วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

กรรมของประเทศไทย ที่ต้องชดใช้



ผมเป็นคนที่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และการที่วันนี้คนไทยแตกแยกกันมากนั้น

ตาม คห.ส่วนตัวผม ผมสันนิษฐานว่า อาจเพราะในอดีตโบราณ เพื่อความอยู่รอดของชนชาติไทย ไทยเราจึงต้องไปบุกตีอาณาจักรอื่น จนได้เมืองประเทศราชไว้มาก จากหลักการรบในอดีตที่ว่า ถ้าเราไม่ยึดเขา เขาก็จะมายึดเรา ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้องมีการกวาดต้อนผู้คนจากหัวเมืองประเทศราชกลับมามากด้วย

ซึ่งเรื่องในสมัยโบราณทุกอาณาจักร ก็จะทำแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น ก็เพื่อความมั่นคงของชาติและเผ่าพันธุ์ เพียงแต่ว่า ชนชาติไทยเราในอดีตเข้มแข็งมาก สุดท้ายอาณาจักรไทยเราจึงมีหัวเมืองประเทศราชอยู่มากกว่าชนชาติใดในแถบนี้

แน่นอนเพื่อความเข้มแข็งของไทย ก็ย่อมต้องสร้างบาปกรรมไปด้วยเช่นกัน อันนี้เราต้องยอมรับความจริง!!

เมื่อเคยมีการกวาดต้อนผู้คนมาเป็นเชลยศึก อาจเพราะผู้คนพวกนี้ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ จึงทำให้พวกนี้ไม่รักชาติไทยเท่าที่ควร เพราะจิตเดิมโกรธแค้นที่เคยตกเป็นเชลยศึกของไทย

แต่ก็นั่นแหละ ถ้ากลับชาติมาเกิด แล้วจิตยังผูกแค้น ก็เป็นบาปกรรมของเขาเอง

(ประเทศไทยเรารอดจากการตกเป็นเมืองขึ้นชาติตะวันตกได้นั้น ก็เพราะไทยเราต้องยอมเสียหัวเมืองประเทศราชของไทยให้ชาติตะวันตกไป)

แต่อีกไม่นานแล้วล่ะ ประเทศไทยเราจะพ้นเคราะห์ใหญ่ครั้งนี้

เพราะอะไรน่ะเหรอ ?

ก็เพราะคนชั่วแม้มีจำนวนมาก ก็จะแพ้คนดีในที่สุด

ที่เขาเรียกว่า กฎแห่งกรรม นั่นแหละครับ


-----------------------------------


สมัยโบราณพอชนะศึกครั้งใด ก็จะจับพวกแม่ทัพนายกองที่กระด้างกระเดื่องบางส่วนมาประหารชีวิต เพราะคนพวกนี้ปล่อยไว้จะอันตราย อาจมาแว้งกัดเราได้

แต่ถ้าเป็นทหารเลว(หมายถึงทหารระดับต่ำสุด) หรือพวกไพร่ หรือประชาชนทั่วไป โดยมากก็จะละเว้นชีวิตไว้ แต่จะกวาดต้อนมาใช้แรงงานต่อไป ซึ่งตอนหลังผู้คนเหล่านี้ในรุ่นลูกรุ่นหลานก็จะเป็นคนไทยไปในที่สุด

เพราะตามหลักพุทธศาสนาสอนให้คนไทยเราไม่ถือโกรธแค้น หรือคิดจองเวรใคร จึงทำให้พวกลูกหลานเหลนโหลนของพวกเชลยศึกเหล่านั้น สุดท้ายก็กลมเกลียวกลายเป็นคนไทยด้วยกัน (คนไทยที่ถูกกวาดต้อนไปอยู่พม่าก็มีเช่นกัน จึงมีชุมชนชาวสยามในพม่า)

