WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

19 กันยายน 2549 กับข้อมูลที่หลายคนไม่รู้




เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 วันนั้นตรงกับวันครบรอบ 7 ปี การถึงแก่พิราลัยของ หม่อมหลวง บัว กิตติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บรมราชินีนาถ

(หม่อมหลวงบัว กิติยากร ถึงแก่พิราลัย ในวันที่19 กันยายน พ.ศ.2542 สิริอายุ 89 ปี )

ซึ่งในวันนั้นบรรดาองคมนตรีทั้งหมดก็เข้าวัง ตามคำเชิญของสมเด็จพระนางเจ้า เพื่อร่วมงานบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยหม่อมหลวงบัว กิติยากร

หลังเสร็จสิ้นงานบำเพ็ญพระราชกุศลแล้ว แต่ !! เนื่องจากว่าวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้ตรงกับวันอังคารพอดี ซึ่งปกติคณะองคมนตรีจะประชุมกันทุกวันอังคาร ที่ทำเนียบองคมนตรี  ใน วังสราญรมย์

วันนั้นคณะองคมนตรีจึงได้ถือทูลขอพระบรมราชานุญาต ขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมคณะองคมนตรีมาเป็นที่พระตำหนักจิตรลดาฯ แทนเป็นการชั่วคราว เนื่องจาก

ในเย็นวันนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงพระราชทานงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่องคมนตรีและบุคคลใกล้ชิดด้วย 


รูปข่าว(ตัวอย่าง) จากงานบำเพ็ญพระราชกุศลการถึงแก่พิราลัย ม.ล.บัว ในวันที่ 19 กันยายน 2553

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



ซึ่งในวันค่ำวันนั้นเช่นกัน ก็เกิดการรัฐประหารของคมช. ยึดอำนาจจากทักษิณ

บรรดาองคมนตรีซึ่งร่วมงานเลี้ยงอาหารเสร็จ ก็ทยอยกลับบ้านกันไปแล้ว แต่หลายท่านยังกลับไปไม่ทันจะถึงไหน ก็ต้องรีบวกกลับเข้าวังด่วนในเวลา3ทุ่ม

โดยเฉพาะพลเอกเปรม ซึ่งท่านเป็นประธานองคมนตรี ท่านจึงมักจะกลับบ้านช้ากว่าองคมนตรีท่านอื่น ๆ แต่วันนั้นพลเอกเปรมยังไม่ทันจะได้กลับ ก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหารขึ้นเสียก่อน

ซึ่งคราวนี้เกิดจากมีการประกาศยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการณ์ของอดีตนายกทักษิณ ของ คมช. ซึ่งขณะนั้นนายก ฯ ทักษิณอยู่ในช่วงบินไปปฏิบัติภารกิจที่สหรัฐอเมริกา

เมื่อประธาน คมช. โดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ได้มาขอเข้าเฝ้าในตอน 5 ทุ่ม จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นพลเอกเปรม ประธานองคมนตรีนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย

ส่วนองคมนตรีท่านอื่น ๆ ก็ยังอยู่ในพระตำหนักจิตรลดา เช่นกัน 


แต่กลับมีคนนำเหตุการณ์วันนั้นมากล่าวหาว่า พลเอกเปรมเป็นผู้พา คมช.มาเข้าเฝ้าฯ ซึ่งอาจทำให้มองว่าพลเอกเปรมเกี่ยวข้องกับ การรัฐประหารของ คมช.

แต่ที่จริงแล้ว หากเมื่อสถานกาณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ประธานองคมนตรีจะต้องเป็นคนแรกที่ต้องรีบเข้าวัง เพื่อถวายรายงานสถานการณ์ต่อในหลวง และต้องอยู่คอยรับใช้พระองค์ ซึ่งเป็นถือเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว

--------------------------

สมัยทักษิณยังเป็นนายกรัฐมนตรี ได้เป็นคนคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นผบ.เหล่าทัพด้วยตัวเองทุกคน

เช่น พลเอกสนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ. , พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. , พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร.

