วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

มีดพกที่พากันสงสัย 134

atsuhime 134


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 133


โอมิไดโดโกโระ เป็นชื่อเรียกในฐานะภรรยาเอกของโชกุนคนก่อน แต่เมื่อองค์หญิงคะสึโนะมิยะมาเป็นภรรยาของโชกุนคนปัจจุบัน เป็นมิไดโดโกโระอีกคน จึงทำให้เกิดความสับสนขึ้นในโออขุ (ในเรื่องอำนาจการปกครอง)

เพื่อรักษากฏระเบียบในโอโอขุ ทำให้ท่านเท็นโชอินกับองค์หญิงคะสึโนะมิยะต้องเผชิญหน้าักัน

สะใภ้จากวังหลวงกับแม่สามีตระกูลซามุไร?? ความลำบากของท่านเท็นโชอินยังคงดำเนินต่อไป

------------------------------

หลังผ่านคืนแรกของวันวิวาห์ เช้าวันต่อมาที่ห้องพระ ปกติเมื่อท่านคุโบสวดมนต์ ทุกๆคนก็จะพนมมือขึ้นตาม แต่ท่านคะสึโนะมิยะ และผู้ติดตาม กลับไปไม่พนมมือเลย แม้ท่านฮงจูอินจะทำท่าทางในเชิงบอกให้ทำแล้วก็ตาม

และเมื่อท่านคุโบสวดเสร็จ ตามปกติทุกๆคนจะต้องรอส่งท่านคุโบให้กลับออกไปก่อน แต่ท่านมิยะกลับขอตัวลากลับออกไปก่อน

สิ่งนี้ทำให้ท่านฮงจูอินถึงกับโกรธมาก

"ทำไมถึงเสียมารยาทแบบนี้!! เป็นเพราะแม่สามีไม่ยอมอบรมแท้ๆเลย" ท่านฮงจูอินได้โอกาสต่อว่าลูกสะใภ้แบบเต็มๆไม่ต้องเกรงใจ

หลังจากนั้นท่านคุโบก็บอกท่านเท็นโชอินเพื่อขอตัวลาออกไป

----------------------------

(ตอนนี้โดยทั่วไปแล้วคนในโอโอขุจะถือว่า องค์หญิงได้เป็นมิไดโดโกโระแห่งโชกุนแล้ว จึงไม่ใช้คำราชาศัพท์)

เมื่อกลับมาที่ห้องพักแล้ว ท่านเท็นโชอินจึงแอบกระซิบถามชิเงโนะด้วยท่าทางประหม่าอาย ถึงความสัมพันธ์ของท่านคุโบกับท่านมิยะ "คือ..ทั้งสองคน...เมื่อคืนเรียบร้อยดีรึเปล่า??...จะพูดยังไงดีล่ะ.."

ชิเงโนะจึงเล่าให้ฟังว่า "ดูเหมือนจะไม่เรียบร้อย ได้ยินมาจากพวกหน้าห้องว่า ท่านมิไดจะไม่ยอมนะเจ้าคะ"

(ที่ชิเงโนะเล่า ก็คือ แค่เพียงท่านคุโบเอื้อมมือไปจับมือท่านมิยะ ท่านมิยะก็รีบดึงมือหนีออกทันที)

แต่ขณะนั้น ทาคิยามะก็เข้ามาถึง เพื่อเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ท่านเท็นโชอินฟังอย่างเป็นความการลับ

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว (ยกเว้นชิเงโนะ) ทาคิยามะจึงเล่าให้ฟังว่า "คือท่านมิไดเอามีดพก...แอบซ่อนไว้ในอกเสื้อ แล้วดูเหมือนว่จะตกลงพื้นเจ้าค่ะ"

เท็นโชอิน "นี่เจ้าพูดเรื่องจริงเหรอ?!" / "ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ เพราะมีแสงสะท้อนจากสิ่งนั้น ผู้ที่อยู่ด้วยตอนนั้น(นักบวชหญิง) ก็เห็นด้วยนะเจ้าคะ" / "ไม่น่าเชือ แล้วท่านคุโบล่ะ?"

ทาคิยามะพยักหน้ารับ

ชิเงโนะ "ถ้าอย่างนั้นเมื่อคืนก็มีโอกาสมากมายที่จะทำอะไรก็ได้"

ทาคิยามะ "หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับท่านคุโบขึ้นมาจริงๆ ก็จะมีผลกระทบกับบ้านเมืองเรา"

ทาคิยามะจรดมือ3เหลี่ยม
"แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ข้าจะปกป้องท่านคุโบเจ้าค่ะ"

"ซ่อนมีดไว้ในอกเสื้อเหรอ??"
ท่านเท็นโชอินรำพึงด้วยความรู้สึกวิตกอย่างมาก..

-------------------------

หลังจากนั้น ทาคิยามะจึงไปเข้าพบท่านมิยะเพื่อสอบถามมีดพกเรื่องนี้ โดยที่ท่านมิยะนั่งอยู่หลังม่านบังตา ท่านมิยะยังคงมีสีหน้าที่เย็นชา แต่หากสังเกตให้ลึกเข้าไปในแววตาแล้ว ก็จะเห็นความเศร้าเจือปนอยู่



ฝ่ายสนมคังเงียวอินและนิวาตะก็ออกโรงพูดปกป้องปฏิเสธแทนท่านมิยะอย่างที่สุด จนกระทั่งทาคิืยามะจึงถามคำถามที่สำคัญอีกคำถาม

ทาคิยามะ "ถ้างั้นแล้ว เรื่องที่ท่านมิไดขัดขืนไม่ยอมท่านคุโบเมื่อคืนนี้ล่ะเจ้าค่ะ?"

