(เป็นแค่ตัวอย่างของลูกอีสานครอบครัวหนึ่งนะครับ ไม่ได้เหมารวมทุกครอบครัว)
ผมมีลูกจ้างหญิงคนหนึ่ง ที่ผมจ้างมาช่วยดูแลแม่ของผม
ลูกจ้างหญิงคนนี้ของผม มีลูก3คน คือลูกสาวคนโต กับลูกสาวคนกลาง และลูกชายเป็นคนสุดท้อง
ลูกสาวคนโตเรียนกำลังจะขึ้นม.6เทอมหน้า ลูกสาวคนกลางกำลังจะขึ้นม.4 ลูกชายเพิ่งจบป.6
ลูกจ้างของผม ส่งเงินเดือนของตัวเองทั้งหมดไปให้ลูกสาวคคนโตใช้จ่าย โดยให้ดูแลค่าใช้จ่ายของน้องอีก2คนด้วย ซึ่งพอถามว่า แล้วกำหนดหรือเปล่าว่า ให้ใช้จ่ายกันยังไง คนละเท่าไหร่ ลูกจ้างผมบอกไม่รู้หรอก แล้วแต่ลูกสาวคนโต
ทีนี้ลูกจ้างของผม กำลังจะกลับไปตัดอ้อย ขายอ้อย ก็ตั้งใจว่า จะกลับไปซื้อโน้ตบุ้คให้ลูกสาวคนโตเครื่องนึง ผมเคยแนะนำว่า เด็กมัธยมใช้แค่เครืองคอมฯแบบตั้งโต๊ะก็พอ ไม่ต้องถึงกับใช้โน๊ตบุ๊คหรอก
ลูกจ้างผมเขาบอกว่า ลูกสาวไม่ยอม จะเอาโน้ตบุ๊คเท่านั้น (เพราะเพื่อนๆเขาก็ใช้โน๊ตบุ้กกันทั้งนั้น) และเขายังบอกอีกว่า ลูกสาวคนกลางก็ร้องอยากได้โน้ตบุ้คอีก1เครื่องเหมือนพี่สาวด้วย ซึ่งท่าทางเขาต้องยอมให้ไม่งั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาทะเลาะกัน
ลูกจ้างของผมเพิ่งเล่าว่า ที่บ้านเพิ่งขายอ้อยคราวก่อน ลูกสาวก็ขอเอาเงินไปซื้อตู้เย็นหมื่นกว่าบาท(ตู้เย็นยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น) แล้วที่ขายข้าวคราวก่อน ก็เพิ่งซื้อเครื่องซักผ้าอีกหมื่นกว่าบาทไปเครื่องนึ่ง เพราะลูกขี้เกียจนั่งซักผ้า และที่บ้านกำลังมีโครงการจะติดจานดาวเทียม ผมเลยแกล้งสำทับไปว่า ถ้าติดจานดาวเทียมแล้ว อย่าลืมซื้อทีวีLCDด้วยล่ะ จะได้สมฐานะกับบ้านคนรวยล่ะ ^^
เดี๋ยวขายอ้อยคราวนี้ได้ประมาณ3-4แสน นอกจากซื้อโน้คบุ้ค2เครื่อง(ยังไม่รู้ราคาแน่นอน) ก็จะต้องซื้อฮอนด้าคลิกไอ ให้ลูกสาวอีกคนละคัน ตกคันละ46,000 บาท (ล้อแมกซ์) ทั้งที่มอไซค์ที่บ้านคันเก่าก็ยังอยู่
ซึ่งผมพยายามบอกว่า แค่คันเดียวก็พอแล้ว ทำไมต้องคนละคัน ซึ่งเขาบอกว่า ต้องลองคุยกับลูกดูอีกที
----------------------------------
ลูกจ้างผมบอกว่า ลูกสาวคนโต เมื่อเดือนที่แล้วลูกสาวไปเที่ยวน้ำตก แถมหน้าใหญ่ออกเงินเหมารถพาเพื่อนไปเที่ยว เลี้ยงอาหารเพื่อนๆทุกคน
ลูกสาวคนโต ใช้เสื้อผ้ามียี่ห้อดีๆทุกชิ้น ของโนเนมไม่ใช้ เมื่อวันเกิดลูกสาวคนโต2ปีก่อนเคยซื้อทองให้ลูก50สต. ลูกสาวคนกลางก็ร้องว่าอยากได้บ้าง ก็เลยเพิ่งซื้อทองให้ลูกสาวคนกลางเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา
ผลิตภัณฑ์ของใช้พวกในบ้าน เขาก็ให้ลูกใช้ของนอก ทุกอย่าง อย่างครีมอาบน้ำขวดกระติ๊ดนึง 210บาท ใช้แป๊บเดียวหมด แชมพู ยาสีฟัน ก็ผลิตภัณฑ์ของนอก ยี่ห้อนึงที่เป็นระบบขายตรง
--------------------------
ลูกจ้างผมคนนี้ เคยบอกลูกสาวว่า แม่หาของมาให้ไปขายที่ตลาดนัดเสาร์ อาทิตย์บ้างเอามั้ย??
