แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้ ทิ้งลูกเมีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้ ทิ้งลูกเมีย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ถาม เจ้าชายสิทธัตถะทรงทิ้งลูกทิ้งเมียผิดไหม ?



 ทความต่อไปนี้ ผมเขียนจากความเข้าใจส่วนตัว หากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ หากมีผู้รู้มากกว่าจะมาช่วยชี้แนะ ก็เรียนเชิญ เพื่อความถูกต้องและช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา




--------------------------

เจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้า ทรงทิ้งพระโอรสและพระชายา ผิดมั้ย??

หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะ ได้แอบเสด็จออกไปเห็นสภาพชีวิตของประชาชนนอกเมืองแล้ว พระองค์ทรงรู้สึกว่า คนเรานั้นมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นเรื่องของทุกข์ที่ไม่จบไม่สิ้น

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นสภาพความเป็นจริงของการมีชีวิต และการเกิดแล้วว่า เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ พระองค์จึงทรงปรารถนาหนีให้พ้นจากความทุกข์เหล่านี้ ด้วยการตัดสินพระทัยจะออกจากพระราชวัง เพื่อไปค้นหาหนทางดับทุกข์

ในวันที่พระองค์ทรงตัดสินใจจะออกจากพระราชวัง เป็นเวลาที่พระโอรสราหุลได้ประสูติ

เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อได้ทราบว่า พระกุมารประสูติ ทรงเปล่งอุทานออกมาว่า "ราหุ ชาโต พันธนัง ชาตัง" แปลว่า "ราหุ (บ่วง) เกิดขึ้นแล้ว พันธนาการเกิดขึ้นแล้ว" 

หมายความว่า พระกุมารที่ประสูติจะเป็นบ่วงร้อยรึงพระองค์ไว้กับภริยาและชีวิตฆราวาส ซึ่งพระเจ้าสุทโธทนะทรงเข้าใจว่า สิทธัตถราชกุมารทรงตั้งพระนามโอรสอย่างนั้น จึงทรงขนานนามพระภาคิไนย (พระเจ้าหลาน) ว่า "ราหุล" อันแปลว่า "บ่วง" (เฉพาะย่อหน้านี้จากวิกิพีเดีย)

---------------------

พวกต่างศาสนา และพวกนอกศาสนา มักโจมตีว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองฝ่ายเดียว ถึงทิ้งลูกทิ้งเมียไป

ผมขออธิบายว่า ถ้าเป็นสามัญชนทั่วไป การทิ้งลูกทิ้งเมีย ย่อมเป็นบาปแน่นอน

ส่วนกรณีของเจ้าชายสิทธัตถะ ถ้าทรงทิ้งพระโอรสทิ้งพระชายา ทิ้งพระบิดาไปจริง ๆ นั่นก็บาปเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าที่จะได้รับจากการสละความสุขทางโลกของเจ้าชายสิทธัตถะนั้น กลับจะเป็นผลดี เป็นผลบุญต่อทั้งพระโอรส พระชายา พระราชบิดา พระราชมารดา มากกว่าอย่างมหาศาล และยังเป็นประโยชน์เป็นคุณอนันต์ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลก ที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้หนทางหลุดพ้นจากทุกข์ด้วยหนทางที่พระองค์จะทรงค้นพบ  (ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพระองค์ พระองค์ทรงเกิดมาเพื่อตรัสรู้)

เจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้านั้น ได้ทรงบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติหลายอสงไขย ทั้งพระราชมารดา พระราชบิดา พระชายา และพระโอรส ของเจ้าชายสิทธัตถะนั้น ก็ได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลสนับสนุนส่งเสริมพระบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ร่วมกับเจ้าชายสิทธัตถะมาแล้วหลายภพหลายชาติ

ทุกๆ พระองค์ได้เคยเกิดมาเป็นพ่อแม่ เป็นเมีย เป็นลูกกับพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติแล้ว เพื่อร่วมส่งเสริมให้พระโพธิสัตว์ได้สำเร็จมรรคผล และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย

หากเราเป็นพ่อแม่คน เราคงรู็ดีว่า การที่ต้องตัดสินใจจากลูกจากเมีย จากพ่อแม่ นั้น ยากลำบากใจและทุกข์ใจขนาดไหน 

