atsuhime 1 เจ้าหญิงอัตสึตอนเด็กที่ฟ้าส่งมาเกิด

ตอนนี้ผมติดซีรีย์ญี่ปุ่นแบบสุดๆเรื่องนี้มากครับ ทั้งๆที่โดยปกติทุกวันพุธหลังข่าวภาคค่ำ ผมจะติดชม"เกมซ่าท้ากึ๋น" ทางโมเดิร์นไนน์มาตลอด
แต่คราวนี้ผมต้องยอมตัดใจเปลี่ยนช่องมาทีวีไทยเพื่อเฝ้าชมซีรี่ย์ญี่ปุ่นเรื่อง "เจ้าหญิงอัตสึ" แทน ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้ผมเลยครับ ไม่เสียดายเลยที่ต้องอดดูเกมซ่าท้ากึ๋น เพราะละครเรื่องเจ้าหญิงอัตสึนี้สร้างความประทับใจให้ผมแบบสุดๆอีกครั้ง หลังจากที่ผมเคยคลั่งไคล้ "สงครามชีวิตโอชิน"เมื่อ20กว่าปีก่อนมาแล้ว
ผมขอยอมรับว่า ผมหลงรักประเทศญี่ปุ่นมากๆ จากเหตุผลหลายอย่าง แต่การได้ชมเจ้าหญิงอัตสึ ยิ่งทำให้ผมหลงรักญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก เช่นโอชินเคยทำให้ผมหลงรักผู้หญิงญี่ปุ่นที่ขยันและอดทนอย่างโอชิน แต่เจ้าหญิงอัตสึ ทำให้ผมหลงใหลประเพณีวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากๆครับ
ละครเรื่องเจ้าหญิงอัตสึ ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมประเทศญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นถึงได้มีความเจริญมากๆเฉกเช่นทุกวันนี้
.
สาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นเจริญมากๆ ส่วนสำคัญก็เพราะประเพณีวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและการสืบทอดทางวัฒนธรรมมาในสายเลือดคนญี่ปุ่นนั่นเองครับ
**********************
ส่วนหนึ่งของความประทับใจในละครเจ้าหญิงอัตสึ
"โอคัตสึ" คือนามเดิมของเจ้าหญิงอัตสึ คุณหนูโอคัตสึเป็นบุตรสาวในตระกูลอิไมสุมิชิมะสึซึ่งเป็นตระกูลสายย่อยของตระกูลชิมะสึที่เป็นตระกูลที่ครองแคว้นสัทสุมะ
มีอยู่คราหนึ่ง แคว้นสัทสุมะต้องการปฏิรูปเมือง เหรัญญิกประจำแคว้นชื่อ "ท่านสุโช"(สุโช ฮิโรซาโตะ) ซึ่งมีศักดิ์ตระกูลต่ำกว่าตระกูลของโอคัตสึด้วยซ้ำแต่มีอำนาจมาก ได้มาสั่งให้ท่านพ่อของโอคัตสึให้เรียกเก็บภาษีจากชาวนาให้มากขึ้น
แม้ท่านทาดาตาเกะท่านพ่อของโอคัตสึจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ จึงจำใจไปทำตามหน้าที่เพื่อไปบอกกลุ่มชาวนาในเขตดูแลของท่านพ่อว่า จะขอเก็บภาษีจากผลผลิตเพิ่มขึ้น
สิ่งที่ผมประทับใจในตอนนี้ก็คือ หลังจากที่ท่านพ่อของโอคัตสึบอกชาวนาเรื่องจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้นแล้ว ท่านพ่อของโอคัตสึก็ก้มหัวให้แก่กลุ่มชาวนายากจนต่ำต้อย พร้อมกับกล่าวคำ"ขอโทษนะ" ให้แก่กลุ่มชาวนาทั้งหมด
ชนชั้นสูงระดับญาติสนิทเจ้าครองแคว้น ก็สามารถก้มหัวขอโทษแก่ชาวนาผู้ต่ำต้อยชนชั้นกว่าได้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ชนชั้นไหนก็ตาม หากดำรงตนโดยไม่ไร้คุณธรรม ทุกชนชั้นก็มีเกียรติน่านับถือทั้งสิ้น!
.
คำว่า"ขอโทษ" นั้นยิ่งใหญ่และจริงใจกว่าคำว่า "ขออภัย" เพราะคำว่า ขอโทษ ผู้พูดจะรู้สึกรับผิดด้วยใจมากกว่าคำว่า ขออภัย ซึ่งผู้พูดมักทำไปเพราะมารยาทหรือทำเพราะเสียไม่ได้มากกว่า ซึ่งนักการเมืองไทยไม่เคยกล่าวคำ ขอโทษ แต่มักจะใช้คำว่า ขออภัย แทน
.
หลังจากโอคัตสึไปเที่ยววิ่งเล่นนอกบ้าน โอคัตสึก็ชอบที่จะแกล้งพี่เลี้ยงโดยการวิ่งหนีไปในที่ๆไม่ควรไป ทำให้พี่เลี้ยงวุ่นวายวิ่งตามแทบไม่ทัน
คราวหนึ่ง โอคัตสึ ก็วิ่งไปหยุดอยู่หน้าบ้านผุๆหลังหนึ่ง เธอได้ยินเสียงคนร้องโอดโอยอยู่ โอคัตสึก็เลยเข้าไปดู โดยไม่ฟังคำห้ามของพี่เลี้ยง โอคัตสึก็ถามคนป่วยว่า"เป็นอะไรหรือ?"