ทั้ง3คน เป็นทหารที่มีบุคลิกเรียบร้อยและไม่เด่นดังอะไรมากนักในกองทัพ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ไม่ได้เป็นพวกมีบารมีมากเท่าไหร่นักในทั้ง 3 กองทัพ

ด้วยที่ทั้ง 3 คนดูไม่โด่งดัง และไม่มีบารมีนักในกองทัพ จึงเหมาะที่ทักษิณจะเลือกมาเป็นผบ.เหล่าทัพเพื่ออุ้มชูรัฐบาลของตน เพราะทักษิณไม่คิดว่าทั้ง3คนนี้จะกล้าหือกับตนเอง

แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติขึ้นในปี 2549 ล้มทักษิณลงจากอำนาจ

ทักษิณจึงไม่เชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพทั้ง3คนนี้ จะมีบารมีมากพอจะก่อการปฏิวิติตนได้ เพราะทักษิณอุตส่าห์คัดเลือกประเภทนายพลเจี๋ยมเจี้ยมในกองทัพมาดำรงตำแหน่ง ผบ. แล้ว

ทักษิณจึงคิดว่า ต้องมีผู้มีบารมีมาก ๆ มาจัดการให้เกิดการรัฐประหารขึ้นมาแน่ ๆ ซึ่งทักษิณอ้างว่าคือ พลเอกเปรม ประธานองคมนตรี คือผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร

ส่วนพวกล้มเจ้า มันตีความคำว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ที่ทักษิณมันใช้เรียกไปไกลกว่านั้นอีก

คลิกอ่าน ฤา คมช.รัฐประหารเป็นแผนทักษิณ

---------------------------

ายงานกรุงเทพฯ วันที 27มี.ค. 53

วันนี้ผมผ่านไปบนถนนพหลโยธิน สังเกตว่าตั้งแต่ช่วงหน้าวัดไผ่ตัน เรื่อยไปจนถึงสะพานควาย ผมเห็นพ่อค้าแม่ค้าริมถนนใส่เสื้อแดงกันเยอะกว่าทุกวัน (แต่คนไม่ใส่เสื้อแดงก็ยังเยอะกว่า)

และเมื่อเรื่อยไปจนถึงอนุสาวรีย์ก็จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าใส่เสื้อแดงกัน เช่นพวกรถตู้อนุสาวรีย์ก็ใส่ คนเดินถนนก็ใส่เยอะกว่าทุกๆวัน

ก็เพราะวันนี้เป็นวันแดงนัดชุมนุมใหญ่อีกแล้ว แถมมีการตระเวนไปหลายๆจุดในเมืองหลวง

ยอมรับว่ามีคนยืนต้อนรับเสื้อแดงกันอยู่ตลอดทาง ส่วนใหญ่ก็คนที่ทำมาหากินบนฟุตบาทนั่นแหล่ะครับ ส่วนคนเดินถนนก็มีต้อนรับเสื้อแดงอยู่พอควร

ช่วงค่ำๆได้ข่าวว่า ช่อง5โดนปาระเบิด รถจึงติดย่านพหลโยธินช่วงสนามเป้า ผมคาดการณ์เอาว่า เมื่อช่อง5โดนแล้ว เดี๋ยวช่อง11ก็อาจโดนเหมือนกัน!?

ผมจึงเลี่ยงเส้นทางทั้งสอง คือไม่ไปพหลโยธิน ไม่ไปวิภาวดีเพราะต้องผ่านช่อง11 ผมเลือกไปถนนเลียบคลองประปาแทน

เมื่อถึงบ้าน ก็ได้ข่าวว่าช่อง11โดนระเบิดm79ยิงให้เข้าแล้ว ไม่ผิดที่ผมคาดไว้เลย

เฮ่อ!!  อะเมสซิ่งไทยแลนด์จริงๆ





1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ18 ธันวาคม, 2555 10:03

    ขอบคุณนะคะที่ทำให้รู้ความจริงอีกมากมาย คนๆนี้เลวได้ใจจริงๆ ยังมีพวกโง่อีกเยอะที่ยังไม่รู้ความจริง ถึงขนาดลงขันกันคนละ380บาทเป็นค่ารถเพื่อเดินทางไปร่วมชุมนุมที่จังหวัดหนึ่ง โดยไม่คิดว่าการทำมาหากินของตัวเองสำคัญกว่า น่าสมเพชจริงๆพวกโง่ทั้งหลาย

    ตอบลบ

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม