วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

AEC จะทำชาวนาไทยเจ๊งมากขึ้นจากโครงการจำนำข้าว







หากเสื้อแดงไม่หลงบ้าประชาธิปไตยแบบโง่ๆ จนลืมนึกถึงประโยชน์ของชาติที่เป็นที่ตั้ง ย่อมไม่หลงผิดเชื่อว่านโยบายจำนำข้าว เป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้อง

ผมเขียนมาหลายบทความเรื่องจำนำข้าว คือหายนะชาติอย่างไร? 

ซึ่งในบทความนี้ผมจะไม่ลงลึกให้เครียดเกินไป แต่จะชี้นำให้เห็นอย่างง่ายๆ ว่าจำนำข้าวมันจะภัยของชาติ ที่รัฐบาลเพื่อไทยและทักษิณร่วมกันทำลายชาติอย่างไร

อย่างเช่น ปัจจุบันผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาไทยต่ำที่สุดในอาเซียน คือได้ประมาณ400กว่ากิโลกรัมต่อไร่ แต่ข้าวไทยกลับมีต้นทุนการปลูกสูงที่สุดในอาเซียน แบบนี้พอมองออกมั้ยครับ ต่อไปชาวนาไทยจะหายนะอย่างไร?

ข้าวไทยผลผลิตต่อไร่ต่ำ แต่ต้นทุนสูงลิบ ไม่เจ๊งก็เหลือเชื่อแล้ว

ซึ่งผมเขียนอธิบายไว้ในหลายบทความ อย่างบทความล่าสุดคือ ทำไมชาวนาอินเดียกับชาวนาไทยถึงยากจน ? 

สำหรับผม ไม่ว่าจะประกันราคาข้าว หรือจำนำข้าวกำมะลอ(ที่จริงคือการซื้อข้าว) ก็ไม่ได้ช่วยให้ชาวนาไทยพึ่งพาตัวเองได้ยั่งยื่นอย่างแท้จริง เพราะการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงเท่านั้น

แต่ก็เอาเถอะ ยังไงตอนนี้ผมก็มองว่า ยังไง ๆ การประกันราคาก็หายนะน้อยกว่าจำนำข้าวกำมะลอของเพื่อไทย

ส่วนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา นั้น

มันตลกจริงๆ ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ตอบไปตามโพยว่า โครงการจำนำข้าวขาดทุนน้อยกว่าโครงการประกันข้าว ?

จริงๆแล้ว โครงการจำนำข้าวของรัฐบาลเพื่อไทย เป็นการเลี่ยงคำ เพราะแท้จริงแล้ว ต้องเรียกว่ารัฐบาลรับซื้อข้าวทั้งหมด (ซึ่งขัดกฎของWTO ทำให้จีนจึงไม่กล้ารับซื้อข้าวไทย เพราะจีนอ้างว่ากลัวขัดWTO)

แถมรัฐบาล ประกาศรับจำนำข้าวแบบไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวน รัฐรับซื้อทุกเมล็ด แถมรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดโลก

เช่นข้าว30ล้านตันข้าวเปลือก ถ้าสมมุติจำนำตันละหมื่นห้า รัฐก็ต้องใช้เงินอย่างน้อย4.5แสนล้านบาท แถมข้าวไทยขายไม่ออกเพราะแพงกว่าราคาตลาดโลก จนเหลือค้างโกดังมากมาย

แถมรัฐบาลต้องจ้างโรงสีและโกดังต่าง ๆ ช่วยเก็บข้าวแทนรัฐอีกด้วย แต่ยิ่งลักษณ์กลับบอกขาดทุนน้อยกว่าประกันราคาข้าว ??

ซึ่งคือการโกหกคำโต !!

ส่วนประกันราคาข้าว จ่ายแค่ส่วนต่างราคาเท่านั้น ถ้าสมมุติประกันราคาที่ตันละหมื่นห้าเท่ากัน ถ้าโรงสีซื้อจากชาวนาตามราคาตลาดตันละ8พันบาท การประกันราคาข้าวก็จะจ่ายส่วนต่างแค่ ตันละ 7พันบาทเท่านั้น ถูกกว่าจำนำข้าวของรัฐบาลเพื่อไทยอย่างน้อย3เท่าต่อตันแล้ว เห็นไหมครับ

แต่สมัยประกันราคาข้าวจริงๆ ไทยกลับขายข้าวออกนอกได้มากมายสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของไทย แล้วจะมาขาดทุนมากกว่าได้ไง เพราะจ่ายแค่ส่วนต่าง และไม่ต้องจ้างโรงสีและโกดังช่วยเก็บข้าวแทนรัฐบาลด้วย

ตรรกะง่ายๆ แค่นี้ มีแต่เสื้อแดงเท่านั้น ที่เชื่อรัฐบาล

การประกันราคาข้าวประหยัดเงินกว่าเยอะ แถมทุจริตน้อยกว่่าเยอะด้วย เพราะจำกัดจำนวนในการรับข้าวมาประกัน เพราะปิดช่องไม่ให้เขมรเข้ามาสวมสิทธิได้ง่ายๆ แบบไม่จำกัดจำนวนเหมือนโครงการจำนำข้าวด้วย

ทีนี้ นายกฯยิ่งลักษณ์ อ่านโพยตอบโต้ฝ่ายค้านอีกว่า จำนำข้าวทำให้ไทยขายข้าวได้ราคามากขึ้นกว่าเดิม คือขายได้ราคา 6 ร้อยกว่าเหรียญต่อตัน ราคาดีกว่าสมัยปชป. ที่ขายได้แค่ 500 กว่าเหรียญ ต่อตันเท่านั้น

หากเป็นเสื้อแดงปัญญาแค่หางอึ่ง ฟังแค่นี้ก็คงเฮดีใจ ว่านายกฯยิ่งลักษณ์ ฉลาด เก่งจริงๆ

แต่ความเป็นจริงคือ ไทยขายข้าวได้ตันละ 600กว่าเหรียญก็จริง (จริงๆราคาเฉลี่ยทุกชนิดอยู่ที่ 598 เหรียญต่อตันเท่านั้น)

แต่สิ่งที่นายกฯยิ่งลักษณ์ พูดความจริงไม่หมด ก็คือ  ปี2555ไทยกลับได้เงินจากการขายข้าวน้อยลง เพราะข้าวไทยขายไม่ออก รายได้จากการขายข้าวของไทยปี55 ลดลงกว่า 30 % แถมข้าวเหลือค้างโกดังเพิ่มขึ้นเกือบ 50 %


(พอดีมีคนไม่ตามข้อมูล มาขอหลักฐานจากผม ผมก็เลยมาสงเคราะห์เพิ่มให้ว่า ลองเอาตารางการส่งออกข้าวไปคำนวณเอาเอง ว่าปี54 กับปี 55 ขายข้าวมากน้อยลงแค่ไหน ส่วนราคาเฉลี่ยของ54 และ 55 ก็หัดไปหาข้อมูลเอาเองนะ ขี้เกียจหาให้ละ)

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


คลิกอ่าน แฉรัฐบาลโกหกขายข้าวจีทูจี

---------------------------------

ถามว่า ชาวนาได้เงินจากจำนำข้าวมากกว่าราคาประกันจริงหรือไม่?

ขอตอบว่า จริง แต่ชาวนาจำใจต้องชอบโครงการจำนำข้าว เพราะอะไร? ผมได้เขียนเหตุผลไว้แล้ว ในบทความเรื่อง ชาวนาไทยชอบโครงการจำนำข้าวจริงหรือ ?

------------------------

ข้าวไม่ใช่น้ำมัน ไม่ใช่ทอง

เพราะข้าวไม่สามารถเก็บไว้นานๆ ได้ เพราะถ้ายิ่งเก็บนานก็ยิ่งเสื่อมคุณภาพ

การจำนำข้าวของเพื่อไทย ทำข้าวเหลือล้นโกดัง ยิ่งเก็บนานข้าวก็ยิ่งราคาตก เพราะข้าวจะค่อยๆ เสื่อมคุณภาพ

เมื่อคิดค่าเสื่อมคุณภาพของข้าว ค่าจ้างโกดังเก็บข้าว รวมทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลกู้จากธกส.  มีนักวิชาการได้คำนวณคร่าวๆแล้วว่า ไทยจะขาดทุนอย่างน้อยปีละ 1.2 แสนล้านบาทจากโครงการจำนำข้าว ซึ่งยังไม่รวมเรื่องการทุจริตจำนำที่ยังประเมินตัวเลขแน่ชัดไม่ได้

และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ข้าวที่ขายไม่ออก ก็อาจต้องโละข้าวทิ้ง เพราะจะไม่มีใครรับซื้อในที่สุด แล้วเงินที่สูญเสียไปล่ะ เงินของใคร?

ไม่ใช่เงินนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่เงินพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่คือเงินภาษีของชาติที่ต้องสูญเสียไป

--------------------------

รัฐบาลจีน ไม่โง่ซื้อข้าวจากไทย

การที่นายกฯจีนเวินเจียเป่า มาไทย สาเหตุหลักคือ มาเพื่ออำลาตำแหน่งที่จะหมดวาระลงในต้นปีหน้า

สาเหตุต่อมาคือ จีนต้องการขายรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้ไทย และเพื่อไม่ให้อเมริกามีบทบาทในอาเซียนมากเกินไป

แต่การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามเสนอให้จีนช่วยซื้อข้าวจากไทย จีนเขาก็เลยเซ็นแบบมารยาท แต่ไม่ขอเซ็นสัญญา GtoG แต่ขอเซ็นแค่ MOU หรือบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งไม่ได้มีผลผูกพันธ์ใดๆ

ที่สำคัญจีนเขาไม่โง่ที่จะเซ็นสัญญาผูกมัดตัวเอง จีนจึงเซ็นMOU โดยไม่ให้ระบุจำนวนข้าวที่จะซื้อ และไม่ให้ระบุระยะเวลาที่จะรับซื้อ นั่นแปลว่าจีนจะไม่ซื้อข้าวจากไทยเลยก็ได้ 

และเมื่อไม่กี่วันก่อน จีนได้เปิดตัวข้าวพันธุ์ Super rice ที่มีผลผลิตต่อไร่สูงที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 14 ตันต่อ 6.2 ไร่ หรือประมาณ 2,258 กิโลกรัมต่อไร่ !!

เพราะชาวนาจีนเขาไม่มัวรอมัวหวังพึ่งรัฐบาลเหมือนชาวนาไทย เขาเลยมีเวลาพัฒนาการปลูกข้าวได้อย่างชาญฉลาด




และตามปกติจีนไม่ค่อยซื้อข้าวจากไทยเท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่จีนปฏิวัติแดง นโยบายเหมาเจ่อตุงที่สำคัญที่สุด คือการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ

ฉะนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงหลอกเสื้อแดงว่า จีนได้ซื้อข้าวไทยแล้ว ซึ่งพวกเสื้อแดงก็ไม่มีปัญญาพอที่จะไม่เชื่อข้อมูลรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่แล้ว


คลิกอ่านข่าว ทูตจีน ปฎิเสธจีนซื้อข้าว จีทูจี

-----------------

AEC เมื่อไหร่ ชาวนาไทยยิ่งแย่

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกได้บอกว่า คู่ค้าข้าวเริ่มตำหนิคุณภาพข้าวไทยที่เริ่มแย่ลง เพราะชาวนาเร่งปลูกข้าวคุณภาพต่ำอายุเก็บเกี่ยวสั้น เพื่อหวังรับเข้าจำนำข้าว แต่ข้าวไทยกลับแพงมากขึ้น

คลิกอ่านข่าวที่นี่

คนไทยจะมีโอกาสกินข้าวชาติเพื่อนบ้านแทนข้าวไทยมากขึ้น

เพราะเมื่อเข้าสุ่AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผมได้ทราบมาว่า ผู้บรรจุข้าวถุงของไทยก็จะไปกว้านซื้อข้าวคุณภาพดีแต่ราคาถูกกว่าข้าวไทยจากประเทศเพื่อนบ้านมาบรรจุถุงขายแทน เพราะเมื่อเป็น AEC แล้ว จะเปิดการนำเข้าข้าวจากชาติอาเซียนได้อย่างเสรี

ลองนึกภาพง่ายๆ นะครับว่า ถ้าข้าวหอมมะลิไทยชั้นดี 5 กก. ราคาถุง200 บาท แต่ถ้าข้าวหอมชนะเลิศอันดับ1โลกของเขมร 5 กก. ราคาถุงละ 150 บาท อร่อยไม่แพ้ข้าวหอมมะลิไทย เป็นคุณจะเลือกซื้อข้าวแบบไหน?

แถมเมื่อข้าวจากเพื่อนบ้านเข้ามาในไทยได้ง่ายมากขึ้น การนำข้าวเขมร ลาว พม่า เวียตนาม มาสวมสิทธิเพื่อทุจริตในโครงการจำนำข้าวยิ่งง่ายมากขึ้นกว่านี้อีกครับ

ในขณะที่ชาวนาชาติอื่นรวยเพราะกลไกตลาด ส่วนชาวนาไทยจนเพราะพึ่งรัฐบาลครับ

นั่นเพราะรัฐบาลไทย โดยนักการเมืองไทยสอนให้ชาวนาพึ่งพาตัวเองได้โดยแท้จริง ต่างจากในหลวงที่ทรงสอนให้ชาวนายืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

------------------------

เมื่อถึงวันหายนะ

ลองนึกดูง่ายๆ นะครับ รัฐบาลเพื่อไทยมีนโยบายพักหนี้เกษตรกร ก็ทำให้ธกส.เสียรายได้ไปพอสมควร แล้วนี่ยังกู้เงินธกส. มาใช้จำนำข้าวแบบขาดทุนขายไม่ออกอีก

ในระยะ2-3 ปี ไทยเราอาจจะยังไมเจ๊งจากโครงการจำนำข้าวทันที แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ เมื่อผ่านไปสัก3-4ปี หายนะมาเยือนแน่ ๆ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น พวกนักการเมืองที่ทำโครงการจนเจ๊งนี้ เขาสามารถหนีไปเมืองนอกได้

ส่วนคนจนในไทย ก็คงต้องอยู่รับกรรมกันไปครับ


คลิกอ่าน เมื่อ อบจ.อ่างทอง ช่วยทำให้ชาวนาอ่างทองฉลาดขึ้น



วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ถาม-ตอบ หลังม็อบเสธ.อ้าย ยุติการชุมนุม






ถาม ทำไมรัฐบาลรีบประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง

akecity - เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์กลัวการชุมนุมของประชาชน ทักษิณเคยต้องยุบสภาเพราะกลัวม็อบพันธมิตรมาแล้ว (พธม.ไม่ได้เรียกร้องให้ทักษิณยุบสภา แต่เรียกร้องให้ทักษิณลาออก)

เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต้องการสกัดม็อบ ด้วยการสร้างความน่ากังวลใจให้กับผู้ชุมนุมที่มีเจตนามาชุมนุมโดยสงบ อาจเปลี่ยนใจไม่กล้ามา

เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์หาทางสกัดม็อบให้มีจำนวนน้อยลง หวังผู้ชุมนุมให้เดินทางมาชุมนุมได้ลำบากยิ่งขึ้น และเจ้าหน้าที่มีเหตุให้สามารถจับกุุมผู้ชุมนุมได้ง่ายขึ้น

เพราะพ.ร.บ. ความมั่นคง สามารถให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติ ให้มีอำนาจสั่ง ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่อาคารหรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลา ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะในเส้นทาง และสามารถสั่งให้บุคคลงดเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับเครื่องมือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันอันตรายได้

ถาม ทำไมตำรวจจึงใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมตั้งแต่เช้า

akecity - ฝ่ายตำรวจอ้างว่า ผู้ชุมนุมขับรถ 6 ล้อ จะพุ่งมาทำร้ายเจ้าหน้าที่

ในขณะที่ผู้ชุมนุมบอกว่า รถ 6 ล้อบรรทุก อุปกรณ์และสเบียงไปสมทบที่ลานพระรูป แต่ตำรวจมาสกัดไม่ให้เข้าไป

และเจตนาของตำรวจคือ หวังขู่ผู้ชุมนุมที่หวังมาชุมนุมโดยสงบที่กำลังจะเดินทางมาสมทบ ให้เปลี่ยนใจไม่อยากมา เพราะหวั่นเกิดเหตุรุนแรง เพราะยิ่งตอนเย็นๆ คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมที่เลิกงาน และผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดจะมาเพิ่มอีกเยอะ ตำรวจจึงรีบสกัดผู้ชุมนุมไม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ตามคำสั่งรัฐบาล

ตำรวจอ้างว่า ผู้ชุมนุมมีแก๊สน้ำตายิงใส่ตำรวจเหมือนกัน แต่ผู้ชุมนุมอ้างว่า แค่หยิบลูกระเบิดแก๊สน้ำตาที่ตำรวจยิงมา ปากลับไป


ถาม - ตำรวจทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องในการควบคุมผู้ชุมนุมหรือไม่ ?

akecity - ตำรวจทำข้ามขั้นตอน ตำรวจไม่ทำตามหลักสากลแน่นอน เพราะช่อง 7 สี ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาก่อนจะใช้ขั้นตอนอื่น ๆ ไม่มีแม้กระทั่งประกาศเตือนก่อน

ตำรวจไม่ยอมใช้โล่ห์ดันผู้ชุมนุมก่อน และไม่ใช้การฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมก่อน แต่กลับเลือกใช้การยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมก่อน (ก่อนการใช้โล่ห์ดันผู้ชุมนุมด้วย)




ถาม - ใครเริ่มก่อความรุนแรงก่อน ?

akecity ตำรวจแน่นอนครับ เพราะผู้ชุมนุมยังไม่ได้บุกรัฐสภา ไม่ได้บุกทำเนียบ แต่ตำรวจหาเหตุทำร้ายผู้ชุมนุมก่อน โดยอ้างว่าผุ้ชุมนุมพังรั้วและแผงกั้นของตำรวจ

แต่ผุ้ชุมนุมอ้างว่า ตำรวจพยายามบีบพื้นที่ให้คับแคบเกินไป ทำให้ผู้ชุมนุมไม่สามารถขยับขยายได้ และตำรวจก็ปิดถนนเกือบทุกเส้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผุ้ชุมนุมรายใหม่ๆ เดินทางเข้าไปในพื้นที่ได้

ถาม - ผู้ชุมนุมพกอาวุธจริงหรือไม่ ?

akecity - เป็นคำกล่าวอ้างของตำรวจว่า จับและยึดอาวุธจากผู้ชุมได้ แต่พอตกค่ำ ตำรวจกลับแถลงการณ์ว่า จะรีบปล่อยผุ้ชุมนุมทั้งหมดที่จับได้ 137 คน 

จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมต้องรีบปล่อย โดยเฉพาะคนที่ตำรวจอ้างว่าพกอาวุธ ?

ถ้าตำรวจบริสุทธิ์ใจ ก็ควรดำเนินคดีโดยเฉพาะพวกพกอาวุธให้ถึงที่สุดไปเลย เอาให้หนักๆ จะปล่อยง่ายๆ ไปทำไม หรือว่า พวกที่พกอาวุธนั้น ความจริงคือแดงชั่วปลอมตัวมาสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายผู้ชุมนุมที่เขาตั้งใจชุมนุมโดยสงบ ตำรวจรู้เห็นกับแดงเทียมหรือไม่ ?


ถาม - เสธ.อ้าย แพ้หรือไม่ ?

akecity - เสธ.อ้ายไม่ได้แพ้ แต่เป็นผู้ชนะต่างหาก คือชนะความชั่วของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะตั้งแต่ก่อนการชุมนุม เสธ.อ้าย ประกาศว่า จะชุมนุมแค่วันเดียว หากคนมาไม่ถึง5หมื่น จะเลิกชุมนุมทันที จะไม่มีการเคลื่อนม็อบไปทำเนียบ หรือไปรัฐสภาแน่นอน

ในเมื่อคนเขาตั้งใจจะมาชุมนุมโดยสงบในวันหยุดราชการ ตามวิถีประชาธิปไตย รัฐสภาก็ไม่ได้ทำงาน นายกฯ ก็ไม่ได้ทำงาน

แล้ว ตำรวจ จะรีบมาขัดขวางประชาชนตั้งแต่ไก่โห่ทำไม นี่หรือประชาธิปไตย ?

ประชาชนไม่ได้บุกไปทำเนียบ ไม่ได้บุกไปรัฐสภา แต่ตำรวจก็รีบระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ประชาชนก่อนโดยไม่สมเหตุผล

เพียงเพื่อช่วยรัฐบาลชั่วของน้องสาวทรราชทุรชนทักษิณ เท่านั้นเอง

ทีพวกเสื้อแดง ชุมนุมปิดราชประสงค์เป็นเดือนๆ ได้ ตำรวจทำไมไม่ยิงแก๊สน้ำตาใส่เสื้อแดงบ้าง มันน่าจะยิงแก๊สน้ำตาใส่เสื้อแดงตั้งแต่วันแรกบ้างนะ อ้อ! ยิงไม่ได้สิ พวกมันพวกชั่วเดียวกัน 

ทีเสื้อแดงบุกมาหน้าทำเนียบเพื่อเทเลือดได้ ทำไมตำรวจไม่สกัดเสื้อแดงบ้าง

ทีเสื้อแดงบุกมาเทเลือดหน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ได้ ทำไมตำรวจไม่สกัดเสื้อแดงบ้าง

แค่องค์การพิทักษ์สยาม เขามาชุมนุมแค่วันแรก ก็มีพวกตำรวจชั่วมาสะกัดทำลายการชุมนุม ตั้งแต่เช้าแล้ว

ฟ้าดินสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงเป็นพยาน หากมันผู้ใด ขัดขวางการชุมนุมโดยสงบของประชาชนผู้รักแผ่นดิน ขอให้ไอ้อีพวกนั้น อย่าได้ตายดีบนแผ่นดินนี้

ถาม - ทำเสธ.อ้าย รีบประกาศยุติการชุมนุม ?

akecity - เพราะเสธ.อ้าย ไม่ได้ต้องการใช้ศพคนตายหากินเพื่อใส่ร้ายรัฐบาล เพราะเสธ.อ้าย ไม่ต้องการใช้ศพคนตายเพื่อช่วยให้ตัวเองได้อำนาจ หรือได้กลับบ้านจันส่องตูดหมา !!

เพราะเสธ.อ้ายไม่ได้ต้องการเหยียบศพคนตายเพื่อไป รับตำแหน่งรัฐมนตรีเผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง

เสธ.อ้าย ห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด เพราะรัฐบาลชั่ว ใช้แผนสกปรกทุกทาง เพื่อหวังทำลายการชุมนุม เช่นตัดน้ำตัดไฟ และให้ตำรวจสกัดกั้นไม่ให้คนมาชุมนุมเพิ่ม ปิดกั้นวิถีประชาธิปไตยจากการการแสดงออกของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล

เพราะรัฐบาลชั่วไม่มีหัวใจประชาธิปไตย เพราะไม่ยอมเปิดโอกาสให้ประชาขนได้มีโอกาสชุมนุมคัดค้าน ขับไล่รัฐบาล แม้แต่วันเดียว

เสธ.อ้าย ประกาศว่าพอใจแล้วที่มีคนมาชุมนุมเกิน 5 หมื่นคน แต่เพราะโดนสกัดทุกทาง ได้เท่านี้ก็พอใจแล้ว เมื่อคนมาไม่ถึงล้านคน ก็คงล้มรัฐบาลไม่ได้ จึงประกาศยุติการชุมนุม เพราะ

สถานการณ์เริ่มจะไม่ปลอดภัยต่อผู้ชุมนุม หากปล่อยการชุมนุมให้ยืดเยื้อไปถึงตอนกลางคิน อาจมีการลอบยิงผู้ชุมนุมก็ได้ เพราะเจตนาที่เห็นในวันนี้ มันก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลชั่ว มันต้องการจุดชนวนให้เกิดความรุนแรง และหวังใส่ร้ายผู้ชุมนุม



---------------------------

บทสรุปการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม ในมุมมองใหม่เมืองเอก

การที่ประชาชนจะมาชุมนุมโดยสงบ หากมีรัฐบาลที่ดี เข้าใจวิถีประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรเปิดโอกาสให้มีการชุมนุมได้ 

ยิ่งการชุมนุมคัดค้านต่อต้านรัฐบาล รัฐบาลที่ดีก็ต้องรีบให้มีการชุมนุม เพื่อประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า ประเทศนี้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่กล้าเปิดโอกาสให้มีคนต่อต้านรัฐบาลได้อย่างมีเสรี โดยสงบ

แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามทำลายการชุมนุม ตั้งแต่การชุมนุมยังไม่ทันจะเริ่มจริงๆ เลย ให้ตำรวจทำร้ายประชาชนตั้งแต่เช้า จรด เย็น

เสธ.อ้าย ประกาศว่า จะชุมนุมแค่วันเดียว อย่างมากไม่เกิน 2 วัน หากผิดไปจากนี้ เช่นชุมนุมยืดเยื้อ มีการเคลื่อนผู้ชุมนุมไปทำเนียบ หรือไปรัฐสภา รัฐบาลจะให้ตำรวจสกัดผู้ชุมนุม ย่อมจะมีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้

แค่เปิดโอกาสให้เขาชุมนุมได้โดยอิสระ รัฐบาลชั่วก็ไม่กล้าแล้ว

ส่วนคำถาม ที่ว่า การชุมนุมโดยสงบจะล้มรัฐบาลได้เหรอ ? กรุณาไปคลิกอ่านที่นี่ครับ คลิก






วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทุนนิยมฟุ้งเฟ้อ รัฐบาลใช้เงินเกินตัว คือหายนะ






สหภาพยุโรปกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดรอดจากวิกฤตินี้เมื่อไหร่ กรีซ โปรตุเกส สเปน อิตาลี กำลังเจอภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลในแต่ละประเทศเป็นหนี้กันถ้วนหน้า

และมีการคาดการณ์กันว่า หากวิกฤติยูโรโซนนี้ยังไม่รีบจบ มันก็จะลามไปอีกหลายประเทศ ซึ่งคาดกันว่า ประเทศที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจรายต่อไปคือ ฝรั่งเศส

น้องๆ อาจไม่ต้องเรียนเศรษฐศาสาตร์ให้ปวดหัว ว่าต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรปเกิดจากอะไร เพราะผมตอบให้ง่ายๆ เลยว่า เกิดจากการใช้เงินเกินตัวของรัฐบาลในแต่ละประเทศ เกิดจากความฟุ้งเฟ้อของคนในประเทศ

คำว่ารัฐบาลใช้เงินเกินตัวก็คือ รัฐบาลมีรายรับไม่พอกับรายจ่าย และการกู้เงินอนาคตมา สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจจอมปลอม จนเกิดภาวะเก็งกำไร และกลายเป็นฟองสบู่เศรษฐกิจในที่สุด

ประเทศไทยก็เคยประสบมาแล้ว จากวิกฤติต้มยำกุ้งในปี40 แต่กว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตกได้ ฟองสบู่มันได้เริ่มสะสมมาก่อนนหน้านั้นมาหลายปีแล้ว

จากกระแสทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในไทยมากจนเกินไป จากนโยบายเปิดเสรีทางการเงินยุคชวน1 จึงทำให้ประเทศไทยมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูง ก็เลยเกิดการนำเงินพวกนี้ไปปล่อยให้กู้ง่าย ๆ ซึ่งเงินพวกนี้ก็มักนำไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากเกินความต้องการ จนเกิดการเก็งกำไรขึ้น และนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาแตกในยุครัฐบาลชวลิต!!

ฟองสบู่เศรษฐกิจ ก็คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจจอมปลอม ไม่ได้เติบโตจากความต้องการที่แท้จริง ไม่ได้เติบโตด้วยทุนในประเทศของตัวเอง แต่เป็นการนำเงินกู้มาสร้างความเติบโตจอมปลอมขึ้น สุดท้ายฟองสบู่มันก็แตก

ทั้งไทย สหรัฐอเมริกา และยุโรป ก็มีต้นตอจากปัญหาคล้ายๆ กัน แต่สรุปง่ายๆ ก็คือ เกิดจากการใช้เงินเกินตัวของทั้งรัฐบาลและคนในประเทศนั้นๆ นั่นเอง

จริงๆแล้ว ผมเขียนอธิบายเรื่องคล้ายๆ กัน นี้ ในบทความเก่าๆ มาพอสมควร จึงไม่ขอลงรายละเอียดตรงนี้อีก

--------------------------------------

รัฐบาลในยุโรปหลายประเทศจึงต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัด

เพราะที่ผ่านๆ มารัฐบาลในยุโรปหลายประเทศ เช่นกรีซ สเปน อิตาลี และอีกหลายๆ ประเทศ ใช้เงินเกินตัวจนก่อหนี้สาธารณะสะสมมากเกินไป เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนคนเรา มีรายได้หลักหมื่น แต่มีหนี้นับสิบๆ ล้าน แบบนี้มันก็ไปไม่รอด ก็ต้องล้มละลายในที่สุด

เช่น กรีซ ก็กำลังล้มละลาย แต่ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งกว่า ก็พยายามจะประคองไม่ให้ล้ม ด้วยการอุดหนุนเงินกู้ระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ เพื่อประคับประคองกรีซ ไม่ให้ล้มละลาย เพราะถ้ากรีซล้มละลาย ก็หมายถึงหนี้สูญ และกรีซอาจต้องเร่ขายทรัพย์สินในประเทศในราคาถูก ผู้คนจะตกงานอดอยาก เพราะรัฐบาลไม่มีรายได้จะไปหล่อเลี้ยงระบบเป็นต้น

ที่สำคัญEU ก็จะอาจจะล้มตามกรีซไปด้วย ก็ปล่อยกู้ให้กรีซและอีกหลายประเทศไปมหาศาล ถ้าเกิดหนี้สูญก็ซวยด้วยแน่นอน จริงมะ ?

ลองคิดง่ายๆ ถ้าเราให้ใครกู้เงินไปเยอะๆ แต่สุดท้ายหนี้สูญเราซวยมั้ยล่ะ?

ฉะนั้นเมื่อกรีซ และอีกหลายประเทศ เป็นหนี้เยอะมากๆ แถมได้เงินกู้ใหม่มาเพื่อช่วยให้เกิดสภาพคล่อง เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน

วิธีเดียวที่จะประคับประคองเพื่อให้ประเทศรอดต่อไปได้ ก็คือ ต้องใช้จ่ายให้น้อยที่สุด ต้องจ่ายให้น้อยกว่ารายได้ที่หาได้ เพื่อจะได้มีเงินเหลือพอไปใช้หนี้ นั่นก็คือ ต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัด

นโยบายรัดเข็มขัดก็คือ ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อะไรที่ฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น ต้องตัดทิ้งออกให้หมด เช่นลดเงินเดือน ปลดคนงาน ลดสวัสดิการแก่ประชาชน หรือลดโครงการก่อสร้างใหม่ๆ ของภาครัฐ เพื่อประหยัดงบประมาณ เป็นต้น

นโยบายรัดเข็มขัด จึงทำให้ประชาชนที่เคยได้รับสวัสดิการต่างๆ จากรัฐ ก็ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ประชาชนทั่วยุโรปจึงได้ออกมาประท้วงคัดค้านนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาลกันจะเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

คลิกดู คลิปข่าวสั้น เรื่องสหภาพแรงงานทั่วยุโรปประท้วงนโยบายรัดเข็มขัด จากรายการโลกยามเช้า

--------------------------

สหภาพแรงงานในยุโรป ประท้วงนโยบายรัดเข็มขัด




-----------------------------


ข้อคิดสำหรับคนไทย

เราคนไทยคงไม่อยากให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจแบบปี40 อีกแล้วใช่มั้ย?

เมื่อครั้งหลังวิกฤติปี 40 ผู้ที่ประสบสภาวะล้มละลายทางเศรษฐกิจในตอนนั้น ต่างเข้าใจทันทีว่า ปัญหามันเกิดจากการใช้เงินมือเติบ ใช้เงินเกินตัว กู้เงินอนาคตมาใช้มากเกินไป ทุกคนที่ผ่านจุดนั้นมาได้ ต่างนึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงในทันที

ทั้งๆ ที่ในหลวงทรงพร่ำสอนตักเตือนให้คนไทยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากว่า30ปี แต่คนไทยตอนนั้นก็ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวากันไปหมด จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเข้ากับตัวเองจังๆ ถึงได้นึกถึงคำสอนของในหลวง

แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!!

อีกทั้งวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ของสหรัฐ ที่ผ่านไปเมื่อไม่กี่ปีนี้ ก็เกิดจากสาเหตุเดียวกัน จนเรื่อยมาถึงวิกฤติยูโรโซน ก็เช่นเดียวกัน

แต่เท่าที่ผมมองสถานการณ์ของสังคมไทยในวันนี้ ดูเหมือนว่า วันนี้คนไทยกำลังหลงลืม และหลงระเริงกับความฟุ้งเฟ้อทุนนิยมจ๋ากันอีกแล้ว นั่นเพราะ คนไทยจำนวนมากหลงไปเชื่อคำหลอกลวงของรัฐบาลที่ไม่หวังดีต่อคนไทย ไปเชื่อมหาเศรษฐีที่เลวที่สุดในประวัติศาตร์ไทย ที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังหลอกลวงให้คนไทยกลายเป็นพวกนิยมความฟุ้งเฟ้ออีก

สังเกตได้เลยว่า ทุกครั้งที่ทักษิณโฟนอินมาคุยกับเสื้อแดง มันมักจะนำความร่ำรวยมาล่อหลอกพวกเสื้อแดงด้วยแทบทุกครั้ง

และตอนนี้นโยบายรัฐบาลเพื่อไทย ก็กำลังใช้เงินเกินตัวโดยไม่จำเป็น ใช้เงินไปกับประชานิยมโง่ ๆ ทีจะเป็นผลกระทบในอนาคตต่อประเทศไทยแน่ๆ

เพราะตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ภาวะการส่งออกของไทยก็ย่ำแย่ นั่นหมายถึงรายได้น้อยลง แต่กลับใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวมากเหลือเกิน

ทั้งหมดนั้น เพียงเพราะคนไทยหลงเชื่อคำว่าประชาธิปไตยจอมปลอม ที่นักการเมืองชั่วๆ เอามาล่อหลอกให้แท้ๆ

ฉะนั้น เราคนไทยจงตื่นจากความหลงใหลคำว่าประชาธิปไตยแบบโง่ๆ ที่ปล่อยให้รัฐบาลทำหายนะให้กับประเทศได้ตามอำเภอใจ

เริ่มต้นที่ตัวเรา ประหยัด และใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่เห่อฟุ้งเฟ้อไปตามกระแส

แล้วอย่าสนับสนุนรัฐบาลซาตาน ที่ใช้จ่ายเงินเกินตัวในสิ่งที่ไม่สมเหตุผลหลายเรื่อง หลอกให้คนไทยเราฟุ้งเฟ้อ เหมือนทุกวันนี้ครับ

ระบอบประชาธิปไตยนั้นดี  เพียงอยู่ในมือนักการเมืองไทยเลว ๆ (ทุกยุคทุกสมัย)

นี่คือสาเหตุหนึ่ง ผมจึงไม่เชื่อถือพรรคการเมืองไทยทุกพรรคครับ เพราะนักการเมืองไทยไม่ได้ช่วยคนไทยอย่างจริงใจ เพราะจากหายนะที่ผ่านๆ มา คือบทพิสูจน์ความล้มเหลวของนักการเมืองไทย ที่ชอบกระตุ้นให้คนไทยใช้จ่ายเยอะ ๆ เพื่อหวังตัวเลขGDP สวยๆ 

คงมีแต่ในหลวงของเราเท่านั้น ที่ทรงมองการณ์ไกล ทรงเตือนพวกเราแล้ว แต่พวกเรากลับไม่นำพา 

"เมื่อรัฐบาลยังฟุ้งเฟ้อ แล้วจะสอนให้ประชาชนพอเพียงได้อย่างไร"

เราต้องช่วยกันไม่ให้ประเทศของเราทำผิดซ้ำอีก..

คลิกดูคลิปรายการ สยามวาระ ต้นเหตุวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤติยูโรโซน (ห้ามพลาด!!)



วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สตาร์บัง vs สตาร์บัค (STARBUNG VS STARBUCKS)




จากกรณี คุณดำรง มัสแหละ คนไทยมุสลิม คนหนึ่งขายกาแฟ โดยใช้โลโก้คล้ายคลึงกับ กาแฟยี่ห้อ Starbucks โดยเขาใช้โลโก้ว่า สตาร์บัง ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซต์พ่วงขายกาแฟชื่อ"ร้านสตาร์บัง" (STARBUNG COFFEE) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนพระอาทิตย์ หน้าสำนักงานASTV




จนถูกสตาร์บัค ฟ้องว่าสตาร์บังลอกเลียนแบบโลโก้สตาร์บัค จนเป็นข่าวดังไปเมื่อไม่นานมานี้ และสตาร์บัคได้จดหมายส่งมาข่มขู่เจ้าของร้านสตาร์บัง เนื้อหาพอสังเขปตามนี้

ร้านสตาร์บังได้ละเมิดเครื่องหมายทางการค้าของสตาร์บัคส์ คอร์ปอเรชั่น เจ้าของร้านสตาร์บัคส์คอฟฟี่ (STARBUCKS COFFEE) และแจ้งให้เปลี่ยนเครื่องหมายการค้า ภายในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งหากไม่ได้รับคำตอบภายใน 7 วัน จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย

ซึ่งผมมองว่า สตาร์บัคกำลัง2 มาตรฐานหรือไม่ ? เพราะ ในโลกนี้มีการทำโลโก้คล้ายๆ กับสตาร์บัคมากมาย แถมเป็นร้านที่ใหญ่โตกว่าร้านสตาร์บัง มอไซค์พ่วงขายกาแฟของอาบังเสียอีก แถมทำมานานแล้วด้วย และยังอยู่รอดด้วยดี

แต่อย่างว่านะ พอบริษัทใหญ่ๆ เขามาขู่จะฟ้องแล้ว คนหาเช้ากินค่ำ รายได้วันละไม่กี่ร้อย ก็คงไม่กล้าไปสู้คดีกับเขาหรอก เสียเวลาทำมาหากิน ไหนถ้าเกิดแพ้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

ทีนี้เราลองมาดูโลโก้เลียนแบบในต่างประเทศบ้างดีว่า


ร้านนี้น่าจะอยู่จีน



ร้านนี้เลียนแบบอยู่ที่พนมเปญ ร้านนี้ไม่มีคำว่าสตาร์ และไม่ได้ใช้รูปดาว



นี่ก็คงที่จีนเหมือน

เนื่องจากร้านสตาร์บัง ขายอยู่หน้าASTV สกู๊ป astv เขาเลยไปสัมภาษณ์อาบัง เจ้าของร้านStarbung ว่า รู้สึกยังไง หลังโดนสตาร์บัคขู่ว่าจะฟ้อง

ดังแล้วจะขึ้นราคามั้ย
ต่อให้ผมดังไปทั่วโลก ก็ยี่สิบบาทเหมือนเดิม ไม่ขึ้นหรอกครับ ถ้านม ของเขิงขึ้น ผมก็จะบอกไว้ก่อน แต่ตอนนี้อยู่เท่านี้ ก็ราคาเท่านี้แหละครับ ลูกค้าเราๆ ก็มนุษย์เงินเดือนทั้งนั้นแหละครับ จะให้ขึ้นเป็นร้อย ก็ไม่ได้หรอก แค่ห้าบาทสิบบาท ลูกค้าก็หนีหมดแล้ว

คิดยังไง ช่วงนี้มีคนมาถ่ายรูปด้วยบ่อยๆ
ไม่ได้ห้าม ถ้าอยากจะถ่ายก็ถ่ายไป ดีนานๆ ทีเหมือนดารา นานๆ จะมีอย่างนี้สักที (หัวเราะ) ไม่เขินหรอก ตอนหนุ่มๆ ผมไม่ถ่ายรูปหรอก ส่วนมากจะถ่ายให้เค้า

มีแฟนเพจในเฟซบุ๊กรึเปล่า ดังขนาดนี้
เล่นไม่เป็นอ่ะดิ ไม่รู้ด้วยมันหน้าตายังไง ไม่เคยเล่น

เคยกินกาแฟของคู่กรณีรึยัง
เคยนะ ก็กาแฟสดดีๆ นั่นแหละ พอใช้ได้ แต่ให้กินทุกวันก็ไม่ไหว แพง คิดดูสิ ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนไปกินแก้วละ 100 เดือนนึง 3,000 ไม่ไหวหรอก แพงไป นานๆ อาจจะกินสักแก้วนึง เงินเดือนออกงี้

แล้วคิดจะขายแข่งกะเค้ามั้ย
เอายังงี้นะ ถ้าเป็นกาแฟสด ผมก็คงจะไม่ไปซื้อตามร้าน เราคงไปเอากาแฟคั่วเองมาจากที่บ้าน (กระบี่) มาขายเองดีกว่า ก่อนหน้านี้ผมก็เคยคั่ว แต่ไม่ไหว มันไม่มีเวลา

คิดว่าสตาร์บังอร่อยตรงไหน
ไม่รู้สิ ตอบไม่ถูก ส่วนมากลูกค้าก็จะมาสั่งชากับกาแฟโบราณ โกโก้ โอวัลติน แนะนำเลยแล้วกันถ้ามาสตาร์บัง

โลโก้นี่ได้แต่ใดมา
ได้พี่แหลม (ผู้จัดกวน) เค้ามาทำให้นะ สองปีแล้วที่เริ่มติดป้ายเนี่ย ผ่านมาตั้งสองปีแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเพิ่งมาฟ้อง แต่จะให้ทำไงล่ะ ฟ้องก็ฟ้องไป ประหลาด ฟ้องว่าเราเหมือนเค้าเหรอ อ่านก็ไม่เหมือนกันแล้ว (หัวเราะ) แต่จะให้เอาป้ายลงก็ขอคิดดูก่อนนะ แต่เดี๋ยวเราก็จะปรึกษาเพื่อนที่เป็นนักกฏหมายมาคุยก่อน ไม่ได้จ้างอะไรหรอกนะ ไม่มีเงินขนาดนั้น

ถ้าโดนบังคับให้เอาป้ายลงล่ะ
เราก็คงให้พี่แหลมออกแบบให้ใหม่ ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก อยากให้มีรูปแบบเดิมๆ ปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย แต่ถ้ามันรุนแรงนัก เราก็อาจไม่ยอมเปลี่ยนก็ได้ จะเอาอะไรนักหนา เราก็แค่กาแฟซาเล้งคันนึง ไม่มีสาขาอื่นด้วย แล้วเราก็ขายพี่ๆ น้องๆ เราที่อยู่ตรงนี้ แล้วใครจะมาขอแบบป้ายไปขาย ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้จดลิขสิทธิ์

แล้วไม่คิดจะจดกับเค้ามั่งเหรอ
โอ๊ย จะไปจดทำไม ขายกาแฟได้วันละห้า-หกร้อยบาท เราไม่ได้ไปทำการค้าอะไรใหญ่โตมโหฬาร เราก็แค่สามล้อทั่วไปที่วิ่งกันเต็มถนนในกรุงเทพฯ จะมาเอาอะไรกับโพ้มมม (หัวเราะ)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย


คดีนี้ถ้าผมเป็นศาลผมจะตัดสินแบบนี้

"ศาลขอตัดสินว่า โลกโก้ของบัง เลิศมาก ทำออกมาสวยกว่าสตาร์บัคอีก จึงขอตัดสินให้ยกฟ้อง เพราะนี่คือการล้อเลียน ไม่ใช่ลอกเลียน 555"

อันนี้ว่ากันตามกฎหมายนะครับ เพราะถือว่าเป็นการล้อเลียน ไม่ใช่ลอกเลียน กรณีนี้อาบังโอกาสชนะสูงครับ เชื่อผม สตาร์บัคโอกาสแพ้สูงกว่า เพราะนี่ไม่ใช่การลอกเลียนครับ ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิด้วย เพราะในหลายประเทศก็ทำคล้ายกันแบบนี้ แต่ทำไมสตาร์บัคไม่ไปฟ้องล่ะ ??

คิดดูแล้วกัน

การละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น ทำกระเป๋าปลอม เสื้อปลอม แต่ติดโลโก้หรือยี่ห้อสินค้าเสมือนโลโก้ของจริงครับ

กรณีสตาร์บังแค่มีส่วนคล้าย แต่ถ้าลงลึกในรายละเอียดแล้ว ในโลโก้สตาร์บังแทบไม่มีอะไรเหมือนสตาร์บัคเลย สตาร์บังจึงไม่เข้าข่ายละมิดลิขสิทธิ์ครับ เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องเหมือนกันเกินกว่าครึ่งนึง หรือ 70-80% ขึ้นไป

ถ้าศาลไทยไม่มีนอกมีในกับสตาร์บัคนะ ยังไง ๆ สตาร์บังก็ชนะคดีแน่นอน


คลิกอ่านข่าวล่าสุด “สตาร์บัคส์” เหี้ยม! ฟ้อง “สตาร์บัง” ขอศาลสั่งขัง เรียก 3 แสน จ่ายรายเดือนอีก 3 หมื่น

-------------------------

ไม่รู้คดีนี้จะจบ ยังไง แต่ผมว่า กรณีที่สตาร์บัง ใช้โลโก้คล้ายคลึงสตาร์บัค นั้น อาจเพราะ ศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่มักมีสัญลักษณ์เป็นสีเขียวเข้ม เป็นพื้น และมีพระจันทร์กับดาว สัญลักษณ์ของอิสลาม อยู่คู่กัน

อ้าวเป็นเรื่อง!! ดันมี สตาร์วอร์คอฟฟี่อีกแล้วนั่น จะโดนฟ้องอีกรายมั้ยนี่?? 555



ข่าวล่าสุด สตาร์บัง กับ สตาร์บัค ก็ไกล่เกลี่ยคดีกัน โดยสตาร์บังยอมเปลี่ยนโลโก้ แล้วสตาร์บัคก็ยอมถอนฟ้อง

เหตุผลไม่ใช่สตาร์บังกลัวแพ้คดีนะครับ แต่เพราะคนหาเช้ากินค่ำ เขาไม่อยากเสียเวลาเป็นคดีความ มันเสียทั้งเวลาทำมาหากิน เสียทั้งสุขภาพจิต และเสียเงินค่าโน่นี่จิปาถะ

ก็แค่เปลี่ยนโลโก้ แล้วกลับไปทำมาหากินตามเดิมดีกว่า แต่ในความเป็นจริงก็อย่างที่ผมเล่า สตาร์บังไม่แพ้คดีหรอกถ้าสู้กันในชั้นศาลจริง ๆ แต่สตาร์บังเขามองว่ามันไม่คุ้มที่จะไปขึ้นโรงขึ้นศาล

โดยสตาร์บังได้เปลี่ยนยี่ห้อเป็น น้ำตาบัง หมายถึง บังโดนรังแก



คลิกอ่าน บทสรุป ทำไมอาบังยอมเปลี่ยนโลโก้สตาร์บังออกแล้ว


How Starbucks Avoids UK Taxes สตาร์บัคเลี่ยงภาษีในอังกฤษ

BY Jessica Menton | Oct 16, 2012 7:11PM EDT | 2 MIN:46SEC
Accounts for Starbucks's coffee chain's UK operation show it has paid almost no tax on revenues of $5 billion over the past 13 years. In September Starbucks CEO Howard Schultz joined London's Mayor Boris Johnson to reveal plans to hire a thousand new apprentices in the UK. Schultz and Kris Engskov, Managing Director of Starbucks UK, were all smiles for the camera, talking to current apprentices and trying to rustle up a perfect latte. But the coffee giant's big boss was not quite as comfortable talking about Starbucks's British tax bill. Starbucks Chief Financial Officer Troy Alstead said the company strictly follows international accounting rules and pays the appropriate level of tax in all the countries where it operates. A spokesman added, "Starbucks is committed to both paying our fair share of taxes and to maximizing the value of our shareholders' investment." But tax campaigners like Richard Murphy find it difficult to reconcile the group's values and the way it files it taxes in Britain. Starbucks' ability to avoid taxes on its UK earnings gives it a competitive edge over domestic rivals. Independent cafe owners like David Abrahamovitch can't escape the tax man by shifting profits into offshore tax savings. Accounts filed by Starbucks for its UK unit, says it has never made a profit. Meanwhile, management has consistently told investors that the British operation was one of its most profitable. Financial analysts say a company's primary responsibility is to its shareholders. And this means, Starbucks has a duty to take advantage of any loophole it can find.


คลิกที่รูปข้างล่างเพื่ออ่านข่าว คนอังกฤษเริ่มบอยคอตสตาร์บัค ฐานเลี่ยงภาษี





ผู้ติดตาม