ลูกสาวของเธอตอบว่า ไม่เอาหรอกแม่ อายเพื่อน!!
ขนาดไปโรงเรียน ลูกสาวยังไม่ยอมขี่จักรยานไป ทั้งๆที่โรงเรียนก็ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ไป โทรศัพท์มือถือของลูกสาวทั้งสองคน ก็ไอโฟนคนละเครื่อง!!
-----------------------------
สำหรับลูกชายคนเล็ก ของลูกจ้างหญิงของผม เพิ่งจะจบป.6 และเพิ่งจะไปบวชเณร เพื่อเรียนต่อม.1ในฐานะเณร เพราะทางบ้านจะได้ไม่ต้องส่งเสีย
ผมถามว่า ทำไมต้องส่งลูกไปบวชเณร ลูกจ้างผมบอกว่า เพราะมีลูก3คนส่งไม่ไหว!??
ผมเลยว่าไปว่า ทีจะเสียเงินซื้อโน๊ตบุ้คให้ลูกสาว ซื้อมอไซค์ฮอนด้าคลิกไอ ให้ลูกสาวคนละคันได้ แต่กลับบอกไม่มีเงินส่งลูกชายเรียนม.1เอง ต้องให้ลูกชายไปบวชจะได้ประหยัด
โถๆ น่าสงสารลูกชายเนอะ แม่หมดเงินให้ลูกสาวฟุ้งเฟ้อเป็นแสนๆได้ แต่ส่งลูกชายเรียนไม่ได้
------------------------------
ส่วนลูกจ้างผมจะกลับไปช่วงสงกรานต์นานหน่อย เพราะคิดจะปลูกบ้านใหม่ให้เล็กลงกว่าบ้านเดิม เพราะบ้านเดิมที่รุ่นตายายสร้างไว้ ลูกจ้างผมบอกว่าใหญ่อย่างกับศาลาการเปรียญ ใหญ่เกินไป ไม่ค่อยมีคนอยากจะทำความสะอาด
เลยต้องการจะสร้างบ้านให้เล็กลงกว่าเดิม แล้วก็ตั้งใจจะตัดต้นไม้เนื้อแข็งในที่ดินของตัวเอง เพราะมีต้นไม้ใหญ่เกิน40-50ปีอยู่หลายต้นมาใช้ปลูกบ้านใหม่ (ส่วนบ้านเดิมไม่ได้รื้อ แต่จะทิ้งไว้เฉยๆ)
อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจความคิดแและความจำเป็นของลูกจ้างผมหรอกนะ เพราะเราเป็นคนนอก แต่ถ้าเป็นบ้านของผม ผมไม่สร้างใหม่หรอก บ้านเดิมตายายสร้างไว้ใหญ่โตแข็งแรง ใช้ต้นไม้ต้นใหญ่ๆเป็นต้นๆทำเสาเรือน ใครๆเขาอยากมีบ้านแบบนี้จะตาย แต่ลูกจ้างผมกลับไม่ชอบ!!
(คือจริงๆลูกจ้างผมคนนี้ ที่บ้านฐานะไม่ได้ยากจนเพราะมีที่ดินเยอะ เพียงแต่ถ้าอยู่บ้านนอกนั้น ถ้าไม่ใช่ช่วงขายผลผลิต ก็ไม่ค่อยเงินเท่านั้นเอง เพราะมีลูกใช้เงินเก่ง เลยต้องออกมาหาอาชีพเสริมทำในกรุงเทพฯ ซึ่งแต่เดิมลูกจ้างผมคนนี้ ตั้งแต่เด็กจนมีลูกโตเป็๋นสาวก็ไม่เคยออกจากบ้านมาทำงานที่อื่นเลย เพิ่งจะออกมาทำงานได้ประมาณปีเดียวเท่านั้น)
-----------------------------
นี่คือตัวอย่างของลูกของคนไทยครอบครัวหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คงมีแต่ลูกของคนอีสานที่ผมยกตัวอย่างเท่านั้น คงต้องมีลูกของคนไทยในทุกๆภาคที่มีความคิดแบบนี้ ซึ่งผมว่า วิธีคิดแบบนี้ ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมประเทศไทยไม่มีทางเจริญตามประเทศญี่ปุ่นได้ทัน!!
(คนญี่ปุ่นคือชาติเจ้าของผลิตภัณฑ์รถมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมของคนไทย แต่คนญี่ปุ่นกลับขี่จักรยานมากกว่าคนไทย??)
จักรยานให้เช่าวันละ1000เยนในญี่ปุ่น (ค่าก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น1ชาม) แต่ถ้าขี่ไม่เกิน30นาทีฟรี!! อ่านรายละเอียดคลิกที่นี่

มาดูคนญี่ปุ่นขี่จักรยานกัน น่ารักดีจริงๆ
.
