WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จับผิด! คำพูดนพดล นพเหล่




.
(ย้อน อ่านเขมรขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารสำเร็จเพราะนายนพดล )
.
ตอนนี้แม้แต่คนไทยก็ยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเองในเรื่องเขาพระวิหาร ฝ่ายเสื้อแดงเชื่อว่า นายนพดล หรือนพเหล่ ได้พยายามปกป้องไทยไม่ให้เสียดินแดน เพราะนายนพดลอ้างว่า ได้พยายามให้เขมรขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจนสำเร็จ โดยไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่4.6ตร.กม.รอบปราสาท
.
อยากให้ทุกท่าน ดูคลิปนี้ก่อนนะครับ ว่านายนพดลพูดขัดแย้งในตัวเองหรือไม่?
(คลิปเต็มยูทูปอยู่ล่างบทความ)



(ขอบคุณคลิปจากบล้อคok เนชั่น) ต้องตั้งใจจับประเด็นคำพูดของนายนพดล หลายๆรอบนะครับ เพราะถ้าฟังผ่านๆ เราจะไม่สามารถรู้ว่า นพดลตอแหลแค่ไหน
.
พิรุธแรกคือ
.
นายนพดลพูดว่า เขมรพยายามขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารทั้งพวงใหญ่ ซึ่งพวงใหญ่หมายถึงรวมพื้นที่ทับซ้อนไปด้วยว่า เขมรไม่สามารถขึ้นได้สำเร็จถ้ายังจะขึ้นทั้งพวงใหญ่ไปด้วย เพราะยูเนสโกไม่ยอม
.
พิรุธสองคือ
.
นายนพดลพูดว่า เขมรลดลงเหลือแค่พวงเล็กเฉพาะตัวปราสาท และนายนพดลได้ไปเซ็นเอกสารเพื่อให้เขมรขึ้นเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น โดยไม่มีพื้นที่ทับซ้อน นายนพดลอ้างว่า หากเขาไม่ตรวจดูเอกสารของเขมร เขมรจะแทรกแผนที่ทับซ้อนเข้าไปด้วย ซึ่งยูเนสโกก็จะอนุมัติ!?!

