WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

น้ำตาลทรายคนไทยกินแพงไปมั้ย?







บทความที่ผมเขียนเกี่ยวกับราคาอาหารที่คนไทยกิน เมื่อเทียบกับค่าแรง ผมเขียนมาหลายบทความเริ่มตั้งแต่ปี 2554 หรือตั้งแต่ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ เรื่อยมาจนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์

บทความเกี่ยวกับราคาอาหารแพงที่คนไทยกิน ผมขอบอกก่อนว่า ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้ว ไม่เฉพาะแค่รัฐบาล2ชุดที่ผ่านมา ทั้งหมดมันก็เพราะระบบที่ผิดพลาดทางนโยบายของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย และปัญหาความเห็นแก่ตัวของนักการเมือง ข้าราชการ ที่ร่วมกันกับพวกกลุ่มพ่อค้าคนกลางและกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่เอาเปรียบคนยากจนในประเทศนี้

ผมไม่ศรัทธานักการเมืองไทย เพราะนักการเมืองไทยส่วนใหญ่เอื้อเฟื้อนายทุน เพราะนายทุนก็มักเป็นญาตินักการเมือง หรือไม่ก็เป็นกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคการเมือง จึงแทบไม่มีทางเลยที่นักการเมืองจะออกกฏหมาย หรือกฎระเบียบอะไรที่จะขัดผลประโยชน์กลุ่มนายทุน

---------------------------

วันนี้ผมขอเขียนถึงราคาน้ำตาลทราย

ก่อนอื่นต้องบอกข้อมูลว่า ไทยเราคือผู้ส่งออกน้ำตาลสูงสุดเป็นอันดับที่2 ของโลก รองจากบราซิล โดยไทยส่งออกประมาณ7ล้านตันต่อปี และใช้บริโภคในประเทศประมาณ2.4ล้านตันต่อปี

ส่วนบทความของผมวันนี้ จะพูดถึงเฉพาะน้ำตาลทรายขาว ซึ่งเป็นน้ำตาลที่คนนิยมใช้มากที่สุด และราคาน้ำตาลทรายในประเทศที่ถูกควบคุมไว้คือ ไม่เกินกิโลกรัมละ 23.50 บาท


สรุปคร่าวๆ ว่า คนไทยเราซื้อน้ำตาลทรายขาวที่กก.ละ 23.50 บาท เป็นหลักไว้ก่อน ค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพฯ วันละ 300 บาท ก็จะซื้อน้ำตาลทรายได้ วันละ 12.76 ถุง เท่านั้นครับ


แล้วต่างประเทศเขาซื้อน้ำตาลทรายขาวกิโลละเท่าไหร่กันบ้าง?

ฮ่องกง ต้องนำเข้าน้ำตาลทรายขาวจากต่างประเทศ

ราคาน้ำตาลทรายขาว 1 กก. ที่ฮ่องกง ราคากก.ละ 13 HKD หรือ 52 บาท
ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำฮ่องกง ประมาณ วันละ 866 บาทต่อวัน (28 HKD ต่อชม.)
สรุปได้ว่า ค่าแรงขั้นต่ำฮ่องกง สามารถซื้อน้ำตาลทรายขาว 1กก. ได้วันละ 866 หาร 52 = 16 ถุง



อังกฤษ ก็ปลูกอ้อยไม่ได้ ต้องนำเข้าน้ำตาลทรายเช่นกัน แต่อังกฤษเป็นตลาดกลางน้ำตาลทราย

ราคาน้ำตาลทรายขาว 1กก. ที่อังกฤษ ราคากก.ละ 0.79 ปอนด์ หรือกก.ละ 39.50บาท หรือบางที่ก็ขายแพงหน่อยคือ 0.85ปอนด์ หรือกก.ละ 42.5 บาท งั้นผมขอยึดไว้ที่ราคากลางๆ ไว้ที่ 40 บาท/กก. แล้วกัน

ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำอังกฤษ ประมาณวันละ 8 ปอนด์ต่อชม. หรือ 3,200 บาท/วัน
สรุปได้ว่า ค่าแรงขั้นต่ำอังกฤษ สามารถซื้อน้ำตาลทรายขาว 1กก. ได้วันละ 3,200 หาร 40 = 80 ถุง (โอวโนว!!)







เยอรมัน

ราคาน้ำตาลทรายขาว 1กก. ที่เยอรมัน ราคากก.ละ 0.75 ยูโร เมื่อบวกภาษี19% ก็ตกราวๆ กก.ละ 0.89 ยูโร หรือ 35.60 บาท
ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำเยอรมัน คือ 8.19 ยูโร/ชม. หรือ 2,555 บาท/วัน
สรุปได้ว่า ค่าแรงขั้นต่ำเยอรมัน สามารถซื้อน้ำตาลทรายขาว1กก. ได้วันละ 2,555 หาร 35.60 = 71.76 ถุง






ออสเตรเลีย

ราคาน้ำตาลทรายขาว 1กก.ที่ออสเตรเลีย ราคากก. 2.26 AUD หรือ 73 บาท
ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำออสเตรเลีย คือ 15.96 AUD/ชั่วโมง หรือประมาณ 4,144 บาท/วัน
สรุปได้ว่า ค่าแรงขั้นต่ำออสเตรเลีีย สามารถซื้อน้ำตาลทรายขาว 1กก. ได้วันละ 4,144 หาร 73 = 56 ถุง






ต่อไปนี้คือข้อมูลที่น่าตกใจพอควร คือประเทศมาเลเซีย

มาเลเซีย เป็นผู้นำเข้าน้ำตาลทรายดิบรายใหญ่จากไทย!! เพื่อไปแปรรูปเป็นน้ำตาลทรายขาวเอง

และราคาน้ำตาลทรายขาวที่ขายในมาเลเซีย ราคากิโลกรัมละ RM2.30 หรือ 23บาท/กก. เท่านั้น

ทำไมประเทศที่ซื้อน้ำตาลทรายดิบจากไทยแท้ๆ กลับขายน้ำตาลทรายได้ถูกกว่าประเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ2ของโลกอย่างไทยได้ ??

นั่นแปลว่าอะไร? ก็แปลว่า ก็แปลว่า คนไทยถูกบริษัทน้ำตาลทรายของไทยเอาเปรียบคนไทยไงครับพี่น้อง!!

ราคาน้ำตาลทรายขาว ยี่ห้อ GULA PRAI ของมาเลเซีย ขนาดบรรจุ 1กก. 


ที่สำคัญเมื่อปลายปี2554ไทยเรามีวิกฤติน้ำตาลทรายขาดตลาด เพราะจะมีการปั่นราคาให้สูงขึ้น ทำให้คนไทยชายแดนมาเลเซีย ต้องลักลอบไปซื้อน้ำตาลทรายจากมาเลย์ เข้ามาขายในประเทศไทยเอง ทำไมประเทศที่มีน้ำตาลมากที่สุดในโลกอันดับ2 อย่างไทย อยู่ๆ คนไทยต้องไปซื้อน้ำตาลทรายจากมาเลเซีย ?  มันตลกมั้ย?




สิงคโปร์ ซื้อน้ำตาลทรายมิตรผลจากไทยไปขาย

น้ำตาลทรายขาวมิตรผล1กก. ในสิงคโปร์ ราคาถุงละ 1.25 SGD หรือ 31.25 บาท/กก.
ค่าแรงขั้นต่ำอย่างไม่เป็นทางการของสิงคโปร์ คือวันละ 1,830บาท ต่อวัน
สรุปได้ว่า ค่าแรงขั้นต่ำในสิงคโปร์ สามารถซื้อน้ำตาลทรายขาว1กก. ได้วันละ 1,830 หาร 31.25 = 57.6 ถุง



ตั้งข้อสังเกตคือ คนไทยซื้อน้ำตาลทรายขาวมิตรพล กก.ละ 23.50 บาท แล้วสิงคโปร์เขาซื้อน้ำตาลทรายขาวจากไทยไปในต้นทุนกี่บาท เขาถึงได้ขายในราคา31.25บาทได้ ??  แพงกว่าในไทยแค่ 7.75บาทเท่านั้น

ถ้าสิงคโปร์ซื้อน้ำตาลทรายขาวมิตรผลกก.ละ 23.50 บาทเท่าที่คนไทยซื้อ แต่เมื่อบวกค่าขนส่ง ไปจนถึงค่าการตลาด จนไปตั้งวางขายในร้านค้าได้ บริษัทสิงคโปร์ที่สั่งน้ำตาลมิตรผลไปขาย เขาจะเอากำไรแค่ถุงละ 7.75 บาทเท่านั้นเองเหรอ?



ส่วนอินโดนีเซีย กับฟิลิปปินส์ ก็เป็นชาติที่นำเข้าน้ำตาลทรายดิบจากไทย เพราะเขาผลิตน้ำตาลของเขาเองไม่พอกิน ก็ทำให้2ชาตินี้ กินน้ำตาลทรายแพงกว่าไทย เช่น

ที่อินโดนีเซีย น้ำตาลทรายขาวกก.ละ 42บาท ขายแพงกว่ามาเลเซียถุงละ19 บาท ค่าแรงขั้นต่ำที่กรุงจากาต้าร์ วันละประมาณ163บาท

ที่ฟิลิปปินส์ น้ำตาลทรายขาวกก.ละ 39 บาท ขายแพงกว่ามาเลเซียถุงะ16บาท ค่าแรงขั้นต่ำที่กรุงมนิลา วันละ335บาท

2ประเทศนี้ผมไม่แปลกใจอะไร เพราะเขาต้องนำเข้าน้ำตาลทรายดิบจากต่างประเทศไปแปรรูปเช่นกัน และความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน ของทั้งสองประเทศนี้ก็สูงมากๆ ไม่แพ้ประเทศไทย

------------------------

คนไทยกินน้ำตาลทรายแพงกว่าราคาตลาดโลกเท่าไหร่?

ส่วนราคาน้ำตาลทรายขาว ตลาดกลางอังกฤษ ราคาซื้อขายล่วงหน้า ณ. เดือนตุลาคม2555 ปิดที่ 557..90 USD/ตัน หรือ 17,294.90 บาทต่อตัน หรือเฉลี่ยกก.ละ 17.30 บาท/กก.

คนไทยเรากินน้ำตาลทรายขาว กก.23.50 แพงกว่าค่าเฉลี่ยราคากลางตลาดโลกที่อังกฤษ 6 บาท ทั้งๆ ที่น้ำตาลทรายขาวกว่าจะเดินทางจากไทยไปถึงอังกฤษ น่าจะมีค่าขนส่งรวมอยู่พอควรนะ

หากคิดแบบชาวบ้านๆ ผมคิดว่า ถ้าจะให้ยุติธรรมกับคนไทยจริงๆ คนไทยเราไม่ควรกินน้ำตาลแพงกว่า กก.ละ20 บาท 

แต่ถ้าจะให้ยุติธรรมที่สุดเป็นธรรมที่สุด คนไทยควรกินน้ำตาลทรายขาวถูกกว่าราคาตลาดโลก จริงหรือไม่?

แต่ที่ผ่านๆ มา รัฐบาลและพ่อค้าน้ำตาลมักอ้างว่า ที่น้ำตาลในประเทศต้องแพง ก็เพื่ออุ้มเกษตรกรชาวไร่อ้อย และเพื่อไม่ให้น้ำตาลทรายถูกลักลอบออกไปขายนอกประเทศ (อ้างเหมือนที่ ปตท.ชอบอ้าง)

ทำไมคนไทยเรา ประเทศไทยเรา ผลิตน้ำตาลทรายส่งออกมากเป็นที่ 2ของโลกแท้ๆ แล้วทำไมคนไทยต้องกินน้ำตาลทรายแพงกว่าราคาเฉลี่ยของราคาน้ำตาลตลาดโลกด้วย??  

ต้องแพงเพื่อช่วยเกษตรกรจริงเหรอ?
หรือว่า ช่วยนักการเมือง พ่อค้าคนกลาง และบริษัทน้ำตาลทรายให้รวยกันแน่??


ที่ผมโพสราคาน้ำตาลทรายขาวในแต่ละประเทศให้ดูนั้น ทำให้เราได้ห็นว่า ชาติหลาย ๆ ชาติ ไม่ได้ผลิตน้ำตาลทรายได้เอง แต่กลับซื้อน้ำตาลทรายได้จำนวนมากกว่าคนไทยซื้อ เมื่อเทียบกับจำนวนค่าแรงในแต่ละประเทศ

มันทำให้ผมเชื่อสนิทว่า คนไทยยากจน และต้องกินของแพงทั้งๆ ที่เราผลิตได้เอง มันต้องเกิดจากความผิดปกติของระบบเศรษฐกิจที่เอาเปรียบคนไทยนั่นแหละ แล้วใครล่ะคือต้นเหตุระบบที่เอาเปรียบคนไทยเช่นนี้

คำตอบก็คือ นักการเมืองไทย ฮั้วกับนายทุน นั่นแหละครับ




บทความต่อไป คุณจะอึ้งเพิ่มขึ้นเมื่อคนไทยกินไข่แพงกว่าคนอเมริกัน !!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ถ้าแสดงความเห็นตรงช่องนี้ผมจะได้อ่านทุกความเห็นครับ แต่ถ้าความเห็นไม่ขึ้นอาจเพราะระบบรอตรวจสแปม ต้องรอ1-2วัน / ใหม่ เมืองเอก kaeake@ymail.com

ผู้ติดตาม