วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

ปัญหาเขมรยืดเยื้อ เพราะไม่ตัดไฟแต่ต้นลม






ลองย้อนกลับไปอ่าน บทความที่ผมเขียนเมื่อปี51เรื่อง ไอ้เขมรชั่ว ฮุนเซ็น ทั้งตอน2และตอน3 ซึ่งพอผมได้กลับไปอ่านแล้ว ก็ไม่ผิดจากที่ผมคาดการณ์ไว้ ว่าสุดท้ายปัญหาไทย-เขมร จะต้องเป็นแบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ไม่มีใครชอบสงคราม เชื่อว่าทุกคนเกลียดและกลัวสงคราม แต่ปัญหามันเริ่มเมื่อไหร่?? คำตอบก็คือ ปัญหาชายแดนไทยเขมร เริ่มเมื่อช่วงสมัยนายกฯชวน หลีกภัยเป็นนายกฯ (ที่จริงผมเขียนไปหลายครั้งแล้ว)

เนื่องจากหลักเขตแดนหลายจุดได้สูญหายไป ทำให้ทหารเขมรมันเริ่มรุกรานชายแดนไทย จนเกิดการปะทะกัน บริเวณพื้นที่4.6ตร.กม.ราวๆ ปี 40-43 หลายต่อหลายครั้ง

ที่ผ่านมาเขมรมันไม่เคยกล้าหือกับไทย ในยุคที่มีทหารเป็นนายกรัฐมนตรี แต่พอประเทศไทยได้นายชวน มาเป็นนายกฯ

ซึ่งเขมรในยุคฮุนเซ็น มันมองออกว่า ถ้าจะลองเสี่ยงแหย่เสือหลับอย่างไทย ก็ต้องแหย่ยุคนายชวนนี่แหล่ะ

เพราะนายชวน เคยมีวาทะกรรมเรื่องเนิน491 ปัญหาชายแดนไทย-พม่าว่า "ถ้าผมสั่งให้รบ คนที่ไปรบ ไปตายก็คือทหารชั้นผู้น้อย ไม่ใช่ผม ผมก็สังได้ แต่ผมไม่อยากทำ เพราะผมไม่ต้องการสงคราม"

ทีนี้เขมร มันก็เลยคาดการณ์ถูกว่า เพราะ นายชวน หลีกภัยไม่ใช่ทหาร จึงไม่มีความคิดแบบทหาร ไม่ชอบสงคราม ไม่อยากรบ 

ซึ่งนายชวน หลีกภัย น่าจะลองศึกษาดูประธานาธิบดีสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เป็นตัวอย่างบ้างว่า ถึงไม่ได้เป็นทหารมาก่อน แต่เรื่องรักษาแผ่นดินและอธิปไตยมันเรื่องที่ใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งสิ้น

รัฐบาลชวน หลีกภัย จึงไปชวนเขมรมาทำmou43 เพื่อมาปักปันเขตแดนกันใหม่ แต่กลับไปเปิดโอกาสให้เขมรนำแผนที่ระวางดงรัก1:200,000 (ค.ศ.1908) เข้ามาร่วมเจรจาได้ ทั้งๆที่ แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนมันขัดกับหลักสากลและขัดกับรัฐธรรมนูญกัมพูชา ในมาตรา2 ด้วยซ้ำ

(คลิกอ่าน แผนที่ 1 ต่อ 2 แสนขัดรธน.กัมพูชา)

ซึ่งในMOU43 กำหนดว่าประชาชนทั้งสองฝ่ายต้องออกจากพื้นที่ที่ทับซ้อนกันในแผนที่ของ 2 ประเทศที่ระบุใน MOU43

ตรงนี้ทำให้คนไทยหลายคนที่หากินในพื้นที่ก็ต้องย้ายออกจากพื้นที่ไปด้วย ทั้งๆ ที่มันเป็นพื้นที่ของไทยแท้ๆ 

แล้วรัฐบาลตั้งแต่ยุคชวน และรัฐบาลทุกยุคเรื่อยมา ก็ชอบที่จะเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า พื้นที่ทับซ้อน ในขณะที่ฝ่ายเขมร ไม่เคยเลยที่จะเรียกว่า พื้นที่ทับซ้อน ในขณะที่ฝ่ายเขมรกลับยืนยันหนักแน่นว่า เป็นดินแดนเขมร !!

---------------------

ซึ่งเขมร โดยฮุนเซ็นมันพวกสันดานขี้โกง พอเห็นไทยเปิดโอกาสให้นำแผนที่1ต่อ2แสนเข้ามาร่วมเจรจาได้

ซึ่งเขมรมันไม่คิดในทางดีกับไทย เหมือนแบบที่นายชวนคิดดีต่อเขมร

เขมรมันไม่คิดแบบใสซื่อบริสุทธิ์แบบรัฐบาลไทย แต่เขมรมันกลับถือว่า ไทยยอมรับแผนที่1:2 แสนของมันแล้ว

ยิ่งสมัยทักษิณดันไปทำMOU44 และTOR2546 ย้ำเข้าไปอีก เสมือนรัฐบาลไทยสมัยทักษิณยอมรับแผนที่1ต่อ2แสนซ้ำ

แปลความง่ายๆคือ สมัยนายชวน เปิดโอกาสให้เขมรนำแผนที่1ต่อ2แสนเข้ามาเจรจาเพื่อสันติภาพ 

แต่สมัยทักษิณดันไปยอมรับแผนที่1ต่อ2แสนสำทับซ้ำให้หนักแน่นเข้าไปอีก เพราะเพื่อหวังขายชาติ ทักษิณหวังสัมปทานร่วมกับฮุนเซ็นในทรัพยาการพลังงานกลางอ่าวไทย!!

---------------------------

และเมื่อไม่นานมานี้ นายฮอร์ นัม ฮง รมต.ต่างประเทศกัมพูชา เคยแถลงการณ์ว่า ไทยยอมรับแผนที่1ต่อ2แสนของเขมรแล้ว

ขอยกบางส่วนชองคำแถลงของนายฮอร์นัมฮง เมื่อวันที่14ก.พ.54 ตามนี้

ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2000 (พ.ศ.2543)  กัมพูชาและประเทศไทยได้ลงนามบันทึกความ เข้าใจระหว่างรัฐบาลของราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐบาลของราชอาณาจักรไทยในการ สำรวจและจัดทำหลักเขตทางบก (mou43) ซึ่งได้ยอมรับ “แผนที่ดงรัก” (แผนที่ 1 ต่อ 2แสน) ซึ่งอ้างถึงโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศสำหรับคำตัดสินในปี ๑๙๖๒ ว่าแผนที่ “ผนวก ๑” พร้อมด้วยเอกสารที่ชอบด้วยกฎหมายอื่น เป็นฐานทางกฎหมายสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย

คลิกดูถ้อยแถลงของฮอร์ นัมฮง ทั้งหมด

-----------------------

ส่วนปัญหาปราสาทตาเมือนธม หรือ ปราสาทตาควาย ที่กำลังเกิดในตอนนี้ ก็เพราะมันเกิดจากเขมรยึดแผนที่1ต่อ2แสน ที่ลากมาจนถึงทั้งสองปราสาทด้วย เขมรจึงอ้างว่าทั้งสองปราสาทก็เป็นของเขมร

เพราะแผนที่ทั้ง2ปราสาท มันก็ลากมาจากแผนที่เดียวกันกับปราสาทเขาพระวิหารนั่นแหล่ะ

-----------------------

ถ้าถามผม ผมขอบอกว่า ปัญหามันเกิดจากความรักสงบเกินไปของรัฐบาลชวนในปี43 ที่ไม่ยอมผลักดันเขมรออกไปให้เด็ดขาดตั้งแต่ตอนนั้น แล้วยึดสนธิสัญญาปักปันเขตแดนค.ศ.1904 และ1907 สยาม-ฝรั่งเศสเป็นหลัก เพราะแผนที่ทั้ง 2 ฉบับนั้นได้ยึดเส้นสันปันน้ำเป็นหลัก หากเขมรรุกรานก็ผลักดันออกไปซะ 

แต่เพราะรัฐบาลชวน กลับไปยินยอมให้เขมรนำแผนที่ที่เคยเป็นปัญหาจนไทยเสียปราสาทพระวิหารมาแล้ว เข้ามาร่วมเจรจาใน MOU43 ได้

นั่นเพราะไม่อยากให้เกิดการรบ ไม่อยากให้เกิดการปะทะกัน หวังดีต่อ2 ประเทศ เลยกลายเป็นทำร้ายประเทศภายหลัง

ก็เพราะรัฐบาลนายชวน ไม่ยอมตัดไปแต่ต้นลมเสียตั้งแต่ ที่เราได้เปรียบเรื่องความชอบธรรมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ 

เพราะตอนนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า เขมรยอมรับอธิปไตยของไทยในพื้นที่ตรงนั้นมากว่า40ปีแล้ว

แต่ในวันนี้ ไทยเราอาจไม่ได้เปรียบเรื่องความชอบธรรมในการปกป้องอธิปไตยแล้ว เพราะปัญหาแผนที่1ต่อ2แสน ที่เขมรใช้จนได้รับการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารได้สำเร็จ

นายชวน กลัวการรบในวันนั้น ก็ไม่ได้ช่วยให้วันนี้ไม่ต้องรบ แถมการรบหนักข้อกว่าเดิม เพราะเขมรมั่นใจในหลักฐานของตัวเองมากขึ้นกว่าวันนั้นแล้ว

(การขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร จะเกิดขึ้นเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อเขมรส่งแผนจัดการพื้นที่ต่อคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว ซึ่งตอนนี้เขมรก็ยังไม่ได้ส่ง ทำให้ปราสาทเขาพระวิหารจึงยังไม่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกสักที)


----------------------


ฟังชัดๆ ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ทนายผู้ประสานงานคณะทนายฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ.2502-2505 พูดถึงแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ใน MOU43





คลิกอ่าน ทำไมราตรี วีระ ไม่ควรโดนจับ !!

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

10 ข้อดีของคนญี่ปุ่นที่ควรเลียนแบบ!!





ภายหลังเกิดสึนามิใหญ่ที่ญี่ปุ่น คนทั่วโลกต่างทึ่งในความมีวินัย ความสามัคคี และความสงบของคนญี่ปุ่น

จนมีผู้ได้รวบรวม 10 ข้อดีของคนญี่ปุ่นในสถานการณ์ลำบากไว้ตามคลิปนี้





ดูรูปจากคลิป พร้อมกับอ่านคำอธิบายประกอบด้านล่าง

ทั้งสิบข้อนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น และคนเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ


1. ไม่โวยวาย ระงับอารมณ์ความรู้สึก The Calm
คนญี่ปุ่นไม่ร้องไห้โวยวาย ตีโพยตีพาย เพื่อตะโกนบอกคนอื่นว่า ตัวเองลำบากขนาดไหน ได้โปรดรีบมาช่วยฉันก่อน

2. ความมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ์ The Dignity
ขณะที่คนญี่ปุ่นเข้าคิวซื้อน้ำดื่ม ไม่มีการใช้คำด่า หรือใช้ คำหยาบคาย แสดงมารยาททราม ๆ เพื่อแก่งแย่งซื้อของจำเป็นให้ได้ก่อนใคร

3. ความสามารถ The Ability
ความสามารถที่เหลือเชื่อของคนญี่ปุ่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่แม้แต่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดไหน แม้ตึกสูง ๆ จะไหวเอียงไปมา ด้วยความระทึกใจ แต่ตึกสูง ๆ กลับไม่พังทลายลงมา

4. ความสง่างาม The Grace
ความสง่างามที่แสดงออกยามยากลำบากของคนญี่ปุ่น ไม่มีการเห็นแก่ตัว เอาแต่คิดถึงแต่ตัวเองโดยไม่คิดถึงคนอื่นก่อน

คนญี่ปุ่นจะซื้อของเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เขาจะคิดเผื่อผู้อื่น เพื่อที่คนอื่นจะได้ซื้อไปใช้ได้ด้วยอย่างทั่วถึง

เรื่องนี้ผมจำได้ว่า รัฐบาลโตเกียวประกาศให้คนญี่ปุ่นซื้อน้ำไม่เกินคนละ 3 ขวด แต่คนญี่ป่นกลับซื้อเพียงแค่คนละขวดเท่านั้น

ในขณะที่ตอนน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพปี 54 น้ำดื่มในห้างและร้านสะดวกซื้อไม่เหลือเลยสักขวด คนกรุงเทพแย่งกันกักตุนน้ำดื่มกันจนเกิดการขาดแคลนน้ำดื่มบรรจุขวด


5. ความมีระเบียบ วินัย สังคมมีระเบียบ The Order
ไม่มีพวกฉวยโอกาส พวกเห็นแก่ตัว ที่เข้าไปปล้น หรือเข้าไปขนของในร้านค้า


6. ผู้เสียสละ ผู้พลีชีพเพื่อคนอื่น The Sacrifice
คนงานในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ 50 คนที่ต้องเข้าไปปั้มน้ำทะเลเข้าเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ ได้แต่สวดอ้อนวอนภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย แล้วพวกเราจะตอบแทนบุญคุณเขาเหล่านี้ที่สละชีพ และเสียสละเพื่อส่วนรวมได้อย่างไร


7. ความละเอียดอ่อนทางด้านจิตใจ คิดถึงใจเขาใจเรา The Tenderness
ร้านอาหารตัดราคาให้ถูกลงจากปกติเพื่อช่วยคนที่ได้รับความเดือดร้อน
ตู้เอทีเอ็มที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ ก็ไม่มีคนออกมางัดแงะ



8. การได้รับอบรมสั่งสอนที่ดี The Training
ไม่ว่าเด็กและคนแก่ ยามนี้ ใครๆก็รู้หน้าที่ของตัวเองว่า ควรทำยังไง ไม่ต้องมีคนออกมาบอกมาสอน หรือเตือน เพราะพวกเขาถูกอบรมสั่งสอนมาช้านานล่วงหน้าแล้ว

9. สื่อมวลชน หรือ นักข่าวทั้งหลาย The Media

สื่อจะพยายามเสนอข่าวที่พยายามไม่ทำให้เกิดความสะเทือนใจ พยายามเสนอข่าวที่ไม่สร้างความวุ่นวาย ไม่ใช่เอาแต่พาดหัวข่าวให้รุนแรง เพื่อหวังขายข่าว

10. จิตสำนึก(ดีและชั่ว) คุณธรรม สติสัมปชัญญะ (ไม่โลภ ไม่เห็นแก่ตัว มียางอาย รู้สึกว่าบาป) The Conscience
เมื่อคนญี่ปุ่นเข้าไปในร้านขายของที่จู่ ๆ เกิดไฟดับ คนญี่ปุ่นก็เอาของไปคืนบนหิ้ง แล้วก็เดินออกมา โดยไม่หยิบฉวยของร้านออกมา หรือติดมือออกมา




ขอจบด้วยเพลงเพราะๆ Kaze yo Doko e Fuku 風よどこへ吹く เคยเป็นเพลงประกอบรายการวาบิซาบิ

เรื่องราวใน mv  เป็นเรื่องของเด็กบ้านนอกญี่ปุ่น เดินทางไปเรียนหนังสือในโตเกียว คนเดียว ต้องจากพ่อและแม่ มาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ ก็เลยอ้างว้างและเหงา แต่พอแม่ส่งผลไม้จากที่บ้านมาให้ พร้อมจดหมาย เธอก็เลยเข้มแข็งมากขึ้น





วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

Liu Wei ผู้ชนะ ไชน่าก็อดทาเล้นปี2010




China's Got Talent  2010

Liu Wei หนุ่มพิการไร้แขน ผู้ชนะไชน่าก๊อดทาเล้นในปี2010 จากการเล่นเปียโนด้วยเท้า!?

ผมไม่ต้องอธิบายอะไรมากนะครับ ดูเอาเองแล้วกัน เพราะผมก็แปลไม่เป็นเหมือนกัน

ดูรอบแรกของเขาก่อนครับ





------------------------


ทีนี้รอบชิง ซึ่งเขาชนะเลิศ!!





--------------------------




สำหรับผม ตามข่าวThailand's got talent ทราบว่าคุณสมศักดิ์ เหมรัญ หนุ่มที่เล่นกีต้าร์มือเดียว กำลังมาแรง มีคนชื่นชอบมาก

หากแยกระหว่าง ความน่าสงสาร ออกจาก ความสามารถ แล้ว

ผมยอมรับว่า เขาเก่งในระดับที่น่าชื่นชมสำหรับคนที่ไม่รู้โน้ตกีต้าร์ ในความพยายามหัดเล่นกีต้าร์ด้วยมือเพียงข้างเดียว ซึ่งต้องใช้ความพยายามมากกว่าจะเล่นได้ดีขนาดที่เห็น

แต่ถ้าไม่มองว่าเขาเล่นด้วยมือข้างเดียวแล้ว ในรอบเซมิไฟนอลของเขา ผมว่าเสียงการเล่นกีต้าร์และการร้องของคุณสมศักดิ์ ในรอบนี้ยังไม่ดีเท่ารอบแรกนะครับ รอบแรกในเพลงศรัทธา ประทับใจมากกว่าเยอะ!!

ที่ผมวิจารณ์นั้น เพราะผมเองก็พอเล่นกีต้าร์ได้ในระดับหนึ่ง (ที่บอกว่าเล่นกีต้าร์ได้ในระดับหนึ่งของผม ก็ขอยกตัวอย่างว่า ผมเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ ในรูปแบบกีต้าร์คลาสสิคได้ทุกเพลงครับ โดยเล่นในโน๊ตเดียวกับฮัคกี้ ไอเคิลมาน)




----------------------------------


ลองดูฝรั่งเล่นกีต้าร์มือเดียวกันบ้าง (ในยูทูปมีคนเล่นกีต้าร์มือเดียวเยอะครับ แต่ขอคัดมาสัก1ตัวอย่าง)




-------------------------------


ทีนี้เรามาดูเด็กผู้หญิงจีน ที่เล่นเปียโน ทั้งๆที่มีมือเพียงข้างเดียวที่สมบูรณ์บ้างครับ ส่วนมืออีกข้างไม่มีนิ้ว

ในเพลง "Souvenirs d'enfance," ของริชาร์ด เคลย์เดอมอง




--------------------------

ก่อนจบ ผมอยากให้ดู หนุ่มชาวเยอรมัน เล่นกีต้าร์ด้วยเท้า ครับ ซึ่งเขาดังมากในเยอรมัน





แนะนำอ่าน ซูซาน บอยล์ไม่เท่าไหร่หรอก ถ้าเจอเด็กคนนี้

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

ข้าวของแพง สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ!!



