วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สนามบินสุวรรณภูมิขวางทางน้ำไหล!!





มัยปี2526 น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพครั้งใหญ่!! ในหลวงท่านทรงแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยทรงรับสั่งให้ทำแก้มลิง ที่บึงพระราม9 บึงมักกะสัน อีกทั้งสร้างประตูระบายน้ำหลายจุดช่วยผันน้ำลงทะเลได้อย่างเป็นระบบ

และตอนนั้นยังไม่มีสนามบินสุวรรณภูมิ พื้นที่เดิมนั้นเป็นทางไหลของน้ำลงทะเลมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5

แต่เมื่อปี2538 น้ำท่วมหนักอีกครั้ง นั่นเพราะเริ่มมีการถมที่ดินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ปิดกั้นทางไหลของน้ำเหนือทางฝั่งตะวันออกลงทะเล

ในหลวงเคยทรงรับสั่งว่า ควรไปสร้างสนามบินสุวรรณภูมิในที่ดอนตัวอย่างเช่นอู่ตะเภา หรือกำแพงแสนเป็นต้น ไม่ควรสร้างในที่ลุ่มต่ำแถวบางพลี บางบ่อ ในสมุทรปราการเช่นนี้เพราะเป็นที่รับน้ำเหนือ และเป็นทางผ่านของน้ำ

แต่ปีต่อมารัฐบาลพลเอกชวลิตกลับไม่นำพาพระราชดำริ เดินหน้าหน้าสร้างสนามบินสุวรรณภูมิด้วยการถมทรายลงบ่อ ถมดินเพื่อสร้างสนามบิน

และนับจากนั้น กรุงเทพฯด้านฝั่งตะวันออกและพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินก็มักจะน้ำท่วมหนักแทบทุกปี

---------------------------

ถ้าไม่มีเขื่อนป่าสัก ปี53กรุงเทพจมน้ำไปแล้ว

เมื่อเดือนกรกฎาคม53 ที่ผ่านมา น้ำในเขื่อนป่าสักแห้งขอดเหลือเพียง7%ของปริมาณความจุน้ำ วัวลงไปกินหญ้าในเขื่อนได้

แต่ช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคม

น้ำกลับล้นเขื่อนป่าสัก ทั้งๆที่ไม่มีพายุเข้า

ลองนึกดูหากไม่มีเขื่อนป่าสักแล้ว น้ำอีกจำนวนกว่าพันล้านลบ.ม. จะไปไหน ถ้าไม่มาท่วมกรุงเทพฯ

ลพบุรีจะถูกน้ำกลืนยิ่งกว่่าที่โดนทุกวันนี้


ขอบคุณพี่น้องต่างจังหวัดทุกท่าน ที่เสียสละรับน้ำไว้เพื่อปกป้องกรุงเทพฯไม่ให้จมน้ำ

--------------------------

แนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมตามแนวทางพระราชดำริ เป็นแนวทางที่ยั่งยืน แต่เพราะคนไทยและรัฐบาลไทยไม่สนใจทำตามพระราชดำริเท่าที่ควรทำ

รัฐบาลดื้อด้านสร้างสนามบินในที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ที่ๆเป็นที่รับน้ำฝั่งตะวันออก ที่ระบายน้ำลงทะเล แต่พอสร้างสนามบิน ถมที่ดินสูงขึ้น สร้างเขื่อนกั้นน้ำเข้าสนามบิน บ้านเรือนชาวบ้านเลยท่วมหนักท่วมนาน

ประชาชนรุกล้ำคูคลอง ไม่ช่วยดูแลคูคลอง ตัดไม้ทำลายป่า ไม่ช่วยกันปลูกต้นไม้ สร้างบ้านเรือนโดยไม่คำนึงถึงทางไหลของน้ำ สร้างถนนปิดกั้นทางน้ำ ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ได้ย้อนกลับมาทำร้ายเราแล้ว

และเมื่อเราไม่รักธรรมชาติเท่าที่ควรทำ ธรรมชาติก็เลยลงโทษพวกเราไง...

ย้อนอ่าน คลองใยแมงมุมแก้ปัญหาน้ำท่วม


วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คลองใยแมงมุมช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม!!




v

v

จากเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในปีนี้ ที่ๆไม่เคยน้ำท่วมอย่างโคราชก็ยังท่วมได้ และก็มีโอกาสท่วมได้อีกในปีต่อไปๆ หากพวกเราและรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่

คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการรักษาป่าไม้ให้มาก เพราะมีพูดกันอยู่เยอะแยะแต่ก็ไม่มีใครสนใจรักษาเท่าที่ควร หากเราเป็นคนเมืองไม่ได้อยู่ในป่าในเขา ก็ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้เยอะ นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยรักษาหน้าดินให้สมบูรณ์ด้วย

เมื่อมองจากการรายงานข่าวทางอากาศ เราจะเห็นได้ว่า พื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมนั้น มีต้นไม้อยู่เป็นหย่อมๆกระจัดกระจาย ทั้งๆที่พื้นที่มีเหลือเฟือที่จะช่วยกันปลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ค่อยมีใครทำกัน ทั้งๆที่หลายๆบ้านมีพื้นที่หลายไร่ แต่ก็ปล่อยให้เป็นพื้นที่ไร่นาไปซะหมด แทบไม่มีต้นไม้ตามคันนา ไม่มีต้นไม้ตามบ้านเรือนเท่าที่ควร

เวลาสส.ไปหาเสียง ก็ไปหาเสียงว่าจะสร้างถนนให้ชาวบ้านซะเป็นส่วนใหญ่

ทั้งๆที่ถนนนั้นนำมาซึ่งปัญหามากมาย เช่นเริ่มต้นก็โกงกินค่าก่อสร้างกันแล้ว สร้างถนนก็ไม่ได้มาตรฐานโกงปูนกันเยอะ

มีถนน เด็กๆก็อยากจะมีมอไซค์ไว้ซิ่ง ให้พ่อแม่เป็นห่วง

สร้างถนน ถมคลอง นี่คือนิยามความคิดสั้นๆของคนไทยมาหลายยุคหลายสมัย แถมสร้างขวางทางน้ำซะด้วย!!

ประเทศไทยคือเมืองน้ำ ทุกปีต้องมีน้ำท่วมทุ่งมาแต่โบราณ โบราณจึงมีแม่น้ำลำคลองมากมายไว้ให้ระบายน้ำ

มีคลองนอกจากช่วยระบายน้ำ เก็บน้ำ และเป็นเส้นทางคมนาคมแล้ว คลองยังมีกุ้ง หอย ปู ปลาให้ผู้คนได้หากิน (ถ้าน้ำไม่เน่า) ทั้งยังช่วยชาวนาชาวไร่ชาวสวน ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตร

หากรัฐบาลมุ่งเน้นขุดคลอง สร้างคลองให้มากขึ้น ให้เป็นโครงข่ายใยแมงมุมไปทั่วประเทศ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีที่เก็บน้ำ มีที่ระบายได้ดีขึ้นมากกว่านี้ และต้องขุดพื้นที่แก้มลิงในเส้นทางของแต่ละคลองให้มีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

การสร้างคลองแบบโครงข่ายใยแมงมุม คล้ายนโยบายถนนของท่านสมัครนั่นแหล่ะ

แน่นอน การขุดคลองแบบใยแมงมุม คงต้องมีคลองที่ตัดขวางทางไหลของน้ำไปบ้าง ก็อย่าขุดคลองขวางทางน้ำแบบฉาก90องศา พยายามขวางให้เป็นแบบมุมแหลม

Photobucket



ทุกวันนี้คนไทยรุกล้ำคลอง ไม่ให้ความสำคัญกับคูคลอง เห็นถนนสำคัญกว่าคลอง

ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราทุกคนต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ หันหลับมาวิถีที่เหมาะสมกับภูมิประเทศของไทยให้มากขึ้น

การขุดคลองคงไม่ใช่วิธีเดียวในการแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่เชื่อว่า นี่คือวิธีหนึ่งที่ดีเหมาะกับภูมิประเทศของไทยครับ



อ่านสนามบินสุวรรณภูมิขวางทางน้ำไหล
.
.

วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ฟิล์มสัมภาษณ์ตี10 ก็ยังแทม่งๆ




มเพิ่งดูรายการตี10สัมภาษณ์ฟิล์มจบยังไม่ถึงชั่วโมง

แต่จากการดูการตอบของฟิล์มและแม่ฟิล์มนั้น ก็ไม่ผิดคาด ผมเองคาดไว้แล้วไม่ผิดว่าต้องออกมาในรูปนี้ เพราะถ้าแค่ฟังผ่านๆก็ฟังดูดีนะครับ แต่มันกลับขาดความจริงใจ ผมไม่สามารถรับความรู้สึกที่จริงใจจาก2คนแม่ลูกนี้ได้เลย

ผมว่าฟิล์มไม่ออกมาสัมภาษณ์เลย เงียบๆไปเลยจะดูดีว่านี้อีก ทุกอย่างกำลังจะเงียบต่างคนต่างไปแล้ว แต่การออกมาสัมภาษณ์อีกครั้งของฟิล์ม กลับทำให้ฟิล์มดูแย่ลงไปอีก เพราะก็ยังอดแขวะฝ่ายหญิงไม่ได้ อ้างว่าตนมีคนเอาหลักฐานมาให้เยอะแยะ พูดง่ายๆก็คือฟิล์มยังเชื่่อว่าแอนนี่เลว มั่นใจว่าแอนนี่สำส่อน เมื่อแอนนี่สำส่อนเด็กย่อมมีโอกาสสูงที่ไม่ใช่ลูกของตน (แล้วฟิล์มล่ะไม่สำส่อนเหรอ)

----------------------

ก่อนอื่นอยากให้ทุกท่านอย่าเพิ่งเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอให้มองเป็น2ประเด็นคือ

1 ถ้ากรณีแอนนี่โกหก เด็กไม่ใช่ลูกฟิล์ม

กรณีนี้ง่ายมาก ถ้าแอนนี่โกหก ก็ไม่ต้องกล่าวถึงฝ่ายฟิล์มเลย เพราะแอนนี่ก็จะเป็นผู้หญิงที่เลวจริงๆ ทำร้ายคนอื่นอย่างเลือดเย็น ถ้าแอนนี่โกหกใส่ร้ายฟิล์มจริงๆ แม้ไม่ตรวจDNA แต่เชื่อเถอะสักวันความจริงต้องปรากฏ อาจมีใครบางคนแอบขโมยผมลูกของแอนนี่ ไปให้ฟิล์มแอบเอาไปตรวจDNAก็ได้

หรือแม้ต่อให้ความจริงไม่ปรากฏต่อสาธารณะชนเลย บาปกรรมก็จะลงโทษแอนนี่อย่างหนักแน่ๆ ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมาก และสังคมวุ่นวายแตกแยก


แต่ถ้าเป็นกรณีที่2 คือถ้าแอนนี่พูดจริง! ไม่ได้โกหก! เด็กเป็นลูกของฟิล์มจริงๆ!!

ถ้าเป็นกรณีที่2นี้จริง คนที่น่าสงสารและน่าเห็นใจที่สุดจะต้องกลับกลายเป็นแอนนี่ เช่น ถ้าแอนนี่รักฟิล์มจริงๆ เลยปล่อยให้ตัวเองท้องกับคนที่ตัวเองรัก อาจเพราะอยากจับฟิล์มให้อยู่กับตนไปตลอดแบบละครน้ำเน่าก็ได้

แล้วทีนี้แอนนี่ก็อดทนอุ้มท้องเพราะมั่นใจว่าฟิล์มจะไม่ทอดทิ้งเธออย่างอดทน ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเพราะกลัวตกเป็นข่าว

แต่แล้วจู่ๆ มดดำ!!พิธีกรปากตลาดแฉแต่เช้าออกมาแฉ เรืิ้องพระเอกฟ. นางเอกอ. จนในที่สุดฟิล์มก็ออกมาแถลงข่าว ประกาศไม่ยอมรับความสัมพันธ์กับแอนนี่ โดยพูดว่า แค่เคยคบกัน แต่ไม่ใช่แฟน!

คุณผู้อ่านลองนึกว่าถ้าคุณผู้อ่านเป็นแอนนี่ล่ะ จะเจ็บปวดแค่ไหน ที่อุตส่าห์อดทนมาเป็นปี เพราะความรัก แต่แล้วจู่ๆผู้ชายที่ตนรักกลับไปปฏิเสธความสัมพันธ์ และไม่เชืิ้อว่าเด็กคือลูก แต่ให้ค่าคลอด ค่านม แถมแม่ฟิล์มก็จะกำหนดวันคลอดในฤกษ์มงคลด้วย

จากที่ส่งเสียมาตลอด ให้แอนนี่อดทน (เพราะคุณเป็นแม่ของลูกผม-จากแอนนี่เล่า) อยู่ๆมาประกาศให้เด็กไปตรวจDNAก่อน ถ้าเป็นลูกผมจริงผมก็จะยอมรับ แต่ยอมรับเพียงแค่ลูก แต่ไม่ยอมรับแม่ของลูกมาเป็นเมีย!!

แอนนี่เองก็คงหวังว่าฟิล์มจะรับเธอและลูกไปพร้อมๆกัน แต่แล้วจู่ๆกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ เป็นใครจะยอมรับได้!!

--------------------------

ทีนี้ขอมาพูดถึงคำสัมภาษณ์ของฟิล์มกับแม่


ผมเห็นประเด็นที่นักข่าวถามว่า ถ้าตรวจDNAแล้วไม่ใช่ลูกฟิล์มล่ะจะทำยังไง??

แม่ฟิล์มตอบว่า "งั้นก็เป็นเรื่องของแม่เด็ก"

สรุปก็คือ ที่เกย์พจน์ อานนท์เคยออกมาพูดว่า ไม่ว่าเด็กจะเป็นลูกหรือไม่ ฟิล์มก็จะรับเลี้ยงดูทั้งนั้น ก็คือคำเท็จของเกย์ปากร้ายน่ะสิ

และคำถามที่ว่า ฟิล์มจะร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งบังคับให้แอนนี่ตรวจDNAหรือไม่??

ฟิล์มตอบทีแรกก็ไม่ตรงคำถาม ตอบแบบเลี่ยงๆ จนคุณวิทวัสต้องถามซ้ำให้ชัดเจนว่า จะร้องต่อศาลให้สั่งแอนนี่พาเด็กมาตรวจDNAหรือไม่??

ฟิล์มตอบว่า "ตัวเองยังอยากรู้ความจริง ส่วนจะร้องต่อศาลหรือไม่ ต้องขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน"


-----------------------------


คุณผู้อ่านสังเกตเห็นคำตอบของฟิล์มมั้ยครับว่า ตอบแบบนี้หมายถึงอะไร?

ก็หมายถึง ใจจริงๆฟิล์มเองก็ไม่อยากตรวจDNAหรอก เพราะกลัวจะเป็นลูกตัวเองจริงๆ เหมือนกัน

ทำไมผมถึงวิเคราะห์เช่นนั้น!??

ก็เพราะหากผมเป็นฟิล์ม ผมต้องตอบอย่างชัดเจน!!ไปเลยว่าถ้าแอนนี่ไม่ยอมมาตรวจ ผมก็จะร้องต่อศาลให้สั่งแอนนี่มาตรวจให้ได้ เพราะถ้าหากเด็กเป็นลูกผม ผมต้องรับผิดชอบ!!

ผมจะปล่อยให้ลูกต้องไปตกระกำลำบากกับแม่อย่างโดดเดี่ยวได้ยังไง (แม้จะไม่รับแม่ของลูกเป็นภรรยาก็ตาม)

และถ้าผลตรวจออกมาไม่ใช่ลูกฟิล์มก็ตาม ถ้าสมมุติผมเป็นฟิล์มก็ต้องให้เงินเพื่อช่วยเหลืิอเด็กคนนึงที่เข้ามาพัวพันในชีวิตเรา จนเกือบจะเป็นลูกเราไปแล้วสักก้อน หรือถ้าให้ดีที่สุด ก็รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้ (ถ้าแอนนี่ยอม)

ฟิล์มกับแอนนี่ ใครรวยกว่ากัน??

คำตอบก็คือฟิล์มน่ะรวยแน่ๆ เพราะหลายปีที่ผ่านมาทำเงินไปไม่น้อย

ถ้าเกิดฟิล์มแค่ออกมาพูดให้ตัวเองดูดีขึ้นไปวันๆแบบนี้เท่านั้น แล้วไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ความจริงปรากฏให้ได้ ปล่อยให้เด็กที่ไม่รู้ว่าใช่ลูกของตัวเองหรือไม่ ปล่อยไปตามยถากรรมไปกับแอนนี่

ถ้าคนมีหัวใจเป็นพ่อคนจริงๆ ต้องไม่ยอมปล่อยให้เรื่องจบไปโดยความจริงไม่ปรากฏ เพราะพ่อต้องไม่ปล่อยให้ลูกต้องไปอยู่อย่างลำบาก ฟิล์มควรคิดว่าเด็กเป็นลูกไว้ก่อน ไม่ใช่คิดว่าเด็กไม่ใช่ลูกไปแล้ว


สิ่งที่ฟิล์มต้องทำ ย้ำ!! ต้องทำ เพราะเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วคือ ฟิล์มต้องร้องต่อศาลให้สั่งแอนนี่พาเด็กมาตรวจDNAเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น

ไม่ใช่แค่ตอบว่า "ผมต้องปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน" (แหวะ!)
.
.



อ่านรวมกระทูฮอตเรื่องฟิล์ม แอนนี่ของผมตอน1
.
.

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บทสรุปกระทู้ฮอตฟิล์ม แอนนี่ ตอนจบ!

V
V
ผมได้โพสกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม กับแอนนี่ มาหลายกระทู้ในเว็บสนุก แต่ที่ยกมาลงในบล้อค ก็เป็นแค่กระทู้บางส่วนที่พอจะมีเนื้อหาสาระหน่อย ^^

สำหรับบทความตอนนี้จะเป็นตอนจบ บทสรุปของกระทู้ของผมทั้งหมด หากใครได้อ่านทุกๆกระทู้ที่ผมเอามาลง ก็จะรู้ว่า ผมจะเข้าข้างแอนนี่ ไม่ใช่เพราะผมมั่นใจว่าแอนนี่ไม่โกหก แต่ที่ผมเข้าข้างแอนนี่เพราะดูจากพฤติกรรมฝ่ายตรงข้ามแอนนี่ที่เห็นแก่ตัวจนออกนอกหน้า และรุมเธอทุกวันโดยไม่สงสารเด็กตาดำๆว่าต่อไปจะใช้ชีวิตลำบากแค่ไหนในสังคม

แอนนี่อาจจะโกหกหรืออาจจะพูดจริง ก็ไม่มีใครตัดสินได้ หากเธอยังไม่พิสูจน์DNA

แต่กระแสสังคมเรื่มหันไปสงสารฟิล์ม เพราะอะไร?? ผมจะลำดับเหตุการณ์ให้ดู


------------------------------------


ข่าวนี้เริ่มขึ้นที่นสพ.เดลินิวส์ พาดหัวข่าว พระเอก ฟ. ทำนางเอก อ. ท้อง!!

ตอนแรกผมนึกแล้วนึกอีก ว่ามันใครวะ?? พระเอกฟ. นางเอกอ. ??แต่ที่สุดแล้วผมก็นึกไม่ออก

จนกระทั่ง ข่าวออกมาในที่สุดว่า ฟิล์ม รัฐภูมินัดนักข่าวแถลงข่าวในเรื่องนี้

ผมถึงได้รู้ว่า ที่แท้พระเอกฟ.ก็คือ นายฟิล์ม รัฐภูมินี่เอง


แล้วฟิล์มแถลงข่าวว่า แอนนี่ไม่ใช่แฟน และที่ช่วยเหลือเงินทอง เพราะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์!!

คนที่ปล่อยข่าวเรื่องพระเอก ฟ. กับนางเอกอ. ก็คือรายการแฉแต่เช้า โดยพิธีกรมดดำ!!

ผมขอสรุปตรงนี้ก่อน ให้คุณผู้อ่านเห็นว่า คนที่ปล่อยข่าวฉาวดังทั้งประเทศ และคนที่แถลงข่าวจนคนทั้งประเทศรู้ข่าวนี้ ก็คือมดดำ กับฟิล์ม ไม่ใช่แอนนี่!!


----------------


และเมื่อฟิล์มแถลงข่าวแบบนั้น ว่าแอนนี่ไม่ใช่เป็นแฟน (แต่ฟิล์มไปทำแทนแฟนได้) ช่วยเหลือเงินทองก็เพราะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ร่วม(ประเวณี)โลก

แอนนี่ก็คงสุดจะทนแล้ว เพราะในเมื่อฝ่ายชายปฏิเสธความสัมพันธ์ และไม่ยอมรับเด็กเป็นลูก

ผู้หญิงที่อุ้มท้อง9เดือน+อายุเด็กอีก3เดือน โดยไม่ออกไปไหนให้ใครเห็น เพราะกลัวเป็นข่าว เพราะกลัวทำให้ฟิล์มเสียชื่อเสียง ทนอุดอู้อยู่ในบ้านอย่างอดทน เพราะเธออ้างว่าฟิล์มบอกว่าให้เธออดทน เพราะคุณเป็นแม่ของลูกผม (จากคำพูดของแอนนี่เล่าเอง จริงหรือเท็จอย่างไรไม่ทราบ?)

อยู่ๆ แอนนี่ถูกตัดสัมพันธ์ พร้อมกับคำประกาศให้พาเด็กไปตรวจDNA (9เดือน+อายุเด็ก3เดือน ดันไม่พาไปตรวจเงียบๆ)

ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าแอนนี่อยากจะออกมาแฉฟิล์มจริงๆ แอนนี่คงไม่เก็บตัวอยู่ในบ้านนานเป็นปีหรอก เธอน่าจะออกมาตั้งแต่ตอนท้องโตแล้ว

และเมื่อข่าวดังออกมา แอนนี่ก็ไม่ใช่เป็นคนเปิดเผยข่าว

คุณผู้อ่านลองคิดดู ทำไมผู้หญิงต้องทนเก็บตัวอยู่บ้านนานเป็นปีทำไม?? ถ้าอยากจะแฉก็สามารถออกมาแฉฟิล์มได้เลย ทำไมเธอไม่ทำ??

----------------------

ต่อมา อาเฮียหน้าเงินค่ายRS ก็สั่งระงับงานฟิล์มเอง ขอให้คุณผู้อ่านต้องจำไว้นะครับว่า เฮียแกรีบแบนงานฟิล์มเอง ทั้งๆที่ความจริงยังไม่ปรากฏ แต่เฮียแกดันรีบแบนงานฟิล์ม แถมออกมาพูดในฐานะผู้ใหญ่อยากเป็นคนกลางเคลียร์เรื่องของทั้งสองคน

ออกแถลงข่าวครั้งแรก อาเฮียแกดูดีมากๆ ผู้คนต่างชื่นชมยกย่อง

แต่แล้วต่อมาแม่ฟิล์มก็แสดงออกว่า ป่วยหนัก ตรอมใจ เพราะลูกตกงาน(ไม่ถึงอาทิตย์) หลายคนบอกว่าเพราะบ้าน20ล้านยังสร้างเสร็จเลยเครียด!!^^

สุดท้ายที่อาเฮียประกาศตัดงานฟิล์มเพื่อให้เคลียร์ตัวเอง ยังไม่ทันข้ามอาทิตย์ อาเฮียก็คืนงานให้ พร้อมประกาศประณามแอนนี่ว่ามีผู้ชายพร้อมๆกัน4คน

อาเฮียแน่จริงๆ เอาความเป็นสุภาพบุรุษทิ้งไว้ข้างหลัง ออกมาแฉผู้หญิงอย่างเต็มภาคภูมิ สุดท้ายอาเฮียก็โดนด่าไปทั้งเมือง

จุ๊น ดาราชายจากช่อง3 ที่โดนอาเฮียพาดพิงก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของอาเฮียและขอลาออกจากช่อง3


---------------------

ต่อมา แอนนี่ประกาศไม่อยากขอยุงเกี่ยวกับฝ่ายฟิล์ม อยากเลี้ยงลูกตามลำพัง และไม่ยอมตรวจDNA ใครคิดว่าไม่ใช่ลูก ก็ไม่ใช่ก็ได้ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่!!