ชาวนาซึ่งกำลังป่วยตอบว่า "ก็ทางการเร่งเก็บภาษี ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน จะตายอยู่แล้ว"
หลังจากนั้นโอคัตสึซึ่งยังเด็ก ก็ครุ่นคิดเรื่องนี้ จึงตัดสินใจไม่ยอมกินข้าวอีก จนทำให้ท่านพ่อต้องเรียกมาถามถึงสาเหตุ "ทำไมไม่ยอมกินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน"
โอคัตสึจึงขออนุญาตถามท่านพ่อก่อน หลังจากท่านพ่ออนุญาตแล้ว โอคัตสึก็ถามไปว่า
"ทำไมข้าต้องกินข้าวด้วยล่ะเจ้าคะ ชาวนาทำนาเท่าไหร่กลับไม่ได้ทานข้าว ข้าไม่ได้ทำสักนิดกลับได้ทาน มันเป็นเพราะอะไรเหรอเจ้าคะ?"
ท่านพ่อตอบกลับว่า "ก็เพราะเจ้าเกิดในตระกูลซามุไรน่ะสิ"
โอคัตสึก็ถามต่อไปอีกว่า "แค่เป็นลูกสาวซามุไรก็ได้ทานแล้วเหรอเจ้าคะ"
ซึ่งท่านพ่อก็ตอบไม่ถูก ในที่สุดโอคัตสึก็พูดว่า "ข้าไม่เข้าใจเลยค่ะ" แล้วก็ขอลากลับออกไป
แต่หลังจากนั้น ท่านแม่ของโอคัตสึ ก็ชวนโอคัตสึขึ้นไปบนเชิงเขาใกล้กับที่ที่ชาวนากำลังทำนาอยู่ เมื่อถึงก็นั่งลงมองทิวทัศน์ออกไปที่ทะเล แล้วท่านแม่ก็ถามว่า


ท่านแม่โอยุกิ"โอคัตสึเคยนึกถึงบทบาทของลมบ้างไหม?" หลังจากนั้นท่านแม่ก็อธิบายต่อไปว่า
"เมื่อมีลม เมฆจึงเคลื่อนไหว เมื่อเมฆมารวมกันก็กลายเป็นฝน ฝนตกมาเลี้ยงต้นไม้ ต้นไม้กลายเป็นฟืนไว้ก่อไฟ ไฟทำให้ร้อนจึงเกิดลมพัด ทุกสิ่งในที่นี้มีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง คนก็มีเหมือนกันนั่นแหล่ะ "
"เป็นซามุไรหรือชาวนา ก็มีหน้าที่สำคัญเท่าๆกันนะ ... แต่บทบาทหน้าที่ไม่เหมือนกัน"
"ชาวนาปลูกข้าว ทำให้ทั้งประเทศมีอาหารกิน ซามุไรจึงต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องชาวนาตามหน้าที่ของนักรบ ที่เจ้าถามท่านพ่อนั้นเช่นนั้น เท่ากับท่านพ่อไม่ทำหน้าที่ ท่านจึงไม่สบายใจ"
"แม่รู้ว่าเจ้าใจดีอยากช่วยพวกเขา แต่เราจะมองโลกจากจุดยืนชาวนาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะพวกเราซามุไรก็มีหน้าที่ของเรา โอคัตสึ!..ลูกสาวซามุไรก็ต้องฝึกฝนเตรียมตัวไว้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี"
"ถ้าท้องหิวจะทำหน้าที่ได้อย่างไร?"
โอคัตสึจึงถาม "หน้าที่เหรอคะ?"
ท่านแม่จึงกล่าวย้ำ "หน้าที่ไงล่ะ เข้าใจแล้วใช่มั้ย?"
หลังจากนั้นโอคัตสึก็ย่อตัวลงกับพื้นแล้วครุ่นคิด แต่ไม่ทันไร ท่านแม่ก็บอกให้พี่เลี้ยงให้นำหมั่นโถวออกมา ซึ่งโอคัตสึก็มองท่านแม่ที่กำลังยิ้มและพยักหน้าให้ โอคัตสึก็ยิ้มรับพร้อมกับหยิบหมั่นโถวขึ้นมากิน
ท่านเเม่กล่าวสอนเพิ่มเติมว่า "ข้าวเนี่ยชาวนาทุ่มเทชีวิตจิตใจในการปลูก เราก็ต้องกินด้วยจิตใจนะ.."
โอคัตสึ ทานขนมไปพร้อมกับหลั่งน้ำตาไปด้วย และท่านแม่ก็ยิ้มประหนึ่งให้กำลังใจลูกสาว
*****************************
.
.
ในตอนแรกนี้ผมเขียนได้ไม่ละเอียด ผมจะไปเก็บตกรายละเอียดในเจ้าหญิงอัตสึทั้ง6บทแรกอีกทีครับ