ในยุคข้าวยากหมากแพง อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ยอมขาดทุนกำไร เพื่อช่วยเหลือประชาชน (ไม่ยอมขาดทุนกำไร ก็อย่างเช่น เคยลงทุน100บาท กำไร20บาท แต่พอต้องลงทุน120บาท ไม่ยอมเอากำไรแค่20บาทเท่าเดิม แต่จะเอากำไร25บาทแทน คือถ้าเอากำไรแค่20บาทเท่าเดิม คือ ขาดทุนกำไร)

รัฐบาลอภิสิทธิ์ เห็นทำได้แค่เพียงออกมาขอร้องให้พ่อค้าแม่ค้า ผู้ผลิตสินค้า ช่วยตรึงราคาสินค้า เพื่อช่วยเหลือประชาขนหน่อย

แหวะ!! ถ้ารัฐบาลขอร้องพ่อค้าแม่ค้าได้ผล ข้าวของคงไม่แพงขนาดนี้หรอก

ถ้ารัฐบาลมีปัญญาทำได้แค่ร้องขอความเห็นใจจากผู้ผลิตและพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น ก็เท่ากับ รัฐบาลก็บ่มิไก๊!!

เพราะมันไม่มีทางสำเร็จหรอก พ่อค้าแม่ค้า ผู้ผลิตของประเทศไทย โดยมากไม่มีใครยอมขาดทุนกำไร เมื่อทุกคนต้องลงทุนเพิ่ม ก็ต้องหวังเอากำไรเพิ่ม แม้ในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์เท่าเดิม แต่เม็ดเงินมากกว่าเดิม

เช่น ขายของกำไร20% ก็คือ ซื้อ100บาท ขาย120บาท แต่ถ้าต้องลงทุนเพิ่ม เป็น110บาท ก็อาจต้องขายเป็น125บาท โดยมากพ่อค้าแม่ค้าคนไทยเป็นเยี่ยงนี้!!

เช่น ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ25บาท พอต้องลงทุนเพิ่มขึ้น10% พ่อค้าแม่ค้าโอดโอย ของแพงอยู่ไม่ได้ เลยขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวไปรวดเดียว5บาททันที เท่ากับขึ้นราคาตั้ง20% ทั้งๆที่ ลงทุนซื้อของเพิ่มแค่10%เอง

-----------------------------

ฉะนั้น เมื่อพ่อค้าแม่ค้า ผู้ผลิตไทย ส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ การที่รัฐบาลจะมาร้องขอว่า อย่าขึ้นราคาเลย ช่วยคงราคาไว้หน่อยเถอะ ย่อมยากที่จะสำเร็จ

ถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลต้องหาหน่วยงานอะไรสักอย่างลงมาทำการค้าขายจนถึงมือประชาชนโดยตรงเอง

เมื่อข้าวเปลือกถูก ข้าวสารแพง ผลปาล์มถูก น้ำมันปาล์มแพง นั่นเพราะอะไรล่ะ??

ก็เพราะปัญหามันอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง เป็นปัญหาโลกแตก ที่ประเทศไทยแทบไม่เคยแก้ได้สักที

หนทางเดียวที่จะแก้ได้ นั่นคือ รัฐบาลต้องลงมาเป็นพ่อค้าคนกลางเอง เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลางที่เอาเปรียบคนไทยมาเกือบ100ปีแล้ว

แก้กฏหมายที่ห้ามรัฐบาลทำการค้าแข่งกับเอกชนซะ

เช่น รัฐบาลต้องมีร้านค้าธงฟ้า รับสินค้าจากเกษตรกรโดยตรงมาขาย ขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก และ รัฐบาลต้องมีร้านอาหารธงฟ้า เพื่อขายอาหารสำเร็จรูปราคาถูกเพื่อชวยเหลือประชาชน เพื่อเป็นการปรามการขึ้นสินค้าอย่างไม่เป็นธรรมของพวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือด กระจายไปให้ทั่วประเทศ

และสินค้าใดเป็นสินค้าจำเป็น หากรัฐต้องลงมาผลิตเอง ก็ต้องทำ ไม่งั้นรัฐก็ยากที่จะควบคุมรองกลไกตลาดได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง!! การที่รัฐบาลต้องมีห้างโมเดิร์นเทรดของตัวเอง เพื่อคานอำนาจการผูกขาดตลาดของห้างต่างชาติ!!

ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามที่ผมแนะนำตามนี้ ไม่มีวันจะปรามการค้าที่เอาเปรียบประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

-----------------------------


ย้อนอ่าน ประชาธิปปัตย์กับนโยบาย2สูงของเจ้าสัวธนินทร์

ย้อนอ่าน การแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงอย่างยั่งยืน

ย้อนอ่าน ความล้มเหลวของระบบเงินบาท

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

เมื่อทักษิณ เถียงพญามัจจุราช!!




สมมุติว่า นายทักษิณ เหลี่ยมจัดตายไป แล้วตกลงไปในนรก

นายทักษิณก็จะไปเจอพวกเสื้อแดงในนรกมากมายที่ชื่นชอบเขา (คือค่าเฉลี่ยบนโลกคนเสื้อแดงมีมากกว่าคนสีอื่น ฉะนั้นในอัตราส่วนคนเสื้อแดงในนรกก็น่าจะมีมากกว่าคนสีอื่นๆเช่นกัน )


พอท่านพญามัจจุราชกำลังจะลงโทษในความชั่วที่นายทักษิณเคยกระทำบนโลก เช่นยุยุงสนับสนุนผู้คนที่ร่วมกันเผาบ้านเผาเมือง เป็นต้น

แต่นายทักษิณ ก็เถียงทันทีว่า

"ท่านพญามัจจุราช ท่านลองมาทำประชามติของสัตว์นรกกันดีกว่า ว่า
สัตว์นรกส่วนใหญ่ คิดว่าผมผิดหรือไม่??
ถ้าสัตว์นรก ส่วนใหญ่เห็นว่าผมไม่ผิด!!
ท่านพญามัจจุราช ท่านก็ต้องอภัยโทษให้ผม เอามั้ย??
ท่านพญามัจจุราช ท่านกล้ารึเปล่าล่ะ?"


หลังจากท่านพญามัจจุราชได้ฟังคำท้าทายของนายทักษิณ เหลี่ยมจัดแล้ว

"ไอ้นี่ ตอนยังไม่ตายก็หาพวกมากลากไปขอพระราชทานอภัยโทษ พอตายแล้วยังไม่ทิ้งสันดานเดิม สุวรรณเอาไอ้สารเลวนี่ ไปเย็บปากด้วยเข็มนรกโลกันตร์บัดเดี๋ยวนี้"

ท่านพญามัจจุราช ก็สั่งให้ยมฑูตจับนายทักษิณ ไปเย็บปากด้วยเข็มรนไฟขนาดยักษ์ ไปอีก100ปี

ก่อนจะถูกลากตัวออกไปลงโทษ นายทักษิณ เหลี่ยมจัดก็ร้องตะโกนว่า

"พญายมราชเป็นเผด็จการ!!!"

V

V

akecity แต่งเอง เสื้อแดงห้ามเชื่อเด็ดขาด เพราะมันแค่นิทานฮาๆ

---------------------------------

การ์ตูน โดย ห่วยตูน

อีกหลายเดือนต่อมา ผมได้ไปเจอมุขฮาแนวเดียวกัน แต่บังเอิญผมเขียนบทความนี้ก่อนห่วยตูนเท่านั้น ^^





วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความอ่อนน้อม




ผมท่องเว็บของพวกแดงล้มเจ้ามาเยอะ ได้รู้และเข้าใจวิธีคิดและวิธีเสียดสีสถาบันกษัตริย์ในรูปแบบต่างของพวกแดงล้มเจ้า และมีวิธีหนึ่งที่พวกนี้ใช้ในการเสียดสีสถาบันเบื้องสูงก็คือ วิธีชมคนอื่นหรือกษัตริย์พระองค์อื่นเพื่อเสียดสีกระทบไปที่สถาบันเบื้องสูงของเราคนไทย

อย่างเช่น กรณีสมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดิณี แห่งญี่ปุ่น ทรงเสด็จออกเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยจากสึนามิที่ผ่านมา

ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระจริยวัตรงดงาม อ่อนน้อม ถ่อมตนแก่ประชาชนญี่ปุ่นอย่างมาก



ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามของพระจักรพรรดิญี่ปุ่นทั้งสองพระองค์นี้ จึงทำให้พวกล้มเจ้าได้เอามาใช้ในการกระทบสถาบันเบื้องสูงของไทยโดยอ้อม

ผมคงไม่ต้องยกตัวอย่างการแสดงความชื่นชมต่อสมเด็จพระจักรพรรดิ แต่แฝงด้วยความคิดชั่วร้ายของพวกแดงล้มเจ้า เพื่อกระทบชิ่งสถาบันฯ แต่ผมจะขออธิบายให้แก่คนไทยที่จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตรย์ไทยได้ทราบว่า

แต่ก่อน ตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ในความเชื่อของศาสนาชินโต และวิถีบูชิโดแห่งซามุไรนั้น