คำถามนี้ทำเอาสนมคังเงียวอินถึงกับตกใจ ส่วนนิวาตะก็ต่อว่าทาคิยามะ ที่นำเรื่องทีไม่สมควรพูดมาพูดในที่แจ้ง

สนมคังเงียวอิน "ท่านมิยะน่ะ ต้องฝืนใจมาที่นี่ ก็เพราะถูกขอร้องให้มาแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"

นิวาตะ "ที่สำคัญเอาเรื่องของสามีภรรยาเขามาพูดกันอย่างนั้นอย่างนี้ แค่พูดก็น่าอับอายจะแย่ แล้วก็ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาต่อว่ากันด้วย ทั้งที่ไม่เกี่ยวสักนิด!!"

หลังจากนั้นนิวาตะก็ต่อว่าไปถึงท่านเท็นโชอินต่อหน้าทาคิยามะอีกชุดใหญ่ แถมยังกระแนะกระแหนไปถึงการเป็นครอบครัวซามุไรเสียอีกด้วย สนมคงเงียวอินกระแอมเพื่อเตือน นิวาตะก็เลยลงท้ายด้วยการขอโทษที่เสียมารยาท พูดง่ายๆก็คือตบหัวแล้วลูบหลัง

เพียงแต่ทาคิยามะไม่ได้ใส่ใจถือสาอะไรนิวาตะมากนัก แล้วจึงหันไปพูดกับท่านมิยะแทน

"แต่ว่าท่านเท็นโชอินนั้น เป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่พวกเราทุกคน พากันให้ความเคารพนะเจ้าคะ"

นิวาตะ "หึๆๆ ทุกคนที่ว่า ก็เฉพาะคนเอโดะเท่านั้นแหล่ะ"

ทาคิยามะพูดกับท่านมิยะต่ออีกว่า
"ยังไงก็ตาม สำหรับเรื่องมีดพกนั้น ข้าเข้าใจเป็นอย่างดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าทำตามหน้าที่! ทำให้ต้องใช้คำถามที่เสียมารยาทกับท่านมิได" หลังจากนั้นทาคิยามะก็ก้มหัวอย่างนอบน้อมให้แก่ท่านมิยะ

สนมคงเงียวอิน "แล้วก็..ที่พวกเจ้าพากันเรียกว่าท่านมิไดน่ะ ฟังแล้วข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลยนะ"

------------------------

ทาคิยามะกลับมาเล่าใ้ห้ท่านเท็นโชอินฟังว่า ฝ่ายโน้นเขาสั่งมาว่า เขาจะไม่ให้เรียกท่านมิได แต่จะให้เรียกว่า 'ท่านมิยะ'แทน

ซึ่งท่านเท็นโชอินกลับให้ทำตามใจฝ่ายโน้น เพราะเหตุผลคือ "ความสัมพันธ์ของคนสองคนนั้นต่างหากที่เวลานี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด"

เมื่อทราบเหตุผลแล้ว ทั้งทาคิยามะและชิเงโนะจึงเข้าใจและเห็นด้วย

"ส่วนเรื่องมีดพกนั้นยังไงก็ขอให้ระวังไว้ด้วยแล้วกัน" / "รับทราบแล้วเจ้าค่ะ"

แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังอย่างอึกทึกมาแต่ไกล แล้วเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็เข้ามาถึงในห้องของท่านเท็นโชอิน

นั่นก็คือท่านแม่สามีของท่านฮงจูอินนั่นเอง เมื่อมาถึงท่านฮงจูอินก็มายืนด่าท่านเท็นโชอินทันที

ฮงจูอิน "ข้ารู้เรื่องนั้นแล้ว!! พวกจากเกียวโตจะไม่ยอมทำตามธรรมเนียมของเราใช่มั้ย?" / "ท่านแม่เจ้าคะ มีอะไรเหรอ?"

"ยังจะมีน่ามาถาม ที่ให้เรียกว่าท่านมิยะเี่นี่ย มันเรื่องอะไรกัน?"

ทาคิยามะพยายามจะบอกว่าท่านเท็นโชอินก็เพิ่งจะทราบเรื่อง แต่ท่านฮงจูอินไม่สนใจฟัง จึงนั่งลงมาแล้วร่ายยาวต่อทันทีอีกว่า

"ฟังนะ ชื่อมิไดโดโกระ เป็นชื่อเก่าแก่ที่ตระกูลโทกุกาวะใช้สืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัยนะ ใครที่คิดจะเปลี่ยนแปลงก็เท่ากับอกตัญญู ไม่จงรักภักดีกับตระกูลโชกุนโทกุกาวะ!!"

