วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ไมร่า ผู้ชนะไทยแลนด์ก๊อดทาเล้น เป็นหลานสนธิลิ้ม!!



ฟังสนธิ ลิ้มทองกุล บอกไมร่า เด็กหญิงอายุ13ปี ผู้ชนะไทยแลนด์ก๊อดทาเล้น2011 เจ้าของเสียงโอเปร่า เป็นหลานของสนธิ

ให้ดูตั้งแต่นาทีที่21 เป็นต้นไป (เพื่อข้ามเรื่องการเมืองไป)




สนธิ - อะฟังเพลง งวดนี้ผมเอา Sarah Birghtman มาให้ฟัง Sarah Birghtman อดีตภรรยา Andrew Lloyd Webber เป็นคนซึ่งทำละครเพลง ทำจนได้เป็นเซอร์ ละครเพลงที่มีชื่อที่สุดคือ Phantom of the Opera เป็นเพลงคลาสิก เดี๋ยวฟัง Sarah Birghtman แล้วเดี๋ยวผมจะมีเซอร์ไพรส์ เชิญฟัง Sarah Birghtman

(VTR: Sarah Birghtman-TIME TO SAY GOODBYE)

สนธิ - ท่านผู้ชมครับ สับสนนิดหนึ่ง เมื่อกี้เอาเพลง Sarah Birghtman-TIME TO SAY GOODBYE ให้ฟัง ผมต้องการให้ฟังเพลงนี้ว่า นักร้องระดับโลกนั้นร้องเพลง TIME TO SAY GOODBYE เพราะขนาดไหน แล้วเผอิญผมมีหลานสาวอยู่ 2 คน ชื่อ ไมร่า มอนลอยด์ กับไนน่า มอนลอยด์ เขาก็ร้องเพลง TIME TO SAY GOODBYE เหมือนกัน เมื่อกี้ฟัง Sarah Birghtman ไหนลองฟัง ไมร่าเขาร้องหน่อยซิ

จินดารัตน์ - แสดงว่าคุณสนธิแยกไม่ออกเลยว่า เมื่อสักครู่โปรดิวเซอร์เชื่อมเสียงของ Sarah Birghtman เปิดตอนหัว แล้วต่อด้วยเสียงหลานสาวคุณสนธิ

สนธิ - เผื่อท่านผู้ชมไม่เข้าใจ ท่านผู้ชมครับ เพลงต่อไปนี้ เพลง TIME TO SAY GOODBYE ร้องโดยหลานสาวผม ไมร่ากับไนน่า แต่คนที่ร้องจริงคือ ไมร่า เป็นผู้หญิงผมดำ เด็กหน้าตาน่ารัก คนนั่งติดผมคือ ไมร่า เขาร้องเพลงของ Sarah Birghtman ลองดูซิครับร้องดีไหม

(VTR หลานสาว)

สโรชา - สุดยอด

สนธิ - คนที่ร้องชื่อ ไมร่า อายุ 13 น้องสาวชื่อ ไนน่า

จินดารัตน์ - อยู่เมืองไทยใช่ไหมคะ

สนธิ - อยู่เมืองไทย เรียนโรงเรียนอินเตอร์ชื่อ โชรส์เบอร์รี่ วันเกิดของผม ตัวจอห์น ลอยด์ คือพ่อเขากับตุ้มแม่เขา ทุกปีเขาจะมาแล้วเอาหลานสาวร้องเพลงให้ผมฟัง ผมเห็นตั้งแต่แบบเบาะ สนิทกันมาก ไมร่าร้องเพลง TIME TO SAY GOODBYE ร้องให้พี่น้องพันธมิตรฯ ฟังที่บ้านพระอาทิตย์ ผมฟังยังรู้สึกทึ่ง ทั้งที่ผมรู้ว่าไมร่าร้องเก่ง อายุ 13 เองนะครับ เขาก็เลยเอาซีดีที่เขาร้องเพลงมา ผมเลยจงใจเอา Sarah Brightman

สโรชา - ต้นฉบับ

สนธิ - ต้นฉบับมาร้อง แล้วผมก็ไม่รู้ว่าโปรดิวเซอร์เขาเชื่อมเพลง เชื่อมยังฟังไม่ออกเลยว่าเป็นเสียงของหลาน ต้องขอประทานโทษท่านผู้ชม

จินดารัตน์ - เขายืนยันว่า เป็นเสียงหลานสาว เขาเชื่อมมาโดยที่เราฟังเราก็ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไหร่

สนธิ - น้องสาวชื่อ ไนน่า อายุ 11 ร้องเพลงเก่งทั้งคู่

จินดารัตน์ - เป็นนักร้องรึยังตอนนี้

สนธิ - ตอนนี้อยู่ SONY 13 เองนะ แต่วันนี้ผมมีเพลงอีกเพลงหนึ่งที่จะให้ท่านผู้ชมดู เลือกมาโดยเฉพาะ


จาก http://astv.mobi/AIMfqjY


-------------------------------


ทีนี้ลองดูเทียบกันชัดๆ ในเพลงเดียวกัน "Time To Say Goodbye" ของซาร่า ไบรท์แมน เจ้าของเพลงตัวจริง(ในรุ่นหลัง) กับไมร่า หนูน้อยวัย13 ชัดๆ อีกครั้ง!! (ส่วนคนร้องเพลงนี้และดังสุดๆในอดีตคือ MARIA CALLAS)



สมมุตินะสมมุติ ถ้าคนรวยยอมทุ่มเงินสัก5ล้านโหวตให้ลูกตัวเอง ยังไงๆก็ยังกำไรอีก5ล้าน!! จริงมะ??

(ในการแข่งขันของต่างประเทศ เขาจะมีระบบตรวจสอบการส่งsms โดยกำหนดไว้ว่าวันนึงๆ แต่ละเบอร์ห้ามโหวตเกินกี่ครั้งต่อวัน)


----------------------------------------


ก่อนจบบทความ ผมอยากให้เราดู เพลงเดียวกัน ของผู้เข้าชิงอเมริกันก๊อดทาเล้น2010 หนูน้อย Jackie Evancho มาร่วมร้องกับ ซาร่า ไบรท์แมน เจ้าของเพลง ในเพลง"Time To Say Goodbye" เหมือนกัน ว่าหนูน้อยอเมริกันเจ๋งสุดๆแค่ไหน!! (ซึ่งผลการตัดสินหนูน้อยแจ๊คกี้ เธอได้แค่ที่2เท่านั้น)



ทีนี้เรามาดู เพลงO Mio Babbino Caro จากนักร้องระดับตำนานทั้ง3รุ่นเปรียบเทียบกันครับ คนแรกคือMARIA CALLAS คนที่2คือ Sarah Brightman และคนสุดท้ายคือ หนูน้อยJackie Evancho


--------------------------------


akecity ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมที่เวลา23.11น. ว่า

ผมเข้ามาอ่านหลายๆคห.แล้ว ผมอยากบอกว่า น้องไมร่า เธอไม่ผิด!! เพราะเธอก็มีความสามารถ

แต่ที่ผิด!! มันคือระบบการโหวต ที่พวกเรายังคาใจว่า มันโปร่งใสแค่ไหน???


ไนน่า (คนน้อง) กับ ไมร่า (พี่สาว)



แนะนำอ่าน ข้อดีที่ไมร่า ชนะไทยแลนด์กีอดทาเล้น!!


นักแสดงหนังav ไม่ใช่โสเภณี



ขอยกความเห็นของผม ในเว็บบันเทิงผู้จัดการมาลง ในข่าวของป้างกับมิยาบิ ทั้งๆที่ข่าวนั้นผ่านไปหลายวันแล้ว ผมไปโพสเป็นลำดับที่93 ข่าวก็กำลังจะตกอยู่แล้ว เพราะคนเริ่มเข้ามาอ่านน้อยลง

ในความเห็นข่าวนั้น คนไทยเข้าใจว่านักแสดงav ไม่ต่างจากโสเภณี แถมคนไทยจำนวนมากด่านักแสดงavญี่ปุ่นและดูถูกประเทศญี่ปุ่น ประหนึ่งประเทศไทยเราเลิศสุดๆ

ผมเลยอยากอธิบายความต่างของนักแสดงเอวีกับโสเภณี และประเทศที่ดูถูกนักแสดงเอวีอย่างคนไทยนั้น ทำไมกลับมีสภาพสังคมเสื่อมยิ่งกว่าเขา? (ทิ้งประเด็นไว้ให้คิดต่อ)

พอผมโพสไปไม่นานกลับมีคนเห็นด้วยกับผม และโหวตให้มากพอควร ผมคิดว่า น่าจะเป็นความเห็นที่ดีความเห็นนึง เลยขอนำมาลงตรงบล็อคไว้หน่อย เผื่อช่วยให้คนไทยอีกหลายๆคนเข้าใจว่า นักแสดงเอวี ต่างกับโสเภณีอย่างไร? ครับ

V


V

โสเภณี ไปกับผู้ชายที่พร้อมจะจ่ายทุกคน

แต่นักแสดงหนังav เขาต้องมีการคัดเลือกผู้ชายเข้ามา และผ่านการตรวจโรคอย่างเคร่งครัดเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมหนังav

นักแสดงหนังav ไม่ได้นอนกับผู้ชายทุกวันเหมือนโสเภณีนะครับ

นักแสดงเอวี นอกจอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป นั่นแหล่ะ

แต่โสเภณีบางครั้งนอนกับผู้ชายวันละเป็นสิบๆคนและทุกวัน ไม่เลือก!! ขอเงินถึงไปได้หมด

ถ้าคนไทยยังแยกแยะไม่ออกว่า นักแสดงav เขาไม่ใช่โสเภณี ผมก็ไม่แปลกใจว่า ทำไม??

โปรดทราบ!! เด็กหญิงไทยท้องก่อนอายุ18 สูงที่สุดในเอเซียครับ

และภาพพจน์หญิงไทย แย่กว่าผู้หญิงญี่ปุ่นเยอะครับ ในสายตาของชาวต่างชาติ!!

ที่สำคัญ!! คดีข่มขืนของไทยสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นหลายเท่าแบบเทียบกันไม่ติดเลย

newake


-------------------------------

แต่ถึงแม้จะมีคนเห็นด้วยกับผมหลายโหวต แต่ก็ต้องมีคนที่ออกมาอวดค้านบ้าง ซึ่งคนแรกเขาออกมาค้านใช้ชื่อว่า ม่ายรู้จริงหนิ ออกมาคิดค้านว่า

ญี่ปุ่นน่ะมีคนเป็นเอดส์เพียบ แต่เขาไม่มีการให้ข่าวหรือทำเป็นสถิติเหมือนคนไทย กลัวเสียภาพลักษณ์เพราะมันเยอะมาก ละครหลายๆๆๆปีที่แล้วที่นางเอกอยากดูคอนเสิร์ตยอมนอนกับผู้ชายแลกตังค์มาซื้อบัตร สุดท้ายนางเอกติดเอดส์และได้รักกับพระเอก นั่นมันสะท้อนความจริงของสังคมที่โน่น เอวีพวกนี้ไม่ได้ตรวจโรคทุกครั้งที่ถ่ายมันเสียเวลาทำมาหากินของเขา เด็กในสังกัดจะมีเวลากำหนดส่งใบตรวจ ไอ้ช่วงนั้นล่ะหากมันติดก่อนหรือหลังใครจะรู้
ม่ายรู้จิงหนิ


ซึ่งผมก็พยายามกลับไปตอบในข่าวนั้น แต่ความเห็นก็ไม่ขึ้น อาจเพราะ เว็บเขาเลิกตรวจข่าวเก่า ซึ่งผมตั้งใจเข้าไปตอบไว้ว่า

สิ่งที่ผมนำเสนอ คือเรื่องของระบบที่วงการAVเขาทำกันรับรู้ทั่วไป ผมไม่ใช่คนในวงการจึงตอบเท่าที่รู้ในเรื่องระบบ อะไรที่นอกระบบ ก็ต้องคนในวงการเท่านั้นที่รู้จริง เหมือนคุณม่ายรู้จิงหนินั่นแหล่ะ

ส่วนเรื่องตรวจแล้วไม่เจอ มันก็เป็นปัญหาในทุกประเทศนั่นแหล่ะ ไม่ใช่ในวงการavเท่านั้น ทุกวงการนั่นแหล่ะ เวลาไปตรวจHIV มันก็มีช่วงเวลาที่โรคยังไม่แสดงออก ซึ่งเป็นช่วงที่ที่ไหนๆในโลกมันก็ตรวจไม่เจอได้ทั้งนั้น
newake

และก็ยังมีคนใช้ชื่อว่า ครึ่งนึง ออกมา แขวะผม ไว้ว่า

เห็นด้วยกับคุณที่ปกป้องนางเอก Av.แต่กลับไปดูถูกโสเภณีแทน เฮ้อ คนเรามันก็ 1+1=2 เหมือนกับคุณน่ะแหละมองว่าสิ่งที่ตัวเองชอบ "ดี" สิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ "ไม่ดี"
ครึ่งนึง

ผมตั้งใจเข้าไปตอบคุณครึ่งนึง แต่คห.ไม่ขึ้น ดังนี้

คือสิ่งที่ผมนำเสนอคือข้อเท็จจริงของสองอาชีพ คุณครึ่งนึงช่วยบอกผมหน่อยว่า ผมดูถูกอาชีพโสเภณีอย่างไร และต่างกับการนำเสนอข้อเท็จจริงของอาชีพโสเภณีอย่างไรด้วยครับ
newake

---------------------------

คนไทยนี่แปลกอย่างนะครับ คือประเทศเราน่ะเสื่อมทรามมากในด้านศีลธรรม แต่คนไทยก็ไม่วายไปดูถูกชาติอื่น ทั้งๆที่เขามีปัญหาการละเมิดสิทธิสตรีน้อยกว่าไทยอีก

ผมมองว่าคนไทยเราไม่ค่อยยอมรับความจริงกันครับ ทั้งๆที่ภาพพจน์ของประเทศไทยในเรื่องดินแดนแห่งsex คือที่1ในเอเซียในสายตาของชาวต่างชาติ

ทำไม เราถึงมีภาพพจน์แบบนั้น? ทำไมเด็กไทยใจแตก ทำแท้งมาก? (กรณีศพเด็ก2002ศพ ดังไปทั่วโลก) ทำไมผู้หญิงไทยถึงถูกต่างชาติมองอย่างเสียหาย?

ทำไมเด็กชายไทยอายุ13 ถึงฆ่าข่มขืนเด็กผู้หญิงอายุ9ขวบได้??

คนไทยต้องหันมาตระหนักถึงปัญหาและยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน ถึงจะมองเห็นทางออกของปัญหาได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ถาม เจ้าชายสิทธัตถะทรงทิ้งลูกทิ้งเมียผิดไหม ?



 ทความต่อไปนี้ ผมเขียนจากความเข้าใจส่วนตัว หากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ หากมีผู้รู้มากกว่าจะมาช่วยชี้แนะ ก็เรียนเชิญ เพื่อความถูกต้องและช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา




--------------------------

เจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้า ทรงทิ้งพระโอรสและพระชายา ผิดมั้ย??

หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะ ได้แอบเสด็จออกไปเห็นสภาพชีวิตของประชาชนนอกเมืองแล้ว พระองค์ทรงรู้สึกว่า คนเรานั้นมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นเรื่องของทุกข์ที่ไม่จบไม่สิ้น

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นสภาพความเป็นจริงของการมีชีวิต และการเกิดแล้วว่า เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ พระองค์จึงทรงปรารถนาหนีให้พ้นจากความทุกข์เหล่านี้ ด้วยการตัดสินพระทัยจะออกจากพระราชวัง เพื่อไปค้นหาหนทางดับทุกข์

ในวันที่พระองค์ทรงตัดสินใจจะออกจากพระราชวัง เป็นเวลาที่พระโอรสราหุลได้ประสูติ

เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อได้ทราบว่า พระกุมารประสูติ ทรงเปล่งอุทานออกมาว่า "ราหุ ชาโต พันธนัง ชาตัง" แปลว่า "ราหุ (บ่วง) เกิดขึ้นแล้ว พันธนาการเกิดขึ้นแล้ว" 

