หากมีใครมาถามคุณว่า ทำไมคุณถึงรักในหลวง?? คุณจะตอบว่าอย่างไร?? หากคนที่ถามนั้นมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการถาม หากเราไปตอบว่าที่รักในหลวงเพราะโน่นเพราะนี่ เพราะนั่น อะไรก็ตามแต่...
หากคนถามมีเจตนาที่ไม่ดีต่อสถาบันฯที่เรารักและเคารพ เขาก็จะหาเหตุผลมาหักล้างคุณ ซึ่งอาจทำให้คุณเกิดอารมณ์โกรธได้ และนั่นคือสิ่งที่พวกนั้นพอใจเมื่อเห็นคุณโกรธ
----------------------
สำหรับผม ตอบคำถามนี้ได้ง่ายมาก ผมจะตอบง่ายๆว่า ที่ผมรักในหลวงเพราะผมเป็นคนไทย
ผมจะไม่ตอบหรอกว่า เพราะในหลวงทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระองค์มากมาย เพราะนั่นจะทำให้เรารักพระองค์ เพราะในหลวงทรงงานเพื่อผลประโยชน์ของเรา ไม่ใช่รักพระองค์เพราะอยากรักด้วยใจบริสุทธิ์
เพราะถ้าเราตอบแบบนั้น ก็จะมีคำถามตามมาว่า ถ้าในหลวงไม่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน เราจะไม่รักพระองค์เหรอ??
-----------------------
หรือจะตอบไปว่า เพราะผมเกิดเป็นคนไทย ผมจึงรักในหลวง เหตุผลสั้นๆแค่นี้ก็พอครับ
เพราะในหลวงไม่จำเป็นต้องทรงงานหนักเพื่อเรา แม้ในหลวงไม่ทรงทำอะไรเลยก็ได้ เราคนไทยย่อมรักในหลวงอยู่แล้ว
แต่ยิ่งในหลวงกลับทรงงานหนักเพื่อคนไทย ยิ่งทำให้เราคนไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งขึ้น
เพราะนักการเมืองไทยไม่ทำหน้าที่เอาแต่ทำเพื่อพวกพ้องมากกว่าชาติ ทำให้พระองค์จึงทรงนิ่งดูดายเห็นราษฎรเดือดร้อนไม่ได้ พระองค์จึงทรงช่วยราษฎรเท่าที่พอทำได้
ทั้งที่จริง ราษฎรผู้จงรักภักดี ไม่อยากเห็นเจ้านายทรงเหนื่อยอีกแล้ว แค่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาให้ราษฎรที่ห่างไกลได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ โดยไม่ต้องทรงเหนื่อยทำงานเพื่อราษฎร เพียงแค่นั้นราษฎรก็มีความสุขอย่างยิ่งแล้ว (พวกล้มเจ้าไม่มีวันเข้าใจความสุขนี้)
แต่ความเป็นจริง ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารที่ลำบากเพื่อหาหนทางช่วยเหลือราษฎรเท่าที่พระองค์ทรงพอทำได้ ลองคิดดูเมื่อกว่า50-60ปีที่แล้ว การเดินทางสมัยนั้นจะยากลำบากขนาดไหน แต่ในหลวงก็ทรงเสด็จไปถึง
-------------------------
อีกคำถามจากพวกล้มเจ้า
เมื่อ 2 ปีก่อน เคยมีคนเลวคนหนึ่งถามผมในเว็บว่า หากจำเป็นต้องเลือกช่วยชีวิตระหว่างชีวิตในหลวงกับชีวิตพ่อแม่ คุณจะเลือกช่วยใครก่อน??
ถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอคำถามแบบนี้ คุณผู้อ่านจะตอบยังไง??
ซึ่งผมได้ตอบว่า ด้วยความเป็นลูก ผมต้องเลือกช่วยพ่อแม่ก่อน แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ ผมจำต้องเลือกช่วยชีวิตของในหลวงก่อน เพราะอะไร??
ก็เพราะ พ่อแม่ของผมสามารถสละชีวิตเพื่อในหลวงได้ หากผมถามพ่อแม่ พ่อแม่ของผมก็จะต้องบอกผมว่า ให้ผมช่วยชีวิตในหลวงก่อนแน่นอน
เพราะชีวิตพ่อแม่หากต้องสิ้นไป ก็มีเพียงผมและญาติพี่น้องไม่กี่คน ที่เสียใจ!!
แต่ชีวิตของในหลวง หากเกิดเหตุร้ายแก่ชีวิตพระองค์ คนไทยผู้จงรักภักดีต้องเสียใจ!!ทั้งประเทศ รวมทั้งพ่อแม่และตัวผมด้วย
ไม่ใช่พ่อแม่ของผมเท่านั้นที่รักในหลวง บรรพบุรษของผมก็รักในหลวง

----------------------------
เป้าหมายที่แท้จริงของพระราชกรณียกิจช่วยเหลือราษฎร
ผมเคยเขียนเรื่องเล่าถึงในหลวงจากปากของดร.สุเมธ ตันติเวชกุลที่ได้เล่าให้ฟัง ในบทความเก่าๆของผมเมื่อปีก่อน ผมจะขอนำกลับมาเล่าให้ฟังใหม่อีกครั้ง
เรื่อง เป้าหมายสูงสุดของโครงการของในหลวงไม่ใช่เรื่องแก้ปัญหาความยากจน?
ผมได้ฟังดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เล่าเรื่องการทำงานของในหลวงเรื่องหนึ่งว่า โดยปกติหากไม่ได้ไปทรงงานที่อื่น ในหลวงจะทรงเรียกข้าราชการที่ทำงานกับพระองค์ มาประชุมวางแผนงานต่างๆณ.พระตำหนักจิตรลดาฯเป็นประจำ
ในหลวงจะทรงเรียกข้าราชการเหล่านี้มาเข้าเฝ้าประมาณช่วงเย็น4-5โมงเย็น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะมีดร.สุเมธ ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งปกติทุกๆครั้งที่ในหลวงทรงงาน ในหลวงจะไม่ได้ประทับบนพระราชอาสน์(เก้าอี้ประทับ) แต่ในหลวงจะทรงประทับนั่งพับเพียบที่พื้น โดยมีแผนที่หรือเอกสารต่างๆวางอยู่ที่พื้น
และมีอยู่ครั้งหนึ่ง ในหลวงทรงหันไปที่พระราชอาสน์ แล้วทรงตรัสถามขึ้นว่า
"ทำไม พระมหากษัตริย์ต้องทำงานเหล่านี้ด้วย? ทั้งๆที่พระมหากษัตริย์ไม่ได้มีหน้าที่เหล่านี้สักหน่อย รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนกำหนดไว้ให้ทำ? ทำไปเพื่ออะไร" ในหลวงท่านทรงกำลังถามพระมหากษัตริย์ซึ่งเปรียบแทนด้วยที่ประทับพระราชอาสน์
ข้าราชการที่กำลังเข้าเฝ้าถวายงานอยู่ ต่าง งง !
ในหลวงทรงตรัสอีกว่า "ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาความยากจนหรอก แต่ทำเพื่อรักษาประชาธิปไตยไทยให้อยู่รอดได้ต่างหาก เพราะหากประชาชนยังยากจน ประชาธิปไตยก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะหากประชาชนยังยากจน ยังอดอยาก พอใครเขาเอาเงินมาให้สัก500 ก็จะกาให้เขาแล้ว ประชาธิปไตยจึงไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง"

จากรูป ดร.สุเมธ น่าจะเป็นคนที่ยกมือขวาขึ้น
ส่วนขวาสุด คือ คุณปราโมช ไม้กลัด สมัยเป็นอธิบดีกรมชลประทาน
คลิกอ่าน มาตรา 112 ที่รัก !!