"จะทำนอกลู่นอกทางอย่างนี้ก็ได้ จะได้พิสูจน์ว่า เจ้าเป็นแม่สามีที่ใช้ไม่ได้เลย!! จริงๆนะ!!"
ท่านฮงจูอินถึงกับ

"เจ้าปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน!! ข้าไม่ยอมเด็ดขาดนะ" แล้วท่านก็ลุกออกไปจากห้องทันที

ท่านเท็นโชอินสมกับเป็นลูกสะใภ้ญี่ปุ่น คงได้แต่นั่งฟังคำบ่นด่าจากแม่สามี อย่างไม่ถือโทษถือสาแต่อย่างใด

"พอกันทั้ง2ฝ่ายจริงๆ" ท่านเท็นโชอินแอบบ่นเบาๆ
.
.

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขอบคุณช่อง3 ที่พาแฟนผมกลับมา!!



ท่ามกลางความทุกข์ใจของผม ทั้งเรื่องปัญหาชีวิตส่วนตัว และปัญหาบ้านเมือง

แม้ผมจะทุกข์ใจในปัญหาต่างๆมากแค่ไหน ผมก็พยายามคิดว่า นี่เป็นกรรมที่เราต้องชดใ้ช้ เพราะผมยอมรับกฏกติกาแห่งกรรม!!

แต่วันนี้ ผมได้รับข่าวดีจากช่อง3 เพราะช่อง3แจ้งว่า แฟนผมจะกลับมาอีกครั้งหลังจากปล่อยให้ผมคิดถึงเธอมาร่วมๆ25ปี

แฟนของผมเป็นผู้หญิงที่สวยในแบบฉบับที่ผมใฝ่ฝัน เธอเป็นหญิงในอุดมคติผมเลย

เพราะเธอสวย น่ารัก ฉลาด นิสัยดี ขยัน อดทน สู้ชีวิต ไม่เคยไม่ท้อถอย แม้จะพบความทุกข์ยากแสนสาหัสมากแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมแพ้

ผมจึงหลงรักเธอมากๆ

----------------------------

แฟนของผม เธอชื่อ โอชิน!

โอชิน เธอเป็นแฟนของผม เพียงแต่ผมไม่ใช่แฟนของเธอเท่านั้นเอง ฮิๆ

--------------------------

สงครามชีวิตโอชิน

นี่คือละครที่โด่งดังที่สุดในโลกเมื่อกว่า20ปีที่แล้ว

ผมเองเคยลองร่างบทความเล่าเรื่องย่อโอชินเท่าที่ผมจำได้ไว้ แต่ผมก็ยังเขียนไม่เสร็จ และผมก็เพิ่งจะรู้ว่า ช่อง3กำลังจะนำละครญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง สงครามชีวิตโอชิน กลับมาฉายอีกครั้ง เร็วๆนี้

โอชิน เป็นละครญี่ปุ่นที่ผมรักมากที่สุด มากยิ่งกว่าเจ้าหญิงอัตสึนิดหน่อย

เพราะโอชิน สอนให้รู้จักความอดทน เข้มแข็ง ขยัน เอื้อเฟื้อนเผื่อแผ่ ของผู้หญิงญี่ปุ่นที่ยากจนมากๆที่สุดอย่างโอชินที่ฟันฝ่าอุปสรรคแสนสาหัสในชีวิต จนประสบความสำเร็จในที่สุด

โอชิน ให้ข้อคิดดีๆ แก่ผู้ชมมากมาย ให้ผู้ชมได้เรื่องความยากจนอดอยากของชีวิตครอบครัวชาวนาญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่2 ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง

โอขินสอนให้รู้จักความซื่่อสัตย์ต่อเพื่อน แม้ถูกทหารบังคับให้โอชินตอนเด็กสารภาพเกี่ยวกับทหารหนีทัพ ที่โอชินบังเอิญรู้จักและเธอรู้เพียงว่าเขาเป็นแค่นายพราน โอชินก็กล้ายินหยัดที่จะไม่ตอบ อย่างไม่เกรงกลัวทหาร

โอชินให้ผู้ชมได้รู้จัก ผู้ชายที่มารักโอชิน และดูเหมือนโอชินก็มีัพอจะใใจให้เขา ซึ่งเขามีแนวคิดคอมมิวนิสต์ แต่โอชินไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ไปกับเขาด้วย และทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกัน และสุดท้ายทั้งคู่เป็นเป็นเพื่อนที่ดี ที่ห่วงใยและคอยช่วยเหลือกัน แม้ต้องเสี่ยงอันตรายก็ตาม

โอชิน สอนให้รู้จักความอดทนจากการดูถูกดูแคลนจากผู้คน จนเอาชนะใจผู้คนได้ทั้งหมด

โอชินสอนให้รู้จักการกินน้อย ใช้น้อย อดออมให้มาก ชีวิตเธอจึงมีสุขภาพดี

โอชิน สอนให้รู้จักความกตัญญูและการตอบแทนแก่ผู้มีพระคุณอย่างถึงที่สุด

โอชินสอนให้รู้จักความลำบากของการเป็นลูกสะใภ้ในครอบครัวคนญี่ปุ่น

โอชินสอนให้รู้ว่า ผู้หญิงสามารถยืนหยัดสู้เพื่่อครอบครัวได้ เมื่อหัวหน้าครอบครัวหรือพ่อบ้านล้มเหลวและอ่อนแอ และเสียชีวืิต

โอชินสอนให้รู้จักการทำการค้าอย่างสุจริต และวิธีการเอาชนะใจลูกค้าได้อย่างมหัศจรรย์

โอชิน สอนให้รู้จักการลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องล้มลงจนสื้นเนื้อประดาตัว

