WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

ใครคือตัวต้นเหตุความยากจนของเกษตรกรไทย?





บทความเกี่ยวกับสาเหตุความยากจนของเกษตรกรไทย ชาวนาไทย ผมได้เขียนไว้ในหลายๆบทความ แต่ที่ผ่านมาผมยังเขียนเพียงแค่สาเหตุทางสภาพแวดล้อม สภาพสังคมและแนวคิดการเกษตรที่ผิดๆ

ผมยังไม่ได้เจาะลงลึกถึงรากเหง้า และใครตือไอ้ตัวต้นเหตุจริงๆ ที่ทำให้เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่ในทุกวันนี้

จากปัญหาราคาอาหารแพง แต่ทำไมเกษตรกรผู้ผลิตอาหารถึงยากจนอยู่ นั่นเพราะอะไร?

คำตอบก็คือ พ่อค้าคนกลางคือคนกำหนดราคาวัตถุดิบทั้งต้นทางและปลายทาง แต่ตัวพ่อค้าคนกลาง ก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของงวงจรอุบาทว์นี้

แล้วตัวการทำให้เกิดวงจรอุบาทว์นี้คือใคร?

คำตอบก็คือ นักการเมือง และพรรคการเมืองนั่นเอง!! แล้วทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ก็เพราะทิศทางของประเทศ นโยบายของประเทศ ที่จะนำพาให้ประชาชนทั้งประเทศเดินไปนั้น มาจากการกำหนดนโยบายของพวกนักการเมือง ก็คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับต่าง ๆ ที่ผ่านมา

อีกทั้งกฎหมายต่างๆ กฎระเบียบต่างๆ ก็ล้วนเริ่มต้นมาจากนักการเมืองทั้งสิ้นที่เป็นคนเขียน คนร่าง คนยกมือผ่านสภา

หากนักการเมืองเห็นใจเกษตรกรจริงๆ เกษตรกรไทยจะไม่ยากจนและลำบากแบบนี้หรอกครับ

แล้วทำไมนักการเมืองไทยถึงไม่เห็นใจเกษตรกร?

คำตอบก็คือ นักการเมืองกับพวกพ่อค้าคนกลาง คือกลุ่มที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ที่เราอาจเรียกว่า กลุ่มทุนการเมือง

แนะนำอ่าน ความล้มเหลวของชาวนาไทยจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1

-----------------------------

เมื่อพ่อค้า กลุ่มผู้มีอิทธิพล เข้าสู่ระบบการเมือง

เพราะนักการเมืองคือผู้กำหนดนโยบายประเทศ หากนักการเมืองกำหนดนโยบายเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรมากเท่าใด คนที่เสียประโยชน์มากที่สุด ก็คือพวกพ่อค้าคนกลาง

ฉะนั้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน พวกพ่อค้าคนกลางจึงได้ส่งตัวเองบ้าง ส่งลูกหลานบ้าง ส่งคนของตัวเอง มาลงเล่นการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ ก็เพื่อเข้าปกป้องผลประโยชน์ของตนเองให้คงอยู่ต่อไป

คงไม่มีนักการเมืองหน้าโง่คนไหน จะออกกฎหมายไปทำลายผลประโยชน์ของธุรกิจตนเอง ของธุรกิจเครือญาติตนเอง จริงไหม ?

ฉะนั้นเมื่อพวกกลุ่มทุนคุมการออกกฎหมายได้ ประชาชนตาดำๆ จึงไม่มีทางรอดพ้นความยากจนไปได้หรอก

----------------------

ระบบสหกรณ์ คือหนทางแก้ปัญหาราคาสินค้าการเกษตรที่ไม่เป็นธรรม

หากเกษตรกรไทยทุกคน ในทุกท้องที่ รวมตัวกันเป็นกลุ่มสหกรณ์ ก็จะสามารถกำหนดราคาสินค้าเกษตรได้ หรือถ้ากลุ่มสหกรณ์เข้มแข็งมากๆ ก็อาจเป็นผู้ค้าโดยตรงถึงมือผู้บริโภคเลยก็ได้

ความจริงเรามีระบบสหกรณ์เข้ามาในประเทศไทยเกือบๆ จะร้อยปีแล้ว เข้ามาตั้งแต่ในสมัยไทยเรายังเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชด้วยซ้ำ คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่6

แต่ทุกวันนี้เกษตรกรไทยส่วนใหญ่กลับไม่ได้อยู่ในระบบสหกรณ์ นั่นเพราะอะไร?