เช่น ชุมชนมุสลิมแถวมีนบุรี บางกะปิ ก็คือชาวอาณาจักรปัตตานีที่ไทยเราเคยไปรบแล้วพากลับมา ต่อมาผู้คนเหล่านี้ก็ได้ตั้งรกรากแถวบางกะปิ มาจนปัจจุบัน ก็เป็นคนไทยมุสลิมที่รักชาติไทยไปแล้ว

ทีนี้ไอ้พวกล้มเจ้าระดับหัวโจกนี่สิ ผมสันนิษฐานว่า พวกมันคงเป็นแม่ทัพ นายกอง ที่เคยโดนประหารชีวิต พอพวกมันตายไปด้วยความแค้น จนเมื่อกลับชาติมาเกิดใหม่ จิตที่ยังแค้นเดิมก็จึงคิดหวังแก้แค้น หวังทำลายชาติ และสถาบัน

ส่วนไอ้เหลี่ยมน่ะเหรอ สันนิษฐานกันว่า ไอ้เหลี่ยมก็คือพระยาละแวกกลับชาติมาเกิด ตอนตายเพราะโดนตัดหัวเอาเลือดมาล้างพระบาทของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไง

แน่นอนชนชาติของพระยาละแวก ย่อมไม่ยอมรับประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้ ก็แต่งใหม่ว่า ตายเพราะโรคระบาด

และแน่นอน เพราะความที่ไทยเราเคยยึดประเทศเพื่อนบ้านในหลายประเทศมาเป็นเมืองขึ้น จึงทำให้ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านของไทย จึงมักไม่ชอบคนไทยมาจนวันนี้

===================

ส่วนกรณีปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ แน่นอนส่วนหนึ่งเป็นกรรมของประเทศไทย แต่ผมเคยเขียนในบทความเก่า ๆ แล้วว่า อาณาจักรปัตตานีต่างหากที่ลอบกัดและรุกรานคนไทยก่อน

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดใต้ในตอนนี้ สาเหตุหลักเพราะ มาเลเซีย คือตัวการใหญ่ที่ต้องการดินแดนไทย เพื่อหวังฮุบทรัพยากรทั้งทางบกและทางทะเลอันมหาศาลในแถบนี้

มาเลเซียมันเลวครับ และมันต้องได้รับกรรมลงโทษมันอีกแน่นอน เหมือนดั่งกรณี เครื่องบินMH370 เป็นต้น



วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

สงกรานต์ไทยวันนี้ในทัศนะใหม่เมืองเอก




สงกรานต์ที่งดงาม มีประเพณีที่สำคัญคือ ลูกหลานรดน้ำอวยพรพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แล้วผู้ใหญ่ก็จะอวยพรให้ลูกหลานเช่นกัน

-------------------------

สงกรานต์ไทยวันนี้ในมุุมมอง ใหม่เมืองเอก

การเล่นน้ำสงกรานต์ที่สนุกในความคิดผมคือ เล่นแกล้งคนที่เรารู้จัก เช่น

เมื่อเพื่อนแต่งชุดสะอาด ยังไม่เปียก ออกจากบ้าน เราก็ดักสาดน้ำใส่โดยที่ไม่ให้เขารู้ตัว นี่แหละสนุกแบบตอนเด็ก ๆ แล้วเพื่อนมันก็หาทางแก้แค้นเราคืน ถ้าปีนี้ไม่ได้ ปีหน้ามึงต้องเสร็จกูแน่

แต่ที่เห็นไปเดิน ๆ กันที่สีลมนั่นน่ะ สนุกจริงเหรอ

"เฮ้ย สนุกสิวะ คนเยอะดี ใคร ๆ เขาก็สนุกกัน เราก็สนุกด้วยเหมือนกัน แล้วก็ถ่ายรูป ทำหน้าโอยสนุกโว้ย แล้วก็แชร์ต่อกันไป"

เดิน ๆ อยู่ เห็นวัยรุ่นตีกัน โอยมันส์ว่ะ สะใจ

เดินอยู่ เบียดสาว โอยเสียวโว้ย

แล้วเดิน ๆ อยู่ แฟนของคุณก็โดนเบียดคืน

555555

สงกรานต์ที่โชคชัย 4 แถวบ้านผม บรรยากาศก็เหมือนเดิม ๆ ทุกปี คือเป็นวันปล่อยผี ของพวกลูกจ้างที่ไม่ได้กลับบ้านนอก หรือกลับพม่า ได้เต้น ได้เมา ได้ปล่อยผีหน้าร้าน

แล้วคนที่ยังอยู่ในสังคมที่นิยมหลอกตัวเอง ก็จะบอกว่า นี่แหละสนุกโว้ย ฮ่า ๆ

รายการวัฒนธรรมชุบแป้งทอด ได้ถามสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ทำงานในเมืองไทย เธอยังคงลักษณะมีความเป็นญี่ปุ่นสูง

สาวญี่ปุ่นเธอบอกว่า เธอไม่ชอบสงกรานต์ของคนไทย เพราะน่ากลัว ที่ญี่ปุ่นประเพณีสนุกสนานส่วนใหญ่ จะให้แต่เด็กเล่นเท่านั้น ส่วนผู้ใหญ่จะมีหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้เด็ก ๆ ส่วนสงกรานต์ของไทยเล่นกันทุกวัย จนอันตราย

ให้สังเกตว่า คนญี่ปุ่นแท้ ๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยนิยมประเพณีสงกรานต์ของไทยเท่าไหร่นัก สังเกตไหมมักจะมีแต่พวกจีน ฝรั่ง อาฟริกา ที่โลว์คลาสนั่นแหละชอบเทศกาลสาดน้ำในช่วงสงกรานต์ไทย

อาจเพราะคนญี่ปุ่นเป็นคนรักความสะอาดมาก เหมือนที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความเรื่องวิถีบูชิโด ว่าความสะอาดและระเบียบวินัยคือแนวคิดในวิถีบูชืโดของคนญี่ปุ่น

การเล่นน้ำสงกรานต์ในไทยวันนี้นั้นไร้ระเบียบวินัยแบบสุด ๆ น้ำที่ใช้เล่นก็ไม่แน่ใจว่าใช่น้ำสะอาดจริงหรือไม่ จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกจริตกับคนญี่ปุ่นที่รักความเป็นระเบียบและความสะอาด

หลังจากเทศกาลสงกรานต์ผ่านไป รายการเรื่องจริงผ่านจอ จะเอาความโหด สถุลที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาสสงกรานต์มาให้ดูทุกปี

(โลว์คลาส ในที่นี้ ก็คือ ผู้นิยมชมชอบในทางเสื่อม)

---------------------

นิทานวันสงกรานต์ โดย ใหม่เมืองเอก

หนึ่ง "วันสงกรานต์เราไปทำบุญที่วัดไหว้พระกันเถอะ"

สอง "ไม่เอา ไม่มันส์ ต้องไปดิ้นหน้าเวทีที่มีโคโยตี้ โดนน้ำฉีด เต้นเบียด ๆ กัน แบบนั้นมันส์กว่าเยอะ ไปทำไมวัดไม่หนุกเลย"

อีก 50 ปีต่อมา

เทวดาหนึ่งได้มาพบเพื่อนในอดีตชาติ ที่มาเกิดเป็นแมลงวันกำลังดีดดิ้นบนกองขี้หมา

เทวดาหนึ่ง "เป็นไงสอง เราไปเกิดเป็นเทวดา เรามีความสุขมากเลย เราคิดถึงเพื่อนว่าเป็นไงบ้าง เลยมาเยี่ยม"

แมลงวันสอง "เราก็เกิดเป็นเทวดาเหมือนกัน นี่ไงเราก็เหาะได้เหมือนนาย และเรากำลังเสพอาหารทิพย์ของเราอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขอยู่เห็นไหม"
จบ.





วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

เมื่อโก๊ะตี๋ อารามบอย ต้องไปเกณฑ์ทหาร



ตอนเด็ก ๆ ผมอาบน้ำในที่อาบน้ำของพวกทหารเกณฑ์บ่อยมาก อาบน้ำพร้อมกับพวกทหารเกณฑ์ ก็ประจำ เล่นหมากฮอส หมากรุก กับทหารเกณฑ์ก็บ่อย ๆ

วันที่พวกทหารเกณฑ์เข้ากรมวันแรก ผมก็ไปนั่งสังเกตการณ์บ่อย ๆ เหมือนได้ดูหนังชีวิตของคนจากหลาย ๆ จังหวัด ดูไปก็สงสารมาก เพราะบางคนก็มาแบบจนซะเหลือเกิน

แต่จ่าครูฝึกทหาร บอกว่า ไอ้พวกนี้มาวันแรกก็ทำเศร้า ทำจนมากันแทบทุกคนนั่นแหละ อย่าเพิ่งไปรีบสงสาร ไม่งั้นเดี๋ยวโดนพวกมันหลอก

แล้วผมก็นึกถึงกัปตันอเมริกา ที่ดูทางช่อง 7 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พระเอกตัวเล็กมาก ๆ แต่ก็อยากเป็นทหาร ไปคัดเลือกมาหลายหนก็ไม่เคยผ่าน

แล้วผมก็นึกไปถึง โก๊ะตี๋ อารามบอย ตอนไปเกณฑ์ทหาร แล้วโดนพวกทีมสาระแนโชว์แกล้ง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เพราะโก๊ะตี๋ อยากเป็นทหารมาก ๆ แต่ร่างกายไม่ผ่าน ไอ้ทีมสาระแนมันก็เลยแกล้งซ้อนแผน ให้นายทหารที่คุมการเกณฑ์ทหารในวันนั้น พาโก๊ะตี๋มาทดสอบพิเศษ

หากโก๊ะตี๋ ผ่านการทดสอบพิเศษ จะได้เป็นทหารเกณฑ์สมใจ

แล้วก็แกล้งให้โกตี๋วิดพื้น ซิทอัพ กระโดดแตะที่สูง แกล้งสารพัด โก๊ะตี๋ก็พยายามเต็มที่ ได้บ้างไม่ได้บ้าง

สุดท้าย นายทหารคนนั้นก็ยอมให้โก๊ะตี๋ได้เป็นทหารเกณฑ์ แต่ต้องพบนายทหารที่ยศใหญ่ที่สุดอีกคน มาพิจารณาสัมภาษณ์ก่อน เป็นขั้นตอนสุดท้าย

โก๊ะตี๋ ดีใจมาก ๆ ที่จะได้รับใช้ชาติสมความภาคภูมิใจ โก๊ะตี๋ตื่นเต้นมาก ๆ เฝ้ารอนายทหารใหญ่มาอนุมัติ

แต่พอนายทหารที่ยศใหญ่ที่สุดเดินเข้ามาในห้อง เสือกกลายเป็น พลเอก เสนาหอย !!

555555555555

v


v



v

พอนายพลหอย เดินเข้ามาในห้องทดสอบพิเศษ

โก๊ะตี๋ ก็รู้ได้ทันทีว่า กูโดนเข้าแล้ว

โก๊ะตี๋ ร้องไห้อย่างมาก ทั้งโกรธ ทั้งงอน ทีมงานสาระแน

แล้วตอนโก๊ะตี๋มาออกในรายการ โก๊ะตี๋เล่าว่า

พี่รู้ไหม ความฝันที่สุดของหนูคืออะไร

ตั้งแต่หนูเกิดมา หนูตัวเล็กมาก ทำให้หนูอยากเป็นทหารมากที่สุด หนูอยากมีลูกมากที่สุด หนูอยากเป็นนักฟุตบอลตัวจริงมากที่สุด

นี่คือความฝันที่สุดในชีวิตหนู ฝันมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็ก

แต่พอหนูเห็นพี่หอย มันเหมือนความฝันที่หนูฝันมาตลอดชีวิต และกำลังจะสมหวัง มันพังทลายลงทันทีต่อหน้าต่อตา..