โอชิน สอนให้รู้จักความเข้มแข็งยามเมื่อลูกและสามีต้องตายจากไป

โอชิน สอนให้กล้าสู้เพื่อความถูกต้อง แม้โอชินจะเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ก็เอาชนะนักเลงโตได้

โอชินสอนให้รู้จักการมอบความรักแก่ลูกบุญธรรมและลูกแท้ๆของเธอ ได้อย่างเท่าเทียมกัน

ผ่านมากว่า20ปี ผมเขียนเท่าที่จำได้ แต่คิดว่ายังมีข้อคิดดีๆอีกเพียบที่โอชินมอบให้ผู้ชม


ที่สำคัญ โอชินสอนให้คนไทยรู้จักว่า ทำไมญี่ปุ่นเขาถึงเจริญกว่าเรา

------------------------------

ยูโกะ ทานากะ Yuko tanaka คือผู้แสดงเป็นโอชินในวัยสาว

เธอสวยและน่ารัก จนผมยึดถือเป็นเธอผู้หญิงเป็นแบบอย่างเป็นหญิงในอุดมคติของจนถึงทุกวันนี้ผมเลยครับ

ทุกวันนี้ ยูโกะ ทานากะ ยังคงเป็นนักแสดงที่มากฝีมือ รับรางวัลมากมาย แม้ปัจจุบันวัยจะล่วงเลยกว่า50ปีแล้ว

ตอนที่เธอเริ่มเล่นเรื่องโอชิน ตอนนั้นเธออายุถึง27ปีแล้ว แต่เริ่มเล่นตั้งแต่โอชินอายุ16 จนถึงโอชินอายุ46ปี

@@ Cast Kobayashi Ayako - Oshin (6 to 10 years old) Tanaka Yuko - Oshin (16 to 46 years old) Otowa Nobuko - Oshin (50 to 84 years old) @@

ถ้าละครเกาหลีมี แดจังกึม แสดงโดยนางเอกลียองเอ ที่แสดงเป็นจังกึมทั้งๆที่เธออายุเลยเลข3แล้ว

ญี่ปุ่นก็มี ยูโกะ ทานากะ ที่แสดงเป็นโอชิน แต่ยังสวยใส เหมือนวัยรุ่น ทั้งที่อายุ36แล้วในตอนนั้น




---------------------------------

เจ้าหญิงอัตสึ สร้างโดยNHK โอชิน ก็สร้างโดยNHK เช่นเดียวกัน

ทั้งสองเรื่องคือละครแห่งความภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่นทั้งประเทศ

แต่โอชิน เป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดในประวัติศาสาตร์ของญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้

แม้กระทั่งปธน.โรนัลด์ เรแกน ก็เคยเสียน้ำตาให้ละครเรื่องโอชิน และเมื่อท่านเยือนญี่ปุ่น คนที่ปธน.เรแกนอยากพบมากที่สุดก็คือ

โอชิน!!

----------------------

เก็บตกโอชินเล็กน้อย

ผู้แสดงเป็นโอชินตอนเด็ก ชื่อ Obayashi Ayako ผมเคยเจอตัวจริงมาแล้ว เพราะเธอเดินทางมาโรงเรียนปานะพันธุ์ เมื่อตอนโอชินออกฉายใหม่ๆด้วย

ตอนนี้เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ดูไม่น่ารักเหมือนตอนเด็ก เรียกได้ว่า หน้าเปลี่ยนไปจากเดิทมากๆจนจำไม่ได้

ส่วนยูโกะ ทานากะ เคยทำให้คนไทยช้อคทั้งประเทศ เพราะเธอถ่ายนู้ด สังคมไทยตอนนั้นยังไม่เข้าใจเรื่องนู้ดเหมือนสมัยนี้

ตอนนั้นผมอกหัก ซ้ำๆ ไปหลายวันทีเดียว

แต่มาวันนี้พอลองนึกย้อนกลับไปถึงตอนนั้น การถ่ายนู้ดของดารา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตอนนี้ดาราไทยดังๆก็ถ่ายกันเยอะแยะ

ยิ่งที่ญี่ปุ่น เขายอมรับเรื่องนี้กันมาก ดาราญี่ปุ่นถ่ายนู้ดก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกอกตกใจอะไร

ขนาด ผู้แสดงอิคุชิมะ พี่เลี้ยงของท่านหญิงอัตสึ ก็ยังถ่ายนู้ดมาแล้วเหมือน แต่ขออภัยไม่อาจนำรูปมาลงได้ เพราะผิดนโยบายบล้อค

--------------------------

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณช่อง3 อีกครั้ง ที่พาคนรักของผมกลัมาสู่จอทีวีอีกครั้ง

อยากแนะนำคุณผู้อ่านที่ไม่เคยชม สงครามชีวิตโอชิน ได้โปรดอย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง

เพราะนี่คือละครที่ดีที่สุดในโลกเรื่องหนึ่งครับ

ชีวิตนี้น่าเสียดายนัก หากใครไม่รู้จัก โอชิน และอัตสึฮิเมะ



แนะนำอ่าน จากอัตสึ สู่โอชิน และสึนามิ2011

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหลี่ยมจัดต้นเหตุความแตกแยก&วิพากษ์CNN






สิ่งหนึ่งที่เสื้อแดงมักอ้างเสมอว่า สาเหตุแห่งปัญหาความวุ่นวายของประเทศ ต้นเหตุเกิดจากการรัฐประหาร19กันยา

แต่ไม่ควรลืมนะครับว่า ก่อนจะเกิด19กันยาย มันเกิดอะไรขึ้นก่อน??