แต่เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมีพระสติปัญญาบารมีที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ ที่จะทรงคิดได้ว่า ทุกข์จากการทิ้งลูกเมียตรงนี้ ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดมิรู้จบ 

แล้วเจ้าชายสิทธัตถะจึงตัดสินใจละความสุขทางโลกของพระองค์ เพื่อไปแสวงหาหนทางดับทุกข์อย่างยั่งยืน เพื่อกลับมาช่วยพระญาติของพระองค์ นั่นจะเป็นสิ่งที่จะประเสริฐที่สุด

----------------

แม้พระนางยโสธรา หรือ พระนางพิมพาพระวรชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ จะทรงเศร้าโศกเสียพระทัยที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ละทิ้งพระองค์ไป แต่นั่นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวที่ทรงรู้สึกเท่านั้น เพราะพระนางพิมพาได้ทรงร่วมบำเพ็ญบารมีส่งเสริมพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน

(เวลาแค่พริบตาเดียว หมายถึง พริบตาเดียวเมื่อนำไปเทียบกับเวลาในการเวียนว่ายตายเกิดในวีฎสงสาร ที่นานมากหาที่สุดมิได้)

พระนางยโสธราทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระโพธิสัตว์มาแล้วนับชาติไม่ถ้วน ด้วยกุศลที่ทำมาร่วมกันนั้น ผลบุญจะช่วยน้อมนำให้พระนางพิมพาทรงรู้สึกปิติยินดีมากกว่าเสียพระทัย และพระองค์จะได้มหากุศลจากการร่วมอนุโมทนาบุญต่อการตัดสินพระทัยที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นด้วย

อดีตชาติก่อนหน้าชาตินี้พระนางยโสธรา ได้เคยเกิดเป็นพระนางมัทรี พระชายาของพระเวสสันดร

ชาลีราชกุมาร โอรสของพระเวสสันดร ก็คือ พระราหุล

ส่วนกัณหาชินาราชกุมารี พระธิดาของพระเวสสันดร ก็คือ พระอุบลวรรณาเถรี เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีฤทธิ์เท่าพระโมคคัลลานะ

-----------------

ทีนี้ประเด็นทิ้งลูกทิ้งเมียบาปแค่ไหน ??

หากคนธรรมดา ทิ้งลูกทิ้งเมียให้ลำบาก ไม่อยู่ตอบแทนเลี้ยงดูคุณบิดามารดา นั่นคงเป็นบาปหนักพอควร

แต่ในกรณีของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงทิ้งพระชายา และพระโอรส นั้น ทั้งพระชายา และพระโอรสจะไม่ทรงลำบากกายใด ๆ เลย เพราะเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ที่จะมีความสุขสบายไปได้ตลอดชีวิต บาปกรรมส่วนนี้จึงนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบุญกุศลที่ทุก ๆ พระองค์จะได้รับจากการร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า


นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จะต้องมาประสูติในวรรณะกษัตริย์ เพื่อจะได้ไม่ให้พ่อแม่ ลูกเมีย ต้องลำบาก หากพระองค์ไม่ได้อยู่เพื่อส่งเสียเลี้ยงดู

------------------------

สรุปความจริงกว่า !!

แต่ความจริงที่เรามองว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงทิ้งลูกทิ้งเมียนั้น มันคือการคิดแบบปุถุชนที่ยังเต็มไปด้วยกิเลสที่คิดไปเองตามที่สติปัญญาอันน้อยนิดจะคิดได้ ว่าการอยู่เสวยสุขในพระราชวังคือความสุขที่แท้จริง เฉกเช่น หนอนแมลงวันมีความสุขอยู่บนกองอุจจาระ

เพราะความจริงเจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ทรงทิ้งพระชายาและพระโอรสเลย แต่พระองค์ทรงหลีกออกจากความสุขจอมปลอม เพื่อไปค้นพบหนทางหมดทุกข์หรือไปค้นพบความสุขที่เที่ยงแท้ เพื่อกลับมาช่วยลูกเมียและพระประยูรญาติทั้งหลายของพระองค์ให้พ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดต่างหาก

-----------------------

เจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ขออนุญาตพระราชบิดาเพื่อไปบวชหรือไม่ ?

คลิกอ่านรายละเอียดเรื่อง เจ้าชายสิทธัตถะหนีไปบวชโดยไม่ขออนุญาตพระราชบิดาจริงหรือไม่






ผู้ติดตาม