วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คิดเล่นๆกับนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรก?




มไม่ได้เขียนบล็อคหลายวัน เพราะมันมีเรื่องให้เขียนเยอะแยะไปหมด ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเขียนเรื่องอะไรก่อนดี วันนี้ขอตัดสินใจเขียนเรื่องนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรกดีกว่า

ถ้าถามผมว่า เห็นด้วยหรือไม่กับนโยบายนี้?

บอกตามตรง ผมบอกไม่ถูกว่าควรจะเห็นด้วยดีหรือไม่(แต่ผมก็ไม่คัดค้าน) เพราะจะว่าไปมันก็ดีกับคนที่อยากซื้อรถคันแรก จะได้ซื้อรถราคาถูกลง??ภาระผ่อนน้อยลง โอกาสซื้อรถคันแรกง่ายขึ้น

------------------------

แต่ผมผิดหวังอยู่อย่าง รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมักมองปัญหากันแบบปลายเหตุ แต่ไม่คิดแก้ปัญหาในระบบองค์รวม หรือเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง???

ในประเทศที่เจริญแล้วที่มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่โตมากกว่าประเทศไทย ส่วนใหญ่ประเทศที่เจริญแล้วที่มีขนาดไม่ใหญ่โตกว่าไทยเขาจะไม่พยายามส่งเสริมให้คนใช้รถส่วนตัว เพราะการมีรถยนต์ยิ่งมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งสร้างปัญหามากเท่านั้น ทั้งปัญหาจราจร ปัญหามลพิษ ปัญหาพลังงาน

เช่นบางประเทศ ถ้าคนจะซื้อรถถ้าไม่มีที่จอดรถในบ้าน เขาก็ไม่อนุญาตให้ซื้อรถ เพราะเขาไม่อนุญาตให้เอารถออกมาจอดรถหน้าบ้านในที่สาธารณะฟรีๆ แต่ของไทยใครใคร่ซื้อก็ซื้อสบายๆ ไม่มีที่จอดก็จอดมันริมถนน เป็นตึกแถวร้านค้า ก็เอาโต๊ะมากั้นไม่ให้คนอื่นมาจอดหน้าร้าน แต่รถตัวเองจอดได้ทั้งๆที่เป็นถนนสาธารณะ

หากเรามองย้อนกลับไปที่ประเทศจีนในอดีต เราจะเห็นคนจีนขี่จักรยานกันเต็มเมือง ไม่มีปัญหามลพิษ ไม่มีปัญหารถติด แต่เดี๋ยวนี้เมืองจีนโดยเฉพาะปักกิ่งกลับรถติด ผู้คนต่างต้องเร่งรีบไม่ต่างจากเมืองใหญ่แห่งอื่นๆในโลก ปัญหามลภาวะเป็นพิษในปักกิ่งสูงมาก นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่า ประเทศจีนเจริญขึ้นเหรอ? แต่คนข้างนอกอย่างเราๆ เมื่อมองกลับไปที่ปักกิ่ง เรากลับโหยหาคิดถึงบรรยากาศสะอาดๆในยุคจักรยานครองเมืองจีน 

อย่างประเทศที่เจริญแล้วในยุโรปเช่น เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ค ผู้คนกลับนิยมใช้จักรยานกันมากเป็นส่วนใหญ่ ส่วนในเอเซียญี่ปุ่นก็สนับสนุนการใช้จักรยานมาก ทั้งๆที่ญี่ปุ่นคือเจ้าของยี่ห้อมอไซค์ที่ขายดีที่สุดในโลกหลายยี่ห้อ แต่คนญี่ปุ่นกลับนิยมใชัจักรยานมากกว่าคนไทยที่เป็นทาสมอไซค์ญี่ปุ่น (ผมเคยเขียนเรื่องนี้ในบทความเรือง ความฟุ้งเฟ้อของลูกอีสาน)

ในอดีตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นิสิตเกษตรฯ ต่างใช้จักรยานกันทั้งมหาลัย แต่เดี๋ยวนี้แทบนับคันได้ เหลือน้อยมากๆ บรรยากาศสมัยก่อนในมหาลัยเกษตรฯ อากาศดีมากๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต่างอะไรกับอากาศนอกมหาลัย คือมลพิษพอๆกัน

------------------------

กรุงเทพฯและเมืองใหญ่ๆในต่างจังหวัดต่างก็มีปัญหาการจราจรอย่างมากๆ เพราะระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของไทยห่วยแตก!! คนไทยเลยไม่อยากจะใช้ระบบขนส่งมวลชน แต่คนไทยก็จำใจต้องใช้ แต่ถ้าใครที่มีโอกาสจะซื้อรถได้ มักจะเลือกซื้อรถก่อนจะซื้อบ้าน

ปกติรัฐบาลไทยไม่ได้ส่งเสริมการซื้อรถ จึงคิดภาษีแพงโคตรๆ รถที่ขายในเมืองไทยจึงแพงกว่าในอเมริกา แต่คนไทยก็สามารถซื้อรถยนต์ป้ายแดงมากมายได้ทุกปี พูดง่ายๆคือรัฐไม่ต้องส่งเสริมให้คนซื้อรถ รถก็แทบล้นเมืองแล้ว

ยิ่งมีรถมากเท่าใด รถยิ่งติดมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งรถติดมากเท่าใด คนส่วนใหญ่ที่ยังไม่มีรถก็แย่มากเท่านั้น เพราะต้องทนรถติดบนรถโดยสารสาธารณะนานขึ้น ทุกคนที่ต้องนั่งบนรถเมล์ในขณะที่รถติด ก็จะมองลงไปที่รถยนต์ติดแอร์ข้างล่าง แล้วนึกในใจว่า สักวันเราต้องมีรถส่วนตัวให้ได้ จะได้นั่งสบายๆในห้องแอร์เย็นช่ำ ดีกว่านั่งร้อนบนรถเมล์เหม็นๆแบบนี้