สมเด็จพระจักรพรรดิก็คือเทพเจ้าที่สืบเชื้อสายมาจากเทพพระอาทิตย์ผู้สร้างเกาะญี่ปุ่นและธรรมชาติทั้งหลาย คนญี่ปุ่นนั้นเชื่อมาเป็นพันๆปีว่า สมเด็จพระจักรพรรดิคือเทพเจ้า นับถือสมเด็จพระจักรพรรดิประหนึ่งเทพเจ้าสูงสุดบนโลก คนญี่ปุ่นยอมสละชีวิตเพื่อองค์จักรพรรดิได้

(ขอแนะนำให้อ่านเรื่อง คุยเรื่องญี่ปุ่นตอน2 แล้วคุณจะเข้าใจเรื่องความรักที่ชาวญี่ปุ่นมีต่อสมเด็จพระจักรพรรดิมากขึ้น)

หากเรามองย้อนหลังกลับไปในอดีต เราแทบจะไม่เคยเห็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นได้ลงมาใกล้ชิดกับราษฎรเลย 

แม้แต่วันครบรอบพระราชสมภพ ประชาชนญี่ปุ่นก็ได้แต่เข้าไปรอกันที่หน้าพระราชวังเพื่อรอชื่นชมสมเด็จพระจักรพรรดิอยู่ห่างๆ เท่านั้น นอกจากนี้ก็ยากที่จะได้พบทั้งสองพระองค์

ก็เพิ่งจะเห็นในช่วงเวลาไม่กี่ปีนี่แหล่ะครับ ที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงลงมาใกล้ชิดพสกนิกรของพระองค์มากขึ้น

คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่า ทั้งสองพระองค์ทรงเห็นกษัตริย์พระองค์ใดเป็นแบบอย่างที่ดี


-------------------------------


ขณะที่ในหลวงรัชกาลที่9 ของเรา พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตรย์ที่ทรงลงมาพบกับราษฏรอย่างใกล้ชิดที่สุด โดยในหลวงของเราไม่ทรงถือพระองค์เลย ไม่ว่าราษฎรจะไม่ใส่เสื้อมารับเสด็จ ก็ไม่เป็นไร


หรือราษฎรผู้สูงอายุจะขอจับไม้จับมือในหลวง ก็กระทำได้ ในหลวงทรงให้ราษฎรจับพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยท่าทีทรงอ่อนโยน โดยที่ทรงไม่เคยมีท่าทางไม่พอใจแต่อย่างใด ในหลวงของเราทรงอ่อนน้อมแก่ราษฎรที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ของพระองค์มาตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์


ในหลวงของเราทรงปฎิบัติต่อราษฎรของพระองค์อย่างอ่อนน้อมมาตลอดที่ทรงครองราชย์มานานกว่า 60 ปีมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะทำเมื่อไม่นานมานี้นะครับ

คลิกอ่าน King of King ไม่ยิ่งใหญ่เท่า People 's King


วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554

ประชาธิปัตย์กับนโยบาย2สูงของเจ้าสัวธนินท์




คงเคยเห็นโฆษณาหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์กันตามทีวีกันแล้วนะครับ ที่นายกฯอภิสิทธิ์ออกมาบอกว่า ปัญหาค่าครองชีพสูง จะแก้ด้วยการเพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชนให้มากขึ้น ทั้งประกันราคาสินค้าการเกษตร และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ผมบอกตามตรง เซ็ง!ครับท่าน

ยังไม่ทันได้ขึ้นค่าแรง ก็โฆษณาล่วงหน้าไปแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็เฮ เราขึ้นราคาสินค้ากันดีกว่า เพราะค่าแรงขั้นต่ำเดี๋ยวก็ขึ้นแล้ว

ผมล่ะเบื่อกับการโฆษณาบ้าบอแบบนี้ ถ้าจะขึ้นค่าแรง ไม่ต้องมาป่าวประกาศหรอกครับ ขึ้นก็ขึ้นไป ไม่ใช่ป่าวประกาศซะ สินค้าหนีขึ้นราคาไปรอล่วงหน้าก่อนแล้ว

อย่าลืม!!สิครับ ว่าพวกท่านเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน รัฐบาลต้องกระทำให้เห็น ไม่ใช่ดีแต่พูด!!

และพอค่าแรงได้ขึ้นจริงๆ สินค้าก็จะขยับขึ้นหนีซ้ำไปอีกทีนึง

----------------------

เมื่อ2ปีก่อน ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งกระฉูดสูงกว่าราคาในปัจจุบันนี้เสียอีก เพราะขึ้นไปถึงบาเรลละ140เหรียญUS. ตอนนั้นสินค้าก็ขึ้นราคาพุ่งขึ้นไปทีแล้ว มาปีนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังไม่ไปถึงจุดนั้น เพิ่งจะเลย100เหรียญUS ไปนิดหน่อย

แต่วันนี้เมื่อเราเทียบราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย กับน้ำมันตลาดโลก เราจะพบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอย่างแก๊สโซฮอล์95 แพงกว่ายุคน้ำมันตลาดโลกที่140เหรียญเสียอีก

ปตท.ขูดรีดประชาชนแบบเห็นๆ

------------------------

ทีนี้มาว่าด้วยเรื่อง นโยบาย2สูง ของเจ้าสัวซีพีธนินท์ เจียรวนนท์ ที่เคยให้สัมภาษณ์ในรายการจับเข้าคุย ที่บอกว่าให้รัฐบาลปล่อยราคาสินค้าการเกษตรให้แพงขึ้นไป แล้วให้รัฐบาลขึ้นค่าแรงตามไปให้ทัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เลือกใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งก็ยังแก้ได้ช้ามาก

ซึ่งหากเรามองผิวเผิน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่าจะดี ได้ขึ้นค่าแรงแพง เกษตรกรขายสินค้าได้ราคาสูง!?

การที่เจ้าสัวซีพีเสนอนโยบายนี้ หากเรามองดีๆ มันก็ดีแก่บริษัทซีพีเองนั่นแหละ เพราะซีพีเป็นคนคุมราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการการเกษตรแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่ราคาปุ๋ย ราคาอาหารสัตว์ที่แพงขึ้น ก็อยู่ภายใต้การคุมตลาดของซีพีทั้งนั้น (เช่นราคาอาหารไก่ ราคาลูกเจี๊ยบ ซีพีคุมตลาด ไข่แพงเพราะซีพีนี่แหล่ะ)

เมื่อเกษตรกรซื้อปุ๋ยแพง ซื้ออาหารสัตว์แพง เครือซีพีก็สบาย แต่เกษตรกรจะขายสินค้าเกษตรจะยากขึ้น เพราะราคาสินค้าการเกษตรไทยมันคงแพงกว่าคู่แข่งในตลาดโลกไปเยอะแล้ว

แต่ซีพีโดยบริษัทเจี่ยไต๋ จะรวยขึ้นเพราะขายของได้แพงขึ้น เพราะต้นทุนปุ๋ยและอาหารสัตว์หลายชนิดนำเข้ามาจากโรงงานที่ผลิตในจีนในต้นทุนเท่าเดิม!!

อย่างเช่น ข้าว เวียตนามในบางปีก็ขายแซงไทยเป็นอันดับ1ของโลกไปแล้ว เพราะราคาข้าวเวียตนามถูกกว่าไทย แม้ข้าวเวียตนามจะคุณภาพสู้ข้าวไทยไม่ได้ แต่ชาวโลกก็กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ ราคาอาหารในประเทศของเขาก็แพงขึ้นมาก จนเกิดการประท้วงก่อจราจลในหลายประเทศ ก็เพราะประชาชนรับไม่ได้กับราคาอาหารที่แพงขึ้น

เมื่อชาวโลกจนลง เขาย่อมเลือกของถูกแม้คุณภาพด้อยลงหน่อย ดีกว่าของดี แต่แพง!!

หากเวียตนามไม่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ข้าวไทยก็กำลังจะขายได้ลดลงเรื่อยๆในภาวะตลาดโลกที่แข่งขันกันว่าด้วยเรื่องราคา! (เมื่อ2ปีก่อน ที่ข้าวไทยบูมสุดขีดในโลก เพราะเวียตนามสั่งห้ามส่งออกข้าว เพราะเกรงว่าจะไม่พอสำหรับการบริโภคในประเทศ)

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทยแพงกว่าชาติอื่น สินค้าการเกษตรมันเก็บไว้นานไม่ค่อยได้ หากแพงก็ยากที่จะแข่งขัน

วิธีลดต้นทุนกการเกษตรตามแนวเกษตรชีวภาพ และตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงคือทางออก!! ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องเหล่านี้ไว้แล้วในบทความเก่าๆ ตัวอย่างเช่น ชาวนาผู้ร่ำรวย


(แนะนำห้ามพลาด!! บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดของผม เรื่อง คนไทยไม่มีวันเจริญเหมือนญี่ปุ่นได้หรอก!! )

-------------------------

ค่าแรงขึ้น??

ถ้าค่าแรงขึ้น แต่ข้าวของแพงกว่า มันก็ไร้ประโยชน์!!

ประเทศไทยเป็นประเทศที่รับจ้างผลิตสินค้าหลายอย่าง หากค่าแรงแพง นักลงทุนก็อาจย้ายการลงทุนไปที่ๆค่าแรงต่ำกว่า

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่คิดค้นสินค้านวัตกรรมไฮเทคโนโลยีได้เอง ที่สามารถจะกำหนดราคาสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆมาล่อตาล่อใจผู้ซื้อเห่อไฮเทคได้ เหมือนประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือจีน (ผลสอบโอเน็ตที่ผ่านมา ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า เด็กไทยอ่อนวิทยาศาสตร์ ค่าเฉลี่ยสอบตกกันทั้งประเทศ จึงยากที่ไทยจะผลิตสินค้าไฮเทคของตัวเองได้)

ยิ่งตอนนี้ มีสินค้าจีนมาตีตลาดไทย จนผู้ผลิตสินค้าไทยต้องเจ๊ง ปิดโรงงาน เพราะแพ้แก่สินค้าจีนที่ถูกกว่ามาหลายรายแล้ว

ยิ่งถ้าไทยขึ้นค่าแรงมากขึ้นเท่าไหร่ สินค้าอุตสาหกรรมไทย ก็จะยิ่งตายเพราะจะแพ้สินค้าจากจีน!!


------------------------------

สิ่งที่ควรทำ ก็คือ ต้องทำให้ค่าครองชีพของคนไทยถูกลงให้ได้ ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าอยากขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูปทีละ5บาทได้ตามอำเภอใจ

แต่ค่าแรงกว่าจะได้ขึ้นแต่ละบาท เลือดตาแทบกระเด็น!! เพราะค่าแรงขั้นต่ำมันตามราคาสินค้าไม่ทัน

รัฐบาลต้องหาทางให้ราคาสินค้าทุกชนิดถูกลงสอดคล้องกับค่าแรง

ไม่ใช่แก้ปัญหาค่าครองชีพง่ายๆ ด้วยการขึ้นค่าแรง ถ้าแก้ปัญหาแบบนี้ ก็แสดงว่า รัฐบาลไม่มีน้ำยาอะไร

สิ่งที่ถูกต้องคือต้องพยายามให้ค่าครองชีพต่ำลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้(ถ้ามีปัญญา!!)  จะได้ไม่ต้องไปขึ้นค่าแรง ที่จะทำให้โอกาสที่สินค้าไทยจะแข่งขันในตลาดโลกก็จะยิ่งยากขึ้น

ผมเคยเขียนวิธีที่จะทำให้ค่าครองชีพถูกลงไว้แล้ว ในบทความเรื่อง แก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงอย่างยั่งยืน

ถ้าคิดง่ายๆแค่ เมื่อราคาสินค้าอยากขึ้นก็ขึ้นไป รัฐบาลก็แก้ปัญหาง่ายๆด้วยการสั่งขึ้นค่าแรงเท่านั้น นั่นคือการผลักภาระไปให้ผู้ผลิต

ถ้ารัฐบาลคิดได้เท่านี้ คงไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้มังครับ เพราะถ้าแก้ปัญหาง่ายๆแบบนี้ แค่เด็กประถมก็มาเป็นรัฐบาลได้เหมือนกันนั่นแหล่ะ


---------------------

ก่อนจบ รัฐบาลอาจหลงลืมเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ500บาทไปแล้วมั้ง?? ค่าครองชีพแพงขึ้น บอกจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ บอกจะขึ้นโน่นขึ้นนี่ แต่สงสัยคงจะให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ500บาทเท่าเดิมต่อไป เหรอ??

ถ้าหลงลืมผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์ก็เตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านเถอะ ผู้สูงอายุเขาฝากบ่นน้อยใจมา


คนไทย 3,477 คน ร่วมสร้างสถิติโลกใหม่ใช้ปืนฉีดน้ำใส่กันนาน 10 นาที ถูกบันทึกใน Guinness World Record ทำลายสถิติเดิมของสเปนที่เคยทำไว้ 2,671 คน แต่!! ปืนฉีดน้ำทั้งหมดผลิตจากประเทศจีน!??

เข้าทำนองที่ว่า  พี่ไทยได้หน้า แต่พี่จีนได้เงิน!!   





วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ฤา ประชาธิปไตยไม่เหมาะกับคนไทย??




การที่ระบอบประชาธิปไตย จะเป็นการปกครองที่ได้ผลดี และช่วยให้ประชาชนมีความสุขได้นั้น

สิ่งสำคัญก็คือ ประชาชนต้องเคารพสิทธิของผู้อื่นและส่วนรวมให้มากเสียก่อน ที่สำคัญคือประชาชนต้องทำหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้อย่างถูกต้องด้วย

แปลว่า หน้าที่ ต้องมาก่อน สิทธิ เสมอ

ผมเคยเขียนในบทความเก่าๆว่า ประชาธิปไตยไทยนั้นเกิดมาจากการปฏิวัติ!!

หมายถึง พวกลูกผู้ดีมีสกุล ไปเรียนไปศึกษาเมืองนอกเมืองนามา เห็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นดี พอกลับมาประเทศไทย ในช่วงที่คนไทยเกือบทั้งประเทศยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ประชาธิปไตยคืออะไร?

แล้วระบอบประชาธิปไตยนั้น คนในประเทศต้องเรียนรู้อะไรบ้าง?

พวกนักเรียนนอกก็กระสันอยากจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไทยโดยเร็ว ก็เลยปฏิวัติล้มการปกครองเดิมลงซะ ไม่เคยได้ถามประชาชนทั้งประเทศก่อนเลยว่า จะเอามั้ยประชาธิปไตย??

ไม่เคยให้ความรู้กับประชาชนเสียก่อนว่า ระบอบประชาธิปไตยสาระความสำคัญมันอยู่ตรงไหน ทำให้คนไทยส่วนใหญ่คิดแค่ว่า ประชาธิปไตยก็คือการเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งความจริงมันไม่ใช่!!


"ด้วยบัดนี้ คณะราษฎร์ได้จับพระบรมวงศานุวงศ์เป็นตัวประกันแล้ว ถ้าผู้ใดขัดขวางคณะราษฎร์ ผู้นั้นจะถูกลงโทษ และพระบรมวงศานุวงศ์จะถูกทำร้ายด้วย" 

24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร์

-----------------

รัชกาลที่7 ทรงให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ให้อำนาจแก่คณะหนึ่งคณะใด แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว กลับกลายเป็นว่า พวกมีอำนาจก็แย่งอำนาจกันเอง

นักการเมืองไทยก็หาผลประโยชน์ใส่ตัวเองมากกว่าทำเพื่อประเทศชาติ ทหารก็เลยรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมทหารบางคนก็บ้าอำนาจแปลงประเทศเป็นเผด็จการเสียฉิบ

สมัยจอมพลสฤษดิ์ แม้จะเป็นเผด็จการ แต่พอไปถามคนรุ่นทวด รุ่นปู่ย่า ตายาย รุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เกิดทัน กลับมีแต่คนชอบระบบเผด็จการแบบของจอมพลสฤษดิ์ เพราะบ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก ไม่มีโจรผู้ร้ายชุกชุมเหมือนในยุคปัจจุบัน

แต่ก็อย่างว่า จอมพลสฤษดิ์เอง แม้จะทำให้ชาติบ้านเมืองมีระเบียบดี แต่ท่านเองก็กินไม่ธรรมดาเหมือนกัน!!

----------------------------

คำสารภาพของท่านปรีดี 

ที่เห็นว่าค.ศ.1932 หรือพ.ศ.2475 คณะราษฎรเร่งรีบเปลี่ยนแปลงการปกครองเร็วเกินไป

คลืกที่รูปเพื่อขยาย!!


"เมื่อข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทำการอภิวิฒน์ แต่ข้าพเจ้าขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ"

ปรีดี พนมยงค์ 

---------------------------

นิสัยทำอะไรตามสบาย คือไทยแท้

เป็นคำนิยามที่แสดงให้เห็นว่า คนไทยนั้นไม่ชอบระเบียบวินัย หากจะให้คนไทยมีระเบียบวินัย มันก็ต้องบังคับขู่เข็ญกัน

อย่างเช่น เรื่องข้ามถนนใต้สะพานลอยบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีคนไทยไม่ยอมขึ้นสะพานลอยกันมากมาย จนตำรวจต้องกวดขันจับกุมจับปรับกัน

แล้วพอตำรวจเลิกกวดขัน คนไทยก็กลับมาละเมิดกฎหมายจราจรเหมือนเดิม

เพราะคนไทยไม่เคารพกฎหมาย (ให้สังเกตว่าผมใช้คำว่า เคารพ) ไม่ให้ความสำคัญกับหน้าที่พลเมืองที่ต้องเคารพกฎหมาย

เมื่อคนไทยไม่เคารพกฎหมาย ก็ทำให้ละเมิดสิทธิผู้อื่นไปในตัว เช่นวางของเกะกะบนทางเท้า ก็เพราะเห็นแก่ตัว ละเมิดสิทธิคนเดินเท้า

เคยมีคำพูดหนึ่งที่ว่า "คนไทยชอบให้บังคับ" คือถ้าไม่บังคับ คนไทยไม่มีทางเชื่อฟังและทำตามง่ายๆ


(เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย -- มีฝรั่งเคยบอกว่า หมาไทยฉลาดที่สุดในโลก (ทั้งหมาไทยแท้และหมาไทยพันธุ์ทาง) เพราะหมาไทยจะชอบนอน ไม่ชอบถูกฝึก เพราะหมาไทยฉลาดเลยแกล้งทำเป็นโง่ ไม่ทำตามคำสั่งที่สอน เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกฝึกเพื่อไปใช้งาน แต่ฝรั่งเขาเคยทดสอบหมาไทยในเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องกิน หมาไทยกลับฉลาดกว่าหมาฝรั่งที่ว่าฉลาดที่สุดในโลกหลายขุมนัก)

-------------------------

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยนับว่าเจริญที่สุดชาติหนึ่งในเอเซีย แต่พอเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว คนไทยก็ไร้ระเบียบวินัยมากขึ้นๆ

บ้านเมืองที่ไร้ระเบียบวินัย เอาแต่ใช้สิทธิของตัวเองเกินขอบเขต ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ทำหน้าที่พลเมืองที่ดี

ประเทศนั้นไม่มีทางจะมีระชาธิปไตยที่สร้างความสุขได้หรอก เพราะผู้คนต่างละเมิดสิทธิซึ่งกันและกันจนเป็นกิจวัตร

"ประชาชนมีคุณธรรม ย่อมเลือกนักการเมืองที่มีคุณธรรม"

-------------------------------

คนญี่ปุ่น เขาเจริญได้เพราะเขาเคารพสิทธิของผู้อื่น เคารพระเบียบในสังคม คนญี่ปุ่นเขารักชาติบ้านเมืองเหมือนรักบ้านตัวเอง

แต่คนไทยรักแต่บ้านตัวเอง ไม่รักบ้านรักเมืองเท่ากับรักบ้านของตัวเอง คนไทยจึงไม่หวงแหนสิ่งสาธาณะสมบัติ เพราะคนไทยชอบคิดว่าของสาธาณะไม่ใช่ของตัวเอง จึงไม่ช่วยกันรักษา

หากประชาธิปไตยมาอยู่ในประเทศที่มีประชาชนไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ทำหน้าที่พลเมืองที่ดี ภาษีเลี่ยงได้ก็หาทางเลี่ยง

ไฟจราจรสีแดง หากฝ่าได้ก็จะฝ่าทันที เช่นรถมอไซค์ฝ่าไฟแดงมีมากมาย รถตู้สาธารณะซิ่งและฝ่าไฟแดงก็มากมาย รถเมล์เองก็ขับซิ่งอย่างกับรถนักเลง ไม่ละอายเมื่อตัวเองละเมิดกฏหมาย แต่กลับคิดว่าข้าแน่ ข้าเจ๋ง ที่ข้าละเมิดกฎหมายได้

เรื่องแบบนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความไร้ระเบียบวินัยที่แย่มากของคนไทย

เมื่อกฎหมายย่อหย่อน เจ้าหน้าที่ไม่เอาจริง คนไทยไม่ถูกบังคับ ไม่ถูกลงโทษ ก็ไม่มีทางหลาบจำ

ถ้าคนไทยเอาแต่บ้าประชาธิปไตยแค่เรื่องเรียกร้องสิทธิตัวเองเท่านั้น ย่อมไม่มีทางเจริญแบบสิงคโปร์กับญี่ปุ่นได้หรอก

แต่ก็ยังมีคนไทยโง่ๆ หลงเชื่อพวกคอมมิวนิสต์หลงยุคที่แอบอ้างประชาธิปไตยบังหน้าเพื่ออำนาจของพวกมันเอง มาหลอกว่า คนไทยไม่มีเสรีภาพ ไม่มีประชาธิปไตย

คนไทยโง่ๆ เหล่านั้นก็เชื่อ ให้เขาจูงจมูก เชื่อว่ามีประชาธิปไตยจะเจริญ

ประเทศจะเจริญหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุด คือคนในชาติต้องมีระเบียบวินัยก่อน

เพราะหน้าที่ต้องมาก่อนสิทธิเสมอ

ถ้าไม่เคารพสิทธิของคนอื่น เอาเปรียบคนอื่นด้วยการไม่เคารพกฎหมาย กฎระเบียบของบ้านเมือง ประชาธิปไตยก็จะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไหร่หรอก


ประเทศนี้จึงมีแค่ประชาธิปไตยลวงตา เพราะความจริงประเทศนี้ มีแต่พวกนิยมระบอบอนาธิปไตย!!


แนะนำอ่าน คนไทยอย่าเรียกร้องสิทธิ หากยังไม่ทำหน้าที่!!





วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

คนไทยอย่าเรียกร้องสิทธิ หากยังไม่ทำหน้าที่




วาทะกรรมของเสื้อแดง เรื่อง2มาตรฐาน โทษว่ากฏหมายไร้ความยุติธรรม

อันนี้ผมไม่เถียงว่า ประเทศไทยเราการบังคับใช้กฏหมายของไทยยังมีปัญหา โดยเจ้าหน้าที่รัฐยังมีความบกพร่องอยู่มาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ!!

แต่ระบบยุติธรรมในเรื่องการตุลาการ ผมยังค่อนข้างมั่นใจว่าศาลไทยยังมีความยุติธรรมอยู่มาก หากจะมีศาลเลวๆที่ไม่ดีอยู่บ้าง ก็มีเป็นจำนวนน้อย อย่างเช่นอดีตศาล ที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนนึงที่แอบหนีเมียพาสาวเข้าม่านรูดประจำ (ฮิๆ)

------------------------

แต่ก่อนที่คนไทยจะโทษแต่กฏหมาย โทษแต่ระบบยุติธรรม

ผมถามหน่อยเถอะว่า เวลาคุณเดินทางไปตามท้องถนน คุณเห็นการละเมิดกฏจราจรกันบ้างหรือไม่??

สำหรับผม ผมเห็นการละเมิดกฏหมายจราจรมาแบบนับไม่ถ้วนในตลอดชีวิตนี้ ทั้งการข้ามถนนใต้สะพานลอย ปีนข้ามรั้วบนเกาะกลาง จอดรถเมล์รับส่งผู้โดยสารกลางถนน

มอไซค์รับจ้างขี่ขึ้นมาบนฟุตบาท ขี่สวนเลน

พ่อค้าแม่ค้าทิ้งขยะลงบนพื้นถนน เทน้ำสกปรกลงท่อสาธารณะ พวกขี้ยาอมควันทิ้งก้นบุหรี่ได้ในทุกที่

การละเมิดกฏหมายของคนไทยมีมากมายนับไม่ถ้วน!!

ยิ่งเรื่องที่รัฐบาลกำลังรณรงค์ในช่วงนี้ก็คือ เมาไม่ขับ ไปจนถึงดื่มไม่ขับ เรื่องนี้รณรงค์มากี่ปีกี่ปี ก็ไม่เคยสำเร็จ มีคนตายเพราะเมาแล้วขับมากมายทุกปี!!

และที่เริ่มรณรงค์ในปีนี้คือ ใส่หมวกกันน็อคขณะขับขี่และซ้อนรถจักรยานยนตร์ทั่วทุกจุดในประเทศ

แต่ในความเป็นจริง เรื่องหมวกกันน็อค คนไทยไม่ค่อยใส่กันเลย ยิ่งในต่างจังหวัดยิ่งแทบไม่ใส่

นักเรียน นักศึกษาบางแห่งในต่างจังหวัด พบมากมายในสถานศึกษาหลายๆแห่ง ที่ไม่มีการใส่หมวกกันน็อคขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายกันเลย

ด้วยเหตุผลง่ายๆของบางคนเช่น กลัวผมเสียทรง??

-------------------------


ที่ผมยกตัวอย่างมา นั่นคือสาเหตุที่กฏหมายบ้านเมืองไม่ศักดิ์สิทธิ เพราะแม้แต่เรื่องรักษากฏหมายเล็กๆน้อยๆ คนไทยยังรักษากันไม่ได้เลย

แล้วจะให้ประเทศพัฒนาเท่าเทียมอารยะประเทศอื่นๆได้ไง!!??

คนไทยสนใจแต่เรียกร้องสิทธิบ้าบอคอแตกกัน แต่ไม่สนใจทำหน้าที่พลเมืองดีกัน เช่น

"ขนาดนายกรัฐมนตรียังโกงภาษีได้ ทำไมคนไทยจะโกงภาษีแบบนายกฯบ้างไม่ได้" จริงมะ??

-------------------------

งั้นปล่อยคนไทยโง่ๆจงเป็นเหยื่อของนักการเมืองชั่วๆต่อไป ให้เขาหลอกว่า ประชาธิปไตยกินได้ (งั้นคอมมิวนิสต์ มิอดตายกันหมดเหรอ?)



แนะนำอ่าน  คนไทยไม่มีวันเจริญเหมือนญี่ปุ่น!!


แนะนำอ่าน หัวใจของการมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น

.
.

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

เผด็จการตะวันออกกลางในระบอบประชาธิปไตย




คุณผู้อ่านคงได้รับทราบข่าวคราวของการปฏิวัติโดยประชาชนในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มจากตูนีเซีย เป็นประเทศแรก แล้วก็เกิดโดมิโน่ ล้มผู้นำในประเทศแถบตะวันออกกลางต่อมาอีกหลายประเทศ เช่นอียิปต์ และเยเมน

ทั้งตูนีเซีย อียิปต์ และเยเมน ทั้ง3ประเทศนี้ ถ้าเราไปดูระบอบปกครองของพวกเขา จะระบุไว้ว่า เป็นประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น (ยกเว้นลิเบียที่เป็นเผด็จการสังคมนิยมโดยมีกัดดาฟี่เป็นผู้นำ)

ทำไมประเทศอย่างตูนีเซีย อียิปต์ เยเมน ที่บอกตัวเองว่าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จึงเกิดผู้นำเผด็จการปกครองประเทศอย่างยาวนานขึ้นมาได้??

สิ่งที่ผมถามนั้น เพราะผมกำลังจะบอกว่า เราคนไทยควรระวังพวกไม่หวังดีต่อสถาบันกษัตริย์(พวกล้มเจ้า) ได้ปลุกปั่นให้เราเข้าใจผิดว่า สถาบันกษัตริย์ของไทยขัดขวางระบอบประชาธิปไตย

ที่ผมยกตัวอย่างให้คุณผู้อ่านเห็นว่า ทั้งตูนีเซีย อียิปต์ หรือเยเมน หรือย้อนกลับไปในอดีตเช่นฟิลิปปินส์โดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มากอส ประเทศทั้งหมดนี้ล้วนแต่บอกว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น และทุกประเทศก็ไม่มีสถาบันกษัตริย์มานานแล้ว

แต่ประเทศที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ก็เกิดปัญหาผู้นำเผด็จการเกิดขึ้นมาได้ทั้งๆที่ประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตย(ปลอมๆ) และครองอำนาจได้อย่างยาวนาน จนประชาชนต้องออกมาขับไล่จนเกิดจราจลสงครามการเมือง เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยใหม่อีก

------------------------------

ในประเทศไทย อดีตนายกฯทักษิณเริ่มต้นดี ทำให้ประชาชนชอบและศรัทธา ต่อมาทักษิณก็เริ่มกว้านซื้อข้าราชการ และองค์กรอิสระต่างๆเพื่อให้สร้างฐานอำนาจให้กับตัวเอง

หากทักษิณเป็นคนดีจริงๆ การมีฐานอำนาจและใช้ในทางที่ถูก ประเทศไทยก็คงจะไม่เกิดความแตกแยกเช่นนี้

ผมมั่นใจว่า หากทักษิณยังอยู่ในอำนาจ ทักษิณจะเป็นแบบผู้นำเผด็จการแบบตูนีเซีย อียิปต์ เป็นแน่

หากคุณผู้อ่านเพิ่งมาอ่านบทความผมเป็นครั้งแรก อาจนึกว่า ผมคงไม่เคยชอบทักษิณมาก่อนแน่ๆ

แต่ขอบอกว่า ผมน่ะเลือกไทยรักไทย2ครั้ง และเป็นแฟนพรรคประชากรไทยมาเกือบตลอดชีวิตครับ

อยากรู้ว่าผมคิดยังไง อย่าเพิ่งตัดสินแค่บทความนี้บทความเดียว ลองย้อนอ่านบทความเก่าๆของผม แล้วคุณจะรู้ว่่า

ผม ใหม่เมืองเอก ไม่ยึดติดตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไปตลอด วันใดที่นักการเมืองที่ผมชื่นชอบผิดคุณธรรม ผมพร้อมจะต่อต้านนักการเมืองคนนั้นได้ทันที

-------------------------

ประเทศไทยเรานี้ แสนดีนักหนา มีอิสระเสรีมากมาย คุณก็รู้ ฝรั่งต่างชาติยังอยากมาอยู่เมืองไทย ฝรั่งหลายคนรักเมืองไทย

เขาเห็นว่าประเทศไทยเรานี้มีดีมากมาย แต่คนไทยเราต่างหากที่กลับไม่ค่อยเห็นคุณค่า และไม่ค่อยช่วยกันรักษา

ใครที่บอกว่า ประเทศไทยไม่มีเสรีภาพ ผมบอกตามตรง คนๆนั้นโง่มากๆ

เพราะประเทศไทยนี้แหล่ะ อิสระเสรีมากที่สุด จนบางครั้งมากจนเกินขอบเขตเลยล่ะครับ

ดูในเทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์ก็ได้ คนไทยอิสระเสรีกันเกินขอบเขตเลยจริงมั้ย??


.
.

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

นิยามรักของ akecity






เวลาเรารักใครแบบแท้จริง เราจะไม่รู้สึกว่าต้องเอาชนะใจเขาให้ได้

เพราะการเอาชนะ มันย่อมมี2ด้าน คือแพ้ และชนะ

หากเรารักใครอย่างแท้จริง ต้องไม่มีคำว่า แพ้ หรือ ชนะ

เขาจะรักเรา หรือไม่ ไม่สำคัญ เท่ากับที่เราได้รักเขา


ความรักที่แท้ คือความใจกว้าง

หากรักแล้วใจแคบ นั่นย่อมไม่ใช่รักแท้


คำว่า รักแท้ต้องใจกว้าง หมายถึงอะไร??

หมายถึง เราจะไม่รู้สึกโกรธ หรือแค้นเขา หากเขาไม่ได้รักเราตอบ

หากยังหึง ยังหวง นั่นแค่เสมือน รัก เท่านั้น

เพราะรักแท้ ย่อม ไม่มีคำว่า หึงหวง เพราะความหึงหวง เป็นอกุศลจิต

เมื่อเป็นอกุศลจิต จึงไม่ใช่ รักแท้

แต่ถ้าห่วงว่าเขาหรือเธอจะไม่พบคนไม่ดี แบบนี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง


หรือแม้รักกันแล้ว หากวันใดวันหนึ่ง เขาหมดรักเรา(เพราะเขาไม่ได้มีรักแท้แก่เรา) เราย่อมไม่โกรธหรือ แค้นเคืองแต่อย่างใด และพร้อมที่จะปล่อยให้เขาจากไปด้วยใจมุทิตา!!

หากเรามีรักแท้ ย่อมมีสุขเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข แม้ความสุขที่เขามีนั้น ไม่ได้เกิดจากรักของเราก็ตาม


รักแท้ คือการให้ คือให้โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แค่หวังให้คนที่เรารักมีความสุข ก็พอแล้ว

รักแท้ ย่อมปราศจากอกุศลจิต ถือเป็นการบำเพ็ญกุศลจิตอีกรูปแบบหนึ่ง

จงรู้เท่าทันความรัก จงอย่าให้ความรักกลายเป็นความลุ่มหลงมัวเมา เพราะนั่นเป็นทุกขจิต เป็นอกุศล เป็นบาป!!

akecity

-------------------------

แล้วในกรณีภรรยาหึงหวงสามีล่ะ ? ใช่รักแท้หรือไม่ ?

ภรรยาย่อมห่วงสามีได้ แต่ไม่ใช่หึงหวง หากภรรยาที่รักแท้ต่อสามีจะไม่มีคำว่า หึงหวงใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะความรักแท้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความไว้ใจกัน เชื่อใจกัน

รักแท้ ไม่มีคำว่า หึงหวง

รักแท้ มีแค่คำว่า เป็นห่วง หรือ ห่วงใยเท่านั้น

----------------------

"หากได้เจอรักแท้สักครั้ง แม้ต้องผิดหวัง ก็ไม่เสียชาติเกิด ส่วนผู้ที่น่าสงสารที่สุด คือผู้ไม่เคยรู้จักคำว่า "รักแท้" นั้นเป็นเช่นไร" /ใหม่เมืองเอก


คลิกอ่าน มุมมองความรัก บทพิสูจน์รักแท้!!

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

ผู้ทำลายประชาธิปไตยตัวจริง !



V

V

ผู้ที่ทำลายประชาธิปไตยตัวจริงคือ นักการเมืองไทย ? (จริงหรือ)

เพราะนักการเมืองไทยเอาคะแนนนิยมเอาความไว้วางใจจากประชาชน มาทำลายด้วยการโกงกินชาติบ้านเมือง เห็นแก่พวกพ้อง พรรค ครอบครัว อำนาจ และชื่อเสียงเงินทองของตัวเอง มากกว่าประโยชน์ของชาติและประชาชน

หากคนโง่ มองอย่างผิวเผินก็อาจมองง่ายๆว่า การรัฐประหารของทหารคือการทำลายประชาธิปไตย

แต่ความจริงแล้ว ก่อนที่ทหารจะรัฐประหารรัฐบาล โดยมากก็เพราะนักการเมืองจะต้องโกงกิน คอรัปชั่น จนประชาชนเอือมระอาต่อนักการเมือง หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ไม่มีหลักฐานชัดเจน ไม่มีใบเสร็จ ก็ไม่มีนักการเมืองไทยคนไหนยอมรับว่าตัวเองโกงง่ายๆ

และแม้จะมีหลักฐานชัดเจนตามควร นักการเมืองไทยก็ยังปากแข็ง ดื้อแพ่ง หน้าด้าน ปฏิเสธความผิดอย่างหน้าด้านๆ

ถ้านักการเมืองไม่โกงกิน ก็ยากที่ทหารจะมีเหตุผลในการรัฐประหารล้มรัฐบาล 

แน่นอน การกระทำรัฐประหารเป็นการทำลายประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง (แต่มันเป็นปลายเหตุ) เพราะถ้าเรามองอย่างลึกซึ้งแล้ว

การที่นักการเมืองได้คะแนนจากประชาชนมา ได้ความศรัทธาจากประชาชนมาบริหารประเทศ กลับไม่ทำหน้าที่เพื่อชาติ แต่กลับหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง และครอบครัวพวกพ้อง นี่แหล่ะ คือคนทำลายประชาธิปไตยตัวจริงที่สุด เป็นต้นเหตุของการเอาประชาธิปไตยมาทำลายด้วยการหาผลประโยชน์เพื่อตัวเอง

แม้นักการเมืองจะสร้างภาพลวงตาว่าทำประโยชน์ให้ประชาชนก็ตาม แต่นั่นก็ทำไปเพื่อปกปิดความชั่วให้ตัวเองอีกทางหนึ่ง

ประชาชนผู้โง่เขลาที่มองอย่างโลกอย่างผิวเผินก็จะไม่สนการโกงกินของนักการเมือง เพราะขอให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ด้วยก็พอ

แต่หารู้ไม่ว่า ประโยชน์ที่นักการเมืองเขาให้ประชาชน เมื่อหารกับจำนวนคนทั้ง 65 ล้านคนแล้ว ประชาชนได้คนละไม่กี่พันกี่หมื่นบาทต่อปีจากงบประมาณที่เขาสร้างมาเพื่อแบ่งให้

แต่นักการเมืองชั่วบางคนสามารถโกงชาติบ้านเมืองเอาไปคนเดียวนับพันนับหมื่นล้านบาทต่อปี

-------------------------

วันนี้คนโกงทำประโยชน์ให้คุณ คุณก็เลยยอมเลี้ยงคนโกงไว้

แต่เมื่อไหร่ที่คุณเผลอ คนโกงอาจจะแว้งกัดคุณ หรือทำให้คุณหมดตัวโดยไม่รู้ตัวก็ได้ แล้วคุณจะมาเสียใจเมื่อสายไปเสียแล้ว




---------------------

ถาม ทำไมถึงมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ?

คำตอบก็คือ เพราะคนไทยในกลุ่มนี้เบื่อความฉ้อฉลของนักการเมืองนั่นเอง หากนักการเมืองทำหน้าที่ตามครรลองประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล ทหารก็ไม่มีเหตุผลใดเพื่ออ้างความชอบธรรมในการเข้ายึดอำนาจจากนักการเมือง และก็จะไม่มีประชาชนสนับสนุนการรัฐประหารของทหารเลย

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ทหารทำรัฐประหารอีก

ประชาชนทุกคนก็ต้องไม่ยอมให้นักการเมืองเอาคะแนนเสียงที่ได้จากการเลือกตั้งไปหาผลประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง ทหารจะได้ไม่มีข้ออ้างในการทำรัฐประหารอีก

เพราะถ้าประชาชนไม่เปลี่ยนพฤติกรรมที่ชอบสนับสนุนนักการเมืองเลว ๆ เพื่อหวังให้นักการเมืองเอาผลประโยชน์มาให้ตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อประเทศชาติแบบองค์รวม

ประชาชนเองนี่แหละก็คือ ผู้ทำลายประชาธิปไตยตัวจริง

ลองฟังคลิปสั้น ๆ แค่ 30 วินาที คำพูดของท่านพุทธทาส ดูครับ


แนะนำอ่าน วิเคราะห์เรื่องโกงแต่ให้




วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

จุดกำเนิดของการดูถูกผู้อื่นด้วยคำว่า "ลาว"



ทำไมคนไทยชอบด่าว่า "ลาว"

พอได้ดูคลิปที่ นศ.ธรรมศาสตร์ทำคลิปเกี่ยวกับการที่คนไทยจำนวนหนึ่งชอบดูถูกหรือด่าคนที่มีลักษณะเชย หรือไม่ทันสมัย หรือตกเทรน หรือทำอะไรที่เปิ่นๆตลกๆ ดูน่าอาย ด้วยคำว่า "ลาว" แล้ว (คลิปมักสัมภาษณ์นศ.ชายไทยที่เป็นกระเทยเป็นส่วนใหญ่)

เพราะคำว่า "ลาว" กลายเป็นศัพท์แสลงของคนไทย ที่มักใช้ในการดูถูกคนไทยด้วยกัน

คนลาวและประเทศลาว พอเขารู้เรื่องนี้ ก็ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจที่คนไทยนำชื่อประเทศของเขา  ด้วยการนำมาใช้เป็นคำแสลงในการด่ากันหรือล้อเลียนกัน ดูถูกกัน

----------------------------

จุดกำเนิดของคำแสลงว่า "ลาว"

การนำคำว่าลาว มาล้อเลียนนี้ ที่มาไม่ได้เกิดจากการดูถูกประเทศลาว หรือประชาชนลาวแต่อย่างใด

แต่เกิดจากการที่พวกนักแสดงตลกชาวอีสาน ชอบเล่นมุขดูถูกคนอีสานกันเอง โดยมุขนี้มักใช้เมื่อ20กว่าปีผ่านมาแล้ว

เช่น ตลกชาวอีสานที่มักหาหน้าตาค่อนข้างอัปลักษณ์ แต่งตัวบ้าๆบอๆ แล้วมาทำเปิ่นด้วยการพูดภาษาอีสานให้ตลก เปิ่น บนเวที

แล้วให้ตลกอีกคนที่ไม่ใช่คนอีสานมาด่า แล้วมักจะถามว่า แต่งตัวแบบนี้แกเป็นอะไร? ไม่อายเขาเหรอ??

ตลกคนอีสานที่ทำตัวตลกเปิ่นๆ ก็แทนที่จะตอบว่า ผมเป็นคนบ้า หรือเป็นคนโง่ อะไรประมาณนั้น แต่ก็ไม่ตอบแบบนั้น

แต่กลับตอบว่า เป็นลาว!! แล้วก็ตบมุขฮากันเอง คนดูก็เลยฮาตาม

คำว่า ลาว จึงเป็นมุขดูถูกคนอีสาน ที่คนอีสานนั่นแหละที่นำมาเล่นเอง ก็เพราะคนอีสานเองก็ชอบเรียกตัวเองว่า เป็นลาว นั้น ทำให้ยุค20กว่าปีที่แล้ว เด็กๆยุคผม ก็ไม่ทันคิด ดูตลกเล่นแล้วฮา ก็เอาคำว่า ลาว มาใช้ในการดูถูกเพื่อน หรือด่าเพื่อนที่เชยกว่า ที่ทำตัวโง่ หรือทำตัวตลกเปิ่นๆ ว่าไอ้ลาว

แล้วคำๆนี้ก็แพร่หลายมาตลอดนับสิบๆปี

ผมนึกว่า คำดูถูกคนด้วยคำว่า ลาว จะไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว แต่เพิ่งจะมารู้จากคลิปของนศ.ธรรมศาสตร์ที่ทำเรื่องนี้ขึ้นมา ว่าในสังคมไทยยังมีคนไทยใช้คำๆ นี้ดูถูกคนอยู่

--------------------------

ผมนั้นยอมรับว่า สมัยผมเด็กๆที่ยังไม่มีความคิด ยังใช้คำๆนี้ในการด่าล้อเลียนเพื่อนฝูงที่ด้อยกว่าเรา เพื่อความสนุกสนานเฮฮา

แต่พอผมโตขึ้นมา มีความคิดมากขึ้น ผมรู้สึกได้ว่า การดูถูกด้วยคำๆนี้ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง

การดูถูกกันด้วยเรื่องเชื้อชาติ เป็นการกระทำที่น่าละอาย ไม่ใช่ผู้เจริญพึงกระทำ

แม้คำว่า ลาว คนไทยหลายคนใช้ดูถูกล้อเลียนเพื่อน เขาไม่ได้คิดว่าดูถูกถึงคนลาว หรือประเทศลาวก็ตาม แต่เมื่อคำๆนี้เป็นชื่อของประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมคล้ายหรือใกล้เคียงคนไทย

ทั้งสองชนชาติก็มีจุดกำเนิดทางเผ่าพันธุ์แทบจะเป็นต้นตระกูลเดียวกัน การดูถูกด้วยคำว่าลาว ก็เหมือนการดูถูกตัวเองนั่นแหล่ะครับ

หากประชาชนลาว อ่านภาษาไทยออก แล้วมาเจอบทความนี้

ก็อยากให้คนลาวรู้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ดูถูกคนลาวนะครับ

ผมคนนึงแหล่ะที่ชื่นชมวัฒนธรรมของลาว เช่นกัน รู้สึกดีใจที่ประเทศลาวและคนลาวยังรักษาความดีงามในวัฒนธรรมได้ดีกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะแม่หญิงลาว ที่ยังงดงามและอนุรักษ์การแต่งกายด้วยผ้าซิ่น ชั่งสวยโดนใจผมมากมาก และไม่ใช่แค่เพียงผมคนเดียว มีคนไทยอีกหลายแสนหรือนับล้านคนที่ชื่นชมความสวยความงาม ความน่ารักของแม่หญิงลาว

ดังเช่น เพจสมาคมคนรักสาวลาวแห่งประเทศไทย (สลน.) เพจที่นำรูปสาวลาวงามหลาย ๆ มาลงอย่างต่อเนื่อง จนมีคนเข้าไปไลค์เพจนี้แล้วครึ่งล้านไลค์

ต่อไปนี้ผมขอยกตัวอย่าง รูปสาวงามจากเพจ สลน. มาเป็นตัวอย่างสัก 2-3 รูปครับ

ถ้ามีใครชมคุณว่า สวยเหมือนสาวลาว จงภูมิใจเถิด


งามแท้แลตะลึงจริงนะแม่หญิงลาว


สาวงามกับความภูมิใจใจผ้าทอประจำชาติลาว

น่ารักขนาด !!

เพราะความเจริญทางด้านวัตถุ ไม่สามารถชี้วัดความเจริญทางด้านจิตใจได้

สำหรับผม ผมคิดว่ายุคปัจจุบันนี้ความเจริญทางด้านจิตใจของคนลาวสูงกว่าคนไทยไปแล้วครับ

ผู้ติดตาม