แอนนี่ขอจบ อยากทำงานเลี้ยงลูก

แต่ฝ่ายฟิล์มไม่จบ แม่ฟิล์มออกมาเรียกร้องทั้งน้ำตาของให้แอนนี่ตรวจ เพื่อความถูกต้อง เด็กจะได้มีพ่อ?? จะได้ส่งเสียเลี้ยงดู (ที่จริงก็ส่งเสียมาตั้งแต่เรื่องเงียบแล้ว แต่พอข่าวดังกลับไม่ยอมรับดื้อๆ)

ส่วนเกย์พจน์ อานนท์ตามแฉแอนนี่อย่างไม่ลดละ กัดไม่ปล่อย กะเอาให้ตายไม่ต้องทำมาหากินได้อีก

ส่วนฟิล์มเครียดกินยาเกินขนาด เข้าโรงพยาบาลล้างท้องที่ห้องไอซียู (ซึ่งโดยทั่วไปเขาล้างกันที่ห้องฉุกเฉิน)

ฝ่ายพี่ชายฟิล์มและพจน์ อานนท์ตามแฉเรื่องโอนเงิน (ก็แอนนี่ก็ไม่เคยปฏิเสธว่าฟิล์มช่วยเหลิออยู่แล้วนี่นา)

หลายวันผ่านไปแอนนี่ไม่ตอบโต้ ไม่พูดเริ่องพ่อของลูกอีก

ต่อมาเมธี หางแดงกลายพันธุ์ ก็ออกมาแฉแอนนี่ ทำให้เมธีกลับเข้ามาในกระแสในข่าวได้อีก

---------------------------

หลายๆวันที่ผ่านมา ฝ่ายแอนนี้โดนรุมกระหน่ำจากฝ่ายฟิล์มฝ่ายเดียว โดยฟิล์มทำลอยตัว ไม่ห้าม ไม่สงสารฝ่ายหญิงและเด็กเลย ทั้งๆที่ฝ่ายหญิงไม่ใช่คนแฉเรื่องนี้

ตัวฟิล์มเองก็ปล่อยให้พวกตัวเอง ออกมาถล่มแอนนี่ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น แต่ตัวเองเล่นบทเงียบและน่าสงสารต่อไป

ต่อมาแม่ฟิล์มก็แถลงข่าวจะไม่ช่วยเงินแอนนี่ ห้ามให้แอนนี่พูดเรื่องฟิล์มเป็นพ่อเด็กอีก

ถ้าสมมุติว่า เด็กเป็นลูกชายฟิล์มจริงๆ ก็หมายถึงย่าตัดสัมพันธ์หลานไปแล้ว

----------------------

ข่าวในตอนแรกมีบริษัทผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก จะจ้างแอนนี่โฆษณาหลักล้าน แต่พอเกย์พจน์ออกมาแฉหนักๆ สุดท้ายบริษัทนั้นก็ยกเลิกที่จะจ้างแอนนี่

สรุปก็คือ แอนนี่เธอถูกสังคมตราหน้าว่าหลอกลวง เพราะไม่ยอมตรวจDNA

ยิ่งแอนนี่ดูน่ารังเกียจมากขึ้นเท่าไหร่!! สังคมก็เริ่มเห็นใจฟิล์มมากขึ้นเท่านั้น!!



----------------------------

สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ผู้หญิงก็ต้องเลี้ยงลูกไปอยู่ดี เพราะแม่ย่อมรักลูก อุตส่าห์อุ้มท้องอย่างอดทน ตอนนี้แม่ถูกประณามจนสังคมเริ่มรังเกียจ แต่แม่ก็ต้องเลี้ยงลูกอยู่ดี

ต่อให้แม่ตกงานไม่มีใครจ้าง แม่ก็ต้องเลี้ยงลูกอยู่ดี

ถ้าแอนนี่เธอจะผิด หรือเธอจะโกหก แต่เธอก็คือแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกอยู่ดี เพราะเด็กคือสายเลือดของเธอ

ส่วนฟิล์ม แม้ไม่ใช่พ่อ หรือจะใช่ก็ตาม ตอนนี้ก็พยายามลอยตัวไปแล้ว แต่อาจปล่อยให้ลิ่วล้อออกมาประณามแอนนี่ต่อไป

ถ้าฟิล์มสงสัยเป็นลูกหรือไม่? ฟิล์มต้องฟ้องร้องให้ศาลสั่งแอนนี่ตรวจDNAให้ได้ เพราะหากเป็นลูกฟิล์มจริง การปล่อยลูกไป ก็เท่ากับพ่อไม่รับผิดชอบ แต่ถ้าไม่ใช่ลูก ฟิล์มก็จะได้พ้นข้อกล่าวหา

แต่ฟิล์มจะฟ้องศาลหรือไม่?? คิดเอาเอง (ดูต่อไป)

แต่เกย์พจน์ ยังตามจองล้างแอนนี่ไม่เลิกรา อย่าได้มาอ้างว่าสงสารเด็กเลย เพราะถ้าแอนนี่ยิ่งจมธรณีมากเท่าไหร่ ผลกระทบที่ตกถึงลูกของแอนนี่ย่อมมีมากขึ้น และหากสมมุติเป็นลูกของฟิล์มจริงๆ ก็เท่ากับพจน์กำลังทำร้ายลูกของฟิล์มไปแล้วจริงๆ


(ย้ำ!จากบทความก่อน เวรกรรมมีจริง ใครโกหก ใครใส่ร้าย สุดท้ายกฏแห่งกรรมจะดำเนินไปแน่นอน)

.
.
จบแล้วครับ ^^
.
.
ย้อนอ่านตอนแรก


.

.

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม&แอนนี่ ของผม!ตอน5

กระทู้ต่อไปนี้เป็นกระทู้ที่ตั้งอยู่หลายครั้ง ผมตั้ังกระทู้ชื่อเดียวกันนี้ทั้งหมด3กระทู้ แต่ก็ไม่ฮอต สงสัยเว็บเขาอ่านแล้วไม่ค่อยชอบ เลยไม่ค่อยดันกระทู้ให้

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า กระทู้แต่ละกระทู้ที่ขึ้นหน้าหนึ่งของเว็บสนุกนั้น เกิดจากเว็บสนุกเขาพิจารณาว่าดี ว่าเหมาะสม ตามเหตุผลของเว็บหรือแอดมินที่ดูแลควบคุมอยู่ เขาถึงนำขึ้นหน้าแรกกระทู้ให้

กระทู้สุดท้ายของผมนี้ ชื่อว่า "แบนRS แบนแอนนี่ ให้หมดเลยดีมั้ย?"

กระทู้ตั้งถึง3ครั้ง แต่ไม่ถูกใจเว็บ มันก็เลยไม่ฮอตครับฮิๆ อาจเพราะแรงไปก็ได้ ที่ดันไปเสนอให้แบนทุกคน หลายคนคงด่าผมว่าสนุกหรือไงกับเรื่องชาวบ้าน แต่นั้นคือกระทู้ในประเด็นดังของสังคมและคนสาธารณะ ที่ประชาชนมีสิทธิวิจารณ์ได้ตามเหตุผลพอสมควร


กระทู้นี้ชื่อว่า "แบนRS แบนแอนนี่ ให้หมดเลยดีมั้ย?"


เนื้อหาตามนี้




เพราะเรื่องของพวกเขาทำให้สังคมวุ่นวายเพิ่มขึ้น!!

ฝ่ายฟิล์มก็พูดกลับไปกลับมา ไม่รับเป็นลูกก็ไม่ควรช่วยเหลือเงินแต่แรก อย่ามาอ้างว่าช่วยเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่แฟนทำแทนกันได้!?

ฝ่ายเฮียฮ้อก็เห็นแก่เงินจนละทิ้งความเป็นสุภาพบุรุษ ประณามผู้หญิงทั้งๆที่ตัวเองก็ฟังเขามาอีกต่อ ฉายา "เฮียฮ้อซ้อ7"

ฝ่ายเจ๊พจน์ นี่ก็ร้ายเหลือเกิน ประณามฝ่ายหญิงซะไม่เหลือดี ทำอย่างกับตัวเองดีบริสุทธิ์ ไม่มั่ว!! (มิน่าตั๊ก บงกชและดาราอีกหลายคนถึงได้มีเรื่องกับเจ๊พจน์) แถมเจ๊พจน์ขู่จะฟ้องถ้าใครกล่าวหาฟิล์มอีก ถามหน่อยเจ๊พจน์แกมีสิทธิตรงไหนที่จะฟ้อง ไม่ใช่พ่อใช่แม่ ใช่เมียฟิล์มสักหน่อย (หรือว่าจะใช่?)

ส่วนเมธี ก็หางแ...โผล่ เป็นผู้ชายมีหาง เกาะกระแสเข้าข้างค่ายใหญ่ หวังจะกลับเข้าวงการรึเ่ปล่า??(ต่อยคนแก่ ด่าผู้หญิง เมธีถนัด)


ส่วนฝ่ายแอนนี่ ถ้าไม่ตรวจDNAก็ไม่ควรทำงานในวงการบันเทิงแล้ว เพราะทำให้ประชาชนคาใจแบบนี้ พวกเขากล่าวหาคุณมั่วผู้ชายพร้อมกันหลายคน ถ้าคุณไม่ออกมาพิสูจน์ความจริง ปกป้องศักดิ์ศรีผู้หญิงของคุณ แอนนี่คุณไปหาอาชีพอื่นเลี้ยงลูกดีกว่ามั้ย?? อย่าอาศัยเรื่องนี้สร้างกระแสหากินอีกเลย เพราะถ้าอยู่ในวงการต่อไป ก็เท่ากับคุณก็กำลังทำร้ายลูกคุณเองเหมือนกัน


ยิ่งนานวัน ก็มีคนชักเอนเอียงไปทางฟิล์มและเริ่มไม่เชื่อแอนนี่ จนถึงขั้นจะแบนผลงานแอนนี่ ตอนนี้แอนนี่เธอก็ทำงานของเธอไป ไม่ได้ออกข่าวโจมตีฝ่ายฟิล์มอีก ฝ่ายเข้าข้างฟิล์มต่างหากที่ออกแถลงข่าวรายวัน

ถ้าคิดจะแบนก็ต้องแบนทุกคนที่เกี่ยวข้องจึงจะยุติธรรม

งั้น!! ผมขอเสนอว่าแบนให้หมดทั้งงานของ ฟิล์ม RS แอนนี่ พจน์ อานนท์ แบนให้หมด อย่าซื้ออย่าอุดหนุนสินค้า ของคนเหล่านี้!! (ถ้าตราบใดความจริงยังไม่ปรากฏ)


เพราะศีลธรรมในสังคมเสื่อมลงก็เพราะพฤติกรรมทั้งหมดพวกคุณทำเป็นตัวอย่างทั้งนั้น!!

V


v


V

ประเด็นเรื่องนี้คืออะไร ก็คือเรื่องDNA ว่าเด็กใช่ลูกฟิล์มหรือไม่?? ไม่ใช่แอนนี่มั่วหรือไม่??

ถ้าฟิล์มอยากให้ตรวจDNA แล้วแอนนี่ไม่ยอมตรวจ ทำให้ตัวเองเสียหายอย่างไร ก็ฟ้องร้องไปเลยสิ ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเฮีย พวกตุ๊ด พวกอันธพาลออกมารุมประณามเธอเลย มันไม่แมนว่ะ!!







(แต่หลายๆวันที่ผ่านมา แอนนี่เธอก็เลิกพูดเรื่องที่ฟิล์มเป็นพ่อเด็กหลายวันแล้ว และตราบใดเธอยังไม่ยอมตรวจDNA เส้นทางบันเทิงเธอก็จะเริ่มแคบลงเช่นกัน!!!)



เพิ่มเติม

วันก่อน
แม่ฟิล์ม แถลงข่าวจะงดเงินช่วยฝ่ายหญิงอีกต่อไป ถามว่าพูดช้าไปเปล่า??

แอนนี่เธอก็บอกตั้งนานแล้วนี่ ว่าเธอไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้แล้วนี่นา


แม่ฟิล์มบอกอย่าเอาชื่อฟิล์มไปเกี่ยวข้องอีก??

แอนนี่ก็ไม่เคยพูดเรื่องฟิล์มเป็นพ่อตั้งหลายวันแล้วนี่นา


อ่านกระทู้ต้นฉบับ คลิกที่นี่


อ่านบทสรุปกระทู้
.
.

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม&แอนนี่ ของผม!ตอน4

.
.
ก่อนอื่นต้องย้ำอีกครั้งว่า กระทู้แต่ละกระทู้ เขียนไปตามสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น อย่างเช่นกระทู้นี้มันเป็นช่วงที่เรื่องควรจะจบๆไปได้แล้ว ยังไม่มีใครออกมาแฉอะไรมากมายเกิดขึ้นอีก

การเขียนกระทู้อย่างที่เกริ่นไว้ในตอน1 คือจะจับกระแสในตอนนั้นและตั้งกระทู้กระชับอ่านเข้าใจง่าย จับประเด็นที่เด่นๆ ซึ่งคงไม่อาจครอบคลุมรอบด้านได้เท่ากับการเขียนบทความ แน่นอนย่อมมีคนชอบและไม่ชอบเป็นธรรมดา

อยากให้คุณผู้อ่าน อ่านแบบวิเคาระห์ และอ่านตั้งแต่ตอน1 ไล่เรียงกันมา ไม่ใช่อ่านตามกระแสที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะกระทู้แต่ละกระทู้เป็นกระทู้ที่เหตุการณ์หลายเรื่องได้ผ่านจุดนั้นมาแล้วครับ


-------------------------



กระทู้ชื่อ "แอนนี่ไม่ควรตรวจDNA ฟิล์มปล่อยเธอไปเถอะ"


เนื้อหาตามนี้



ผมอยากให้คุณผู้อ่านดูการตอบคำถามของเธอแอนนี่ แบบย่อๆอีกครั้งครับ

คำถามแรก เฮียหน้าเงินกล่าวหาเธอคบผู้ชายทีเดียว4คน?

แอนนี่ตอบว่า "ถ้าเกิดว่าหนูมีอะไรกับคนในเวลาเดียวกัน แค่พูดเนี่ยมันก็รู้สึกแย่มากแล้ว คนเป็นแม่ถ้าท้องอยู่เขาคงไม่อยากเสี่ยงให้ลูกของตัวเองติดโรคเลย ใครจะรู้ว่าจะติดโรคอะไรถูกมั้ย"

วิเคราะห์คำตอบแรก ผมว่าเธอตอบได้สมเหตุสมผลพอควรนะ คนเป็นแม่คงไม่เสี่ยงให้ลูกและตัวเองติดโรคหรอกจริงมั้ย?? และถ้าเธอคิดอยากจะมีลูกกับฟิล์มหรืออยากจับฟิล์ม ก็คงไม่เสี่ยงที่จะไปยุ่งกับใครให้ยุ่งยาก



คำถามที่2 โดนกดดันจากรอบข้างให้ตรวจDNA ยังคงยืนยันจะไม่ตรวจใช่มั้ย??

แอนนี่ตอบว่า "หนูได้พูดไปแล้วว่าที่หนูไม่ตรวจเพราะอะไร บางคนบอกว่าไม่ใช่อ่ะซิ ไม่กล้านะซิถึงไม่ตรวจ หนูบอกไปหลายครั้งแล้วว่าหนูไม่ต้องการอะไรจากใครจะมาตรวจทำไม ถ้าใครคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ก็ได้

หนูไม่ต้องการความรับผิดชอบจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น ขอหนูรับผิดชอบตัวหนูกับลูกหนูเอง ตอนนี้หนูเข้มแข็งดีแล้ว จะเรียกว่าหนูฝังใจก็ได้ ผู้หญิงทุกคนมันเจ็บแล้วมันจำ มันลืมไม่ลง หนูลืมไม่ลงจริงๆ เพราะฉะนั้นหนูถึงกลายเป็นคนยืนกรานหรือหัวแข็งก็ได้ถ้าเกิดจะว่าอย่างนั้น มันเลยกลายเป็นสิ่งค้างคาใจสังคมตอนนี้ หนูต้องขอโทษจริงๆ"

วิเคราะห์คำตอบนี้ ผมว่าชัดเจนนะ เมื่อไม่ต้องการพ่อแล้ว ไม่ต้องให้ใครรับผิดชอบ แล้วจะตรวจทำไม ใครว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่!! (ผมเดาว่าต่อไปเธอคงมีศักดิ์ศรีพอที่จะบอกลูกว่า พ่อของลูกได้ตายไปแล้ว จนกว่าลูกจะโตพอถึงจะเล่าความจริง แล้วถ้าลูกอยากตรวจ แล้วฟิล์มยังอยากรู้ ก็ไปตรวจเอาตอนนั้น)




คำถามที่3 โดนตีความจากคำพูดเหมือนไม่มั่นใจว่า เป็นลูก ฟิล์ม หรือเปล่า??

แอนนี่ตอบว่า "หนูถึงพูดไปเมื่อกี้ไงว่าคนคิดไปต่างๆ นาๆ แก้วใบเดียวยังมองไม่เหมือนกันเลยว่ามันทรงตรงหรือทรงกลม เพราะฉะนั้นเนี่ยหนูไม่สามารถทำให้ทุกๆ คนพอใจได้ หนูไม่สามารถทำให้คนทุกคนมีความสุขแฮปปี้ได้ แม้แต่ตัวเอง ในเมื่อหนูตัดสินใจแล้วว่าไม่ต้องการการรับผิดชอบจากใคร ถ้าเกิดตรวจไปเพื่ออะไร?..หรือเพื่อความสะใจของใครบางคน เพื่อความสบายใจของใครบางคน

แต่ผลข้างเคียงในทางกฎหมายที่จะตามมามันมีมากมายเหลือเกินแต่ไม่มีใครพูด จะให้หนูมาพูดเรื่องกฎหมายหนูก็ไม่ใช่นักกฎหมาย หนูก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา รู้งูๆ ปลาๆ มีคนแนะนำมาบ้างว่าอย่าเลย ผลข้างเคียงมันก็มี ไม่ใช่แค่ความสะใจว่าใช่หรือไม่ใช่

เอาอย่างนี้ ณ วันนี้ถ้าทุกคนคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ก็ได้ งั้นก็ปล่อยให้หนูไปทำงานเลี้ยงลูกเถอะ"


วิเคราะห์คำตอบนี้ ผมว่า แอนนี่เธอตอบชัดเจนแล้วนะครับ ปล่อยเธอไปเถอะ ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขา ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ ปล่อยเธอไปทำมาหากินเลี้ยงลูกเถอะ





สำหรับฟิล์ม เฮียหน้าเงินก็คืนงานให้แล้วนี่ และคนที่ออกมาประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะชนรับรู้คนแรกก็คือตัวฟิล์มเอง แอนนี่เขาไม่ได้ไปป่าวประกาศให้สาธารณรู้ก่อนนะอย่าลืม! แถมตอนแถลงข่าวทั้งสองครั้งของฟิล์มก็ขัดแย้งกันสุดๆ


ฉะนั้น ต่างคนต่างไปแล้วกัน จะได้จบเสียที (สุดท้ายถ้าใครโกหก ใครหลอกลวง เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้าหรอกครับ คงต้องปล่อยให้กฏแห่งกรรมจัดการแล้วกัน )


เมื่อฟิล์มไม่ได้ยอมรับลูกด้วยใจแต่แรก ก็อย่าให้ต้องเอาDNAมาทำให้ต้องยอมรับเลย ปล่อยแอนนี่เธอไปเถอะครับ

ฟิล์มและแม่ ต้องยอมรับความจริงซะว่า คุณไม่มีรุ่งได้เหมือนเก่าแล้วล่ะ เพราะความไม่จริงใจแต่แรกของพวกคุณเอง คนเราต้องรู้จักพอเมื่อถึงเวลา ต้องรู้จักจมให้เป็น อย่าจมไม่ลงเลยครับ มันจะทุกข์เปล่าๆ


(ย้ำอีกครั้ง!! สุดท้ายถ้าใครโกหก ใครหลอกลวง เวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้าหรอกครับ คงต้องปล่อยให้กฏแห่งกรรมจัดการแล้วกัน )


เพิ่มเติม

V

V

แอนนี่ "แต่ถามว่า 4-5 ปีมานี้หนูมีแฟนมั้ย? หนูอ่ะคบใครคบจริงนะ หนูรักใครรักนาน คบเป็นคนๆ หนูก็ 30 แล้ว ไม่ใช่เวอร์จิ้น ไม่ใช่ผู้หญิงแบบอื้อหือ...ซื่อใส ใสซื่อ บริสุทธิ์ ต้องมาตีหน้าซื่ออะไรแบบนี้มันไม่ใช่

หนู 30 แล้วก็จะใกล้วัยกลางคนแล้ว แล้วก็หนูเคยมีแฟนมาก่อน ก่อนหน้าเขาหนูก็เคยมี แต่ว่าเลิกกันไปแล้ว แต่ผู้หญิงกว่าจะเลิกกับใครได้มันก็ต้องทำใจ ไม่ใช่ว่าเลิกปุ๊บมีแฟนปั๊บๆ พอเลิกหนูทำใจได้หนูเจอคนใหม่ ที่หนูคิดว่าพอคบไปแล้วรู้สึกรักรู้สึกใช่หนูก็คบเป็นแฟน คบทีละคน

แต่ไม่ได้บอกว่า 4-5 ปีมานี้ไม่มีใครเลย หนูไม่ได้พูดอย่างนั้น พี่เขาก็ถามมาว่า 2-3 ปีมานี้คบฟิล์มคนเดียวใช่มั้ย ประเด็นหนูคิดว่าเขาต้องการที่จะแย้งว่า ช่วงเวลาที่คบกับคนๆ นี้เนี่ย หนูคบกับคนๆ อื่นอีกหรือเปล่า หนูว่าให้มองประเด็นนี้ดีกว่า อย่าพยายามปั่นประเด็นให้มันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แล้วเข้าใจประเด็นที่หนูพูดในรายการเมื่อคืนผิด ทีนี้ก็ผิดไปกันใหญ่"



ต้นฉบับกระทู้นี้ คลิกที่นี่



อ่านต่อตอน5

.
.

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม&แอนนี่ ของผม!ตอน3

.
.
ย้อนอ่านรวมกระทู้ฮอต ตอน1 และ ตอน2 ก่อนนะครับ จะได้ต่อเนื่องในอรรถรส^^

กระทู้ต่อมา ชื่อกระทู้ว่า "ฟิล์มกับแม่ ถ้าจริงใจแต่แรกเรื่องคงไม่บานปลาย"


เนื้อหาตามนี้


แน่นอนกรณีฟิล์ม แอนนี่ ทั้งสองคนผิดทั้งคู่

ถามว่าทำไมฟิล์มไม่เชื่อว่าเป็นลูกของแอนนี่ล่ะ??


นั่นเพราะ ฟิล์มไม่เชื่อใจแอนนี่แต่แรกแล้วใช่มั้ย ฟิล์มคิดเสมอว่าเธอคงมีผู้ชายอีกหลายคน!!

ในเมื่อฟิล์มเชื่อว่าแอนนี่มีผู้ชายหลายคน แล้วทำไมฟิล์มไปยุ่งกับเธอล่ะ นั่นเพราะฟิล์มก็มั่วเหมือนกันใช่มั้ย?? (แต่แอนนี่โดนเฮียฮ้อประณามฝ่ายเดียว)


ในเมื่อไม่เชื่อใจผู้หญิงแต่แรก เวลามีอะไรกัน แล้วทำไมไม่ป้องกัน?? อย่าไปโทษแอนนี่เลย ควรโทษความโง่ตัวเองมากกว่า

ปล่อยจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านมาจนเด็กโต จนเป็นข่าวดัง

ท้อง9เดือน+อายุเด็กอีก3เดือน เวลาผ่านมาเป็นปีก็ไม่ยอมไปตรวจDNAให้จบๆแต่แรก แต่พอข่าวดัง กลับมากดดันให้เธอพาเด็กไปตรวจ

ทำเป็นมาอ้างว่าที่ส่งเสียค่าใช้จ่าย ว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์!! ถ้าคิดว่าไม่ใช่ลูกใช่หลานตัวเอง ก็ไม่ต้องไปส่งเสียเลี้ยงดูแต่แรก แต่นี่ส่งเสียค่าใช้จ่าย ค่าคลอด ค่าย้ายบ้าน ก็เท่ากับว่ายอมรับว่าเป็นลูกเป็นหลานโดยพฤตินัยอยู่แล้ว


ถ้าตอนข่าวยังไม่ดัง หากไปตรวจให้แน่ใจซะตอนนั้น ถ้าเป็นลูกฟิล์มก็ดีไป ถ้าไม่ใช่ลูกก็เลิกกันไปเงียบๆ แต่ทำไมไม่ทำ เพราะอะไร?? มันควรจะเคลียร์กันเองเงียบๆได้ตั้งนานแล้วก่อนที่จะเป็นข่าวด้วยซ้ำ


แต่พอข่าวดังขึ้นมาทำเป็นไม่ยอมรับลูก ไม่ยอมรับหลาน ต้องการให้ไปตรวจDNA แถมใช้วิธีกดดันแอนนี่ ทั้งไม้แข็งโดยเฮียฮ้อออกมาประณามเธอ แล้วมีการปล่อยข่าวเรื่องผู้ชายอีกหลายคน เพื่อกดดันแอนนี่ให้ยอมตรวจDNA


แต่พอไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ให้แม่ฟิล์มออกมาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาออกมาอ้างโน่นอ้างนี่ หัวอกแม่อย่างโน้นอย่างนี้ เพื่อให้แอนนี่ยอมตรวจDNA


ทำไมแม่ฟิล์มไม่ขอแอนนี่ให้ตรวจตั้งแต่ตอนเรื่องยังเงียบอยู่เล่า?? เพราะอะไรถามใจดูซิ??

เงินและผลประโยชน์ใช่มั้ย?? ที่ทำให้เพิ่งออกมาเรียกร้องขอร้องให้แอนนี่ตรวจDNAตอนนี้??



ทั้งแม่ฟิล์มและฟิล์ม ดีแต่บอกว่าถ้าเป็นลูกจะช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู นี่เล่นไม่ยอมลงทุนก่อนเลยนี่นา!!

แน่จริงบอกแอนนี่ไปก่อนเลยสิว่า ถ้าแอนนี่ยอมออกมาตรวจแม่และฟิล์มยินดีจ่ายค่าเลี้ยงดูให้เด็กคนนี้ก่อนตรวจเลย20ล้าน(ตัวเลขสมมุติ) ไม่ว่าจะใช่ลูกฟิล์มหรือไม่ก็ตาม แน่จริงจ่ายก่อนสิ!! (แอนนี่คงไม่ได้สนใประเด็นนี้หรอก ผมแค่อยากบอกว่าแม่ฟิล์มกับฟิล์มดูท่าทางจะงก!!อยู่แล้ว)



ไม่งั้นถ้าตรวจไป แอนนี่ก็มีแต่เจ๊ากับเจ๊งเท่านั้น

เพราะถ้าใช่ลูกฟิล์มจริง เด็กก็มีพ่อเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่เฮียฮ้อหน้าแตกยับเยิน

แต่ถ้าไม่ใช่ลูกฟิล์ม แอนนี่มิต้องไม่มีที่ยืนในสังคมเลยใช่มั้ย?? แถมเฮียฮ้อก็รอดตัว!!ว่าไม่ได้กล่าวหาลอยๆ




สุดท้ายผมว่า แอนนี่จะต้องยอมตรวจDNAในที่สุดแน่ๆ และผมเดาว่า เธอคงไม่โง่ออกมาบอกว่าฟิล์มเป็นพ่อง่ายๆ ถ้าเธอไม่มั่นใจจริงๆ เพราะถ้าใส่ร้ายฟิล์ม เธอคงไม่มีที่ยืนในสังคมแน่ๆ

เพราะแอนนี่เธอไม่ได้โนเนมแบบผู้หญิงถ่ายนู้ดที่กล่าวหาแด๊ก บิ๊กแอ๊ด ที่คนส่วนใหญ่จำหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แล้ว



อ่านกระทู้ต้นฉบับ คลิกที่นี่



อ่านตอน4

.
.

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม&แอนนี่ ของผม!ตอน2

เกริ่น หากใครยังไม่ได้อ่านตอน1 อยากให้กลับไปอ่านมาก่อนนะครับ เพราะกระทู้มันไล่ไปตามเหตุการณ์เรื่อยๆ

กระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม กับแอนนี่ กระทู้ต่อไปนี้ เป็นกระทู้ที่อยู่ในบอร์ดการเมืองของสนุก ซึ่งตอนนี้บอร์ดเขามีปัญหาแตกแยกในสมาชิกนิดหน่อย เลยห้ามคนที่ไม่ใช่สมาชิกโพสความเห็น(ชั่วคราว)


กระทู้ชื่อ "อยากรู้มั้ยทำไมเธอไม่ยอมตรวจDNA!?"


เนื้อหาตามนี้



ก่อนจะไปถึงคดีดัง ผมอยากพูดถึงในกรณีทั่วไปก่อน


สมมุติว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เสียกับแฟนของเธอ เพราะความที่เธอรักแฟนของเธอมากจนยอมเขาทุกอย่าง ทั้งๆที่นั่นคือความคิดที่ผิดพลาดของเธอ

เธอเชื่อใจเขาว่าเขารักเธอ และพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างในตัวเธอทั้งวันนี้และอนาคต

แต่เมื่อเธอท้องกับเขา ซึ่งเธอก็ไม่ได้คบใครในระหว่างที่คบกับเขา แต่เมื่อเขารู้ว่าเธอท้อง

เขากลับปฏิเสธว่า อาจไม่ใช่ลูกของเขา ขอให้เธอไปตรวจDNAเสียก่อน เขาจึงจะรับผิดชอบลูกให้

ฝ่ายหญิงที่หลงเชื่อคำหวานคำหลอกลวงของเขา เมื่อตอนที่เขาหว่านล้อมให้เธอยอมเป็นของเขานั้น

เธอรู้สึกเจ็บปวดมาก ที่เขาดูถูกเธอ ด้วยการไปบอกให้เธอนำลูกไปตรวจDNA แถมบอกว่าจะรับผิดชอบเฉพาะลูก แต่ไม่รับผิดชอบในตัวเธอ!


ผู้หญิงก็มีศักดิ์ศรี แม้ตัวเองจะโง่ถูกผู้ชายหลอกฟันฟรีๆ ก็ตาม แต่เธอจะไม่ยอมโง่เป็นครั้งที่2

นั่นก็คือ

"ลูกของฉัน ฉันอุ้มท้อง ฉันเจ็บปวดเวลาคลอด ฉันเลี้ยงดูลูกด้วยความรักที่เต็มหัวใจ

หากพ่อมันเลว พ่อมันไม่รับผิดชอบ ฉันก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะเลี้ยงลูกของฉันเองโดยลำพัง

ทำไมฉันต้องตรวจDNAด้วย ในเมื่อฉันไม่อยากมอบสิทธิทางกฏหมายให้กับผู้ชายที่ไร้ยางอายขาดความรับผิดชอบคนนั้น

ฉันขอเป็นแม่ที่มีสิทธิเลี้ยงลูกโดยลำพัง ดีกว่าให้ผู้ชายที่มักมากหลอกและดูถูกลูกผู้หญิงมาร่วมมีสิทธิในตัวลูกของฉัน


ฉันผิดด้วยหรือ ที่ฉันจะปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของฉันที่ถูกผู้ชายเลวๆคนหนึ่งมาดูถูก ด้วยการไม่ตรวจDNA เพราะฉันไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนี้มายุ่งเกี่ยวกับตัวฉันและลูกของฉันอีก!!"



^


^


ที่ผมสมมุติตามข้างบนนั้น คือเฉพาะกรณีของคนทั่วไป ไม่ใช่คนดังในสังคมนะครับ ขอคุณผู้อ่านอย่าเพิ่งนำเรื่องคนดังมาปนกับตัวอย่างข้างบน

แต่ถ้า!!

สำหรับกรณีที่หากฝ่ายชายเป็นคนดังอาจได้รับความเสียหายหากเรื่องนี้เป็นข่าวดังขึ้นมา ที่ถูกผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกว่าเขาเป็นพ่อของลูกเธอ

ถ้าคิดว่าตัวเองเสียหายก็ฟ้องร้องต่อศาลไปสิ ไม่ใช่ให้ผู้หลักผู้ใหญ่บางคนออกมาประณามฝ่ายหญิงเพื่อกดดันให้ฝ่ายหญิงต้องยอมตรวจDNA

แต่เท่าที่ติดตาม ผมเห็นว่าฝ่ายชายต่างหากที่ออกมาแถลงข่าวก่อนฝ่ายหญิง ทั้งๆที่ผู้หญิงยังไม่ได้ออกมาบอกเลยว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเลยนะ ฝ่ายชายต่างหากที่ออกมาแถลงข่าวจนคนเขารู้กันทั้งเมืองก่อนใคร!!

ฉะนั้นฝ่ายชายจะมาฟ้องร้องว่าผู้หญิงทำให้ตัวเองเสียหายคงไม่ได้แล้ว!!

V


V


อุทธาหรณ์สอนผู้หญิงในเรื่องนี้ ก็คือ

จงอย่ายอมเป็นของชายใดง่ายๆ เพราะเมื่อคุณง่าย คุณก็จะถูกเขาดูถูกได้ง่ายๆเช่นกันครับ




ขอเสริมอีกนิด


ตอนนี้เรื่องราวมันบานปลายไปจนถึงขั้น ผู้บริหารค่ายยักษ์ทั้ง2 ร่วมออกมาโจมตีฝ่ายหญิง


ถ้าเกิดต้องไปตรวจDNAจริงๆ ผู้บริหารอาจต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองขายหน้าไปมากกว่านี้


นั่นก็คือ ต้องอยากให้DNAผลออกมาว่า เด็กไม่ใช่ลูกซุปเปอร์สตาร์ เพื่อหน้าตาของอาเฮียจะได้ดูดีขึ้น!!


ผลประโยชน์มันเยอะ เงินไม่เข้าใครออกใคร


ผู้หญิงกับลูก สมควรเดินตามเกมของพวกมีเงิน มีอำนาจเหล่านี้หรือไม่???


คุณผู้อ่านลองคิดดูแล้วกัน!!





อ่านกระทู้ต้นฉบับ คลิกที่นี่



อ่านต่อตอน3

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รวมกระทู้ฮอตเรื่องฟิล์ม&แอนนี่ ของผม!ตอน1



ผมหายไปหลายวันมาก เพราะมัวแต่สนุกกับการตั้งกระทู้วิเคราะห์ข่าวของฟิล์ม แอนนี่ในเว็บสนุก ซึ่งที่จริงผมมีกระทู้แบบฮาๆและแบบแซวๆเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายกระทู้มาก ซึ่งแต่กระทู้ก็มีคนอ่านอยู่หลายหมื่นคน

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า หลักการตั้งกระทู้คือ ต้องตั้งชื่อกระทู้ให้กระชับเข้าใจง่ายและชวนติดตาม ส่วนเรื่องเนื้อหาต้องไม่เยิ่นเย้อ อ่านเข้าใจง่ายๆ สบายตา และกระชับ

เมื่อหลักการตั้งกระทู้มันเป็นแบบนี้ ก็อาจทำให้เนื้อหาการอธิบายในกระทู้คงไม่อาจครอบคลุมได้ละเอียดทุกประเด็น ซึ่งอาจเป็นผลให้มีหลายคนตีความหมายและจุดประสงค์จริงๆของกระทู้ไม่แตก ก็เป็นไปได้

ถ้านับกระทู้ที่ผมตั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ น่าจะเกือบ10กระทู้และก็ฮอตทุกกระทู้ แต่ผมขอยกเฉพาะกระทู้ที่ค่อนข้างมีสาระก็แล้วกัน ไม่้งั้นเดี่ยวจะมีคนด่าเอา ฮิๆ

----------------------


(ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมของดโพสรูปที่อยู่ในกระทู้ในทุกกระทู้นะครับ )


กระทู้แรกยังไม่เน้นการวิเคาระห์เท่าไหร่เพราะเหตุการณ์ยังไม่ระอุมาก

กระทู้ชื่อ "ถ้าแอนนี่กล้าตรวจ! แล้วฟิล์มล่ะกล้าแต่งหรือเปล่า??"




เนื้อหาตามนี้

ทุกคนคงเคยดูละคร ที่ตัวร้ายอยากจะจับพระเอก ก็มักจะแกล้งท้องเพื่อบีบให้พระเอกมาแต่งงานด้วย


แต่คราวนี้ถึงคราวพระเอกในจอ ต้องมาเจอเรื่องจริงผ่านจอ!!ซะแล้ว


เมื่อฟิลม์ เรียกร้องให้ แอนนี่ พาลูกน้อยมาตรวจdna เพื่อให้ชัดเจนเสียทีว่า ฟิล์มเป็นป๊ะป๋าของลูกแอนนี่ชัวร์หรือมั่วนิ่ม??


ผมจึงอยากรู้ว่่า แล้วฟิล์มจะกล้าประกาศมั้ยล่ะว่า


ถ้าแอนนี่ยอมพาลูกมาตรวจ แล้วหนูน้อยฑีฆายุเป็นลูกฟิล์มจริงๆ ฟิล์มจะกล้าแต่งงานกับแอนนี่หรือเปล่าล่ะ??


คราวนี้แหล่ะจะได้รู้กันสักทีว่า ฟิล์มจะเป็นพระเอกแค่ในจอหรือเปล่า?? (กิ๊วๆ )

คุณซุปเปอร์สตาร์ฟิล์ม รัฐภูมิ!



เพิ่มเติม ต่อไปนี้หากผู้ชายไปทำใครท้อง(ก่อนแต่ง) ผู้ชายก็จะบอกผู้หญิงว่าไปตรวจDNAก่อนเลยไป

"ถ้าใช่ลูกผมจริง ผมก็จะรับแต่ลูกเท่านั้น!! ส่วนแม่ ผมไม่รับ!!เพราะผมไม่รู้ว่าคุณไปมั่วกับใครมาบ้าง"

ต่อไปสังคมจะเป็นแบบนี้เลยเหรอ?? น่าคิดเน๊อะ!?


ลูกผู้หญิงทั้งหลายพึงสังวร!!ระวังผู้ชายเห็นแก่ตัว!!


ดูต้นฉบับกระทู้
คลิกที่นี่


----------------------------------


กระทู้ต่อมา เหตุการณ์เริ่มเดือดขึ้น เมื่ออาเฮียค่ายRS ออกมาแถลงข่าวรอบ2

ผมจึงตั้งกระทู้ที่มีชื่อว่า "เฮียฮ้อหรือซ้อ7กันแน่!?" (กระทู้นี้ฮอตมาก)


เนื้อหาตามนี้


เรื่องของเงินและผลประโยชน์มันสำคัญกว่าความเป็นสุภาพบุรุษไปแล้ว!!ใช่มั้ยเฮีย??

ถึงขนาดเฮียต้องลงมาประณามฝ่ายหญิงอย่างโน้นอย่างนี้ราวกับเฮียฮ้อเป็นซ้อ7ซะเอง เพื่อปกป้องผู้ชายสำส่อนคนนึงที่ทำเงินให้กับเฮีย!!

ถามหน่อยเถอะว่า ถ้าเฮียประณามฝ่ายหญิงว่ามั่วผู้ชาย!! แล้วฟิล์มลูกรักของเฮียล่ะ ไม่มั่วหรือยังไง??

แล้วนักร้องสาวๆในสังกัดของเฮียล่ะ อื้อฉาวมาแล้วตั้งกี่คนต่่อกี่คนแล้ว???



หากฟิล์มรู้ว่าผู้หญิงมั่ว แล้วยังดันไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอีก ก็แสดงว่าฟิล์มนั้นยิ่งกว่า!! (เสี่ยอู๊ดรับรองเอง)


และที่เฮียแถลงข่าวโจมตีเธอไป อย่างกับลูกของเธอไม่ใช่ลูกของฟิล์มไปแล้วนั้น หากเธอไปตรวจDNAแล้วปรากฏว่าเป็นลูกฟิล์มจริงๆล่ะ

เฮียจะกล้าไปกราบขอโทษเธอมั้ย?? ที่ไปดูถูกผู้หญิงที่เป็นแม่คนหนึ่ง!!


แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่าเธอจะท้องกับใครฟิล์มหรือไม่ก็ตาม คนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเฮียไม่ควรลงมาแฉเรื่องคาวๆแบบนี้ด้วยตัวเอง เพราะเฮียมีแต่เสียกับเสีย แค่นี้คิดไม่เป็นเหรอเฮีย??

มิน่าล่ะเด็กในสังกัดเฮียก็เลยคิดไม่ค่อยเป็นเหมือนกัน!

ดูต้นฉบับกระทู้
คลิกที่นี่
.
.

อ่านตอน2










ผู้ติดตาม