ตนเองได้ไปยับยั้งไม่ให่เขมรแทรกแผนที่!? (ไอ้โกหก!!)
.
หากเราฟังเผินๆก็จะฟังดูดีนะครับว่า นายนพดลได้ช่วยให้เขมรยอมรับแค่ตัวปราสาท และยอมรับว่าพื้นที่ทับซ้อนเป็นของไทย แต่ที่จริงไม่ใช่ตามที่นายนพดลอ้าง
.
เพราะที่จริงนายนพดลก็พูดเองแล้วในข้อพิรุธแรกที่ว่า หากเขมรขึ้นทะเบียนโดยรวมเอาพื้นที่ทับซ้อนไปด้วย ยูเนสโกจะไม่ยอมให้ขึ้น!!? (ซึ่งเขมรก็พยายามทำมาเป็นสิบปีแต่ไม่สำเร็จ)
.
แต่ถ้าเขมรขึ้นเฉพาะตัวปราสาท แต่จะแทรกแผนที่ที่รวมพื้นที่พิพาทไปด้วย ยูเนสโกจะยอม!?! (งง!ดีมั้ยครับ)
.
ถ้าคำพูดของนพดลเป็นจริงที่ว่า เขมรจะแทรกแผนที่ได้แม้ไทยไม่ไปเซ็น ถ้าเป็นเช่นนั้นได้จริงก็แสดงว่า ทางยูเนสโกไม่ได้ตรวจสอบแผนที่เลยหรือว่า หากเขมรขอขึ้นแค่ตัวปราสาทเท่านั้น แต่ทำไมมีแผนที่ ที่มีพื้นที่ใหญ่มากกว่าตัวปราสาทหลายเท่า? และแผนที่ที่รวมพื้นที่พิพาทนั้นเขมรก็ยื่นหลายครั้งแล้ว แต่ไทยไม่ยอม เขมรเลยขึ้นไม่สำเร็จสักที!! และยูเนสโกจะจำแผนที่ฉบับเดิมๆนั้นไม่ได้เชียวหรือ?
.
คุณผู้อ่าน อ่านแล้วพอเข้าใจที่ผมอธิบายไหมครับ ผมยอมรับว่า ยากที่จะเข้าใจง่ายๆ แต่อยากให้คุณผู้อ่านทบทวนคำพูดของนพดลดูดีๆนะครับ ว่ามันมีความขัดแย้งเหตุผลในตัวเอง
.
คือนพดลพูดว่า ถ้าเขมรขอขึ้นพวงใหญ่พ่วงพื้นที่พิพาท เขมรจะขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าเขมรขึ้นแค่พวงเล็กแต่แทรกแผนที่กินพื้นที่ทับซ้อนจะขึ้นทะเบียนได้!?!
.
ที่จริงแล้ว ในที่ผ่านมา ทางไทยเราไม่เคยยอมเซ็นเอกสารยินยอมอะไรทั้งนั้นที่เขมรต้องการขึ้นฝ่ายเดียวมาตลอดร่วมสิบปี และเขมรก็ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้สำเร็จเลยครับ (เพราะนายนพดลก็พูดเอง)
.
แต่!!พอนายนพดลเซ็นปุ๊บ!! เขมรขึ้นทะเบียนได้ทันที!! เพราะอะไร? ตรงนี้แหล่ะครับคือพิรุธ!
.
เพราะที่จริงแล้ว ตอนนพดลเซ็นเอกสารที่เขมรให้ดูหลักฐานการยื่นขอ กับเอกสารจริงที่เขมรยื่นขอ อาจจะไม่ใช่ฉบับเดียวกันก็ได้ เพราะที่นายนพดลเซ็นยินยอมและเขมรก็ใช้แค่เอกสารยินยอมแค่นั้น และน่าจะแทรกแผนที่ที่พ่วงพื้นที่พิพาทไปตามเดิม แล้วแผนที่ที่นพดลอ้างก็ไม่ได้ส่งไป
"
เพราะที่ผ่านมาแผนที่ที่นายนพดลเอามาออกทีวีชี้แจงหลายครั้ง ก็เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของนพดลฝ่ายเดียวว่าเขมรจะยื่นตามที่ตกลงกับนพดล
.
ส่วนแผนที่ๆเขมรใช้ยื่นจริง ทั้งสื่อไทยหรือนักวิชาการไทยรวมทั้งนักการเมืองฝ่ายค้านตอนนั้นทุกคน ไม่เคยเห็นแผนที่ฉบับนั้นจริงๆเลย เพราะเขมรไม่เคยเปิดเผยให้เราดู มีแต่นายนพดลคนเดียวที่อ้างว่าเคยเห็น!?!
.
หรืออาจะเป็นอีกกรณีนึงก็คือ นพดลอ้างว่าเขมรขึ้นเฉพาะตัวปราสาทโดยไม่รวมพื้นที่ทับซ้อนเป็นเรื่องโกหก เพราะหลังจากการอนุมัติของยูเนสโกแล้ว ทางฝ่ายไทยขอดูเอกสารการยื่นอีกครั้งโดยเฉพาะแผนที่ที่เขมรใช้ยื่นจริงนั้น ทางยูเนสโกกลับไม่ยอมให้ดูแผนที่ของเขมร ทั้งๆที่โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับครับ
.
นี่แหล่ะคือ ลับลมคมใน ที่ยังอำพรางอยู่ เพราะตามหลักการการขึ้นมรดกโลกจริงๆแล้ว หากเป็นโบราณสถานที่ต้องมีพื้นที่ในองค์ประกอบเพื่อความสมบูรณ์ จะไม่สามารถขึ้นเฉพาะตัวปราสาทได้
.
หากขึ้นเฉพาะตัวปราสาทเดี่ยวๆ ได้จริง เท่ากับว่า ยูเนสโกผิดหลักการของตัวเอง!!!
.
และหากยูเนสโกไม่ยึดตามหลักการจริง ก็ไม่จำเป็นที่ไทยเราต้องเป็นสมาชิกของมรดกโลกต่อไป แค่ไม่ได้เป็นมรดกโลก ไม่ได้ทำให้ไทยเราต้องเสียหายอะไรเท่าไหร่ เพราะของดีแม้ไม่ต้องมีฝรั่งมาออกใบรับรองเพราะเหตุผลทางธุรกิจ ของดีของเราก็ยังมีคุณค่าอยู่ดี
.
ยิ่งหากเราถอนการเป็นมรดกโลกออกด้วยเหตุผลของเราเอง ไม่ได้โดนปลดออก แบบนี้ยิ่งทำให้มรดกโลกของเราที่เคยขึ้นทะเบียนไปแล้ว ยิ่งดังใหญ่ และอาจจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาดูมากกว่าเดิมก็ได้ การถอนตัวออกจามรดกโลกไม่ได้ทำให้โบราณสถานหรือป่าเขาของเราที่ขึ้นทะเบียนแล้วด้อยคุณค่าลงแต่ประการใด
.
ในเมื่อยูเนสโกโหลยโท่ย จำเป็นด้วยเหรอที่เราจะต้องยอมทนกับความโหลยโท่ย และความอยุติธรรม ที่พวกฝรั่งร่วมมือกับเขมรจะฮุบแผ่นดินไทย
.
ปี ๆ นึงเราต้องเสียค่าสมาชิกมรดกโลกปีละ50ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ของฟรี หรือได้ประโยชน์อะไรจากเขาสักหน่อยครับ อาจจะได้หน้าว่า เรามีมรดกโลก แต่มรดกโลกกลับจะมาสร้างความแตกแยกให้กับเราและเพื่อนบ้าน
.
ดีที่สุดตอนนั้นคือ นพดลไม่ต้องไปเซ็นอะไรทั้งนั้น ก็ให้มันรู้ไปว่า เขมรจะมาอ้างเพื่อโกงดินแดนเราได้ . แต่นพเหล่มันกระเหี้ยนกระหือรืออยากไปเซ็นกับเขมรจนมีพิรุธ!
.
****************************
.
แล้วจริงๆแล้ว เขมรขึ้นทะเบียนยังไงกันแน่
.
ถ้าเขมรขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริงตามที่นพดลอ้าง แต่นายนพดลไปเซ็นยินยอมที่จะให้คณะกรรมการมรดกโลกจาก7ประเทศอันมีไทยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วม ได้เข้ามาร่วมจัดการในพื้นที่องค์ประกอบของเขาพระวิหารซึ่งอยู่ในดินแดนของไทย
.
โดยที่การตัดสินใจทุกอย่างต้องเกิดจากมติคณะกรรมร่วมทั้ง7ประเทศ ไทยจึงเป็นได้แค่หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินใจเท่านั้น และเป็นแค่เสียงส่วนน้อย เพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่มีผลประโยชน์จากการลงทุนจัดการกับเขมร (เข้าข้างกัมพูชา)
.
ซึ่งไทยเราก็เปรียบเสมือนว่า เป็นแค่หนึ่งในคณะกรรมร่วมเท่านั้น ไม่ได้มีสิทธิเต็มที่ในการจัดการพื้นที่ในอธิปไตยของเราได้เหมือน100%อย่างเดิม และที่สำคัญการขึ้นทะเบียนก็แค่ในนามของกัมพูชาชาติเดียวเท่านั้น โดยที่เอาพื้นที่ไทยไปด้วย
.
ก็เปรียบเสมือนว่า ไทยเรายกสิทธิการดูแลจัดการพื้นที่ของเราแท้ๆไปเป็นในนามกัมพูชาเป็นเจ้าของทะเบียนมรดกโลกทั้งหมด และการจัดการก็ต้องขึ้นตรงกับคณะกรรมการจาก7ชาติ ซึ่งทั้ง6ชาติล้วนแต่เป็นพวกเดียวกับกัมพูชาทั้งสิ้น ทำให้ในทางปฏิบัติแล้ว ไทยสูญเสียอธิปไตยอย่างไม่เป็นทางการในดินแดนตัวเองไปโดยปริยายครับ
.
ซึ่งต่อไป เมื่อเขมรเข้ามาจัดการในพื้นที่ได้ ก็อาจจะเลยเถิดนำแผนที่ฉบับที่ใช้ในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของเขาพระวิหาร มาอ้างภายหลังได้ว่า เรายอมรับแผนที่ของเขาแล้ว และเขาก็อาจจะรุกคืบต่อไปเพื่อใช้แผนที่ฉบับเดียวกันในการอ้างพื้นที่ครองครองเพิ่มขึ้น เพราะขนาดตอนยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เขมรก็ยังพยายามรุกเข้ามาในแผ่นดินไทยเสมอ แถมอ้างว่าเป็นของมัน
.
ที่สำคัญ แม้นายนพดลจะอ้างว่าไปคัดค้านตามติศาลรัฐธรรมนูญสั่งแล้ว แต่มันไม่ทันการไปแล้วครับ และที่สำคัญยูเนสโกเขาเชื่อในเอกสารที่รัฐต่อรัฐทำกัน โดยไมให้น้ำหนักไปที่คำสั่งศาลครับ และจนถึงทุกวันนี้ ไทยยังไม่มีคำสั่งออกจากรัฐบาลไทยโดยตรงว่า การเซ็นร่วมครั้งนั้นเป็นโมฆะ
.