คลิกอ่าน ข้อคิดเกณฑ์ทหาร จากมาริโอ้ ถึงลูกชายเนวิน

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ผมชอบและรู้จักดิโอฬารโปรเจคได้ยังไง (จบ)




คลิกย้อนอ่านตอน 2 ก่อน


เมื่อผมได้พานพบรุ่นน้อง ม.4 สาวหมวยใส่แว่น หุ่นเซ็กซี่ เธอผู้ที่มีหน้าตาออกหยิ่งยโสนิด ๆ แต่กลับสวยมีเสน่ห์แบบเท่ ๆ ติสต์ ๆ

ผมแอบสังเกตที่กระเป๋าเสื้อของเธอ ได้ปักห้องเรียนของเธอไว้ ก็ทำให้ผมรู้ว่า งานนี้ผมต้องวานใครช่วย

พอดีเพื่อนผู้หญิงในห้องเดียวกันกับผม เธอมีน้องชายเรียนอยู่ห้องเดียวกับสาวใส่แว่นคนนี้พอดี

ผมก็เลยไปบอกน้องชายของเพื่อนให้ไปหาเบอร์โทรศัพท์ของสาวแว่นคนนี้ มาให้พี่หน่อยได้ไหมไอ้น้องชาย

แล้วตอนเย็นของอีกวัน ผมก็ได้เบอร์โทรของสาวแว่นคนนี้มา

พอผมกลับบ้านจึงได้โทรหาเธอ

เมื่อเธอมารับสาย เธอถามว่า คุณคือใคร ?

ผมก็บอกว่า คือ รุ่นพี่ที่เดินถอยหลังเพื่อไปจ้องมองหน้าเธอแบบจัง ๆ ไง จำได้รึเปล่า

เธอบอก จำได้

แล้วผมก็ถามเธอว่า กำลังทำอะไรอยู่

เธอตอบว่า กำลังจะไปอาบน้ำ

โอเค ผมจำไม่ได้แล้วว่าวันแรกนั้น ผมคุยกับเธออะไรกับเธอไปอีกบ้าง จำได้แค่ว่า คุยแค่แป๊บเดียว เอาแค่พอรู้จักสักนิด แล้วผมก็รีบขอวางสาย

แล้วอีก 2-3 วันต่อมา ผมก็โทรไปคุยกับเธออีก

ก็อย่างว่าล่ะนะ วัยรุ่นสมัยก่อนมันจะมีเรื่องคุยอะไรได้สักกี่เรื่อง แต่ที่ผมจำได้ก็คือ

ผมถามเธอว่า ก่อนมาเรียน ม. 4 ที่นี่ เธอมาจากโรงเรียนไหน

เธอตอบว่า เคยเรียนม.4 ที่อื่นมาแล้ว (รร.ดมจ.) แล้วก็ออกเพื่อมาเรียนที่นี่ต่อ

ผมถามเธอไปว่า ทำไมถึงลาออกจากที่เก่าล่ะ แต่เธอเงียบไม่ตอบ..

โอเค ผมก็เลยถามเรื่องที่วัยรุ่นเขาชอบถามกันก็คือ ตอนนี้ชอบฟังเพลงของวงไหนมากที่สุด

คำตอบที่เธอตอบมา ทำให้ผมอึ้ง !!

เพราะเธอตอบว่า ตอนนี้ฟังอยู่วงเดียวเท่านั้นคือ ดิโอฬารโปรเจค

ผมคิดในใจ เฮ้ย.. ได้ไงวะ หน้าตาน่ารักซะปานนั้น ฟังเพลงดิโอฬารโปรเจค

ผมก็เลยถามต่อไปว่า ทำไมถึงชอบดิโอฬารล่ะ

เธอตอบ วงดิโอฬารเพลงเขาเจ๋งดี ส่วนวงอื่น ๆ ไม่ได้เรื่อง

----------------

หลังจากได้คุยกับสาวหมวยใส่แว่นในวันนั้นแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก็ไปบอกไอ้เพื่อนสนิทของผมว่า

มึงมีเทปดิโอฬารใช่ไหม กูขอยืมมึงฟังหน่อย

อีกวันต่อมา ไอ้เพื่อนสนิทผม มันก็เอาเทปดิโอฬาร ชุดหูเหล็ก มาให้ผมยืม แต่มันกลับบอกว่า กูให้มึงเลยว่ะ เพราะกูไม่ฟังแล้ว เพราะไม่ใช่แนวที่กูชอบ

พอผมกลับมาบ้าน ก็ลองเปิดฟังดู ซึ่งเพลงแรกเป็นเพลงบรรเลง มีชื่อว่า Introduction ส่วนเพลงต่อมาก็คือเพลง หูเหล็ก



เฮ้ย ๆ ฟังครั้งแรก ผมรับเพลงหูเหล็กไม่ค่อยได้ว่ะ แม่งร้องแบบเฮฟวี่เหลือเกิน แต่อีกใจก็คิดว่า เสียงดนตรีแม่งหนักแน่นดีแท้

แล้วก็เพลงต่อมา ก็คือเพลง ขอผมสักคืน !!




พอฟังเพลงนี้จบ ผมก็เลยลองโทรไปคุยกับน้องแว่นคนสวยอีกสักหน่อย ทำนองอยากจะกวนตีนน้องเขาสักนิด ด้วยการจะหาทางเข้าเรื่องเพลงขอผมสักคืน

ก็เนื้อเพลงมันออกจะทะลึ่งนิด ๆ "ขอให้ผมสักคืนได้รึเปล่า ฮ่า ๆ"

โอเค ผมยิงมุขนี้ไป น้องแว่นเธอเงียบไปแป๊บนึง แล้วน้องแว่นเธอก็บอกว่า ชอบเกือบทุกเพลง แต่ไม่ชอบเพลง ขอผมสักคืน แค่เพลงเดียว

หลังจากโทรคุยกับน้องแว่นเสร็จ ผมเลยลองฟังชุดหูเหล็กที่เหลือต่ออีก

ซึ่งในเพลงที่ 3 คือ เพลง เพราะรัก และเพราะเพลงเพราะรัก เพลงนี้นี่แหละ ที่ทำให้ผมตาสว่าง หูสว่าง หลงรักทุกเพลงของดิโอฬารโปรเจค ชุดที่ 1 และ 2 มากที่สุดมาจนวันนี้




เพลงเพราะรัก มันโดนใจผมมาก ทั้งดนตรี ทำนอง เสียงร้อง ประกอบกับบรรยากาศที่มืดสนิทที่ผมนอนในห้องนอน พร้อมกับฟังเสียงเพลงจากสเตอริโอเสียงดี ๆ

ผมรู้สึกทันทีว่า เพลงเพราะรัก คือเพลงที่เพราะที่สุดในใจผม ที่ผมต้องจัดอันดับให้ความเพราะเทียบเท่ากับเพลงหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ ของธงไชย แมคอินไตย ที่ผมหลงรักตลอดกาลอีกเพลง

ผมฟังเพลงเพราะรัก ในวันนั้นทีเดียวไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เปิดวนไปวนมาอย่างนั้นอย่างดื่มด่ำ

แล้วก็มาฉุกคิว่า เฮ้ยลองฟังเพลงต่อ ๆ ไปด้วย เผื่อจะมีเพลงประทับใจอีก

แล้วหลังจากนั้นผมก็ฟังอัลบั้มหูเหล็ก จนจบทั้งอัลบั้ม

และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ดิโอฬารโปรเจค เวอร์ชั่น โป่ง ปฐมพงศ์ ก็อยู่ในใจผมไปตลอดชีวิต ชอบทุกเพลง รักทุกเพลง โดยเฉพาะ เพลงเพราะรัก




และหลังจากนั้น ผมก็เผยแพร่ความคลั่งไคล้ดิโอฬารไปให้น้องชายของผม

จนน้องช่วยของผม มันไปสืบเสาะหาเทปชุดกุมภาพันธ์ 2528 จากตลาดในจังหวัดนครปฐมมาได้ ในราคาม้วนละ 250 บาท ทั้ง ๆ ที่เทปใหม่หรืออัลบั้มใหม่ ๆ ทั่วๆ ไป ตอนนั้นจะขายแค่ม้วนละ 75 - 80 บาทเท่านั้น

ซึ่งเพลงแรกในชุด กุมภาพันธ์ 2528 เป็นเพลงเดียวที่พี่โป่ง ปฐมพงศ์ ไม่ได้ร้องเอง เพราะร้องโดย แตงโม มือคีย์บอร์ด นั่นคือ เพลงแทนความห่วงใย




แต่เพลงที่สุดยอดที่สุดในชุด กุมภาพันธ์ 2528 สำหรับผมก็คือเพลง ไฟปรารถนา


เพลงไฟปรารถนา ถือเป็นเพลงไทยที่มีไลน์กีต้าร์อินโทร และโซโล่ สวยงามที่สุดสำหรับผม และเป็นเพลงที่คนที่หัดเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าทุกคน ต้องอยากหัดเล่นตาม เพราะถือว่าเพลงนี้เป็นเพลงครูไปแล้ว

คลิปแสดงสดของดิโอฬาร ที่มหารามคำแห่ง ปี 2530 ในเพลงไฟปรารถนา ซึ่งเป็นคลิปที่หาดูยากมาก ขอบคุณเจ้าของคลิปจริง ๆ

ตอนนั้นพี่โอ้ โอฬาร พรหมใจ หุ่นยังฟิตเปรี๊ยะ !!



เสียดายที่ คลิปไฟปรารถนา ข้างบนตอนท้ายขาดไปนิดนึง เลยดูไม่จบ งั้นฟังจากอีกคลิป




หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเพลงดังตลอดกาลอย่าง อย่าหยุดยั้ง ผมถึงไม่พูดถึงตลอดบทความจนมาถึงท้ายบทความ

นั่นเพราะเพลง อย่าหยุดยั้ง สำหรับผม ผมว่าเป็นเพลงที่ผมคิดว่า เป็นเพลงที่มีความเพราะในระดับธรรมดา ๆ เท่านั้น

ชุดกุมภาพันธ์ 2528 วางขายปี 2530
ชุดหูเหล็ก วางขายปี 2532

นี่คืออัลบั้มของดิโอฬารที่อยู่ในใจผมตลอดกาล

และขอส่งท้ายบทความด้วย เพลงเหนือคำบรรยาย บทเพลงที่เกี่ยวกับพ่อแม่ที่ดีที่สุดอีกเพลงของไทย



อ้อ ส่วนสาวแว่น ม.4 ที่ผมคุยด้วยคนนี้ ต่อมาก็ได้สนิทกันพอประมาณ ได้ไปเดินเที่ยวเซ็นทรัลด้วยกัน ได้เดินไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านหลายหน

แต่ก็นั่นแหละ ก็แค่ได้รู้จักเป็นเพื่อนกัน ก็ดีพอแล้วล่ะ สำหรับผมนะ

แล้วพอผมจบม.6 ก็ไม่ได้สานสัมพันธ์ใด ๆ ต่ออีก คงเหลือแต่ความทรงจำดี ๆ เท่านั้น

ว่าในช่วงเวลาหนึ่ง เราเคยได้เจอและรู้จักสาวสวยน่ารักใส่แว่นคนหนึ่งที่มีเอกลัษณ์เท่ ๆ ติสต์ ๆ ที่ไม่เหมือนใคร

ผู้ติดตาม