หลังจากทักษิณขายหุ้นชิน

ทักษิณก็เริ่มพูดจาหมิ่นเหม่ ซึ่งทำให้คนจำนวนมากคิดไปได้ว่า ทักษิณลบหลู่เบื้องสูง เช่นทรงกระซิบข้างหู เป็นต้น

อีกทั้งยังพูดคำศัพท์ที่ก่อเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคมวันนี้ นั่นคือ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ??? ซึ่งภายหลังทักษิณและสมุนมาระบุว่า คือพลเอกเปรม

แต่ในความจริง พลเอกเปรม ไม่ได้อยู่นอกรัฐธรรมนูญ เพราะพลเอกเปรมยังมีสิทธิเลือกตั้งเหมือนประชาชนคนรากหญ้าทั่วไป ตามที่มีระบุในรัฐธรรนูญทุกฉบับ

แล้วใครล่ะที่อยู่นอกรัฐธรรมนูญ??

จริงๆไม่มีใครอยู่นอกรัฐธรรมนูญหรอก เพราะแม้แต่พระราชอำนาจหน้าที่ของพระมหากษัตรย์ก็มีระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ พระมหากษัตรย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงไม่มีสิทธิเลือกตั้งเหมือนประชาชนคนไทยทั่วไป

ดังนั้นคำพูดที่กล่าว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ในความหมายของทักษิณ จึงอาจจะตีความหมายไปว่า บุคคลที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งมีเพียงพระมหากษัตรย์และราชวงศ์เท่านั้น ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง

ทหารปฏิวัติยึดอำนาจ ใช้กำลังล้มล้างรัฐธรรมนูญผิดมั้ย??

ผิดเต็มประตูครับ แต่ในความคิดของคนไทยแตกเป็น2ฝ่ายคือ

ฝ่ายหนึ่งคิดว่า ประชาธิปไตยสำคัญเหนือสิงอื่นใด เพราะเป็นอำนาจของประชาชน ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งที่ หากผู้ที่มาจากการเลือกตั้งกระทำผิด ก็ต้องถูกขับไล่ไปตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งในความเป็นจริง ประชาชนมีอำนาจจริงๆก็แค่วันเลือกตั้งเท่านั้น!!

เมื่อพธม.ชุมนุมขับไล่ทักษิณ ข้อเรียกร้องก็คือให้ทักษิณลาออกเท่านั้น พธม.ไม่ได้เรียกร้องให้ทักษิณยุบสภา (ผิดกับเสื้อแดงที่คิดแต่เรียกร้องให้ยุบสภาเท่านั้น เพราะเสื้อแดงคิดแค่ว่าประชาธิปไตยคือแค่เลือกตั้งใหม่เท่านั้น)

ทักษิณหนีการอภิปรายที่เปิดให้สภาไต่ถามเรื่องการขายหุ้นชินคอร์ปแก่เทมาเส็ก และทักษิณก็เลือกที่จะยุบสภาหนีการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญัญติ ทั้งที่ตนมีเสียงสนับสนุนเกินครึ่งด้วยซ้ำ จะกลัวอะไร!!

เพราะทักษิณเชื่อแค่ว่า ประชาธิปไตยมีแค่การเลือกตั้งเท่านั้น ถ้าเขาโกงหรือไม่โกง ก็ให้ประชาชนเท่านั้นเป็นผู้ตัดสิน?? (ไม่ใช่ศาล??)

ซึ่งมีคนไทยจำนวนมาก คงลืมไปแล้ว หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นต้องมีอีก3อำนาจ คืออำนาจบริหารจากรัฐบาล อำนาจนิติบัญญัติจากสส. สว. และอำนาจตุลาการโดยศาลยุติธรรม

ทั้ง3อำนาจต้องคานอำนาจซึ่งกันและกัน เช่นหากฝ่ายบริหารที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง คดโกง ก็ต้องมีฝ่ายนิติบัญญัติ และศาลสถิตยุติธรรมคอยตรวจสอบ

แต่ทักษิณหนีอภิปรายในสภา แถมภายหลังยังกล่าวหาระบบยุติธรรมไทย ว่ารับใช้อำมาตย์?? คือทักษิณไม่เชื่อไม่ศรัทธาในอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการเลย หากเป็นโทษกับเขา

ฉะนั้นประชาธิปไตยที่แท้จริงจึง
ไม่ได้มีเพียงแค่เลือกตั้ง เพราะหากประชาธิปไตยมีแค่เลือกตั้งเท่านั้น นั่นก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย

ส่วนผู้คนอีกฝ่ายหนึ่ง อย่างผม แม้จะรักประชาธิปไตย แต่ผมไม่คิดประชาธิปไตยคือสิ่งสำคัญที่สุด หากใครได้อ่านบทความของผมอย่างต่อเนื่องจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไม??

ประชาธิปไตยที่มีเฉพาะการเลือกตั้งได้ หากไปตกอยู่ในมือมหาโจรอย่างฮิตเล่อร์ก็ทำบ้านเมืองพินาศได้ นั่นคือประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือน

----------------------

ทักษิณหนีการอภิปราย เลือกยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งกลายเป็นการเลือกตั้งอัปยศที่มีการโกง มีการจัดตั้งพรรคมาลงแข่งด้วย มีการจัดคูหาเลือกตั้งที่ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ อีกทั้งข้าราชการต่างก็กลัวอิทธิพลพวกหัวคะแนนของพรรคใหญ่

จากการเลือกตั้งอัปยศครั้งนั้นทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนั้นกลายเป็นกกต.ชุดอัปยศในประวัติศาตร์การเมืองไทย

เพราะศาลได้ตัดสินว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นกกต.ชุดอัปยศถูกศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา จากการจัดให้มีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเกิดขึ้น

เพราะทักษิณทำลายประชาธิปไตย คดโกง แทรกแซงอำนาจในองค์กรอิสระ แก้ไขกกหมายเอื้อธุรกิจพวกพ้อง ขายสัมปทานชาติ นั่นจึงเป็นข้ออ้างของคมช.ในการปฏิวัติล้มระบอบทักษิณ

หากทหารไม่ปฏิวัติทักษิณ นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งคนนี้ก็จะโกงชาติโกงประเทศได้อีกนาน เหมือนปธน.เฟอร์ดินาน มากอส แห่งฟิลิปปินส์หรือปธน.ซูอาโต้ แห่งอินโดนีเซีย ทั้งสองคนอยู่โกงชาตินานถึง31ปี

และกว่าประชาชนส่วนใหญ่ใน2ประเทศนั้น จะรู้ถึงความทุจริตของปธน.ทั้ง2คน ประเทศก็เสียหายไปไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งปัจจุบัน ผลแห่งการโกงกินของอดีตผู้นำทั้งสองคน ก็ยังส่งผลให้ทั้งสองประเทศจนเดี๋ยวนี้

ส่วนทักษิณอยู่ไม่กี่ปี กลับโกงไ้ด้มากกว่าซูฮาโต้และมากอสเสียอีก

---------------------

เห็นรึยังครับว่า ประชาธิปไตยของทักษิณน่ากลัวมาก ผมว่าน่ากลัวว่าคมช.เยอะ เพราะคมช.มาแป๊บเดียวก็ไป มาแบบสุภาพ แบบที่คนกรุงให้การยอมรับ

ในการเลือกตั้งครั้งอัปยศ คนกรุงส่วนใหญ่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย จึงกาโนโหวตเป็นส่วนใหญ่

คนกรุงเริ่ม รู้ทันมหาอำมาตย์ทักษิณ รู้ทันว่า ทักษิณซื้อใจคนจนด้วยประชานิยมเพื่อหวังมาโกงชาติโกงแผ่นดิน!!

เพราะประชาธิปไตย ไม่สำคัญเท่า ธรรมาธิปไตย

เพราะธรรมาธิปไตย คือการปกครองอย่างมีคุณธรรม

แต่ทักษิณไร้คุณธรรมไปแล้ว อกกตัญญูแม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้าที่ตนเคยเคารพ อกกตัญญูแม้กระทั่งคนที่ชักพาเข้ามาสู่สนามการเมือง

อกกตัญญูคนกรุงเทพที่เคยเลือกพรรคของเขา

สุดท้ายทักษิณก็อกตัญญูแผ่นดิน เพราะปลุกระดมสร้างความแตกแยกให้กับคนไทย โดยหลอกลวงพี่น้องคนจนว่า ประชาธิปไตยกินได้!! ประชาธิปไตยทำให้รวยได้ทุกคน ถ้าช่วยให้ผมกลับมาเป็นายกอีกครั้ง

หารู้ไม่ว่า ไม่มีผู้นำในโลกคนไหนใน
ประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ ที่ทำให้คนจนหมดไปได้ในประเทศของตนเลย

คงมีแต่ทักษิณคนเดียวเท่านั้น ที่โม้ว่า จะทำให้คนจนหมดไปภายใน6ปี ดั๊นมีคนเชื่อ!!

------------------------------

CNN สื่อขายข่าวระดับโลก

CNN ประวัติเป็นเช่นไร ผมไม่ใส่ใจ แต่ที่แน่ๆ CNN แจ้งเกิดในระดับโลกจนเป็นที่รู้จักกว้างขวางจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่รายงานข่าวกันแบบตลอด24ชั่วโมง รวดเร็วทันใจ

ตอนสงครามอ่าวเปอร์เซียสมัยปธน.จอร์ช บุชผู้พ่อนั้น คนไทยได้เห็นภาพสดๆของแสงจากขีปนาวุธสกั๊ดของอิรักที่ระดมยิงในความมืด และเราได้เห็นขีปนาวุธแพททรีออตของสหรัฐยิงตอบโต้กันไปมา

คุณสุทธิชัย หยุ่นก็ดังกระจายก็เพราะรายงานสงครามอ่าวคราวนี้ ช่อง9ถ่ายทอดสดตลอด24ชั่วโมง ทั้งๆที่เมื่อก่อนโทรทัศน์ต้องมีปิดสถานีตอนดึก

และสำนักข่าวหลักที่คุณสุทธิชัยนำมาเสนอมากที่สุดก็คือ CNN

CNN ทั้งดังทั้งร่ำรวยจากข่าวสงครามอ่าวเปอร์เซีย CNNเป็นกระบอกเสียงของอเมริกาที่ทำให้อิรักและซัดดัมเลวชั่วช้าในสายตาคนที่รับชมทั่วโลก จนกระทั่งสหรัฐเข้าบุกยึดอิรักอีกครั้งในสมัยบุชผู้ลูก

ตอนนี้สหรัฐร่วมมือกับสื่อยักษ์ใหญ่อย่างCNN พยายามทำให้อิหร่านกลายเป็นประเทศที่น่ากลัวและอันตรายต่อผู้คนที่เสพCNN

แต่หากเราได้รู้จักประเทศอิหร่านจริงๆ เราจะยกย่องในความฉลาดและความเจริญจากการพึ่งพาตัวเองของคนอิหร่านอย่างมาก

CNN มีหลายคนมองว่า CNN รวยจากความขัดแย้ง รวยจากความแตกแยก และรวยจากสงคราม จนบางครั้งCNNก็รายงานข่าวเพื่อสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นเสียเอง เพื่อมีข่าวเด็ดๆมาขาย

ดังนั้น จึงมีผู้คนมากมายยังรู้สึกว่า CNN เป็นได้แค่เพียง บริษัทขายข่าวเท่านั้น

จงดูCNN สำหรับข่าวที่เป็นข่าว แต่อย่าปักใจเชื่อสนิทกับCNN กับข่าวที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง

--------------------------

ที่คมช.ปฏิวิติ อ้างว่าเพราะทักษิณทำลายประชาธิปไตยก่อน คมช.จึงมาปฏิวิติและอ้างว่าเพื่อล้มล้างนายกฯที่บิดเบือนประชาธิปไตย และคมช.อ้างว่าที่ล้มรธน.40 เพราะรธน.40เื้อื้ออำนาจให้พรรคการเมืองและนักการเมืองมากเกินไป

รธน.40 เป็นรธน.ที่เอาผิดทักษิณติดคุก2ปี ไม่ใช่รธน.50 ที่ใครๆเข้าใจกัน

ปัจจุบัน ขนาดทักษิณหลุดจากอำนาจไปแล้ว ก็ยังสามารถทำร้ายประเทศไทยได้ปานนี้ แล้วถ้าทักษิณยังคงมีอำนาจอยู่ ไม่รู้ราชอาณาจักรไทยจะกลายเป็นรัฐไทยใหม่ไปแล้วรึยังไม่รู้

วาจาชั่วช้า ขู่อาฆาตแม้กระทั่งแผ่นดินที่มันเกิด

"ถ้าผมอยู่ไม่ได้ ใครก็อย่าหวังเลยว่า ประเทศไทย คนไทยจะอยู่กันได้สบาย"




แนะนำอ่านบทความดีๆตามลิงค์ข้างล่าง


อ่านบทความดร.เจิมศักดิ์ ทักษิณไม่ใช่ผู้นำประชาธิปไตย!!


วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เปิดโปงแผนชั่วปี 53 ของเสื้อแดงแบบฮาๆ






แม้วจรจัด "ไอ้หัวขวด ปี52 พวกลื้อทำอั๊ว หน้าแตกหมอไม่รับเย็บรู้บ้างมั้ย??"

ตู่หัวขวด "หน้าแตกตรงไหนครับนาย หมอไม่เย็บเดี๋ยวผมเย็บให้เองก็ได้"

แม้ว "เดี่ยวปั๊ด! ตบด้วยสันเหลี่ยม! ที่อั๊วหน้าแตก เพราะอั๊วดันไปบอกสื่อทั่วโลกว่า มีคนถูกยิงตายเพราะ M16 ของทหาร โชว์รูปให้ CNN BBC aljazeera อะไรต่อมิอะไรไปทั่วโลก แต่ทำไมไอ้บ้านั่นมันเจือกไม่ตายวะ อั๊วเสียหายมากนะโว้ย!!"

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


เต้นหัวขวด "ใจเย็น ๆ ครับนาย ตอนนั้นผมสั่งเด็กไปแล้วว่า อย่าให้รอด แต่เด็กมันดันเมายาบ้ามากไปหน่อย เลยไม่ดูให้ดีซะก่อนว่า ไอ้บ้านั่นมันยังไม่ตาย ผมไม่ผิดครับ!! เด็กนั่นแหล่ะผิด!!"

แม้ว "แล้วเด็กของลื้อที่มันทำพลาดตอนนี้อยู่ไหนเล่า น่าจะเก็บมันซะ แล้วให้อั๊วเอาไปอวดชาวโลกว่ามีคนตายจริงๆ"

ตู่หัวขวด "เด็กที่ไอ้เต้นมันบอกนั่น ก็ถูกจับไปก่อนแล้วครับ แต่เราไม่ไปประกันพวกมันหรอก เจือกเอารถแก๊สของท่านชัยสิทธิ์ไปใช้ แผนเลยไม่เนียน ทั้งที่ผมสั่ง
มันไปแล้วว่า ให้ไปยึดรถแก๊ส ปตท.มาป่วนเมือง ท่านชัยสิทธิ์เลยโกรธมันเพราะลากเอาท่านไปเกี่ยวด้วย ท่านชัยสิทธิ์เลยบอกพวกผมให้ปล่อยมันโดนจับไปซะก็ดีแล้ว"

แม้ว "แล้วมันไม่ซัดทอดมาถึงพวกเราเหรอ??" 