หมายความว่า พระกุมารที่ประสูติจะเป็นบ่วงร้อยรึงพระองค์ไว้กับภริยาและชีวิตฆราวาส ซึ่งพระเจ้าสุทโธทนะทรงเข้าใจว่า สิทธัตถราชกุมารทรงตั้งพระนามโอรสอย่างนั้น จึงทรงขนานนามพระภาคิไนย (พระเจ้าหลาน) ว่า "ราหุล" อันแปลว่า "บ่วง" (เฉพาะย่อหน้านี้จากวิกิพีเดีย)

---------------------

พวกต่างศาสนา และพวกนอกศาสนา มักโจมตีว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองฝ่ายเดียว ถึงทิ้งลูกทิ้งเมียไป

ผมขออธิบายว่า ถ้าเป็นสามัญชนทั่วไป การทิ้งลูกทิ้งเมีย ย่อมเป็นบาปแน่นอน

ส่วนกรณีของเจ้าชายสิทธัตถะ ถ้าทรงทิ้งพระโอรสทิ้งพระชายา ทิ้งพระบิดาไปจริง ๆ นั่นก็บาปเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าที่จะได้รับจากการสละความสุขทางโลกของเจ้าชายสิทธัตถะนั้น กลับจะเป็นผลดี เป็นผลบุญต่อทั้งพระโอรส พระชายา พระราชบิดา พระราชมารดา มากกว่าอย่างมหาศาล และยังเป็นประโยชน์เป็นคุณอนันต์ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลก ที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้หนทางหลุดพ้นจากทุกข์ด้วยหนทางที่พระองค์จะทรงค้นพบ  (ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของพระองค์ พระองค์ทรงเกิดมาเพื่อตรัสรู้)

เจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้านั้น ได้ทรงบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติหลายอสงไขย ทั้งพระราชมารดา พระราชบิดา พระชายา และพระโอรส ของเจ้าชายสิทธัตถะนั้น ก็ได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลสนับสนุนส่งเสริมพระบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ร่วมกับเจ้าชายสิทธัตถะมาแล้วหลายภพหลายชาติ

ทุกๆ พระองค์ได้เคยเกิดมาเป็นพ่อแม่ เป็นเมีย เป็นลูกกับพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติแล้ว เพื่อร่วมส่งเสริมให้พระโพธิสัตว์ได้สำเร็จมรรคผล และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย

หากเราเป็นพ่อแม่คน เราคงรู็ดีว่า การที่ต้องตัดสินใจจากลูกจากเมีย จากพ่อแม่ นั้น ยากลำบากใจและทุกข์ใจขนาดไหน 

แต่เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมีพระสติปัญญาบารมีที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ ที่จะทรงคิดได้ว่า ทุกข์จากการทิ้งลูกเมียตรงนี้ ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดมิรู้จบ 

แล้วเจ้าชายสิทธัตถะจึงตัดสินใจละความสุขทางโลกของพระองค์ เพื่อไปแสวงหาหนทางดับทุกข์อย่างยั่งยืน เพื่อกลับมาช่วยพระญาติของพระองค์ นั่นจะเป็นสิ่งที่จะประเสริฐที่สุด

----------------

แม้พระนางยโสธรา หรือ พระนางพิมพาพระวรชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ จะทรงเศร้าโศกเสียพระทัยที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ละทิ้งพระองค์ไป แต่นั่นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวที่ทรงรู้สึกเท่านั้น เพราะพระนางพิมพาได้ทรงร่วมบำเพ็ญบารมีส่งเสริมพระโพธิสัตว์มาหลายภพหลายชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน

(เวลาแค่พริบตาเดียว หมายถึง พริบตาเดียวเมื่อนำไปเทียบกับเวลาในการเวียนว่ายตายเกิดในวีฎสงสาร ที่นานมากหาที่สุดมิได้)

พระนางยโสธราทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระโพธิสัตว์มาแล้วนับชาติไม่ถ้วน ด้วยกุศลที่ทำมาร่วมกันนั้น ผลบุญจะช่วยน้อมนำให้พระนางพิมพาทรงรู้สึกปิติยินดีมากกว่าเสียพระทัย และพระองค์จะได้มหากุศลจากการร่วมอนุโมทนาบุญต่อการตัดสินพระทัยที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นด้วย

อดีตชาติก่อนหน้าชาตินี้พระนางยโสธรา ได้เคยเกิดเป็นพระนางมัทรี พระชายาของพระเวสสันดร

ชาลีราชกุมาร โอรสของพระเวสสันดร ก็คือ พระราหุล

ส่วนกัณหาชินาราชกุมารี พระธิดาของพระเวสสันดร ก็คือ พระอุบลวรรณาเถรี เอตทัคคะในฝ่ายผู้มีฤทธิ์เท่าพระโมคคัลลานะ

-----------------

ทีนี้ประเด็นทิ้งลูกทิ้งเมียบาปแค่ไหน ??

หากคนธรรมดา ทิ้งลูกทิ้งเมียให้ลำบาก ไม่อยู่ตอบแทนเลี้ยงดูคุณบิดามารดา นั่นคงเป็นบาปหนักพอควร

แต่ในกรณีของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงทิ้งพระชายา และพระโอรส นั้น ทั้งพระชายา และพระโอรสจะไม่ทรงลำบากกายใด ๆ เลย เพราะเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ที่จะมีความสุขสบายไปได้ตลอดชีวิต บาปกรรมส่วนนี้จึงนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบุญกุศลที่ทุก ๆ พระองค์จะได้รับจากการร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า


นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จะต้องมาประสูติในวรรณะกษัตริย์ เพื่อจะได้ไม่ให้พ่อแม่ ลูกเมีย ต้องลำบาก หากพระองค์ไม่ได้อยู่เพื่อส่งเสียเลี้ยงดู

------------------------

สรุปความจริงกว่า !!

แต่ความจริงที่เรามองว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงทิ้งลูกทิ้งเมียนั้น มันคือการคิดแบบปุถุชนที่ยังเต็มไปด้วยกิเลสที่คิดไปเองตามที่สติปัญญาอันน้อยนิดจะคิดได้ ว่าการอยู่เสวยสุขในพระราชวังคือความสุขที่แท้จริง เฉกเช่น หนอนแมลงวันมีความสุขอยู่บนกองอุจจาระ

เพราะความจริงเจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ทรงทิ้งพระชายาและพระโอรสเลย แต่พระองค์ทรงหลีกออกจากความสุขจอมปลอม เพื่อไปค้นพบหนทางหมดทุกข์หรือไปค้นพบความสุขที่เที่ยงแท้ เพื่อกลับมาช่วยลูกเมียและพระประยูรญาติทั้งหลายของพระองค์ให้พ้นทุกข์จากการเวียนว่ายตายเกิดต่างหาก

-----------------------

เจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้ขออนุญาตพระราชบิดาเพื่อไปบวชหรือไม่ ?

คลิกอ่านรายละเอียดเรื่อง เจ้าชายสิทธัตถะหนีไปบวชโดยไม่ขออนุญาตพระราชบิดาจริงหรือไม่





วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ไข่ไทยแพงกว่าไข่ญี่ปุ่น!!



ก่อนจะไปเรื่องไข่ ขอเรื่องเกาเหลาก่อนครับ

คือเมื่อวันศุกร์ที่20 พ.ค.54 ที่ผ่านมา ในเวลาประมาณ เที่ยงคืน ผมกำลังกินข้าวกับเกาเหลาลูกชิ้นเนื้อ พิเศษ35.- มีลูกชิ้นลูกใหญ่8ลูก ทั้งลูกชิ้นเนื้อ กับลูกชิ้นเอ็น ผสมปนกัน

เจ้านี้ยังขายราคาธรรมดา 30บาท พิเศษ35.- เหมือนเดิม ไม่ขึ้นราคามาสัก2ปีแล้ว น้ำซุปก็อร่อยดี นั่นแสดงถึงน้ำต้มกระดูกที่คุณภาพถึงมาตรฐาน ไม่เหมือนบางเจ้า ขายแพงกว่านี้ไปหมดแล้วคือธรรมดา35.- พิเศษ40.- ขึ้นไป แต่น้ำซุปเจ้าอื่นไม่ได้เรื่อง อร่อยสู้เจ้านี้ไม่ได้

พวกบรรดาแท๊กซี่ รถกระเป๊าะ และมอไซค์รับจ้าง นิยมมาซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านนี้กันมาก เพราะคนขายแกไม่หวงของ บอกพี่ขอผักเยอะ แกก็จัดให้ แถมเครื่องปรุงยังให้น้ำตาลกับพริกป่น 2ชุด ด้วย ถ้าอยากได้น้ำส้มเพิ่มอีก แกก็จัดให้ บางครั้งคนขายยังถามเลยว่า เอาน้ำซุปแค่ไหน แค่นี้พอมั้ย? ถ้าเราอยากได้เยอะ แกก็จัดให้ แถมยังถามลูกค้าด้วยว่า ถ้าชอบเปรี้ยวขอน้ำส้มสายชูเพิ่มได้นะ

ช่างเป็นผู้ขายก๋วยเตี๋ยวที่มีน้ำใจต่อลูกค้าจริงๆ เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวที่ผมเจอหลายร้าน พอขอผักเยอะๆ ทำหน้าบูดขึ้นทันที แถมก็ไม่ได้เพิ่มผักตามคำขอเลย ส่วนบางเจ้า พอขอผักเพิ่ม ก็ให้นะ แต่คิดราคาพิเศษเพิ่มเข้าไปอีก

ผมอยากจะบอกเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ทั้งหลายว่า คนที่เขาซื้อเกาเหลาน่ะ เขาชอบทานผักเยอะๆ เขาถึงเลือกซื้อเกาเหลา แต่คนขายก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ ชอบงกผัก ทั้งๆที่ขึ้นราคาไปตั้งเยอะแล้ว

ผู้ค้าอย่าเอาเปรียบลูกค้ากันนักเลยนะ ถือว่า ช่วยสนับสนุนให้คนไทยกินผัก ผลบุญจะได้ช่วยให้เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและครอบครัวสุขภาพแข็งแรง

----------------------------

ทีนี้ในขณะกินข้าวกับเกาเหลาอยู่นั้น ผมก็เปิดทีวีช่อง3สี ดูรายการ เซย์ไฮ Say Hi ของคุณติ๊กกัญญารัตน์ ที่พาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้อย่างน่ารัก หมายถึง นำเสนอความน่ารักหลายๆอย่างของประเทศญี่ปุ่นน่ะครับ

ที่จริง ก่อนหน้านี้ร่วมๆ10กว่าปี ผมน่ะไม่เคยชอบดาราชื่อ ติ๊ก กัญญารัตน์เลย

แต่พอคุณติ๊ก กัญญารัตน์ จัดรายการ เซย์ ไฮ พาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำให้ผมเริ่มชอบคุณติ๊กขึ้นมาเรื่อยๆ นั่นเพราะผมก็รักประเทศญี่ปุ่นเหมือนเธอนั่นแหล่ะ ผมเลยจะดูรายการเซย์ ไฮ ของคุณติ๊ก เป็นประจำ

ซึ่งรายการเซย์ไฮ เมื่อวันศุกร์ที่20 ที่ผ่านมา คุณติ๊กพาไปชิมร้านราเมน ต่างๆในหลายที่ของญี่ปุ่น (คือผมกินไปดูไปฟังไป เลยไม่ค่อยได้จับรายละเอียดที่ไหนบ้าง)

แต่ผมมาสะดุด อยู่ที่ร้านราเมนร้านนึง คือเขาจะมีไข่ไก่ ไว้สำหรับลูกค้าใส่เพิ่มในราเมน ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ โดยที่คุณติ๊กนำเสนอว่า ถ้าใส่ไข่เพิ่ม ทางร้านขอคิดราคาไข่ไก่ฟองละ 50 เยน!!

ซึ่งเราต้องความเข้าใจก่อนนะครับว่า ค่าครองชีพญี่ปุ่นสูงกว่าไทยประมาณ10เท่า เช่น

ถ้าราเมนราคาอยู่ที่ชามละ 1,000เยน ก็ประมาณ360บาท  ส่วนราคาก๋วยเตี๋ยวไทยที่35บาท (แถวบ้านผมก๋วยเตี๋ยวส่วนใหญ่ชามธรรมดา35บาทเกือบทั้งนั้นแล้ว)

แต่ที่ญี่ปุ่น ราคาก๋วยเตี๋ยวก็จะอยู่ที่600-800เยนเป็นส่วนใหญ่ ราคาพันเยน ก็มีแต่ไม่มากเท่าราคา600-800เยน (220-290บาท)

ส่วนไข่ที่ใส่เพิ่มในราเมน เขาคิดเพิ่มฟองละ 50เยน ก็ประมาณ 18 บาทต่อฟอง ถ้าเปรียบเทียบว่าญี่ปุ่นค่าครองชีพสูงกว่าไทยประมาณ10เท่า ก็จะเท่ากับราคาไข่ญี่ปุ่น เมื่อแปลงเป็นราคาค่าครองชีพของคนไทย ไข่ญี่ปุ่นก็จะราคาแค่ 18หาร10เท่า = 1บาท80สต.ต่อฟองเท่านั้น

แต่เวลาเราคนไทยไปกินอาหารตามสั่งตามร้าน เราเพิ่มไข่1ฟอง คนขายคิดเพิ่ม5-7 บาทต่อฟอง นั่นแสดงให้เห็นว่า คนไทยกินไข่แพงกว่าคนญี่ปุ่นเมื่อเทียบต่อค่าครองชีพของแต่ละประเทศแล้ว

คนไทย กินไข่ฟองละ7บาท ในขณะที่คนญี่ปุ่นแปลงค่าครองชีพให้เท่าคนไทยแล้ว คนญี่ปุ่นกินไข่แค่ฟองละ 1.8บาทเท่านั้น


*@ หรือเราอาจคิดเล่นๆในอีกแบบนึงก็ได้ คือ@*
ค่าแรงขั้นต่ำญี่ปุ่นประมาณวันละ2,000บาท ซื้อไข่ปลีก1ฟอง ราคาฟองละ18บาท
ค่าแรงขั้นต่ำไทยประมาณ 200บาท ซื้อไข่ปลีก1ฟอง ราคาฟองละ5บาท

-----------------------------



นี่แหล่ะครับ พ่อค้าไทย ในทุกชนิดสินค้า เอาเปรียบคนไทยมากแค่ไหน (อาจมีคนอ้างว่ามันแพงจากต้นทางของสินค้ามาแล้ว)

ที่ญี่ปุ่น ราเมนชามนึงใหญ่และมีปริมาณมากกว่าประมาณ2-3เท่าของชามก๋วยเตี๋ยวที่คนไทยซื้อในเมืองไทยกิน

อย่างผู้ชายไทยจะกินก๋วยเตี๋ยวไทยให้อิ่ม ก็ต้องสัก2ชามเป็นอย่างน้อย ก็เท่ากับ60-70บาทต่อคน

ส่วนคนญี่ปุ่น กินราเมนชามใหญ่ๆชามเดียวอิ่มครับ เพราะใหญ่จริงๆ ในราคาชามละ300-360บาท ต่อคน ถ้าแปลงค่าครองชีพคนญี่ปุ่นให้เท่าคนไทย ก็เท่ากับ คนญี่ปุ่นกินก๋วยเตี๋ยวชามละ35บาท ชามเดียวอิ่ม! แต่คนไทยต้องกิน70บาทถึงจะอิ่ม!   (อ่านบทความความล้มเหลวของค่าเงินบาท โดยเปรียบเทียบที่ราคาโค้กกระป๋อง)

ผมกำลังจะบอกว่า คนไทยกินอาหารแพงกว่าคนญี่ปุ่นครับ เมื่อแปลงค่าครองชีพให้เท่ากัน อาหารจานเดียวของญี่ปุ่น เขาจานเดียวอิ่มจริงๆ

เฮ่อ.. พ่อค้าแม่ค้าไทย ช่าง...


------------------------

ผมลองเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาไข่ไก่เบอร์ใหญ่ 1โหลในอเมริกา ว่าราคาเท่าไหร่ ที่เว็บ Answers.com

ผมเจอคำตอบเกี่ยวกับราคาไข่ไก่ที่นิวยอร์ค ราคา2.65 เหรียญUS/โหล แปลงเป็นเงินบาทก็จะราคา 87.45บาทต่อ1โหล

ไข่ไก่ในนิวยอร์ค1โหลแพงกว่าไข่เบอร์ใหญ่สุดของไทยนิดเดียวเอง เพราะไข่เบอร์0ยี่ห้อดังของไทย โหลละ65บาทครับ

ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในอเมริกาชั่วโมงละ 240บาท แต่ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯวันละ215บาท!!




ค่าเฉลี่ยราคาไข่คละขนาดในอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม 2011 ที่ผ่านมา คือโหลละ 1.73 USดอลล่าห์ หรือ57บาทต่อโหล หรือฟองละ 4.75 บาท

(The average price of a dozen eggs in March was $1.73 / ข้อมูลอ้างจาก http://opinion.financialpost.com/2011/04/27/terence-corcoran-why-is-the-price-of-eggs-not-an-election-issue/)



คลิกอ่าน ข้าวของแพง กับสิ่งรัฐบาลต้องทำ!?


คลิกอ่าน สอนเสื้อแดงด้วยการชั่่งไข่!!



วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จิตสำนึกต่อสังคมต่ำของ นายประวิทย์ ช่อง3




เมื่อวันก่อน ผมได้อ่านข่าวว่า นายประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กบอสไทยทีวีสีช่อง3 ได้ออกมาพูดกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายจะย้ายละครหลังข่าวไปอยู่หลังเวลา 22.00 น.เพื่อแก้ปัญหาละครออกอากาศที่ไม่เหมาะสมนั้น

นายประวิทย์มองว่า "การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปไกล ผู้ที่ไม่ได้ชมละครหลังข่าวก็สามารถชมย้อนหลังผ่านอินเทอร์เน็ตได้ จึงมองว่าการแก้ปัญหาที่ดีน่าจะอยู่ที่ครอบครัวเป็นผู้แนะนำ เพราะถ้าเยาวชนไปเปิดดูปัญหาก็จะกลับมาเหมือนเดิม"

ผมว่านายประวิทย์ บิ๊กบอส ช่อง3 สอบตกเรื่องจิตสำนึกต่อสังคม เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หมดความน่านับถือ เพราะเห็นแก่ได้เกินไป

ใช่ครับ เด็กและเยาวชน สามารถไปดูละครเรท18+ ได้ที่ยูทูป ย้อนหลังได้

แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้คนอย่างบิ๊กบอสช่อง3 จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสังคมได้ เพราะการเป็นสื่อสารมวลชน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงกว่าคนทั่วไป

ช่อง3 ก็ควรควบคุมการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนให้ยากขึ้น ไม่ใช่ตอบแบบชุ่ยๆว่า ถึงยังไงเด็กก็ไปดูในอินเตอร์เน็ตได้

เพราะถ้าคนขนาดบิ๊กบอสช่อง3 อย่างนายประวิทย์ มาลีนนท์ ยังคิดยังพูดแบบนี้ ต่อไปก็จะมีคนออกมาบอกว่า อย่างงั้นก็มีฉากโป๊ ฉากจูบปากดูดดื่ม หรือฉากแก้ผ้าเปลี่ยนยกทรงในทีวีก็ได้ด้วยสิ เพราะยังไงๆเด็กๆก็สามารถไปหาดูเรื่องโป๊ๆเปลือยๆในอินเตอร์เน็ตกันอยู่แล้ว จริงมั้ย??

เพราะคำพูดไม่รับผิดชอบแบบนี้ เลยทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าคนอย่าง นายประวิทย์ ก็ไม่ต่างอะไรกับเฮียฮ้อ แห่งRS เลยครับ

----------------------------------

ทีนี้ผมจะยกตัวอย่าง จิตสำนึกของทีวีต่างประเทศ มาให้เห็นเป็นตัวอย่างนะครับ

กรณี เคที่ เพอร์รี่ นักร้องสาวsexy ถูกแบนเพราะแต่งกายไม่เหมาะสม ในรายการ เซซามี่สตรีท


โป๊มากไปจนกลายเป็นไม่รู้จักกาลเทศะ เคที่ เพอร์รี่ นักร้องสาวสวยรวยความอึ๋ม ไปออกรายการดังสำหรับเด็ก ''เซซามี่ สตรีท'' (Sesame Street) แต่ดันแต่งตัววาบหวิว โชว์เนินอก เลยถูกยกเลิกกลางคัน เพราะโดนผู้ปกครองโทรศัพท์มาร้องเรียนเรื่องความไม่เหมาะสม ขณะที่โฆษกรายการออกชี้แจง บอกรายการถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับอยู่แล้ว คือเด็ก กับผู้ใหญ่ และการนำคนดังมาเป็นแขก ก็เพื่อดึงดูดคนดูผู้ใหญ่

คลิปรายการหลุดลอดออกมาในสัปดาห์นี้ โดยมีคนเฉียดล้านแล้วที่ได้ดูมันผ่านทางเว็บไซต์ยูทู้บ ซึ่ง เพอร์รี่ วัย 25 ปี แต่งตัวโชว์เนินอก แสดงเพลงฮิต ''Hot N Cold'' เวอร์ชั่นน่ารักๆ คู่กับเจ้าเอลโม่ โดยมันถูกวางโปรแกรมว่าจะออกอากาศปลายปีนี้ แต่อย่างที่บอก ผู้ปกครองมากมายพากันร่อนจดหมายร้องเรียนถึงความไม่เหมาะสม และต้องการระงับมันไม่ให้ออกอากาศ ''พวกเขาคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ถนนเต้านม แทนแล้ว'' หนึ่งในเสียงร้องเรียนบอก

แต่ที่ปกป้องก็มี เช่น ''ถ้าหากลูกของคุณพูดอะไรอย่างคำว่า ''นม !'' ออกมา มันก็เพราะครอบครัว ไม่ใช่เพราะ เคที่ ! ฉันหมายถึงครอบครัวไม่ใช่เหรอที่ให้การศึกษากับเด็กๆ ! จะให้ใครมารับผิดชอบแทน !''

ด้านโฆษกของรายการ ''Sesame Street'' ออกแถลงการณ์ อธิบายว่า ''Sesame Street มีประวัติในการทำงานกับบุคคลที่มีชื่อเสียงทุกวงการ ทั้งนักกีฬา, นักแสดง, นักดนตรี และศิลปินต่างๆ Sesame Street เขียนบท 2 ระดับเสมอ คือเพื่อเด็ก และผู้ใหญ่ เราใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใหญ่ เพราะเรารู้ว่าเด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อได้ดูรายการร่วมกับผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล''


''เราเคารพความเห็นของผู้ชมเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นจากผู้ปกครอง และจากฟีดแบ็กที่เราได้รับในมิวสิกวิดีโอของ เคที่ เพอร์รี่ ที่เผยแพร่เฉพาะในยูทู้บ นั้น เราตัดสินใจว่าจะไม่ออกอากาศทางทีวี ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กก่อนวัยเรียน แฟนๆ ของ เคที่ เพอร์รี่ ยังติดตามชมวิดีโอนี้ได้ทางยูทู้บ''

http://www.siamdara.com/Hollywood/100926_21113.html


ทั้งที่ๆ เด็กอเมริกันเล่นอินเตอร์เน็ตกันทุกคน แต่ทีวีอเมริกา เขาก็มีจิตสำนึกว่า อย่างน้อยสถานีของเขาต้องไม่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสิ่งที่ยังไม่เหมาะแก่เด็กและเยาวชน

-----------------------------------------

ผมขอยกตัวอย่างอีก2กรณี คือ

กรณี รายการอเมริกันไอดอล แบนรองเท้าส้นสูงของเลดี้ กาก้า รูปอวัยวะเพศชายในรายการทีวีในช่วงที่เด็กและเยาวชนยังดูอยู่


“เลดี้ กาก้า” ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยสอน, ให้คอมเมนต์ และช่วยให้คำแนะนำต่าง ๆ กับผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย ในรายการ American idol ซึ่งไม่ใช่เพียงคำแนะนำต่าง ๆ ของเธอที่ผู้คนให้ความสนใจ แต่ร้องเท้าส้นสูงที่ล่อแหลมเสียจน American idol ต้องเซนเซอร์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนพูดถึงกัน

สร้างความฮือฮาได้อย่างสม่ำเสมอจริง ๆ สำหรับนักร้องหญิงแห่งยุค เลดี้ กาก้า ที่ล่าสุดร้องเท้าส้นสูงของเธอกลายเป็นซึ่งที่ขโมยซีนในการร่วมรายการ American idol เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จนเจ้าของรายการถึงขั้นรับไม่ได้ต้องเซนเซอร์ภาพกันเลยทีเดียว เรียกว่าแม้จะไม่มีใครได้เห็นมันอย่างถนัดถนี่ แต่ส้นสูงคู่นี้ก็ยังมีคนถามถึงกันอย่างไม่ขาดปาก

รองเท้าของ เลดี้ กาก้า ในรายการ American idol เป็นสินค้าจากแบรนด์ Void of Course แห่งลอนดอน มีวัสดุส่วนหนึ่งเป็นพลาสติกใสลูไซต์ ซึ่งมีราคาร่วมคู่ละ 4,500 เหรียญฯ แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นร้องเท้าที่พิเศษไม่เหมือนใครก็คือ รูปร่างที่คล้ายกับอวัยวะเพศชายแบบไม่มีผิดเพี้ยน

อย่างไรก็ตามผู้ชมรายการในวันนั้นคงไม่มีโอกาสได้เห็นร้องเท้าคู่นี้ได้อย่างชัดเจน เพราะทางผู้ผลิตได้ใช้สัญลักษณ์ของรายการ American idol ปิดบังส่วนหนึ่งของมันเอาไว้ จนผู้ชมคงจะไม่สามารถสังเกตความผิดปกติของรองเท้าคู่นี้ได้

http://astv.mobi/AscmfII

------------------------------

กรณี ท่าเต้นแยกขาของวง 4minutes เกิร์ลกลุ๊ปเกาหลี ที่โดนแบนไม่ให้ออกอากาศในช่วงเด็กและเยาวชนดู (ทั้งๆที่เวลาเราดูคลิปแล้ว การเต้นก็เร็วมาก ไม่กี่วินาที)

หลังจากท่าเต้นในการแสดงบนเวทีเพื่อประกอบผลงานเพลงใหม่ของเกิร์ลกรุ๊ป 4minute เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ KBS กลายเป็นสื่อใหญ่เจ้าแรกที่ออกคำสั่งแบน ห้ามทั้ง 5 สาวเต้นท่า "แยกขา" ในรายการโทรทัศน์ของพวกเขาเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ควอนแจยัง โปรดิวเซอร์ของรายการเพลงสุดฮิต Music Bank ได้ประกาศถึงแผนการเข้มงวดกวดขันกับท่าเต้นของเหล่าศิลปินวัยรุ่นที่จะขึ้นแสดงในรายการ ซึ่งหากในวันที่ 15 เม.ย. ศิลปินกลุ่มใดที่ไม่ปรับปรุงท่าเต้นให้มีความเหมาะสม ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นแสดงบนเวทีในวันนั้น

โปรดิวเซอร์แห่งรายการชื่อดังยังย้ำชัดถึงท่าเต้นของสาว ๆ 4minute ด้วยว่า ไม่เหมาะสมสำหรับการแสดงออกอากาศเป็นอย่างยิ่งโดยกล่าวว่า “เราไม่สามารถจะยอมรับท่าเต้นที่มีเจตนายั่วอารมณ์แบบท่า 'แยกขา' ได้อีกต่อไป” ซึ่งเขาเชื่อว่าท่าทางลักษณะนี้ไม่ควรจะถูกแสดง ในรายการที่มีผู้ชมอายุน้อยคอยติดตามดูเป็นจำนวนมาก"

สำหรับรายการ Music Bank ที่ออกอากาศเวลา 18.00 น. ทาง KBS มาเป็นเวลาถึงเกือบ 13 ปีแล้ว เป็นรายการที่ถูกระบุว่ามีเนื้อหาที่เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป

โดยในตอนแรก Cube Entertainment ได้ออกมาแถลงตอบโต้เสียงวิจารณ์ และยืนกรานว่าจะไม่มีการปรับปรุงแก้ไขท่าเต้น แต่สุดท้ายก็มีการเปลี่ยนท่าทีในเรื่องนี้ เมื่อในการออกแถลงการณ์ครั้งที่สอง ต้นสังกัดของสาว ๆ 4minute ได้ยอมรับว่ากำลังมีการพิจารณาเพื่อเปลี่ยนแปลงท่าเต้นแยกขา หลังจากมีเสียงวิจารณ์จากคนดูมากมายว่าเป็นการแสดงที่ไม่เหมาะสม และส่อไปถึงเรื่องราวทางเพศ

อย่างไรก็ตามตัวแทนของ Cube Entertainment ต้นสังกัดของศิลปินสาวกลุ่มนี้ก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ และชี้ว่าท่าเต้นดังกล่าวไม่น่าจะมีอะไรเกินเลยอย่างที่ถูกกล่าวหา “ท่าเต้นของเพลง Mirror Mirror ถูกสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเพลง ซึ่งเราก็ยังเชื่อว่าเป็นท่าเต้นที่ไม่ได้เป็นการยั่วยุอารมณ์ แต่เนื่องด้วยผู้ชมและชาวเน็ตมีความเห็นที่แตกต่างไป ถึงแม้เราจะรู้สึกผิดหวัง แต่ก็จะพิจารณาที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงท่าเต้นต่อไป”

http://astv.mobi/A1brE7l


--------------------------------------

จากตัวอย่างที่ผมบอกมา เป็นประเทศที่เรียกว่า ประเทศพัฒนาแล้ว เป็นประเทศที่มีเสรีภาพทางความคิดสูงทั้งสองประเทศ แต่สื่อทีวีของอเมริกา และเกาหลีใต้ เขาก็มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมสูง

ผู้บริหารของต่างประเทศเขาไม่ออกมาพูดชุ่ยๆว่า ยังไงเด็กก็ดูทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างผู้บริหารทีวีบ้านเรา ครับ


แนะนำอ่าน ดอกส้มสีทอง ช่อง3 ตีประเด็นสังคมไม่แตก!!

แนะนำอ่าน ละครไทยจะดัง ต้องแย่งผัวแย่งเมีย!!


วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เมื่อผมเห็น พิม วัฒนพานิช (มาช่า)ครั้งแรก




พิม วัฒนพานิช คือชื่อที่ มาช่า ใช้ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ผมไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ เอ้ย! ตัวจริงของมาช่าหรอกครับ แต่บทความนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมเห็นผลงานมาช่าครั้งแรกเมื่อไหร่?

ครั้งแรกที่ผมเห็นพิม วัฒนพานิช หรือ มาช่า นั้น คือผลงานโฆษณาห้างโซโก้ เมื่อประมาณ25ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนหรอกครับ ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนไทยด้วยรึเปล่า??

รู้แต่ว่า นางเอกโฆษณาคนนี้สวยมากๆ สวยจนทำให้ผมต้องเฝ้าดูโฆษณาห้างโซโก้ทุกครั้ง จนแทบไม่ละสายตาเลย

ในโฆษณาห้างโซโก้ มาช่ากำลังวิ่งไล่จับลูกโป่งที่ลอยหนีเธอ เธอก็วิ่งตามลูกโป่งใบนั้นอยู่ภายในห้างโซโก้

ต่อมาผมถึงจะมารู้ภายหลังว่า นางเอกโฆษณาโซโก้เป็นดาราไทยที่ชื่อ พิม วัฒนพานิช

ทุกคนยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า พิม วัฒนพานิชเป็นดาราที่สวยที่สุดคนนึงในวงการบันเทิง เธอดังมากขึ้นเรื่อยๆ มีผลงานภาพยนตร์ตามมาอีกหลายเรื่อง

และก็มีข่าวในทางไม่ดีกับเธอตามมามากเช่นกัน เช่นลือว่า เธอเป็นนักเที่ยวกลางคืนระดับเจ้าแม่เดอะพาเลซเลยทีเดียว

ต่อมา มาช่าเธอก็หายหน้าไปจากวงการบันเทิงพักนึง ซึ่งมารู้กันต่อมาว่า เธอหนีไปอิตาลี เพื่อไปคลอดลูกของอำพล ลำพูน ซุปเปอร์สตาร์คนนึงของวงการบันเทิงและวงการเพลงไทย

--------

มาช่า แม้ว่าเป็นคนสวยมากในสายตาทุกๆคน แต่ภายหลังที่ผมได้เห็นเธอออกสื่อ ได้เห็นการพูดจาของเธอ ผมกลับรู้สึกว่า มาช่า เธอไม่ใช่คนน่ารักหรือมีเสน่ห์แบบที่ผมชอบ เพราะผมรู้สึกว่าเธอดูแข็งๆยังไงๆไม่รู้ (มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ)

นับแต่นั้นมา ผมจึงเห็นมาช่าเป็นแค่คนสวย แต่ไม่ใช่คนน่ารักเลยครับในสายตาของผม..

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นารีขี่ม้าขาว จากกลอนกำมะลอ!!



ผมเคยเขียนเรื่อง กลอนถิ่นกาขาวกำมะลอ!!  ที่มีผู้แอบอ้างว่า เป็นกลอนทำนายอนาคตประเทศไทยของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งความจริงกลอนถิ่นกาขาวนั้น ไม่ใช่!! กลอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำแต่อย่างใด

ทีนี้เกิดมีกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้เป็นสส.บัญชีรายชื่อเบอร์1ของพรรคเพื่อใคร?? เอ้ย! เพื่อทุย?? เอ้ย! เพื่อไทย ทำให้คุณปูแดง ยิ่งลักษณ์จึงกลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยไปโดยปริยาย  (พรรคน่าจะตั้งชื่อว่าพรรคชินวัตรไปซะเลยนะ เพราะเจ้าของพรรคไว้ใจแต่เครือญาติตนเองเท่านั้น แต่หลอกลูกพรรคมากี่คนแล้วว่าจะให้มาเป็นนายกฯ สุดท้ายก็โดนหลอกใช้ทั้งนั้น)

ทีนี้สื่อเลียแม้ว อย่างนสพ.มติโจร เอ้ย! มติชน ก็นำนางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวบักเหลี่ยมทักษิณ ขึ้นปกมติชนสุดสัปดาห์ ด้วยประโยคที่ว่า

"นารีขี่ม้าขาว"

โดยแอบอ้างว่ามีกลอนทำนายอนาคตประเทศไทยว่า จะมีนารีขี่ม้าขาวมากอบกู้ชาติทำนองนั้น ซึ่งจะเหตุการณ์จริงตามกลอนหรือไม่ ผมไม่รู้

แต่ผมต้องการจะบอกว่า กลอนบทนั้น ไม่ใช่กลอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ 

ส่วนคำทำนายประเทศไทยที่หลวงพ่อฤาษ่ลิงดำได้เคยพูดถึงนั้น ก็เป็นคำทำนายในสมุดข่อยโบราณที่พระอรหันต์ในสมัยอยุธยาได้ทำนายอนาคตเมืองหลวงใหม่ไว้ โดยทำนายคร่าวๆไว้แค่10รัชกาล

แต่ก็ยังมีคนแปลความผิดๆว่า ประเทศไทยจะมีแค่10รัชกาลเท่านั้น ซึ่งความจริงไม่ใช่!!

หลวงพ่อฤาษีลิงดำย้ำว่า ประเทศไทยจะมีกษัตริย์อยู่คู่แผ่นดินไทยไปตลอดกาลตราบที่ยังมีคนไทยประเทศไทยบนโลก เพียงแต่คำทำนายของพระอรหันต์สมัยอยุธยานั้น ได้ทำนายไว้เพียง10รัชกาลเท่านั้น

และคำทำนายก็ไม่ได้เขียนเป็นกลอนแต่อย่างใด แต่มีผู้แอบอ้างคิดร้ายต่อชาติบ้านเมือง ไปผูกโยงแต่งเป็นกลอนขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง และแอบอ้างว่าเป็นกลอนทำนายอนาคตชาติไทยนั้นของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

คลิกย้อนอ่านกลอนถิ่นกาขาวที่นี่

-------------------------

ซึ่งผมก็เคยได้เขียนเรื่องนี้มาทีนึงแล้วว่า เว็บวัดท่าซุง ได้ชี้แจงเรื่องกลอนกำมะลอดังกล่าวไว้แล้ว

ตามนี้

ฉะนั้นเมื่อกลอนถิ่นกาขาวเป็นกลอนกำมะลอ ดังนั้นนารีขี่ม้าขาวในกลอนบทนั้น จึงพลอยเป็นเรื่องกำมะลอตามไปด้วยครับ

คลิกที่นี่ อ่านคำชี้แจงจากวัดท่าซุงเกี่ยวกับกลอนกำมะลอบทดังกล่าว




วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เก่งแต่โกง และระบบตรวจสอบทุจริตของสิงคโปร์



ปัญหาความแตกแยกทางความคิดของคนไทยอย่างมากตอนนี้คือ

มีคนไทยที่ยึดมั่นหลักศาสนา ไม่ยอมรับผู้นำประเทศที่เก่งแต่โกง ที่พยายามหาผลประโยชน์เข้าสู่ครอบครัวตนเองและพวกพ้อง แม้จะมีแนวการบริหารประเทศที่รวดเร็วทันใจประชาชนก็ตาม

และก็มีคนไทยอีกกลุ่มซึ่งเริ่มมีจำนวนมาก ทำใจยอมรับนักการเมืองโกงได้ แต่ขอให้ทำประโยชน์คืนแก่ประชาชนด้วย

คนไทยส่วนใหญ่มักมองภาพฉาบฉวยไม่ลงลึกในรายละเอียดและเหตุผล ทั้งๆที่ความเป็นจริงในสมัยผู้นำที่คนไทยเชื่อว่าเก่งแต่โกงนั้น มีหลายอย่างก็เป็นแค่ภาพลวงตาว่าเขาเก่ง (แต่หลายอย่างก็ต้องยอมรับว่า ที่เขาเก่งจริงๆก็มี) และยุคนั้นวิกฤติเศรษฐกิจโลกก็ผ่านไปแล้ว

ยุคนั้นประชาชนส่วนใหญ่ชอบผู้นำคนนี้เพราะยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าเขาโกงเพราะเขาโกงเนียนมาก ยิ่งตอนนั้นบ้านเมืองไม่แตกแยก การบริหารบ้านเมืองก็ทำได้ง่ายกว่ายุคปัจจุบันมาก

ฉะนั้นความแตกแยกของคนไทยจึงเริ่มจากการที่ผู้นำคนนั้นๆโกงเป็นประเด็นสำคัญ เพราะฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ แต่อีกฝ่ายยอมรับได้

---------------------

สมมุติว่า คุณผู้อ่านมีลูก ถ้าคุณผู้อ่านสอนลูกว่า ลูกเอ๋ยแอบโกงเอากระดาษจดดำตอบเข้าไปในห้องสอบ แล้วลูกสอบได้ที่1 พ่อไม่ว่าหรอก ถ้าลูกสอบได้พ่อก็ภูมิใจลูกเหมือนกัน 

คุณผู้อ่านอยากสอนลูกของคุณผู้อ่านเป็นคนแบบนี้หรือไม่??

แต่ผู้นำที่คนไทยเชื่อว่าเก่งแต่โกงนั้น เขาได้สอนให้ลูกของเขากระทำแบบนี้มาแล้ว และถูกอาจารย์คุมสอบจับได้ ปรับตกในวิชานั้นๆมาแล้ว และเขาก็ยังซื้อข้อสอบเพื่อให้ลูกสาวอีกคนของเขาเอนทรานซ์ติด คนในวงในต่างรู้ดี เพียงแต่เอาผิดเขาไม่ได้ เพราะเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

คุณผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่า ถ้าประเทศไทยมีคนโกงกันเยอะ โกงแล้วรวย สังคมยอมรับ บ้านเมืองจะวุ่นวายขนาดไหน??

ทุกวันนี้คนโกงมีมาก มากเพราะคนไทยเริ่มยอมรับคนโกงมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้คนจำนวนมากคิดว่า ถ้าโกงแล้วสบาย โกงแล้วรวย ก็ขอฉันโกงบ้างดีกว่า

ถ้าเราสอนลูกหลานให้โกง ต่อไป เราก็จะมีตำรวจรับส่วยมากขึ้น ตำรวจรีดไถมากขึัน ข้าราชการรับใต้โต๊ะมากขึ้น

เราจะมีผู้รับเหมาก่อสร้างต่างๆก็โกงอิฐ หิน ดินทรายมากขึ้น ประเทศไทยมีคนโกงมากขึ้นในทุกสาขาอาชีพ แล้วสังคมจะวุ่นวายขนาดไหน??

----------------------

ผมจะบอกให้ เคยมีผลวิจัยของฝรั่งวิจัยระบบราชการไทยไว้ว่า แค่เพียงข้าราขการและนักการเมืองไทยหยุดโกงได้เท่านั้น ประเทศไทยจะมีงบประมาณมาพัฒนาประเทศอีกมหาศาล

พูดง่ายๆคือ ไม่ต้องมีนักการเมืองเก่งมาก ข้าราชการก็ไม่ต้องเก่งมาก ขอแค่ไม่โกงเท่านั้น ประเทศไทยก็จะก้าวหน้ากว่านี้เยอะ

แม้แต่ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ก็เคยพูดประชดเปรียบเปรยไว้ว่า ถ้าเมืองไทยไม่มีคอร์รัปชัน ถนนทุกสายในเมืองไทยสามารถปูด้วยทองคำ !!

----------------------

ระบบตรวจสอบทุจริตของสิงคโปร์

คนสิงคโปร์ไม่ใช่ว่าจะเก่งกว่าคนไทย แต่คนสิงคโปร์ เขาทำระบบราชการและการเมืองให้ปราศจากการโกงได้สำเร็จ สิงคโปร์จึงมีเงินมาพัฒนาประเทศและพัฒนาคุณภาพประชาชนจนเจริญก้าวหน้ามากที่สุดชาติหนึ่งในโลก

ขอยกตัวอย่างนะครับ

เช่นข้าราขการสิงคโปร์ มีรายได้เดือนละเท่านี้ ก็จะสามารถซื้อหาทรัพย์สินได้ไม่เกินวงเงินเท่านี้ หากข้าราชการสิงคโปร์รายใดซื้อทรัพย์สินมีค่าเกินกว่าวงเงินที่ควรจะเป็นตามระดับรายได้ของตัวเองแล้ว ก็ต้องทำรายงานที่มาที่ไปของเงินที่นำมาซื้อทรัพย์สินนั้นๆส่งต่อหน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลด้วย

หากไม่สามารถทำรายงานที่มาที่ไปของเงินได้อย่างโปร่งใส ก็อาจจะถูกตั้งข้อหาคอรัปชั่นได้ทันที และอาจถูกยึดทรัพย์สินนั้นได้ แถมติดคุกอีกต่างหาก

ผิดกับข้าราขการไทยบางคนเป็นแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อย แค่อ้างมั่วๆไปว่า เมียผมมีที่ดินเยอะ ขายที่ได้ เลยมีเงินมาซื้อรถหรูแพงๆได้ อ้างแค่นี้ก็จบแล้ว แทบไม่มีใครไปตามตรวจสอบ และไม่ต้องมีการทำรายงานถึงที่มาที่ไปของเงินที่นำไปใช้ซื้อทรัพย์สินนั้นๆต่อหน่วยงานรัฐบาล

ส่วนสิงคโปร์ นอกจากคุณต้องทำรายงานที่มาที่ไปของเงินที่นำมาซื้อของแพงๆแล้ว ที่สำคัญที่สุดที่เขาต้องตรวจสอบด้วยก็คือ แล้วคุณจ่ายภาษีรายได้จากเงินที่ได้มาส่วนนั้นรึยัง?? จ่ายได้ครบถ้วนถูกต้องหรือไม่?

เช่น ถ้าคุณเป็นข้าราชการสิงคโปร์ คุณมีเงินเดือน ๆ ละเท่านี้ แต่คุณกลับมีทรัพย์สินมากกว่ารายได้ คูณ จำนวนปีที่คุณทำงานมาเมื่อไหร่ คุณจะโดนตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทันทีว่า ทำไมคุณถึงรวยได้ขนาดนี้ !!

ถ้าคุณแจงที่มาที่ไปไม่ชัด ศาลสิงคโปร์สั่งยึดทรัพย์คุณได้ทันที และคุณก็โดนข้อหาคอร์รัปชันอีกกระทงด้วย โดยมีโทษจำคุกข้อหาคอร์รัปชันกระทงละ 5 ปี ถ้าโกงหลายเรื่องก็บวกเข้าไปทีละ 5 ปี

ที่จริงสิงคโปร์ เขาไม่ได้ทำเฉพาะข้าราชการเท่านั้น แม้แต่ประชาชนเอง ถ้ารวยผิดปกติขึ้นมา เช่นมีระดับเงินเดือนเท่านี้ แต่มีทรพัย์สินหรูหราผิดปกติ ก็จะโดนตรวจสอบได้เช่นกัน ถึงที่มาที่ไปของเงิน ว่า คุณไปทำอาชีพอะไรมา ถึงได้มีเงินซื้อของแพงในระดับนี้ได้ 

หรือประชาชนบางคนอยู่ ๆ มีเงินทองไปฝากธนาคารจำนวนมาก ก็อาจถูกสุ่มเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินเช่นกัน แต่ปัจจุบันเรื่องรวยผิดปกติแบบนี้จึงไม่ค่อยมีในสิงคโปร์ สิงคโปร์จึงไม่ใช่แหล่งที่พวกมาเฟียอยากมาฟอกเงิน

ด้วยระบบที่เข้มงวดและเที่ยงตรงของสิงคโปร์แบบที่ผมอธิบายนี้ ทำให้ คนสิงคโปร์จึงไม่ค่่อยมีใครกล้าโกงครับ

--------------------

จากกรณีดาราชายไทยคนนึง ที่มีบ้านใหญ่โต จนผู้คนในสังคมสงสัยที่มาของความร่ำรวยนั้น ถ้าเป็นที่สิงคโปร์ ดาราชายคนนั้นโดนตรวจสอบหนักแน่ๆครับ สังคมสิงคโปร์ ประชาชนต่างก็เป็นหูเป็นตาตรวจสอบเรื่องทุจริต คอรัปชั่น แจ้งข่าวให้แก่รัฐด้วย

ขอให้คุณผู้อ่านจำไว้เลยนะครับ

ประเทศที่เจริญระดับแนวหน้าของโลกนั้น เพราะเขามีนักการเมืองคอรัปชั่นและข้าราชการโกงกินน้อยมากๆ

ฉะนั้นถ้ามีใครพูดว่า นักการเมืองโกงได้ ไม่เป็นไร ขอให้ทำให้ประเทศเจริญก็พ นั่นคือ คำพูดของคนโง่ครับ

"นักการเมืองเกาหลีใต้ กับญี่ปุ่น ถ้าถูกจับได้ว่าโกง เขาไม่รอให้ศาลตัดสินหรอกครับ เขาชิงฆ่าตัวตายชดใช้ความผิดก่อนเลย" (มาตรฐานความรับผิดชอบของนักการเมืองเขาสูง)

แนะนำอ่าน ผู้ทำลายประชาธิปไตยตัวจริง!!


วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นิว จิ๋ว นักร้องดูโอ้สาวที่ดีที่สุดในพ.ศ.นี้



คงไม่ต้องสาธยายกันมาก เกี่ยวกับความสามารถของ2สาวตัวแทนแห่งภาคเหนือในเดอะสตาร์ปี1

ทั้งนิว และจิ๋ว เป็นเพื่อนรักกันมาก่อนเข้าเดอะสตาร์ และพัฒนาความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อได้เข้าการแข่งขันเดอะสตาร์ปี1

มาวันนี้ ในความเห็นของผม ทั้งนิว และจิ๋ว ผมถือว่า เป็นศิลปินนักร้องประสานเสียงที่ดีที่สุดในเวลานี้ไปแล้วครับ ในอดีตก็มีเดอะฮอทเปปเปอร์ซิงเกอร์ ที่ถือว่าเป็นเบอร์1ในวงการ

ถ้าไม่เชื่อ ก็ดูคลิปความยาวประมาณ30นาที ต่อไปนี้ เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของผมว่า จริงหรือไม่ครับ??




-----------------------------


ย้อนดูจิ๋ว รอบคัดเลือกเดอะสตาร์1




ย้อนดูนิว รอบ22คน เดอะสตาร์1



ดูจิ๋ว กับนิว เล่าถึงความเป็นเพื่อนของทั้งสองคน




ทีนี้คือคลิปที่แสดงถึงความเป็นเพื่อนแท้ ระหว่าง นิวกับจิ๋วครับ ลองดูเถอะซึ้งมากๆ






ทีนี้ดูนิว จิ๋ว ร้องเพลงเกาหลีกันบ้างครับ (เพลงประกอบซีรีย์ fullhouse)




ผู้ติดตาม