คำตอบก็คือ เพราะพอมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย พวกนายทุน พวกพ่อค้าคนกลาง ก็เข้ามาเล่นการเมืองหรือ สนับสนุนพรรคการเมืองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน ทำให้รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่มีการส่งเสริมระบบสหกรณ์ให้จริงจังทั่วประเทศ เพราะจะกระทบกลุ่มทุนของตัวเอง

หากเราลองย้อนไปดูประวัติพื้นเพ สส.ไทยในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านๆ มา เราจะเห็นเลยว่า ล้วนจะมาจากตระกูลของพวกโรงสี พวกพ่อค้าขายปุ๋ยขายยาฆ่าแมลง พวกพ่อค้าคนกลาง แทบทั้งนั้น ที่เข้ามาเล่นการเมือง

แล้วแบบนี้ จะให้พวกสส.จากกลุ่มทุนเหล่านี้ เข้าไปแก้ไขให้เกษตรกรลืมตาอาปากได้อย่างไร ในเมื่อถ้าเกษตรกรยิ่งฉลาดมากเท่าไหร่ ยิ่งเข้มแข็งมากเท่าไหร่ พวกนี้ก็จะเสียผลประโยชน์

แต่สิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาระบบสหกรณ์คือ กฎหมายที่เข้มงวดและเอาจริงเพื่อที่จะป้องกันการโกงโดยผู้บริหารสหกรณ์ ซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นหลายแห่ง เช่น สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น นั่นไง คือตัวอย่างทำลายระบบสหกรณ์ไทย

--------------------------------

ในหลวงทรงรักเกษตรกรดั่งลูกหลาน

ในหลวงของเราทรงพยายามส่งเสริมระบบสหกรณ์ ทรงทำระบบสหกรณ์ให้เห็นเป็นตัวอย่างในโครงการส่วนพระองค์ทุกโครงการ ในโครงการพระราดำริอีกหลายแห่ง เพื่อเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรไทย ได้เห็นเป็นแนวทางตัวอย่าง และให้นำไปปฏิบัติตาม

ที่สำคัญในหลวงทรงทำเพื่อให้รัฐบาลทุกรัฐบาลได้เห็นเป็นตัวอย่าง เพื่อให้รัฐบาลไปส่งเสริมให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรทั่วทุกครัวเรือน แต่รัฐบาลไทยมันกลับไม่นำพา ในหลวงดำริแค่ไหน มันก็ทำแค่นั้น แทนที่จะไปส่งเสริมระบบสหกรณ์มีมากๆ ให้ทั่วถึงทุกท้องถิ่น

ทำให้ในหลวงต้องทรงเหนื่อยยากมาตลอด60ปี เพราะนักการเมืองมันไม่นำพา!!

แม้กระทั่งหลักเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่ส่งเสริมจริงจังทั้งสิ้น เพราะถ้าแนวเกษตรพอเพียงสำเร็จทั้งประเทศ กลุ่มธุรกิจปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ที่ให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองก็จะยิ่งเจ๊ง!!

แล้วนักการเมืองมันจะไปส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนทำตามทำไม

----------------------

กองทุนหมู่บ้าน คือมายาลวงของนักการเมือง

ความจริงแล้ว กองทุนหมู่บ้านก็เอาแนวคิดเรื่องระบบสหกรณ์มาดัดแปล คือการให้ทุน เพื่อคนในแต่ละหมู่บ้านรวมตัวกันเพื่อกิจกรรมที่เป็นประโยชน์

แต่แทนที่ทักษิณจะให้เงินแต่ละหมู่บ้าน แล้วเจาะจงลงไปเลยว่าให้เป็นกองทุนสหกรณ์ประจำหมู่บ้าน แล้วส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ไปอบรมเรื่องระบบสหกรณ์ให้ประชาชนเข้าใจและทำตาม

นโบายนี้ก็กลับโยนเงินไปเฉยๆ แล้วแต่ว่า แต่ละหมู่บ้านอยากจะเอาเงินไปทำอะไรก็ตามใจ ดังนั้น จึงมีทั้งกองทุนที่ประสบความสำเร็จ เพราะผู้นำหมู่บ้านมีความรู้และคุณธรรม

และก็มีกองทุนที่เจ๊ง เป็นหนี้มากขึ้น เพราะเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด

หรืออย่างเช่น โครงการศิลปาชีพของพระราชินี ก็เป็นตัวอย่างสหกรณ์งานฝีมือ เป็นต้นแบบโอทอปของทักษิณ เพราะทักษิณเอาไปดัดแปลงใหม่ ใช้ชื่อว่า โครงการ1ตำบล 1ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอันนี้ผมยอมรับว่า ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ

------------------------------

กลุ่มทุนมอมเมาเกษตรกร

เพราะกลุ่มบริษัทของพวกนายทุน ค้าปุ๋ย ค่ายา ที่มีพวกพ่อค้าคนกลางในพื้นที่เป็นผู้แทนจำหน่าย

ก็ล้วนแต่อยากให้เกษตรกรไทยซื้อปุ๋ย ซื้อยา มากๆ พวกนี้ก็จะทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีการต่างๆนานา เช่นทำรายการส่งเสริมความรู้การเกษตร แต่ตบท้ายด้วยโฆษณาปุ๋ย โฆษณายา ไปด้วย