-----------------------

ถ้าลดภาษีรถยนต์คันแรก เขาว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เราลองมาดูกันดีกว่า จากนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรกใครได้ประโยชน์อย่างไร

ข้อดีของการลดภาษีรถยนต์คันแรก

1. รถขายดีขึ้น บริษัทรถยนต์รวยมากขึ้น

2. รถมาก รถก็ติดมากขึ้น รถติดมากขึ้น น้ำมันก็สิ้นเปลืองมากขึ้น ปตท.ก็รวยมากขึ้น!! นอมินี่ต่างประเทศของเศรษฐีไทยที่ถือหุ้นปตท.อยู่ก็ยิ่งได้กำไรต่อหุ้นสูงขึ้น

3. รถติดมากขึ้น ก็ต้องหาเรื่องสร้างถนนมากขึ้น งบประมาณสร้างถนนก็หวานคอแร้งกา ถนนตัดผ่านที่ดินของโคตรเง่าตระกูลนักการเมือง ที่ดินของนักการเมืองแพงขึ้นทันใด

4. เมื่อคนซื้อรถมากขึ้น ไฟแนนซ์รวยมากขึ้น ธุรกิจประกันภัยก็รวยขึ้น

5. คนซื้อรถคันแรก(รึเปล่า?) ก็ซื้อรถได้ถูกลง (อาจมีนอมินีซื้อรถแทน)

ผมคิดเล่นๆได้เท่านี้แหล่ะ

ข้อเสียของการลดภาษีรถยนต์คันแรก

1. รถติดมากขึ้น

2. มลภาวะเป็นพิษมากขึ้น ปัญหาโลกร้อนมากขึ้น

3. ผู้คนทั้งหมดเดือดร้อนเพราะรถติดมากขึ้น

4. คนจะเป็นหนี้ไฟแนนซ์มากขึ้น

5. คนที่ไม่มีรถส่วนตัวยิ่งได้รับผลกระทบจากรถติดมากขึ้น

6. มีการงาบงบประมาณมากขึ้น (โครงการสร้างถนนเพิ่ม)

7. มีการเวรคืนที่ดินมากขึ้นเพื่อสร้างถนน

8. บริษัทรถยนต์ขอบใจนักการเมืองไทยแบบลับๆ

----------------------------------

คือวันนี้ผมขอเขียนอะไรที่ง่ายๆสบายๆหน่อยครับ เพราะหลายบทความที่ผ่านมา เน้นๆสาระไปเยอะ คุณผู้อ่านก็ลองคิดเล่นๆดูแล้วกันว่า นโยบายลดภาษีคันแรกดีมั้ย??

พอเขียนบทความจบ ผมได้ความเห็นของตัวเองแล้วล่ะว่า ผมไม่อยากให้รถติดมากขึ้น


แนะนำอ่าน คิดเล่นๆกับนโยายรถไฟฟ้า20บาทตลอดสาย


1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ11 สิงหาคม, 2554 17:06

    ทุกวันนี้ผมยังปั่นจักรยานออกนอกบ้านไปโน้นมานี่เป็นประจำ ห้ากิโล สิบกิโล
    ไปสบายไกลหน่อยก็ขึ้นรถเมล์รีบหน่อยก็เท็กซี่ด่วนหน่อยก็มอไซรับจ้าง
    เห้ออยากจะบอกว่านโยบายอะไรมันก็ไม่ดีทั้งนั้นละครับตอนนี้ คนไทยเราเดี่ยวนี้
    ต้องบอกว่ามักง่ายเป็นนิสัย เห็นแก่ตัวเป็นที่หนึ่ง พูดกันตรงๆนะครับ
    ย้อนกลับไปเรื่องรถ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมเดี่ยวนี้คนไม่ค่อยปั่นจักรยานกัน
    เพราะมันเน่ามาแต่ต้น นโยบายทุกรัฐบาลมันกระปวกเปียก อย่างที่ท่านว่านะแหละ
    ไอ้ที่ผมปั่นจักยานทุกวันนี้เพราะใจรักจะปั่น ปั่นมานานเมื่อก่อนปั่นบนถนนได้
    ไม่ต้องใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก มาเดี่ยวนี้ต้องปั่นบนฟุตบาตใส่ครบหมดผ้าปิดปากปิดจมูก กลัวมาออกกำลังกายจะตายเพราะมะเร็งปอด
    ไม่ก็โดนรถเมล์ มอเตอร์ไซเอาไปรับประทาน แล้วอย่างนี้ใครจะมาปั่น
    โลกร้อนก็บ่น รถติดก็บ่นก็ด่ากันเกรียวกราว ด่ายันคนทำแผงเมือง ทำไมไม่คิดว่ารถในอนาคตจะมีมาก โง่ ทำแผงเมืองไม่ได้เรื่อง ว่าไปนั้น ไม่ได้ดูตัวเองเลย
    เห้อคนไทย ยิ่งนโยบายสยองเห้ยสนองความอยากของคนโง่ออกมาแบบนี้แล้วละก็ถ้า
    ผ่านมติเมื่อไหร่รับร้อง เละเทะ
    ช่วยโลก เพราะทุกคนคิดถึงแต่ตัวเอง

    ตอบลบ

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com


ผู้ติดตาม