คลิปฉบับเต็มสัมภาษณ์นพดล ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้ อยู่นาทีที่5.20เป็นต้นไป



************************



-----------------------------------------


ปัญหาการตีความของนักวิชาการของไทย

ความเห็นนักวิชาการไทยฝ่ายหนึ่ง เชื่อว่า ปราสาทเขาพระวิหารได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปแล้ว

แต่มีนักวิชาการอีกฝ่ายเช่นอาจารย์เทพพนม ลิมปพยอม ตีความว่า ยังอยู่แค่ขั้นตอนการขึ้นทะเบียน ยังไม่เป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์

เพราะอาจารย์เทพพนมตีความว่า ปราสาทเขาพระวิหารแค่ได้รับการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนโดยสมบูรณ์ จะสมบูรณ์ได้เมื่อได้ส่งแผนจัดการพื้นที่โดยรอบแล้วเสร็จ

และไทยสามารถขวางการยื่นแผนบริหารจัดการได้ ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารยังขึ้นทะเบียนไม่สมบูรณ์ เพราะมรดกโลกต้องมีแผนการบริหารจัดการพื้นที่ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว จึงจะได้รับการเซ็นอนุมัติจากผอ.ยูเนสโกให้ได้เป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์

แต่ไทยยังคัดค้านการจัดการที่มีพื้นที่พิพาทรวมโดยยังไม่เซ้นยินยอมแปลว่า ปราสาทเขาพระวิหารยังไม่ได้เป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์ ตราบใดเราไม่อนุมัติการใช้พื้นที่ในส่วนของไทย ปราสาทเขาพระวิหารก็ยังได้แค่อยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียน จึงยังไม่ได้เป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์

อาจารย์ปณิธาน วัฒนายากร เพิ่งให้สัมภาษณ์ทางเนชัั่่นว่า ยังขึ้นทะเบียนไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะเขมรยังไม่ส่งมอบแผนจัดการ

อาจารย์เทพมนตรี ลิมปพยอม แนะนำว่า ถ้าไทยไม่ยินยอมให้เขมรจัดการในพื้นที่พิพาทอย่างเดิม เขมรก็จะยังไม่ได้เขาพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยสมบูรณ์ และตราบใดยังมีการส่งกองทหารอยู่โดยรอบของทั้งสองฝ่าย ก็จะขัดกับระเบียบการเป็นมรดกโลก ที่ดีที่สุดไทยควรอยู่เฉยๆ ไม่ต้องไปเซ็นอะไรกับเขมรเพิ่มขึ้นอีก แล้วดูซิว่า เขมรจะได้มรดกโลกสำเร็จโดยสมบูรณ์ได้หรือไม่ และเราก็ตั้งกองทหารไว้ ไม่ต้องย้ายออกไป

(อาจารย์เทพพนม ยังบอกอีกว่า หากสุวิทย์ไม่ไปคัดค้าน การส่งมอบแผนพัฒนาพื้นที่ของเขมรยังไงก็ต้องเลื่อนอยู่แล้ว เพราะไทยเรายังไม่ได้เซ็นยินยอมตามแผนการพัฒนาที่เขมรจะต้องการจะทำ จึงแปลว่า สุวิทย์อาจจะโม้ไปหน่อยว่าเป็นผลงานตนเองคัดค้านได้สำเร็จ)


"
"

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ31 กรกฎาคม, 2553 10:43

    ติดตามอ่านครับ...รักชาติขึ้นจับใจเลย

    ตอบลบ
  2. ขอแชร์ขึ้นเฟชหน่อยนะพ่อเอก

    ตอบลบ
  3. พอดีผมได้อ่านเจอบทความของคุณโชกุน ในผู้จัดการออนไลน์ วันที่11ก.พ.54 ซึ่งอธิบายได้เข้าใจได้ง่ายเช่นกัน

    สนใจอ่านไปที่ http://astv.mobi/AIMA6JG

    ตอบลบ

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม