วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชายสี่หมี่เกี๊ยว แมร่งขายแพงว่ะ !!





เมื่อวันพุธที่29 ผมดูรายการคัมภีร์วิถีรวย ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ซึ่งได้ไปโรงงานชายสี่หมี่เกี๊ยว และได้พูดคุยกับเจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


ประวัติคร่าวๆ ที่เจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว เล่าก็คือ

เริ่มต้นจาก เขาเป็นคนอีสานจากจังหวัดร้อยเอ็ด เคยขายบะหมี่ของแฟรนไชส์ยี่ห้อนึงมาก่อน  ตอนที่เขาขายก๋วยเตี๋ยวเองราคาขายชามธรรมดา 10 บาท พิเศษ15 บาทเท่านั้น แต่แค่เพียง2 ปี เขาสามารถมีเงินเก็บมากถึง7แสนบาท ในปีพ.ศ.2535

นั่นแสดงว่า ขายดี และขายได้กำไรเยอะมากๆๆๆ ถึงเก็บเงินแค่2 ปี กับการขายก๋วยเตี๋ยวชามละ10-15 บาท มีเงินเกินครึ่งล้านแล้ว

ซึ่งตอนที่เขาเริ่มกิจการชายสี่หมี่เกี๊ยวนั้น เขามีความรู้แค่จบป.4 เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ศึกษาจนจบปริญญาโทแล้ว

เจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว ได้บอกเคล็ดลับการมีเงินว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้มีเงินเก็บเยอะได้ขนาดนั้น คือต้องรู้จักเก็บออม ต่อให้ขายดี แต่ถ้าไม่รู้จักเก็บ มันก็มีเงินเยอะไม่ได้ หรือแม้แต่ขายไม่ค่อยดี แต่ถ้ายังรู้จักเก็บ ก็ยังมีเงินเยอะได้ ฉะนั้นขายดีหรือไม่ดี ไม่สำคัญเท่ากับ การรู้จักเก็บออม

เจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว จึงให้คำนิยามว่า "ขายเก่งแต่ไม่สะออน แต่ถ้าเก็บเงินเป็น นั่นแหละ สุดยอด!!"

พอมีเงินเก็บก็เลยเริ่มกิจการชายสี่ โดยซื้อเครื่องทำบะหมี่มาทำเองก่อน ต่อมาญาติพี่น้อง เพื่อนๆ อยากขายบ้าง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ ชายสี่หมี่เกี๊ยว

และหลักการแห่งความร่ำรวยของเจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยวก็คือ การทำให้คนรอบข้างเรารักเรา คือจุดเริ่มต้นแห่งความรวย!!

------------------------------

ทำไมผมถึงว่าบะหมี่ชายสี่หมี่เกี๊ยวถึงขายแพง (หวังว่าคงจะเป็นแค่บางร้านนะ)

ก่อนหน้านี้ย้อนไปสัก10 ปี ผมเคยซื้อบะหมี่ชายสี่หมี่เก๊ยวมากินครั้งนึง บอกตามตรงว่าตอนนั้นยังไม่อร่อยเท่าไหร่  รสชาติยังสู้ราชาบะหมี่เกี๊ยวข้าวหมูแดงไม่ได้

และเพราะผมเคยกินบะหมี่ของแฟรนไชส์ราชาบะหมี่เกี๊ยวข้าวหมูแดง ซึ่งยี่ห้อนี้อยู่มานานไม่ต่ำกวา30ปี นั่นแหละ อร่อยกว่า ปริมาณมากคุ้มค่า ผมเลยไม่เคยคิดไปซื้อบะหมี่ชายสี่หมี่เกี๊ยวมากินอีกเลย แม้จะเห็นรถเข็นขายชายสี่หมี่เกี๊ยวทั่วบ้านทั่วเมืองก็ตาม

แต่ผมก็รู้สึกชื่นชมเจ้าของกิจการชายสี่หมี่เกี๊ยวนะ ที่จากแค่หนุ่มตจว. เข้ามาประกอบอาชีพจนตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตแบบนี้ได้ ต้องนับว่า เป็นอัจฉริยะบุคคลแห่งวงการธุรกิจคนนึงของเมืองไทย

ทีนี้ผมก็เลยลองไปซื้อบะหมี่ชายสี่หมี่เกี๊ยวแถวบ้านมาลองกินอีกสักหนซิ ว่าไม่ได้กินนานแล้ว จะเป็นยังไงบ้าง

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



ผมก็เลยไปซื้อมา3ห่อ ที่ร้านชายสี่หมี่เกี๊ยวในซอยลาดพร้าว 71 หน้าร้านเช่าดีวีดี ตรงกันข้ามเยื้องๆ กับปั๊มปตท. น่ะ ซึ่งทีแรกผมก็ยังไม่รู้จะสั่งยังไงดี ก็เลยสั่งง่ายๆ ไปว่า บะหมี่3ห่อ ผมสั่งแค่นั้นแหละ

ผมยืนมองไปที่โต๊ะของลูกค้าที่นั่งทานอยู่ในร้าน มองไปที่ชามของผู้หญิงคนนึง ดูขนาดแล้ว ชามเล็กกว่าร้านบะหมี่เจ้าอื่นๆ นะ แถมทำไมผมมองไม่เห็นผักสักชิ้นเลย ผมก็คิดในแง่ดีว่า สงสัยผู้หญิงคนนี้ไม่กินผัก เลยไม่ให้ร้านใส่ผักมา

ก่อนที่ผมจะได้บะหมี่ที่สั่ง ลูกค้าผู้ชายคนนึงที่มายืนรอก่อน พอร้านทำเสร็จก็ส่งให้เขา เขาถามว่า เท่าไหร่? ร้านก็ตอบว่า 40.-

ผมนึกในใจ ป้ายหน้าร้านเขียนแค่ 30 - 35 บาท สงสัยว่า เขาปรับเพิ่มราคาแล้ว แต่ยังไม่แก้ไขป้ายมั้ง?

แต่พอร้านทำที่ผมสั่งไว้เสร็จ ผมถามเท่าไหร่ ? ร้านเขาตอบว่า 90บาท (3ห่อ)

ผมเลยส่งเงินไป100บาท พอรับบะหมี่และเงินทอนก็รีบกลับไปลองกินทันที

ผมซื้อฝากแม่และเด็กที่ดูแลแม่คนละห่อ พอแกะออกมา ปริมาณบะหมี่ก็ให้มาน้อยกว่า ร้านก๋วยเตียวทุกร้านที่ผมเคยซื้อ ไม่เจาะจงเฉพาะร้านบะหมี่ด้วยกันเท่านั้น แม้แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวหมู ที่ผมเคยซื้อบะหมี่ ต่างก็ให้ปริมาณบะหมี่มากกว่าชายสี่หมี่เกียวทั้งนั้น

ปริมาณบะหมี่ธรรมดาที่ผมสั่งมา 3ห่อนั้น แต่ละห่อ นอกจากบะหมี่ปริมาณน้อยนึง กับหมูแดงเสี้ยวเล็กๆ บางๆ 7ชิ้น ที่จริงผมไม่อยากจะเรียกว่าชิ้น เพราะมันแค่เศษเสี้ยวหมูแดงจริงๆ กับผักกวางตุ้งปริมาณที่ต้องบอกว่า แมร่งโคตรน้อยเลยว่ะ

เพราะมีผักกวางตุ้งลวก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สั้นๆ แค่ 5ชิ้นเท่านั้น โคตระงกผักเลยว่ะ (ขอเดาว่า คงงกเฉพาะเจ้านี้)

แต่โชคดีที่ผมกะไว้แล้วว่า ผักที่ได้อาจจะน้อย ผมเลยซื้อผักกวางตุ้งจากตลาด 3 กำ10บาท มาด้วย ผมเลยสั่งให้เด็กที่บ้านนำผักกวางตุ้งมาล้างสักกำนึง ใช้กำเดียวก็พอ เพราะเยอะ แล้วเอามาลวกผักใส่ในบะหมี่เพิ่มเองแล้วกัน

ซึ่งเดี๋ยวนี้ ผมซื้อก๋วยเตี๋ยวไม่ว่าจะเจ้าไหน ผมก็ต้องเพิ่มผักลงไปด้วย โดยเฉพาะผักบุ้ง ผมจะซื้อติดบ้านไว้ตลอด ไว้ใส่ผักเพิ่มเอง

เพราะเดี๋ยวนี้พ่อค้าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวในประเทศไทยแทบทุกเจ้า ให้ผักน้อยๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะร้านชายสี่หมี่เกี๊ยวเจ้าที่ผมซื้อนี้ แมร่งต้องนับว่า งกผักมากที่สุด

อยากจะบอกร้านก๋วยเตี๋ยวทุกร้านเลยว่า โดยเฉพาะลูกค้าที่เขาซื้อเกาเหลาน่ะ แปลว่าเขาชอบกินผัก แต่แทบทุกร้านมันงกผักทั้งนั้น ทั้งๆ ที่คิดราคาเกาเหลาแพงกว่าก๋วยเตี๋ยวเฉลี่ยชามละ 5 บาทอยู่แล้ว

รสชาติน้ำซุปชายสี่หมี่เกี๊ยวจัดว่าอร่อยนะ แต่รสชาติก็คล้ายๆ น้ำซุปของราชาบะหมี่หมูแดงนั่นแหละ ซึ่งผมคิดว่าน้ำซุปราชาบะหมี่หมูแดงก็ยังอร่อยกว่าหน่อยนึง

แต่รสชาติหมูแดง ผมยังยืนยันว่า หมูแดงของราชาบะหมี่อร่อยกว่าแบบกินขาดไปเลย แถมหมูแดงของราชาบะหมี่ก็ไม่ได้หั่นแบบเศษเสี้ยวเล็กๆ บางๆ แบบชายสี่หมี่เกี๊ยวด้วย

เอาเป็นว่า ในราคาห่อละ 30บาท ผมให้คะแนนชายสี่หมี่เกี๋ยวสาขาในซอยลาดพร้าว71 ร้านนี้สอบตกครับ เพราะต้องถือว่า ยังแพงกว่าก๋วยเตี๋ยวทั่วไป ถ้าให้ผมทานจริงๆ 2ชามยังไม่ค่อยจะอิ่มด้วยซ้ำ

แต่เอาเหอะ เขาขายได้ ทำเลเขาดี ยังมีคนซื้อเยอะ ก็คงว่าอะไรเขาไม่ได้

------------------------

ราชาบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ซอยภาวนา ถูกและอร่อยกว่า

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



ทีนี้ผมขอชื่นชมร้านราชาบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงสาขาซอยภาวนา อยู่ก่อนถึงซอยเจ้าแม่กวนอิมโชคชัย 4 หน่อยนึง

ร้านนี้เขาขายมานานแล้ว และเขาจะขายถูกกว่าร้านก๋วยเตี๊ยวทั่วๆ ไปเสมอ และถ้าจะขึ้นราคาก็จะเป็นร้านที่จะขึ้นราคาทีหลังร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไป เขาขายทั้งข้าวหมูแดง บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง และราชาขนมปังสังขยาด้วย

มีคนมาซื้อร้านนี้กันเยอะมาก ๆ ขายดีๆ มาก น้ำซุปอร่อยมากๆ ขายตั้งแต่ประมาณ6 โมงเย็น ซึ่งร้านอยู่ไกลจากบ้านผมไปหน่อย หากไม่ได้ขับรถผ่าน ผมก็ไม่ค่อยได้ซื้อทานเท่าไหร่

ข้อสังเกตที่ผมสังเกตเห็นคือ ราชาบะหมี่เกี๊ยวข้าวหมูแดง เจ้าของร้านส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนแทบทั้งนั้น ในขณะที่ร้านชายสี่หมี่เกี๊ยว ผมเห็นเป็นคนไทยแท้ๆ มาขายแทบทั้งนั้น

บอกตามตรง ผมจะเชื่อใจเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวของคนไทยเชื้อสายจีนมากกว่า เพราะส่วนใหญจะทำอาหารสะอาดกว่า ไม่ชุ่ย

แต่ไม่ใช่ว่า ผมไม่เคยเจอร้านราชาบะหมี่เกี๊ยวที่ขายแพงนะ ผมเคยเจอบ้าง โดยมากคือ จะไม่งกเส้นหรือหมู แต่งกผักน่ะเจอบ่อยที่สุด

เอาเป็นว่า ผมอยากจะบอกว่า ผมรู้สึกอิจฉาคนญี่ปุ่นมากๆ คนญี่ปุ่นเขาได้ทานบะหมี่1 ชามในประเทศของเขา ได้คุ้มค่ากว่าที่คนไทยซื้อบะหมี่ของคนไทยกิน


----------------------------

ราคาบะหมี่ที่ญี่ปุ่น

มีค่าแรงขั้นต่ำกรุงโตเกียว คือ 800 เยนต่อชั่วโมง หรือวันประมาณ 6,400 เยน ต่อวัน หรือ 2,560 บาทต่อวัน

แต่บะหมี่ที่ญี่ปุ่น หรือราเมน ชามในรูปนี้ ขายราคา 600เยน หรือชามละ 240 บาท นี่คือราคาแบบกลางๆ เพราะถ้าราคาแบบถูกๆ ตามข้างถนน ก็อาจถูกถึงชามละ 200 ถึง 300เยน ก็ยังมีอยู่เยอะ ซึ่งปริมาณก็มากใกล้เคียงในรูปนี้




ป้ายราคาราเมน ที่ถูกมากในโตเกียว ในปี2010


แปลความง่ายๆ ว่า 

คนญี่ปุ่นทำงานชั่วโมงเดียว ซื้อบะหมี่กินได้ 1 ชาม แบบอิ่มๆ ได้สบายๆ แถมคุณภาพอาหารและความสะอาดของร้านอาหารญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเยี่ยมที่สุดในโลก

ในขณะที่คนกรุงเทพ ค่าแรงวันละ 300บาท ซื้อบะหมี่หมูแดงของชายสี่หมี่เกี๊ยว ปริมาณน้อยนิดกับเศษหมูแดงไม่กี่ชิ้น ราคาชามละ 30 บาท ซึ่งกินก็ไม่ค่อยจะอิ่มหรอก

ผมจึงอยากบอกว่า นี่ก็เป็นอาหารอีกชนิดนึงที่ค่อนข้างแพง ผมจึงขอย้ำอีกว่า คนไทยกินอาหารแพงกว่าคนต่างชาติ ตามที่ผมเคยนำเสนอมาแล้วในหลายๆ บทความครับ

นั่นเพราะอะไรล่ะ?

ทำไมประเทศที่ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก แต่คนในประเทศกลับกินอาหารแพงกว่าค่าเฉลี่ยของคนต่างประเทศกิน ?? คิดดูเองละกัน

---------------------


ก่อนจบ

ผมได้ลองเสิร์ชหา ความเห็นของผู้บริโภคส่วนใหญที่เคยทานบะหมี่ชายสี่ มีมากมายที่บอกว่า ไม่ค่อยอร่อย จะมีที่อร่อยจริงๆ ก็ไม่กี่ร้าน แถมส่วนใหญ่ทำดูไม่ค่อยสะอาด ไม่เหมือนราชาบะหมี่เกี๊ยว อร่อยแทบทุกร้าน

ทีนี้มีข้อสงสัยว่า แล้วทำไมชายสี่หมี่เกี๋ยวจึงขายดี และมีอยู่ทั่วประเทศ?

มีท่านนึงแสดงความเห็นไว้ว่า ที่ชายสี่หมี่เกี๊ยวขายดี เหตุเพราะ ช่องทางการจัดจำหน่าย และระบบแฟรนไชส์ของเขาดีครับ แต่คุณภาพผู้รับไปขาย ไม่ค่อยรักษามาตรฐานเท่าที่ควร

ผมจึงคิดว่า คนไทยเชื้อสายจีนไม่ค่อยขายชายสี่หมี่เกี๊ยว เพราะอะไร ? คุณลองไปถามตามร้านราชาบะหมี่เกี๊ยวดู แล้วจะรู้คำตอบ

แต่คนไทยแท้ๆ เน้นว่าคนอีสาน กลับชอบขายชายสี่หมี่เกี๊ยว ก็เพราะเจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยวคือคนอีสานครับ ทีนี้คนขายเป็นคนอีสาน ก็เป็นไปได้ที่คนอีสานชอบอุดหนุนคนอีสานด้วยกันมากกว่า

ผมจึงขอสรุปง่ายๆ เลยว่า ที่ชายสี่หมี่เกี๊ยวขายดี  เพราะคนอีสานมีอยู่ทั่วประเทศ 

ถ้าใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับบะหมี่ชายสี่ มากกว่าผม จะดี จะไม่ดีอย่างไรก็เล่ามาให้ทราบหน่อยนะครับ


ส่วนในบทความต่อไป ผมจะเขียนเรื่องราคาบะหมี่ที่ขายในสิงคโปร์


คลิกอ่านค่าเฉลี่ยคนไทยกินก๋วยเตี๋ยวแพงกว่าชาติอื่นหรือไม่?



วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Pizza Hut ที่ขายในเมืองไทยราคาแพงไปมั้ย?





ผมเขียนเรื่องราคาอาหารในต่างประเทศ นำมาเปรียบเทียบกับราคาอาหารในประเทศไทยแล้ว รู้สึกว่า ทำให้ผมได้เห็นอะไรๆ ในประเทศไทยเด่นชัดมากขึ้น โดยเฉพาะคนไทยมักโดนเอาเปรียบจากวงการธุรกิจอาหารมาช้านาน

หลังจากที่ผมเขียนเรื่องข้าวไทยแพงกว่าข้าวญี่ปุ่น  ไข่ไทยแพงกว่าไข่ญี่ปุ่น หรือล่าสุด เขียนรับช่วงกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอน กับบทความ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นสาขาไทยแพงกว่าสาขาอังกฤษ หรือคนไทยซื้อข้าวแพงคนอังกฤษ

ผมติดใจและสนุกกับการเขียนแนวนี้ เลยอยากเขียนต่ออีก

และบทความนี้ผมขอเขียนเรื่องอาหารต่างชาติอันยอดฮิตของคนไทยอีกชนิดก็คือ พิซซ่า โดยเลือกแบรนด์ พิซซ่าฮัท Pizza Hut เพราะมีสาขาอยู่ทั่วโลก (จะได้เปรียบเทียบเห็นชัดเจนกว่ายี่ห้อพิซซ่าคอมพานี ที่มีสาขาแค่แถบอาเซียน)

ขอเริ่มที่ Pizza Hut ที่สิงคโปร์ ในแบบ Pan pizza กับแบบ Stuffed crust ก่อน

(คลิกที่รูปเพื่อขยายได้ทุกรูป)



ราคาพิซซ่าฮัท ในสิงคโปร์ (1 ดอลล่าห์สิงคโปร์ (SGD) = 25 บาทโดยประมาณ)

ในแบบ Pan pizza ถาดกลาง ราคา 18.80 เหรียญสิงคโปร์ หรือ = 470 บาท
ส่วนถาดใหญ่ราคา 25.80 เหรียญสิงคโปร์ หรือ = 645 บาท

ในแบบ Stuffed crust pizza  ถาดกลาง ราคา 24.50 เหรียญสิงคโปร์ หรือ = 612.50 บาท
ส่วนถาดใหญ่ราคา 31.50 เหรียญสิงคโปร์ หรือ = 787.50 บาท

ส่วนราคาน่องไก่และปีกไก่ ที่พิซซ่าฮัท สิงคโปร์ ราคาขายเท่ากันคือ  6 ชิ้น ขาย 6.30 SGD = 157.50 บาท



--------------------------

ราคาพิซซ่าฮัท เมืองไทย





ราคาพิซซ่าฮัทไทย

ในแบบ Pan pizza ถาดกลาง ราคา 298 บาท
ส่วนถาดใหญ่ราคา 429 บาท

ในแบบ Stuffed crust pizza ถาดกลาง ราคา 429 บาท
ส่วนถาดใหญ่ราคา 31.50 เหรียญสิงคโปร์ หรือ = 558 บาท

ส่วนราคาน่องไก่และปีกไก่ ในพิซซ่าฮัทไทย






เมื่อดูจากตารางเปรียบเทียบราคาพิซซ่าฮัทของทั้งสองประเทศแล้ว จะเห็นว่า ราคาต่างกันไม่มาก คือต่างกันไม่ถึง2เท่า แต่คุณรู้มั้ยว่า ค่าแรงขั้นต่ำของทั้งสองประเทศ ต่างกันอยู่ที่เท่าไหร่?

ค่าแรงขั้นต่ำสิงคโปร์ อยู่ที่ 1,830 บาทต่อวัน

ค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพ อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน

ค่าแรงขั้นต่ำสิงคโปร์ สูงกว่า ค่าแรงขั้นต่ำไทยอยู่ 6.1 เท่า แต่ทำไมพิซซ่าของสิงคโปร์ขายแพงกว่าไทยไม่ถึง 2 เท่า ?

คนสิงคโปร์ทำงาน 1วัน สามารถซื้อพิซซ่าชนิด Pan pizza ถาดกลางได้วันละ 1,830 หาร 470 = 3.89 ถาด

ส่วนคนไทยทำงาน 1วัน สามารถซื้อพิซซ่าชนิด Pan pizza ถาดกลางได้วันละ 300 หาร 298 = 1.03 ถาด

อนาถใจจริงๆ คนไทยทำงานทั้งวัน ซื้อพิซซ่าฮัทได้แค่ถาดเดียว ถ้าจะไปกินที่ร้าน ก็ไม่มีเงินพอค่ารถเมล์ หรือถ้าจะโทรไปสั่ง ก็ห้ามโทรสั่งเกิน2นาที (นาทีละบาท)

ส่วนน่องไก่ ปีกไก่ 6ชิ้น ที่สิงคโปร์ เขาขาย 157 บาท
ส่วนน่องไก่ ปีกไก่ 6ชิ้น ที่พิซซ่าฮัทไทย ขาย 109 บาท
ต่างกันแค่ 48 บาท เท่านั้น เท่ากับน่องไก่สิงคโปร์ขายแพงกว่าไทยแค่ชิ้นละ 8 บาท แต่ค่าแรงต่างกันมากถึง 6 เท่า !!
แล้วขอถามว่า ชาติไหนผลิตส่งไก่ออกไปขายทั่วโลก ?? ไทย หรือ สิงคโปร์ ?? 

คำตอบก็คือ ประเทศไทยคือผู้ส่งออกไก่สดแช่แข็งมากเป็นอันดับ 1 ของโลกครับ !!

----------------

ราคาพิซซ่าฮัท มาเลเซีย

จำไว้ก่อนนะครับว่า ค่าแรงขั้นต่ำในมาเลเซีย ที่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน(ตามกฎหมาย) เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพฯ 

แต่ในความเป็นจริงค่าแรงขั้นต่ำที่จ่ายกันจริง ๆ ที่มาเลเซีย ตกวันละ 400 - 500 บาทเป็นอย่างต่ำ

ส่วนราคาพิซซ่าในกัวลาลัมเปอร์ ผมเลือกบรรดาหน้าพิซซ่าที่แพงที่สุด ก็ตามนี้ครับ



ค่าเงินริงกิตมาเลเซีน 1 ริงกิต = 10 บาท

ผมขอยกเฉพาะชนิด Pan pizza มาเปรียบเทียบเหมือนเดิม

ราคาพิซซ่าฮัท แบบ Pan pizza ถาดกลางที่มาเลเซีย ขายราคา 22 ริงกิต = 220 บาท ส่วนพิซซ่าฮัทไทยขาย 298 บาท

ราคาพิซซ่าฮัท แบบ Pan pizza ถาดใหญ่ที่มาเลเซีย ขายราคา 29.90 ริงกิต = 290 บาท ส่วนพิซซ่าฮัทไทยขาย 429 บาท (ทำไมอันนี้แพงกว่ากันเยอะมาก)

มันเกิดอะไรขึ้น!! ค่าแรงขั้นต่ำก็เท่ากัน แต่ทำไมพิซซ่าฮัทประเทศไทยขายแพงกว่ากว่าพิซซ่าฮัทมาเลเซีย ??

ทั้งๆ ที่คนไทยมีจำนวนมากกว่าคนมาเลเซีย แถมคนไทยเห่อกินพิซซ่ามากกว่าคนมาเลเซีย!! แต่คนไทยต้องกินพิซซ่าแพงกว่าคนมาเลเซีย

สิงคโปร์ ผลิตสินค้าการเกษตรไม่ได้ ต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบจะทั้งหมด แต่คนสิงคโปร์กลับกินพิซซ่าได้ถูกมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ส่วนมาเลเซีย ค่าแรงเท่ากับค่าแรงไทย ก็ยังกินพิซซ่าถูกกว่าคนไทย

หรือว่า ราคาพิซซ่าในแต่ละประเทศ มันถูกกำหนดราคาขึ้นอยู่กับความฉลาดของคนแต่ละชาติ ? หรืออาจถูกกำหนดจากดัชนีความชั่วของนักการเมืองของแต่ละชาติ ?

ชาติไหนที่มีนักการเมืองชั่วมากที่สุด คนในชาตินั้นก็ต้องแดรกพิซซ่าแพงที่สุด ใช่มั้ย? (ยกเว้นเฉพาะชาติที่เป็นคอมมิวนิสต์บางชาติ)

ประเทศไทยมีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลกมาแต่โบราณ แต่คนไทยยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะกินอะไร ก็มีค่าเฉลี่ยราคาที่แพงกว่าชาติอื่นๆ ทั้งนั้น เฮ่อ...


---------------------

แถม ราคาพิซซ่าฮัท ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน

กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศ คือเมืองที่มีค่าจ้างต่อชั่วโมงสูงที่สุดในจีน อยู่ที่ 14 หยวน หรือ 70 บาท หรือ 560 บาทต่อวัน ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำไทย



พิซซ่าหน้า Bolognaise ในรูป ถาดกลางจีน 61 หยวน หรือ 305 บาท เท่านั้น

ค่าแรงขั้นต่ำที่ปักกิ่งวันละ 560 บาท ซื้อพิซซ่าถาดกลางได้วันละ 560 / 305 = 1.83 ถาด ก็ยังถูกกว่าพิซซ่าฮัทไทย อยู่ดี

---------------------

แถม ราคาพิซซ่าถาดกลางที่เยอรมัน

ค่าแรงขั้นต่ำเยอรมันคือ 8.19 ยูโรต่อชั่วโมง หรือ 2,555 บาทต่อวัน

ทีนี้มาดูค่าพิซซ่าขนาดกลางในเยอรมัน ถาดละเท่าไหร่ ดูแล้วลองคิดเอง แต่ที่ผมเห็นชนิดแรก Pepperoni Lover's ขนาดกลางถาดละ 7.9 ยูโรเท่านั้นเอง คนเยอรมันทำงานชั่วโมงเดียวก็ซื้อกินได้แล้ว



-------------------

ทำไมคนไทยต้องกินอาหารแพงกว่าชาติอื่น ๆ

คำตอบก็คือ เพราะคนไทยมีกิเลสมาก และยอมที่จะให้พ่อค้านักธุรกิจเอาเปรียบ เพราะคนไทยไม่สามารถหักห้ามใจต่อต้านสินค้าราคาแพงได้

คนไทยมีความอยากเยอะ ยิ่งอยากมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสถูกเอาเปรียบมากขึ้นเท่านั้นครับ


คลิกอ่าน คนไทยซื้อข้าวแพงคนอังกฤษ เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ



วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คนไทยซื้อข้าวแพงกว่าคนอังกฤษเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ






บทนี้เป็นภาคต่อจากบทความที่แล้ว ซึ่งผมได้ชี้ให้เห็นชัดว่า เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นแห่งกรุงลอนดอน เป็ดย่างที่ลือลั่นว่าอร่อยที่สุดในโลกนั้น (แต่คนไทยบางคนบอก เป็ดย่างร้านสุกี้เอ็มเค อร่อยกว่า)

เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น 1ตัว ในกรุงลอนดอน ราคาขายตัวละ 18 ปอนด์ เมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้ว ที่ลอนดอนขายเพียงตัวละ 900บาทเท่านั้น ในขณะที่ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นสาขากรุงเทพฯ ที่ใช้เป็ดไทย ปรุงเป็นอาหารในไทย กลับขายเป็ดย่างแพงถึงตัวละ 1,100 บาท แพงกว่าที่อังกฤษ ตัวละ 60บาท เพราะอังกฤษตัวละ 1,040 บาท (20.80ปอนด์)

ร้านเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นในลอนดอน เวลาเขาขายเป็ดแค่ครึ่งตัว ราคา 600 บาท (12ปอนด์) เท่ากรุงเทพฯ เป๊ะ!!

และทั้งๆ ที่ค่าแรงกรุงลอนดอน สูงกว่า ค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพ ประมาณ 10เท่า คือ ค่าแรงขั้นต่ำลอนดอน อยู่ที่ 3,200 บาทต่อวัน ส่วนค่าแรงขั้นต่ำที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน

แล้วทำไมเป็ดย่างชื่อดัง ที่ลอนดอน กลับขายถูกกว่า ที่กรุงเทพ ถึงตัวละ 60บาท ? แถมก่อนที่อังกฤษจะปรับราคา ของไทยเคยแพงกว่าถึงตัวละ 200 บาท เพราะเมื่อเดือนมีนาคม2555 ที่ผ่านมา เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่อังกฤษ เคยตัวละ 900 บาทเท่านั้น

โอเค เมื่อสาขาในไทยไปซื้อลิขสิทธิ์สูตรจากอังกฤษมาปรุงในไทย ต้องนำเข้าเครื่องเทศต่างๆ มาจากอังกฤษก็ตาม ก็ไม่ควรขายแพงมากขนาดตัวละ 1,100บาท ผมคิดว่าขายแพงกว่าที่ขายในอังกฤษมากเกินไปแล้วครับ

แต่ถ้ายกตัวอย่างแค่เรื่องเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น คุณผู้อ่านอาจมองภาพรวมไม่ชัด ว่าคนไทยกินอาหารแพงกว่าคนอังกฤษยังไง ในบทความนี้ผมจึงจะขอลงไปที่ อาหารพื้นฐานของคนไทยก็แล้วกัน นั่นก็คือ ข้าวสารหอมมะลิ และ ข้าวแกงไทย ที่ขายในอังกฤษ แล้วกัน

เพื่อจะได้คุณผู้อ่าน เห็นภาพชัดเจนว่า คนไทยซื้อข้าวสารแพง ซื้อข้าวแกงก็แพงกว่าคนอังกฤษ เมื่อเทียบกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำในแต่ละประเทศแล้ว

------------------------------

ราคาข้าวสารหอมมะลิ ที่ขายในอังกฤษ

ข้าวสารหอมมะลิชั้น1 อย่างดี ในกรุงเทพฯ ที่คุณเคยซื้อราคาประมาณเท่าไหร่ ? แต่เท่าที่ผมสำรวจดูโดยเฉลี่ยแล้ว ข้าวถุงขนาด 5 กิโลกรัมในไทย ราคาจะประมาณ 170 ถึง 220 บาท เอาเป็นว่า ผมเฉลี่ยที่ 200บาท ต่อ 5 กก. แล้วกัน

ฉะนั้น ข้าวหอมมะลิ ที่ขายอยู่ในประเทศไทยขนาด 5 กก. ก็ตกกิโลกรัมละ 40 บาท

แล้วคุณผู้อ่านคิดว่า ประเทศอังกฤษขายข้าวหอมมะลิไทย ขนาด5กก. ควรจะแพงกว่าไทยสักกี่เท่าดี ??

ค่าแรงแพงกว่าไทย 10 เท่า อังกฤษน่าจะขายแพงกว่าไทยอย่างน้อยสัก 10 เท่าดีมั้ยนะ ?

ดังนั้น ผมจึงเสาะหาข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้ข้อมูลมาว่า อังกฤษ ต้องซื้อข้าวเปลือกจากต่างประเทศ เพื่อนำข้าวเปลือกมาสีเองที่โรงสีในอังกฤษ  ซึ่งในอังกฤษมีข้าวยี่ห้อดัง ๆ ที่ขายข้าวหอมมะลิไทยอยู่ประมาณ 4-5 ยี่ห้อ ผมจึงเลือกยี่ห้อที่นิยมมาเป็นตัวอย่างสักหนึ่งยี่ห้อก็แล้วกัน นั่นคือ ยี่ห้อ Tilda

และได้คำตอบว่า ข้าวสารหอมมะลิไทยยี่ห้อTilda ขนาด 5 กก. ที่อังกฤษ ราคาล่าสุดขายถุงละ 8.99 ปอนด์ หรือ 450 บาท ตกกิโลละ 90 บาท แพงกว่าข้าวสารหอมมะลิในไทย ประมาณ 2.25 เท่า แค่นั้นเอง แถมยังจัดส่งฟรีให้ลูกค้าทั่วประเทศอีกด้วย แม้ลูกค้าจะซื้อแค่ถุงเดียวก็ตาม เพราะระบบโลจิสติกของเขาสุดยอด จึงทำให้ต้นทุนค่าขนส่งไม่แพง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



ทั้งๆ ที่อังกฤษ ไม่สามารถปลูกข้าวหอมมะลิได้เอง ต้องซื้้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากไทย ซึ่งกว่าจะมาถึงอังกฤษ ก็ต้องผ่านทั้งค่าขนส่งระยะไกล ต้องบวกกำไรของผู้ส่งออกข้าว บวกค่าโรงสีในอังกฤษ  บวกค่าบรรจุภัณฑ์ บวกค่าขนส่งในอังกฤษ ซึ่งทุกอย่างล้วนมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าไทยทั้งนั้น

เพราะมีค่าแรงคนงานในระบบการผลิตทุกขั้นตอนต่างๆ สูงกว่าไทยนับ10เท่า พูดง่ายๆ ว่า กว่าจะได้ข้าวสารหอมมะลิมาวางขายในห้างของอังกฤษ ราคาข้าวสารหอมมะลิในอังกฤษก็น่าจะแพงกว่าข้าวสารหอมมะลิในไทยไม่ต่ำกว่า10 เท่า จริงมั้ยครับ ?

แต่ที่ไหนได้ ข้าวสารหอมมะลิในอังกฤษ กลับขายแพงกว่าข้าวสารหอมมะลิในไทย แค่ 2.25 เท่า เท่านั้น 

ทีนี้ เราลองมาดูที่ค่าแรงขั้นต่ำต่อวันในกรุงลอนดอน ที่ 3,200บาทต่อวัน ก็จะซื้อข้าวสารหอมมะลิถุง5 กก. ได้ 3,200 หาร 450 = 7.11 ถุง

ส่วนค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ วันละ300 บาท จะซื้อข้าวสารหอมมะลิถุง 5กก. ได้ 300 หาร 200 = 1.5 ถุงเท่านั้น (ไม่ถึง2ถุง)

ทั้งๆ ที่ข้าวหอมมะลิ ประเทศไทยคือผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่อันดับ1 ของโลก (ใกล้เสียแชมป์แล้ว) แต่คนไทยกลับต้องซื้อข้าวสารกรอกหม้อในราคาแสนแพง ทำงานทั้งวัน ซื้อข้าวสารได้แค่ถุงเดียวเท่านั้น

แสดงให้เห็นว่า โรงสี พ่อค้าคนกลาง การขนส่ง และห้างค้าปลีก มันขูดรีดคนไทยทุกขั้นตอนนั่นแหละครับ เชื่อมะ?

ส่วนใครคือต้นเหตุที่คนไทยต้องยากจน ผมเคยเขียนไว้แล้ว ในบทความเรื่อง ใครคือตัวต้นเหตุความยากจนของเกษตรกรไทย ?

------------------------

ร้านข้าวแกงไทย ในลอนดอน

คือเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 55 ที่ผ่านมา ผมได้ดูเจาะกีฬากับบิ๊กจ๊ะ ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ได้มีสกู๊ปร้านข้าวแกงไทย ที่บรรดานักข่าวที่ไปทำข่าวกีฬาโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ ได้ฝากท้องไว้กับร้านข้าวแกงไทย  ราคาถูก ชื่อร้าน Wheat 



ร้านข้าวแกงร้านนี้ จะขายแบบ ตักข้าวราดแกง บรรจุใส่กล่องกระดาษ ให้ลูกค้านำออกไปทานที่อื่น





ซึ่งตามที่นักข่าวช่อง3 รายงานว่า ข้าวแกงร้านwheat ราคาขายกล่องละ 5 ปอนด์ หรือ 250 บาท ได้กับข้าวราด 2-3 อย่าง จากที่ผมดูขนาดบรรจุของกล่องกระดาษในสกู๊ปข่าวแล้ว ผมว่า ข้าวราดแกงในลอนดอนมีปริมาณมากกว่า ข้าวแกงกล่องโฟมในบ้านเราเสียอีกนะ

แต่บ้านเราข้าวแกง ตักใส่กล่องโฟม ขายไม่ต่ำกว่า 30 บาทครับ ถ้ากับข้าว 2 อย่าง ก็ตั้งแต่ 30 - 40 บาท




ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำลอนดอน 3,200 บาท/วัน จะซื้อข้าวราดแกงกับข้าว3 อย่างได้มากถึง 3,200 หาร 250 = 12.8 กล่อง

ส่วนค่าแรงขั้นต่ำไทย 300 บาท/วัน จะซื้อข้าวแกงราดกับข้าว3อย่างในไทย 35 บาท ได้ แค่ 8.5 กล่อง เท่านั้น (แถมกล่องกระจิดริด)

ทั้งๆ ที่ เครื่องปรุง และวัตุถดิบในการปรุงอาหารไทย ทางร้านอาหารไทยในอังกฤษก็ต้องนำเข้าจากประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่

เมื่อนำราคาข้าวราดแกงในลอนดอนกล่องละ 250 บาท มาหารกับ ค่าแรงลอนดอนที่สูงกว่ากรุงเทพฯ 10 เท่า = 250 หาร 10 เท่า = 25

ก็เท่ากับว่า ข้าวราดแกงลอนดอน ขายข้าวแกงเพียงกล่อง 25บาท เท่านั้น เมื่อแปลงเป็นราคาที่ควรขายในประเทศไทย

@@ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับร้านอาหารในยุโรป ก็คือ ร้านต้องสะอาด วัตถุดิบต้องสะอาดไร้สารปนเปื้อน หรือปนเปื้อนในระดับไม่เกินมาตรฐาน แม้แมลงสาบในร้านสักตัว ถ้าลูกค้ามาเห็นเข้า ร้านนั้นอาจถูกตรวจสอบ และสั่งปิดได้ทันที ต่างจากร้านอาหารในเมืองไทย ซกมก สกปรก ผักล้างไม่ค่อยสะอาดมีเพียบ ครับ @@

---------------------------

แถมอีกสักร้าน

ร้าน Thai west cafe 
address 87 Brewer Street, Soho London, W1F 9UX





จากคำโฆษณาแนะนำของร้านนี้ เขาบอกไว้ว่า

เป็นร้านข้าวแกงแบบตักราดใส่กล่องพลาสติก โดยเป็นข้าวราดแกง กับข้าว 3อย่าง ในราคากล่องละ 4.4ปอนด์ หรือ 220 บาท



แต่ถ้าจะใส่จานนั่งกินที่ร้าน ก็จะแพงกว่าแบบใส่กล่อง คือ จานละ 4.6 ปอนด์ หรือ 230 บาท

เมื่อเราเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำที่ลอนดอน ก็จะถือว่า ราคาไม่แพงเลย สำหรับในสายตาคนไทยมอง

แต่!! ความจริงแล้ว อาหารไทยในอังกฤษ ที่เรามองว่าถูกนั้น ก็ยังจัดเป็นอาหารค่อนข้างราคาแพงกว่าอาหารทั่วไปในอังกฤษนะครับ

เพราะอาหารไทยคือ อาหารรสเลิศระดับโลกไปแล้ว




วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น สาขาไทยแพงกว่าที่อังกฤษ !!





วันนี้ขออนุญาตขอพักซีรีย์ เรื่องทำไมทหาร...ประชาชน ไว้ก่อนครับ พอดีมีเรื่องอยากเขียนมากกว่า

หลังจากที่ผมเคยเขียนเรื่อง ข้าวไทยแพงกว่าข้าวญี่ปุ่น , ไข่ไทยแพงกว่าไข่ญี่ปุ่น , ราคาอาหารจานเดียวควรมีราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนไทยเกิดในประเทศที่ได้ชื่อว่า แหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุดในโลก แต่กลับกินอาหารแพงกว่าชาติที่เจริญแล้ว เมื่อเทียบกับค่าครองชีพของแต่ละประเทศ

ที่ผ่านมาหลายบทความ ผมเน้นไปที่อาหารพื้นฐานของประชาชนทั่วไป แต่วันนี้ขอเขียนเรื่องอาหารหรู ๆ สักหน่อยครับ

สิ่งที่ผมอยากนำเสนอในบทความนี้เป็นเรื่อง คนไทยกินเป็ดย่างแพงกว่าคนอังกฤษ โดยผมจะเน้นไปที่ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น (Roasted duck) เป็ดย่างที่ได้รับการยกย่องว่าอร่อยที่สุดในโลก ที่ภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น กรุงลอนดอน (Four Seasons Roasting Duck Restaurant) ให้เห็นเป็นตัวอย่าง ครับ

คือเริ่มจากที่ผมอ่านคอลัมภ์แนะนำร้านอาหารของ manager ออนไลน์ เขาแนะนำร้านเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นลอนดอน สาขาประเทศไทย 2 สาขา คือที่ สยามพารากอน และ เมกา บางนา


ภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น สาขาในไทย

โดยที่สาขาในไทย เขาแนะนำไว่ว่า เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นส์ (ตัวละ 1,100 บาท++) โดยทางร้านใช้เป็ดไทยพันธุ์ผสมที่คัดมาเป็นพิเศษเฉพาะของทางร้าน (แต่ในช่วงปลายเดือนธ.ค.55 จะมีเป็ดที่ส่งตรงมาจากลอนดอนโดยเฉพาะ) นำมาล้างทำความสะอาดแล้วผ่านขั้นตอนการทำแบบเป็ดย่างสูตรต้นตำรับจากลอนดอนแท้ๆ

คลิกที่รูปอ่านสกูู๊ป astv

จากที่ร้านแนะนำ ราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่ปรุงในไทยด้วยเป็ดในไทย ขายตัวละ 1,100บาท++ นั่นแปลว่า ราคาเริ่มต้นที่ 1,100บาทเป็นอย่างต่ำ เช่นตอนนี้ยังใช้เป็ดไทย ก็คงราคาเท่านี้ แต่หากได้วัตถุดิบเป็นเป็ดที่ส่งตรงมาจากลอนดอนโดยเฉพาะ ก็คงมีราคาแพงขึ้นไปอีก (นำเป็ดมาปรุงที่ไทย) 

ส่วนเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นสาขาไทย  ขายครึ่งตัวที่ราคา 600บาท !!

(ก่อนหน้านี้เคยมีห้างสรรพสินค้าบางห้าง สั่งเป็ดย่างปรุงเสร็จแล้วจากลอนดอนส่งตรงมาขายในไทยตกตัวละ2พันกว่าบาท )

แน่นอน คนชั้นกลางระดับบนขึ้นไป จะไปทานอาหารเป็ดย่างหรูราคาตัวละพันกว่าบาทกินได้ประมาณ 3คน ย่อมไม่คิดมากอะไร เพราะถือว่าให้รางวัลพิเศษสำหรับตัวเองเป็นบางโอกาส

แต่สำหรับคนไทยที่ชอบมองภาพรวมของสังคมและประเทศอย่างคนชั้นกลางค่อนไปทางยากจนอย่างผม ก็อดคิดไม่ได้ว่า แล้วที่ภัตตาคารโฟร์ซีซั่นที่ลอนดอน ต้นตำรับเขาขายเป็ดย่างตัวละเท่าไหร่กัน


ภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นสาขากรุงลอนดอน

ผมจึงไปสืบหาข้อมูลมาได้ว่า ภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นลอนดอน สาขาออริจินอล เขาขายเป็ดย่างครึ่งตัวราคา 12 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยแค่ 600 บาทเท่านั้น (ในขณะที่สาขาในไทย ขายครึ่งตัว 600 บาทเท่ากัน) 

แต่ถ้าซื้อทั้งตัวจะราคาตัวละ 20.80 ปอนด์ หรือตัวละ 1,040 บาท ถูกกว่าไทยอีก (ราคาล่าสุด ณ.เดือนกรกฎาคม2012) โดยที่ทางร้านได้ลงรายการอาหารโดยละเอียดไว้ดังนี้


คลิกที่รูปนี้เพื่อขยาย!!
ขออภัยรูปล่ม



และผมก็หาข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดว่า สำหรับคนที่เคยไปกินเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่ลอนดอน เขาเขียนลงในบล็อคเมื่อเดือนมีนาคม2012 ที่ผ่านมาไว้ว่า เป็ดย่างโฟร์ซีซั่นขายตัวละ 18ปอนด์ (£18) หรือขายตัวละประมาณ 900 บาทเท่านั้นเองครับ แสดงว่าณ. วันที่ผมเขียนบทความนี้ ได้มีการปรับราคาขึ้นไปแล้ว


คลิกที่รูปนี้เพื่อขยาย!!
ขออภัยรูปล่ม



จากที่ผมนำเสนอข้อมูลมาทั้งหมดนี้ คุณผู้อ่านมองออกรึยังครับ?

ลอนดอน ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดชาติหนึ่งในโลก กรุงลอนดอน มีค่าแรงขั้นต่ำที่สูงกว่ากรุงเทพฯ หลายเท่า

ค่าแรงขั้นต่ำในลอนดอนอยู่ที่ประมาณ 8 ปอนด์ต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 3,200บาทต่อวัน ในขณะที่กรุงเทพฯ มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาทต่อวันเท่านั้น

คนงานลอนดอนทำงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำวันเดียว จะมีเงินมากพอไปซื้อเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่กรุงลอนดอน ได้เท่ากับ 3,200 หาร 1040 จะซื้อได้ประมาณ 3.07 ตัว

ในขณะที่คนงานในกรุงเทพฯ ต้องทำงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำนานถึง 3 วันครึ่ง ถึงจะมีเงินมากเท่ากับราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่สยามพารากอนแค่ 1 ตัว เท่านั้น



--------------------

ทำไมช่องว่างรายได้ของคนรวย กับคนจนในเมืองไทย มันแตกต่างกันมากเหลือเกิน

สำหรับความคิดส่วนตัวของผม ผมคิดว่า เพราะคนรวยพยายามเอาเปรียบคนจน เพื่อเขาจะได้มีเงินเหลือไปกินอาหารราคาแพงกว่าปกติที่ควรจะเป็นในเมืองไทยได้ไงครับ

ผมขอแถมให้เมนูพื้นๆ อีกสักอย่างนะครับ

ข้าวเปล่า (steamed rice) ในภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น สาขาลอนดอน เขาขายข้าวเปล่าถ้วยละ 2.20 ปอนด์ หรือประมาณถ้วยละ 110 บาท ทั้งๆ ที่ภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังในโลก ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ข้าวหอมมะลิจากไทย

ในขณะที่ ภัตตาคารโฟร์ซีซั่นสาขาในไทย ราคาข้าวเปล่าถ้วยละ 25 บาทเข้าไปแล้ว ทั้งๆ ที่ไทยคือผู้ผลิตข้าวหอมมะลิเอง

บิลราคาอาหารที่ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น เมกา บางนา
ขออภัยรูปล่ม


ในขณะที่ค่าแรงคนอังกฤษเฉลี่ยแล้วสูงกว่าคนไทย 10 เท่า แต่ข้าวเปล่าในภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นแห่งกรุงลอนดอน กลับแพงกว่าข้าวเปล่าในภัตตาคารเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นในไทย เพียงแค่ 4.4 เท่า เท่านั้น

สรุปง่ายๆ เลยนะว่า คนไทยทานอาหารแพงกว่าคนอังกฤษอีกแล้วครับท่าน

ถ้าไง ใครอยากลองกินเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น แต่มีงบน้อย ก็คงต้องยอมซื้อเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นของ ซีพี มาลองกินแล้วกัน (ผมแนะนำไปทั้งๆ ที่ไม่ชอบแนวคิดเจ้าสัวซีพี แต่ผมก็ซื้อร้านเซเว่นของซีพีเป็นประจำ เพราะไม่มีทางเลือก)

------------------------------


แถมราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่ออสเตรเลีย

ราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่น ที่สาขาออสเตรเลีย ยิ่งถูกกว่าไทยมากกก!!

คลิกที่รูปนี้เพื่อขยาย!!


ครึ่งตัวขายแค่ 15 เหรียญau ก็ราวๆ 480 บาท ถูกกว่าที่ไทยเยอะเลย เพราะครึ่งตัวไทยขาย 600บาท

ทั้งที่ค่าแรงขั้นต่ำคนออสเตรเลีย วันละประมาณ 4,000 บาทต่อวัน สูงกว่าค่าแรงคนอังกฤษเสียอีก และสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำวันละ300บาท ของ คนกรุงเทพกว่า 13 เท่า

ส่วนข้าวเปล่าที่ร้านโฟร์ซีซั่น สาขาออสเตรเลีย ถ้วยละ 2 เหรียญau หรือ 64 บาทต่อถ้วยครับ

แต่อย่างว่าล่ะนะ ประเทศจน ๆ คนจน ๆ อย่างคนไทย มันต้องซื้อของแพงกว่าปกติอยู่แล้ว ก็อย่างรถยนต์สิ คนไทยยังซื้อแพงกว่าสหรัฐอเมริกาเลย


คลิกอ่าน อัพเดทราคาเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นปี 2557 - 2558


ผู้ติดตาม