการจัดอันดับของ The Gunn Report 2005 ) ที่ชื่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย หรือ ต่อ ฟิโนมิน่า แห่งบริษัทphenomena ได้สร้างไว้ ซึ่งผมชอบมากครับ (คนฉลาดอย่าง คุณต่อ ฟิโนมิน่า ยังเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างลึกซึ้งและเรียบง่ายจริงๆครับ นับถือๆ)
.phenomena
news vcd sport

.
.
-->

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม