แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำไม ต่อต้าน ทักษิณ ชาติชาย จำลอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำไม ต่อต้าน ทักษิณ ชาติชาย จำลอง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำไมผมถึงต้านทักษิณ




ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเลือกทักษิณถึงสองครั้ง แต่ตอนนี้ผมก็ตาสว่างแล้วครับ ว่าระบอบทักษิณเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ก่อนอื่นผมขอเริ่มเท้าความก่อนซักนิดนะครับ

ผมนั้นในอดีตชอบพรรคประชากรไทยมาก ชื่นชอบสมัคร สุนทรเวชมาตลอด และผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านจำลอง ศรีเมือง และโพธิรักษ์ แต่มาเลิกชอบสมัครก็เพราะทักษิณนี่แหล่ะครับ

ทักษิณนั้นเริ่มเข้ามาเล่นการเมืองด้วยการแนะนำชักชวนของจำลอง ผมก็เลยไม่ชอบทักษิณ เพราะผมไม่ชอบจำลองและลัทธิสันติอโศก

ต่อมาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น และเพื่อหวังหาพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย ซึ่งตอนนั้นผมก็ยอมตัดสินใจเชียร์ทักษิณ โดยไม่อยากนำเรื่องความเชื่อส่วนตัวของทักษิณที่นับถือสันติอโศกมาเกี่ยวด้วย

และแม้กรณีที่ทักษิณพัวพันคดีซุกหุ้นภาคหนึ่ง ผมเองยอมรับว่า ก็ลำเอียงเข้าข้างทักษิณให้รอดคดีดังกล่าวด้วย เพราะหวังจะให้ทักษิณแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และให้โอกาสทักษิณแก้ตัว ให้ทำคุณไถ่โทษที่เคยซุกหุ้น

จากคำพูดของทักษิณ ที่ว่า "ผมบกพร่องโดยสุจริต" ทำให้ผมเห็นใจ และอภัยให้ทักษิณเหมือนที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้นพร้อมที่จะให้อภัย คนผิดที่ยอมรับผิดแล้ว

คลิกอ่าน ศาลรัฐธรรมนูญสารภาพปล่อยทักษิณลอยนวลคดีซุกหุ้นภาค1


ต่อมาทักษิณกลับมาเป็นนายกฯในสมัยที่สอง ผมเองก็ยินดีและดีใจ แถมสะใจด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้หมดรูปแก่พรรคไทยรักไทย 

จนกระทั่งทักษิณขายหุ้นชินคอร์ปแบบเทขายหมดให้กับกลุ่มเทมาเสก ตอนนั้นแหล่ะครับ ผมถึงได้เริ่มตาสว่างกับการซุกหุ้นภาคสองของทักษิณ และการหลบเลี่ยงภาษีจากขายหุ้นด้วยวิธีการที่เหล่าคนรากหญ้าส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจระบบการซื้อขายหุ้น จะรับรู้ถึงความโลภของมหาเศรษฐีแบบทักษิณ

ด้วยข้ออ้างคือ ขายหุ้นในตลาดหุ้นไม่ต้องเสียภาษี เพราะถ้าคุณไม่เข้าใจระบบการซื้อขายหุ้นดีพอ ฟังแค่นี้ก็จะเชื่อทักษิณโดยง่าย

แน่นอนว่า หากถามชาวบ้านส่วนใหญ่ในระดับรากหญ้า ต่างก็เชื่อในทิศทางเดียวกันว่า ทักษิณช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทักษิณช่วยเหลือคนจน แต่นั่นเป็นการมองในระดับตื้น ๆ เพียงด้านเดียว และมองแค่ระยะสั้น ๆ อย่างฉาบฉวย

ในอดีตสมัยนายกฯชาติชาย ชุณหวัณ ที่หลายๆคนคิดว่า ชาติชายทำเศรษฐกิจไทยรุ่งเรือง แต่นั่นเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการได้วางรากฐานการพัฒนาที่ถูกทางตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกเปรมเป็นนายกแล้วครับ แต่มาเห็นผลอย่างเด่นชัดในยุคชาติชาย ทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างเชื่อกันหมดว่า ชาติชายคือคนทำเศรษฐกิจดี และประจวบเหมาะกับสงครามในเขมรเริ่มยุติ สงครามเย็นของโลกกำลังจะยุติ คอมมิวนิสต์กำลังล่มสลาย ทำให้ยุคชาติชาย เศรษฐกิจโดยรวมของโลกก็เกื้อหนุนให้เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาทุนต่างชาติและการส่งออกก็พลอยดีไปด้วย
.
ที่จริงระบบเศรษฐกิจแบบชาติชายก็เป็นเศรษฐกิจที่โตแบบฟองสบู่ เป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการลงทุนต่างชาติเป็นหลัก มีการเก็งกำไรในราคาที่ดินจนเกิดภาวะฟองสบู่เศรษฐกิจ เพราะผู้คนรวยเร็วจากการทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก การเก็งกำไรและการลงทุนจากต่างชาติ โดยไม่ทันระวังตัว จนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น
.
เมื่อไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท เพราะรัฐบาลไทยต้องช่วยเหลือภาคการส่งออกที่เป็นรายได้สำคัญของประเทศให้อยู่รอด รัฐบาลไทยจึงพยายามพยุงค่าเงินบาทไว้ จนกลายเป็นตกหลุมพรางของนักเก็งกำไรค่าเงินระดับโลกอย่างนายจอร์ช โซรอส ทำให้เกิดเศรษฐกิจฟองสบู่แตก เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี40 ในที่สุด

.
ในปี44ทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯครั้งแรก  ซึ่งช่วงเวลานั้น ไทยเราเริ่มรอดตายจากวิกฤติเศรษฐกิจปี40 แล้ว และกำลังจะเริ่มฟื้นตัวได้เองอยู่แล้ว  

การที่ทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯ แน่นอนว่า ย่อมได้รับความหวังจากประชาชนที่อยากมีความหวังใหม่ๆ และอยากให้ไทยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากเชื่อกันว่าทักษิณคงเข้าใจในระบบธุรกิจดี คนไทยเชื่อว่า ทักษิณจะเข้ามาแก้ไขระบบราชการที่ล้าหลังของไทยให้อำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติได้ดีขึ้น

ผมเองยอมรับว่า ในตอนนั้นประชาชนส่วนใหญ่รวมทั้งตัวผมด้วย ต่างรู้สึกว่าพรรคไทยรักไทยอยู่เป็นรัฐบาลใน4ปีแรก นั้นได้ทำประโยชน์ได้มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่มานานนับครึ่งศตวรรษเสียอีก (ประชด)
.
โดยเฉพาะประเด็นที่ทักษิณได้ช่วยเหลือประชาชนรากหญ้าให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลจากสิทธิบัตรทอง30บาท นี่คือประโยชน์ที่ประชาชนส่วนใหญพอใจมากที่สุด และหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นับว่าพอใช้ได้ 

ส่วนในนโยบายอื่นๆ แม้เป็นแนวคิดที่ดี แต่ระบบจัดการส่วนใหญ่กลับล้มเหลวครับ (แต่ก็พอให้อภัยได้ เพราะทุกอย่างที่เพิ่งเริ่มต้นย่อมมีข้อบกพร่อง)

นโยบายของทักษิณ ยังเป็นนโยบายที่พึ่งพาทุนต่างชาติเป็นหลัก (แต่ถ้าต่างชาติพังเราก็พังด้วย) ก็คล้าย ๆ ระบบของชาติชาย  เพียงแต่ระบบทักษิณมีข้อดีตรง ยังให้ประโยชน์แก่คนจนคนรากหญ้าพอสมควร 

แต่ระบบทักษิณส่วนใหญ่ก็ยังไม่เน้นให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองให้ได้ แต่กลับให้ประชาชนต้องอาศัยการป้อนจากนโยบายประชานิยมจากรัฐเป็นหลัก จะเห็นได้จากจะมีม็อบเกษตรกรมุ่งหน้ามาเรียกร้องการช่วยเหลือจากรัฐบาลเสมอๆ เพราะราคาพืชผลตกต่ำ (อ่านบทเรียนจากประชานิยม)

ทักษิณไม่เคยทำตัวเป็นตัวอย่างในเรื่องความพอเพียงที่คนไทยควรปฏิบัติ ทักษิณมักทำตัวเป็นเศรษฐีใหญ่ต่อหน้าสื่อให้ประชาชนหลงใหลเสมอๆ ทำให้ประชาชนต่างก็อยากรวยเร็ว ๆ แบบทักษิณกันทั่วบ้านทั่วเมือง

หากทักษิณตั้งใจส่งเสริมหลักเศรษฐกิจพอเพียงจริง(พอเพียง=หลักความสมดุล) เพราะทักษิณเก่งเรื่องการประชาสัมพันธ์ ระบบเศรษฐกิจพอเพียงของไทยจะไปได้เร็วกว่านี้ จะมีการชุมนุมประท้วงจากเกษตรกรต่าง ๆ ที่ขอให้รัฐประกันราคาพืชผลน้อยลง เพราะเกษตรกรไม่ได้พึ่งพาปุ๋ยเคมี ไม่ได้พึ่งพายาฆ่าแมลง ไม่ได้พึงพาพืชเพียงชนิดเดียว จึงทำให้ไม่มีต้นทุนสูงเกินไป
.
ทักษิณอ่านคำชื่นชมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อหน้าพระพักตร์ในหลวงเป็นเวลานาน แต่พฤติกรรมและใจทักษิณกลับไม่ได้ทำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเลย หากเราไปดูพระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาตั้งแต่ปี 44-48 ที่ทักษิณเป็นนายกฯ จะเห็นได้ว่ามีหลายช่วงหลายตอนในพระราชดำรัสที่ในหลวงทรงตักเตือนทักษิณในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทักษิณไม่ค่อยได้ทำตาม
.
"...เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ไม่พอเพียง ถ้าอย่างนั้นก็ นายกฯ อาจจะไป นายกฯ และคุณหญิงอาจจะให้เพื่อนนายกฯรองนายกฯ ต่างๆ ทำเศรษฐกิจพอเพียงสักนิดหน่อย ก็จะทำให้อีก 40 ปีประเทศชาติไปได้ แต่นี่ ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรส ทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดได้เยอะเหมือนกัน คือถ้าไม่ประหยัด ประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด สำหรับคณะรัฐมนตรีประหยัด คณะรองนายกรัฐมนตรีประหยัด จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ นี่มามองถึงสภาฯ เป็นยังไง ก็สภาฯ ด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากทำ ก็สภาฯ เป็นอาจารย์ของนายกฯ ก็ นายกฯ สอนครูหน่อย สอนอาจารย์หน่อยว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำยังไง สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าครูเขาก็ไปสอนคนอื่น..." บางท่อนของพระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา4ธ.ค.48

.
แม้ระบอบทักษิณจะมีความผิดพลาดอยู่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเกลียดหรือต้านทักษิณ เพราะไม่มีใครหรอกที่จะเป็นเทวดาเก่งไปซะทุกเรื่อง ทักษิณซื้อใจคนจนด้วยนโยบายประชานิยมก็ไม่ใช่เรื่องผิดทั้งหมด แม้จะมีข้อผิดพลาดในนโยบายอยู่เยอะ แต่ทุกอย่างเมื่อเริ่มต้นก็ต้องมีข้อผิดพลาด ก็คล้ายๆพรรคประชาธิปัตย์ที่ผิดพลาดนโยบายจากกฏหมาย ปรส. แตนั่นก็เป็นความผิดพลาดทางนโยบาย (ผมเองก็ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์เลย เพราะประชาธิปัตย์ไม่เคยทำนโยบายที่เห็นเป็นรูปธรรมแก่คนจนคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง)

(สมัยทักษิณหาเสียงโจมตีประชาธิปัตย์เรื่องปรส. แต่เมื่อทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาลกลับไม่แก้ไขปัญหาที่เกิดจากกฏหมายขายชาติที่สืบเนื่องจากปรส.เลย ทั้งๆที่ทักษิณมีเสียงในสภามากพอจะแก้ไขกฏหมายที่ไทยถูกเอาเปรียบฉบับนี้)
.
ความผิดพลาดเชิงนโยบายก็ยังพอรับได้ เพราะไม่มีใครมันเก่งฉลาดไปซะทุกเรื่อง ซึ่งประชาธิปัตย์ก็ได้ผลกรรมจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของตัวเองด้วยการแพ้เลือกตั้งแก่ทักษิณ ทักษิณแม้จะมีความผิดพลาดในนโยบายบ้างแต่ก็พอให้อภัยกันได้เช่นกัน


แต่ที่ผมต้องต้านทักษิณก็เพราะ ทักษิณผิดจริยธรรมของการเป็นผู้นำ ทักษิณยังมีการโกงการเสียภาษี เพราะผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน หากผู้นำไม่ดำรงไว้ซึ่งคุณธรรม ประเทศชาติก็จะหายนะ เพราะความไม่มีขื่อมีแป 

(อ่านเรื่องคนรักทักษิณมาทางนี้ อธิบายกรณีขายหุ้นไม่เสียภาษีอย่างง่าย)

.
คนไทยเดี๋ยวนี้มีคุณธรรมกันน้อยลง เพราะเห็นแค่ว่า นายกฯทำเศรษฐกิจดี หากนายกฯจะโกงก็ช่างมัน อันนี้ใช้ไม่ได้ ดีก็ส่วนดี เลวก็ส่วนเลว จะเอาความดีมาเกื้อหนุนความเลวไม่ได้ ไม่ถูกต้อง หากยอมรับการโกงของนายกฯได้ ต่อไป ใครทำผิดก็อ้างนายกฯยังทำได้เลย อย่างนี้ บ้านเมืองจะอยู่กันยังไง เพราะมันโกงกันได้เปิดเผยแล้ว
.
ที่จริง ทักษิณเองหากละทิ้งความโลภได้บ้าง แม้จะแก้ไขกฏหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจตัวเอง ก็ยังยากที่จะเอาผิด เพราะความโลภก็มีขึ้นได้กับทุกคน แต่ความโลภก็ควรมีขอบเขตบ้าง แต่การที่ทักษิณทำลายความเป็นธรรมทางธุรกิจ โดยอาศัยอำนาจทางการเมืองเอื้อประโยชน์ธุรกิจตัวเองและพวกพ้อง ทำให้คู่แข่งเสียเปรียบ ในระยะยาวหากทักษิณยังเป็นนายกฯอยู่ ระบบธุรกิจที่โปร่งใสก็คงไม่เหลือหรอ

(ที่จริงหากทักษิณมีคุณธรรม การที่พรรคไทยรักไทยได้เสียงข้างมากแบบเด็ดขาด ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากนักธุรกิจที่มักสนับสนุนพรรคการเมืองเพื่อจะได้เอื้อการออกกฏหมายเพื่อประโยชน์ธุรกิจตัวเอง แต่สุดท้ายทักษิณก็ไม่ทิ้งนิสัยเดิมของนักธุรกิจโลภมาก)



หรือการที่แก้กฏหมายเพื่อให้ขายหุ้นชินคอร์ปได้ ถึงแม้ว่าจะผิดหลักจริยธรรมของการบริหาร แต่ก็ยังถือว่าได้ทำถูกต้องตามกฏหมาย
.
แต่ไอ้การไม่ยอมเสียภาษีและซุกหุ้นไว้ที่นอมินีในต่างประเทศ นี่สิ มันผิดกฏหมายเต็ม ๆ ยากที่จะให้อภัยได้ เพราะมันเป็นบรรทัดฐานของกฏหมายที่ต้องเคารพและต้องเอาผิด แต่ทักษิณก็ยังแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ และไม่ยอมรับว่าตนเองผิด

และนับวันทักษิณยิ่งผิดแบบถลำลึกลงไปทุกที ไม่สำนึกในความผิดของตน แต่กลับโทษคนอื่น ทำให้บ้านเมืองต้องแตกแยก อาศัยเสียงประชาชนบังหน้า ไม่เคารพระบบตุลาการ ความผิดที่ทักษิณกระทำนับวันยิ่งมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมจึงต้องต้านทักษิณครับ
.
ระบอบทักษิณ(ทุนนิยมพวกพ้อง) ทำให้เศรษฐกิจดีชั่วคราว ไม่ยั่งยืน ไม่พอเพียง ซื้อใจคนจน เพื่อผลประโยชน์ไม่ชอบธรรมของตัวเอง (ที่จริงซื้อใจคนจนไม่ผิด หากผลประโยชน์ที่ได้กลับมาของตัวเอง เป็นไปด้วยความชอบธรรม)


หากแม้ทักษิณจะได้รับความไม่เป็นธรรมจริง ก็น่าจะต่อสู้ด้วยตัวเองโดยไม่ลากประชาชนไปร่วมเดือดร้อนด้วย ดูอย่างอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียนของไต้หวันเป็นตัวอย่างซิ เขาไม่ลากประชาชนไปเดือดร้อนและต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อตัวเอง เขาบอกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบตุลาการของไต้หวันเหมือนกัน แต่เขาก็ยอมรับการจับกุม เฉินสุ่ยเปียนเขาประท้วงระบบตุลาการด้วยการอดอาหารประท้วง เขาได้ต่อสู้ตามแนวทางอหิงสาโดยไม่ได้โอ้อวดก่อน ไม่เหมือนทักษิณที่เคยอวดตัวว่าจะต่อสู้แบบมหาตมะคานธี

ทักษิณผมเสียใจที่ผมเคยเลือกคุณมาเป็นนายกฯ ถึงสองครั้ง เสียใจจริง ๆ ที่ดูคนอย่างคุณผิดไป 

อย่าง นายปรีดี พนมยงค์ ได้ลี้ภัยการเมืองไปต่างประเทศ ท่านก็ไม่เคยกล่าวให้ร้ายแก่ประเทศไทยหรือมุ่งกำจัดศัตรูทางการเมืองของท่านอีกเลย ท่านเสียสละตัวเองโดยไม่เคยโต้ตอบใคร ท่านทำเพื่อความสงบสุขของชาติโดยแท้จริง

.
คนรักทักษิณทุกคน ผมเข้าใจว่าทำไมพวกคุณถึงชื่นชมทักษิณ แต่การที่เขาทำประโยชน์ให้คุณ และคุณจะละเว้นความผิดของทักษิณ มันจะทำให้กฏหมายวิบัติ บ้านเมืองจะวุ่นวาย มันไม่ถูกต้อง

.
โปรดเถิด เลิกคิดแค่ปากท้องตัวเองสำคัญไปมากกว่าหลักคุณธรรมและจริยธรรม เพราะมิเช่นนั้นบ้านเมืองก็จะวิบัติในที่สุด

.
"เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย" ส่วนหนึ่งของบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่6


คุณธรรมผู้นำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะผู้นำคือตัวอย่างของประชาชน

V

V

นี่คือคำพูดของทักษิณที่วิจารณ์บริษัทในอเมริกาไปเปิดบริษัทในเกาะสวรรค์ด้านภาษี เพื่อเลี่ยงภาษี ว่าเป็นพวกไม่รักชาติ 

แต่ทักษิณเองก็ทำเบบนั้นเช่นกัน คือทักษิณแอบไปเปิดบริษัทแอมเพิลริช ที่บริทิชเวอร์จิ้นเช่นกัน!!

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

ต้นฉบับอ่านได้ที่ http://library.uru.ac.th/webdb/images/tuksin160.htm

พอทักษิณจะถูกถามเรื่องการเลี่ยงภาษีในสภา ทักษิณจึงยุบสภาหนีการซักถาม แต่ไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดว่า

"พวกมันหาว่าผมไม่จ่ายภาษี ผมน่ะจ่ายภาษีมากกว่าพวกมันทั้งประเทศรวมกันเสียอีก" ทักษิณปราศัยต่อหน้าประชาชนของเขา และได้รับเสียงเฮอย่างกึกก้อง!!

นี่แหล่ะครับคือ วิธีการพูดที่เบี่ยงประเด็นจากความถูกต้อง แต่ได้ใจชาวบ้านของทักษิณ

------------------------------

อ่านบทความดีๆ ที่คนอื่นเขียนเรื่อง ระบอบทักษิณฉุดให้เศรษฐกิจดีขึ้น หรือจะเร่งให้ตกเหว

คลิกอ่าน ทักษิณใช้ศาสนาบังหน้า




ผู้ติดตาม