ลงทุนจ่ายเงินรายเดือนให้เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เพื่อที่เวลาเกษตรกรไปขอคำแนะนำ พวกนี้ก็จะได้แนะนำสินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ของตนเองให้เกษตรกรไปซื้อ

เกษตรกรไทย ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ปุ๋ย ใช้ยาฆ่าแมลงมากเกินไป จนขาดความสมดุล ทำให้ต้องใช้ปุ๋ย ใช้ยามากขึ้นทุกปี

เช่น เพลี้ยกระโดดในนาข้าว พอเกษตรกรใช้ปุ๋ย ใช้ยามากๆ นอกจากทำให้ต้นทุนก็สูงขึ้น แถมไปทำลายศัตรูทางธรรมชาติของเพลี้ยอย่างเช่นแมลงช้างปีกใส ด้วงเต่า และแตนเบียน ไปด้วย ก็ยิ่งทำให้เพลี้ยระบาด เพราะดื้อยาฆ่าแมลง

--------------------

นักการเมืองไทยไม่เคยโทษตัวเอง

เพราะต้นเหตุตัวสำคัญของปัญหาประเทศมาจากนักการเมือง แต่นักการเมืองก็ฉลาดที่จะเบี่ยงเบนประเด็นให้ประชาชนหลงไปโทษสิ่งอื่น

เช่น โทษเพราะอำมาตย์บ้าง โทษเพราะรัฐธรรรมนูญบ้าง โทษเพราะประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยบ้าง ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญไปอีก100ครั้ง ถ้าไม่แก้ที่ตัวต้นเหตุ บ้านเมืองก็ไม่มีทางดีไปกว่านี้เท่าไหร่หรอก

พวกนี้ฉลาดที่จะสอนให้ประชาชนที่รู้ไม่เท่าทันนักการเมือง ประชาชนต่างเฮไปเรียกร้องอะไรๆ ที่ไกลจากตัวต้นเหตุอย่างนักการเมืองไปโน่น

สุดท้ายคนที่เป็นเหยื่อ คนที่ไปตายแทนนักการเมือง ก็คือประชาชนคนไทยที่บูชาประชาธิปไตยที่นักการเมืองชั่ว ใช้ลวงหลอกนั่นเอง 

---------------------

ดูการสอน การเรียนรู้ว่าทำที่ดิน1ไร่ ให้มีเงินแสนในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยแนวคิดการเกษตรที่ฉลาดมากๆ ทุกอย่างในไร่เป็นประโยชน์ไม่มีทิ้ง แม้แต่คนที่เคยมีรายได้เดือนละเป็นแสน ยังลาออกมาเพื่อเป็นเกษตรกรจากแนวคิดนี้

1 ไร่ 1แสน






และดูคลิปนี้ครับ เกษตรกรที่ตาสว่างแล้ว

ลุงในคลิปคนนี้เคยมีหนี้เป็นล้าน แต่เขารอดจากการเป็นหนี้ท่วมหัวแล้ว โดยใช้วิธีนี้

มีที่ 5 ไร่ ทำเงิน 1ล้านบาท







คลิกอ่าน ทีวีสึถูกลง ข้าวเปลือกแพงขึ้น แต่ชาวนาไทยจนกรอบเหมือนเดิม



4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ20 พฤษภาคม, 2555 23:45

    คลิปมีประโยชน์มากครับ

    ตอบลบ
  2. สลิ่มดีครับ เราต้งอเชื่อในประชาธิปไทยสิ กรั๊กๆ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ28 กันยายน, 2555 16:39

    ซื้อเสียงแม้แต่บาทเดียว ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยหรอกครับ รับเงินซื้อเสียงมาแล้วไปเลือกตั้งก็อย่าบอกว่าคุณรักประชาธิปไตยเลยครับ ท่องกันจังแต่หลักปฏิบบัติแท้จริงมันเป็นแบบนี้หรอ เอ่ะอ่ะก็อำมาตย์แล้วไอ้ที่ยกมือในสภา เลือกตั้งแล้วชนะเข้ามามีอำนาจ ถามจริง ๆ มีสักที่คนที่เชื้อเจ้า ในรั้วในวังจริง ๆ นอกนั้นก็ลูกชาวนาทั้งนั้นไม่ใช่หรอ ที่หลอกลวงประชาชนมา เรียกร้องความยุติธรรม แต่เวลาทำผิดกฏหมายก็วิ่งเต้นกัน เข้าทำงานเข้าเรียน วิ่งเต้นได้ก็เอาหมด แล้วจะมาเรียกร้องทำไม ในวงจรทุจริตที่มันเติมโตขนาดนี้พวกเราไม่ใช่หรอที่สนับสนุนมัน ?

    ตอบลบ

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม