วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สันดานมาเลเซียกับแผนแบ่งแยกดินแดน





ตัวการใหญ่ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ ตอน 5 สันดานมาเลเซียกับแผนแบ่งแยกดินแดน


นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ปาฐกถาในงามสัมมนา "อิสลามและศักราชใหม่ของชาติอาเซียน" ซึ่งประเด็นสำคัญที่นายนาจิบ พูดถึงคือ

1. ชาวมุสลิมส่วนน้อยในฟิลิปปินส์ พม่า และไทยต้องลืมความคิดแยกดินแดนตั้งเป็นรัฐอิสระอย่างสิ้นเชิง (อ๋อเหรอ)

2. ไทยควรเปิดโอกาสให้ชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดใต้ ได้อยู่ในเขตปกครองพิเศษภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย

ผู้นำมาเลเซีย บอกให้ไทยให้ปัตตานีเป็นเขตปกครองพิเศษ !!

เริ่มเผยความต้องการที่แท้จริงแล้วล่ะสิ รัฐบาลมาเลเซีย

แล้วรู้ไหมที่พูดน่ะ คือการแทรกแซงกิจการภายในไทย ที่มิตรประเทศที่อ้างว่าเป็นคนกลางไม่พึงกระทำ โดยผู้นำมาเลเซียได้กล่าวว่า

"กลุ่มชาวมุสลิมในประเทศอย่างฟิลิปปินส์ ไทย และพม่า ต้องเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ภายใต้รัฐบาลแห่งชาติปัจจุบันของแต่ละประเทศ พวกเขาต้องลืมความคิดที่จะเป็นรัฐมุสลิมอิสระ เพราะมันไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง แต่ควรเป็นเขตปกครองตนเองที่มีความหมาย ไม่ใช่รัฐอิสระ ชนกลุ่มน้อยมุสลิมควรได้รับการรับรองเป็นเขตปกครองตนเอง 

และรัฐต้องให้ความปกป้องในด้านศาสนา ภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมุสลิมก็ต้องเข้าใจในความรับผิดชอบที่ตัวเองมีต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่มุสลิมด้วย การร่วมมือกันอย่างสงบสันติก็จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมามาเลเซียได้รับเกียรติเป็นตัวกลางในการลงนามสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์และแนวร่วมมุสลิมโมโรมาแล้ว และขณะนี้กำลังช่วยเหลือรัฐบาลไทย โดยทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คนกลางในกระบวนการสร้างสันติภาพ แต่ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานภายในของรัฐบาล” นายราจิบ ราซัค กล่าว


ซึ่งจากบทความทั้ง 4 บทความของผมที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด คือบทความ




ตอน 1. ตัวการใหญ่ปัญหาความรุนแรง 3 จังหวัดใต้


ตอน 2. แผนชั่วของมาเลเซียใน 3 จังหวัดใต้ไทย


ตอน 3. ทำไมปัญหา 3 จังหวัดใต้ ยิ่งเจรจายิ่งรุนแรง


ตอน 4. ปัญหาโจรใต้ มาเลเซีย คนกลาง หรือ ตัวการ


ผมขอสรุป แผนการแบ่งแยกดินแดนอย่างย่อ ๆ จากทั้ง 4 บทความที่ผ่านมาว่า

1. สร้างความรุนแรงในพื้นที่ ฆ่าไม่เลือกหน้า เพื่อกดดันคนในพื้นที่รู้สึกเบื่อหน่ายและหวาดกลัว จนคนในพื้นที่เกิดความรู้สึกว่า ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงอีกแล้ว จะเป็นคนชาติไหนก็ได้ จะไทยก็ได้ จะมาเลเซียก็ได้ ขอเพียงยุติความรุนแรงให้หมดสิ้น

2. หลังจากนั้นจะมีการเสนอให้ไทยตั้งเขตปกครองพิเศษปัตตานี เพื่อลดความรุนแรงในพื้นที่ แต่จะยังไม่หมดไปโดยสิ้นเชิงเพราะนั่นยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มก่อการร้าย

ต่อมา

3. เมื่อพวกมันได้เป็นเขตปกครองพิเศษปัตตานีแล้ว (รวมยะลา นราธิวาสด้วย และอีก 5 อำเภอในสงขลา) ก็จะเรียกร้องให้สหประชาชาติ หรืออาจเป็นองค์กรอิสลามระดับโลก เข้ามาแทรกแซง เพื่อขอให้ช่วยสนับสนุนเขตปกครองพิเศษได้มีโอกาสจัดทำประชามติของคนในพื้นที่เพื่อแยกตัวออกจากรัฐไทย

ต่อมา

4. เมื่อชาวปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีประชามติแยกตัวออกจากไทยได้สำเร็จ ก็จะขอไปรวมเป็นประเทศเดียวกับมาเลเซีย จะขอเป็นรัฐหนึ่งในมาเลเซีย


ต่อมา

เมื่อปัตตานีเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียแล้ว เส้นแบ่งเขตแดนก็จะต้องเปลี่ยน ผลประโยชน์จากทรัพยากรบนบกและในทะเล ก็จะเปลี่ยนไปด้วย

และพรรคพวกคนไทยที่เซ็นตั้งเขตปกครองปัตตานีในตอนแรก ก็จะไปรับผลประโยชน์ร่วมกับมาเลเซียต่อไป /@akecity


------------------------


รัฐไทยอย่าลงคิดว่า เขาแค่ต้องการแค่เขตปกครองพิเศษ

เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มก่อการร้ายใน 3 จังหวัดใต้ทุกกลุ่ม คิดหรือว่า เขาแต่ต้องการแค่เขตปกครองพิเศษปัตตานีเท่านั้น

การฆ่าอย่างโหดเหี้ยมตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ถ้าแค่ต้องการเขตปกครองพิเศษเท่านั้น ก็โง่แล้วครับ

เพราะสิ่งที่โจรแบ่งแยกดินแดนต้องการสูงสุดคือ แยกตัวออกจากรัฐไทยโดยสิ้นเชิง และเขาคงปกครองตนเองไม่ได้ราบรื่นแน่ ๆ หากไม่มีมาเลเซียคอยหนุนหลัง

ดังนั้น เป้าหมายที่ทำให้พวกนี้แยกจากรัฐไทยได้อย่างเด็ดขาดและปลอดภัยที่สุด คือ แยกดินแดนไปเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซีย

การที่นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เคยกล่าวว่า มาเลเซียไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนออกจากรัฐไทย มันก็แค่ปาหี่ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเท่านั้น

เพราะในปาฐกถาของนายราจิบ ในวันนั้น ก็ได้กล่าวว่า มาเลเซียจะไม่ให้ที่อยู่ที่หลบซ่อนกับขบวนการก่อการร้ายในประเทศไทย

ขำไหมครับ ที่นายราจิบพูด ?

เพราะสิ่งที่นายราจิบ พูดนั้น เห็นได้ชัดว่า เป็นคำโกหกคำโตอย่างหน้าด้าน ๆ เพราะแม้แต่ผู้นำกลุ่ม BRN นายฮัสซัน ตอยิบ ก็ยังอาศัยในมาเลเซียอย่างสุขสบายกว่า 30ปีมาแล้ว

ก่อนช่วงเข้าเดือนรอมฎอน นายฮัสซัน ตอยิบ ก็ได้ออกมายอมรับเองว่า ถ้าไทยยอมรับข้อเสนอของ BRN ทางกลุ่มจะลดการก่อการร้ายในพื้นที่ลงในช่วงเดือนถือศีลอด

นั่นแสดงว่า พวกมันยอมรับอย่างเต็มตัวว่า คือกลุ่มก่อการร้ายในประเทศไทย

แล้วทำไมวันนี้ มาเลเซียถึงไม่ส่งผู้นำกลุ่มก่อการร้าย BRN มาให้ไทยดำเนินคดีล่ะ ?



ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม

แถมล่าสุด 12 ก.ค. 2556 ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดยขบวนการบีอาร์เอ็น ได้เปิดแถลงข่าวแทนกลุ่ม BRN เอง ในเรื่องการลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน

อีกทั้ง นายซัมซามิน ได้พูดมาตรการลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน โดยพ่วงเอาหลายอำเภอในจังหวัดสงขลาไปอยู่ในพื้นที่ลดความรุนแรงด้วย ประกอบด้วย

1. อำเภอสะเดา 
2. อำเภอจะนะ  
3. อำเภอ เทพา 
4. อำเภอสะบ้าย้อย 
5. อำเภอ นาทวี

ซึ่งทั้งหมดเป็น 5 อำเภอในจังหวัดสงขลา จึงทำให้ชาวสงขลา ต่างตกใจมากที่นำอำเภอของพวกเขาไปรวมอยู่ในพื้นที่ก่อการร้าย นั่นแสดงว่า นายซัมซามิน อดีดข้าราชการมาเลเซียคนนี้ซึงเป็นตัวแทนมาเลเซีย กำลังบอกว่า มันต้องการมากกว่าพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ แต่มันต้องการอีก 5 อำเภอในสงขลาอีกด้วย

ฉะนั้น ห้วหน้าใหญ่โจรก่อการร้ายตัวจริง ก็คือ รัฐบาลมาเลเซียนั้นเอง

-------------

สรุปง่าย ๆ ว่า มาเลเซียคือตัวการสำคัญในการก่อการร้าย 3 จังหวัดใต้ของไทย และบางอำเภอในสงขลา ขนาดให้ที่อยู่ผู้นำการก่อการร้ายทุกกลุ่มอาศัยอย่างสุขสบาย แถมยังให้ข้าราชการระดับสูงของมาเลเซียเอง ออกมาแถลงการณ์แทนกลุ่ม BRN อีกด้วย

ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไม่มีทางจบหรอกครับ เชื่อผม ?

ถ้าตราบใด มาเลเซียยังไม่ได้ 3 จังหวัดใต้ของไทยไปยึดครอง!!


คลิกอ่าน ตรรกะโง่ชั่วของโจรแบ่งแยกดินแดนใต้





วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผมไม่เชื่อเรื่องข้าวไทยไร้สารพิษ ที่ฟ้าหญิงเล็กตรัส




สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนสวีเดน และทรงตรัสเรื่องข้าวไทยว่า ข้าวไทยไม่มีสารพิษนั้น



ผมเชื่อพระองค์ว่า ทรงเคยวิจัยทดสอบข้าวไทยแน่นอน และผมเชื่อว่าผลการวิจัยเป็นเช่นนั้นจริง

เพียงแต่ที่พระองค์ทรงตรัส ไม่ได้ระบุลงไปในรายละเอียดว่า ข้าวที่นำมาวิจัยเป็นข้าวที่ไหน และทำการวิจัยเมื่อไหร่

ซึ่งหากเป็นข้าวที่เกษตรกรดำเนินวิถีพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริ ผมก็มั่นใจว่า ไม่มีสารพิษตกค้างแน่นอน

และสิ่งที่ฟ้าหญิงตรัส ทรงหมายถึง สารหนูในธรรมชาติ เช่นในลำน้ำโขง

แต่ผมไม่เชื่อถือ ข้าวในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องสารหนูในธรรมชาติ เหมือนที่ฟ้าหญิงตรัส

แต่ผมสงสัยคาใจการรมสารเคมีเพื่อไล่หนู มอด และแมลง ในโกดังข้าวต่างหากครับ

และผมเชื่อว่า พระองค์ก็ทรงงยังไม่ได้ทดสอบวิจัยผลผลิตข้าวที่เข้าได้โครงการรับจำนำข้าว หรือทรงยังไม่ได้ทดสอบวิจัยข้าวที่ยังค้างในโกดังโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์แน่นอน

เพราะระยะหลัง ๆ เวลาผมซื้อข้าวถุง เวลาเปิดถุงครั้งแรก กลิ่นก็แปลกไปจากเดิม

ประเทศไทยมีการนำเข้าสารเคมีเพื่อการเกษตรมากที่สุดในโลก (ค่าโดยเฉลี่ยปริมาณสารเคมีต่อจำนวนไร่) โดยเฉพาะสารเคมีในนาข้าวมากขึ้นอย่างผิดปกติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

แม้อาจมีสถาบันอื่น ๆ ที่ทดสอบต่างยืนยันว่าข้าวไทยไม่สารเคมีตกค้าง แต่นั่นมันคือ ผลทดสอบที่ไม่ลึกซึ้ง

เพราะข้าวออแกนิค ที่ต่างประเทศต้องการรับซื้อ เขาต้องไม่ให้ใช้สารเคมีในนาข้าวเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น ?

เพราะผมว่า การที่สารเคมีมันจะฝังลึกลงในข้าว มันคงยากที่การทดสอบทั่วไปจะพบได้ เรียกว่า มันฝังลึกลงในระดับโมเลกุลและ DNA ในข้าวไปแล้ว

หรือเหมือนกับ คนที่ติดเอดส์วันแรก ย่อมไม่มีทางตรวจเจอ แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่เป็นเอดส์

เช่นเดียวกัน อาจตรวจไม่เจอสารเคมีตกค้างในข้าว แต่ในระดับที่ลึกละเอียดกว่านั้น ผมว่ามีแน่ ด้วยเหตุนี้คนจึงเป็นมะเร็ง และโรคต่าง ๆ มากขึ้น

ที่สำคัญ ฟ้าหญิงทรงตรัสถึงข้าวไทยที่ส่งออกไปแล้ว ซึ่งมาตรฐานข้าวไทยที่ส่งออก กับข้าวไทยที่ขายในประเทศไทย มีมาตรฐานไม่เท่ากัน

สาเหตุเพราะ ค่ามาตรฐานสารตกค้างในข้าว ในต่างประเทศจะกำหนดค่าที่ต่ำกว่าของไทย (คุณภาพชีวิตชาวต่างชาติสูง)

ส่วนมาตรฐานข้าวไทยให้ค่าสารตกค้างในข้าวสูงกว่าในหลายประเทศ (คุณภาพชีวิตคนไทยต่ำกว่า)

เช่น ไต้หวันให้ค่าสารตกค้างไม่เกิน 1  ส่วนไทยให้ค่าสารตกค้างไม่เกิน 50

แปลความง่าย ๆ ว่า ฟ้าหญิงทรงตรัสเรื่องข้าวส่งออกไปแล้ว ส่วนที่ผมไม่เชื่อถือ คือข้าวที่ขายในประเทศ 

แม้ผมจะโปรเจ้า แต่ผมก็ไม่เชื่อทุกเรื่องที่พระองค์ทรงตรัส (หากทรงหมายถึงข้าวไทยในโครงการจำนำรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่พระองค์ก็ทรงไม่ได้ระบุ)

ขอพระราชทานอภัย ที่ผมไม่เชื่อเรื่องข้าวไทยไร้สารพิษที่ฟ้าหญิงตรัสครับ


คลิกอ่าน เรื่องเล่าในอดีตเกี่ยวข้าวแอมเวย์กับสารพิษ ของผมในเฟซบุ้ค


ใหม่เมืองเอก.


โปรดคลิกอ่าน ฟ้าหญิงเล็กเจตนาดีเรื่องข้าวไทยตือคนไทยในต่างประเทศ


-------------------

เพิ่มเติม

ใครคิดยังไงไม่รู้ แต่ผมคิดว่า การที่นำสารเคมีอบข้าวเพื่อไล่มอด หนู แมลงต่าง ๆ แม้จะปล่อยให้สารเคมีสลายตัวไปแล้วก็ตาม

ผมก็ยังเชื่อว่า มันไม่ใช่ข้าวที่ไร้สารแล้วล่ะ ต่อให้ตรวจสอบไม่เจอสารเคมีตกค้างก็ตาม

แต่ผมก็กินข้าวพวกนี้นะ เพราะมันเลือกไม่ได้นี่ แต่ถ้ารมสารเคมีกันหนัก ๆ ผมว่า มันต้องมีการเปลี่ยนสภาพข้าวไปบ้างแหละ แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันนี้จะยังตรวจหาสารตกค้างไม่เจอก็ตาม

มันก็คล้ายเรื่อง GMO นั่นแหละ ตอนนี้อาจไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดว่ามันอันตรายจริงหรือไม่

แต่อะไรที่มันฝืนธรรมชาติมาก ๆ ผมว่า มันต้องไม่น่าไว้ใจอยู่ดี


คลิกอ่าน ข้าวรมควันพิษเป็นอย่างไร

ผู้ติดตาม