"ไม่หรอกครับนาย เพราะมันเป็นน้องเมียน้อยคนที่4ผมเอง ถ้ามันปากเสีย ผมก็ไม่เลี้ยงพี่สาวมัน แม่มันสิครับ ฮิๆ" ตู่หัวขวดตอบอย่างภูมิใจ(เรื่องเมียน้อยมีเยอะ)

แม้ว "แล้วรู้มั้ย เดี๋ยวนี้ไม่มีสื่อดี ๆ เขามาเชื่ออั๊วแล้ว เหลือแต่ไอ้พวกสื่อที่ชอบรับเงินเท่านั้นที่จะยอมมาสัมภาษณ์อั๊ว พอเราพลาดพลั้งหน้าแตก เดี๋ยวนี้พวกสื่อฝรั่งชั่วๆ มันเลยถือโอกาสโก่งค่าตัวของมัน พวกมันขูดอั๊วขนาดไหน พวกลื้อเคยรู้บ้างมั้ย!!?"

พวกหัวขวดประสานเสียง "พอจะทราบครับ" 


"แต่ปี53 ผมมีแผนใหม่ รับรองเจ๊ง! เอ้ย!เจ๋งกว่าเมษาปีที่แล้วแน่นอนครับ" ตู่หัวขวด ยักคิ้ว

แม้ว "เห็นพูดอย่่างนี้ทั้งปี ปีที่แล้วก็บอกว่า เจ๋ง จำได้มั้ย?"

เต้นหัวขวด "จำได้ครับนาย ปีที่แล้วแค่บอกว่าเจ๋ง แต่ปีนี้ เจ๊งกว่า เอ้ย! เจ๋งกว่าครับ"

แม้ว "ไหนลองว่ามาคร่าวๆซิ"

ตู่หัวขวด "คือปีที่แล้ว พวกเราหาศพมาใส่ความรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะพวกเราสงสารพวกโง่เกินไป เราเลยไม่มีศพเอาไปโปรโมท ทั้งๆ ที่่พวกเราพยายามหลอกพวกโง่ให้มันคลั่ง ให้มันเสี่ยงไปตายแทนพวกเราแล้ว แต่ทหารดันมีวินัย จนพวกเราไม่มีศพจะใช้"

เต้นหัวขว "แต่ปีนี้ เราต้องมีศพเอามาโปรโมททั่วโลกแน่นอนครับนาย"

แม้ว "ทำยังไง??"

ตู่หัวขวด "คือเราต้องทำให้มีศพซะเองเลยสิครับนาย หาพวกทหารเขมรรับจ้างและเด็กฝึกของเสธ.แดงแฝงมาเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายมาช่วยเรา มาสู้กับทหาร แต่ก็ให้แอบแฝงยิงหัวพวกแดงโง่ๆ สัก20-30คน แค่นี้เราก็ได้ศพไปด่ารัฐบาลแล้วครับนาย" 


"ยิ่งถ้าเรามีสไนเปอร์ชุดดำ หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย(แต่ผมทราบ)นอกจากยิงหัวไอ้พวกโง่แล้ว เราก็จะยิงทหารด้วย ซึ่งมันจะบีบให้ทหารต้องใช้ปืนจริง กระสุนจริงออกมาป้องกันตัวเอง ซึ่งจะทำให้พวกเราใส่ร้ายทหารได้ง่ายขึ้นครับนาย" ตู่หัวขวด ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

เต้นหัวขวด "ส่วนการชุมนุม เราจะไปจัดชุมนุมใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของประเทศ เอาให้พวกนายทุนเจ้าของห้างยักษ์มันมาเป็นเหยื่อปลุกระดมให้พวกโง่หลงเชื่อว่า พวกมันเป็นแค่ไพร่จน ๆ ที่ถูกพวกชนชั้นไฮโซรวย ๆ เจ้าของห้างหรูกดขี่่ รับใช้พวกอำมาตย์ เพียงแค่นี้ เราก็ได้ทั้งใจของไอ้พวกโง่ แถมทำให้เศรษฐกิจชาติชิบหายไปด้วยพร้อมกันเลยครับ"

แม้ว "อืม ! ใช้ได้ ! ถ้าพวกลื้อทำเศรษฐกิจพังพินาศได้ อั๊วก็จะได้ด่าไอ้มาร์คได้มันส์ปากเลยว่า มันอ่อน มันห่วย มันไม่มีฝีมือ สู้อั๊วไม่ได้ ฮ่าๆๆๆๆ"


ตู่หัวขวด "ยิ่งกว่านั้นครับ เราสามารถเอาเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังพังพินาศ (เพราะพวกเราป่วนชาติกันตลอดปี) มาหลอกไอ้พวกโง่ได้ด้วยว่า เพราะพวกชนชั้นสูงมันเอาเปรียบคนจน มันถึงได้จนซ้ำซาก มันจะได้เกลียดพวกคนรวยๆ แล้วพวกโง่ก็จะรักคนรวยๆอย่างเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้นครับ"

แม้ว "พอพวกมันเชื่อพวกลื้อมากๆ อั๊วก็จะโฟนเอ๋งๆตอกย้ำมันเข้าไปอีก อั๊วจะหลอกพวกโง่ๆว่า เพราะประเทศไทยมันเป็นระบอบอำมาตย์ มีพวกนายทุนรับใช้อำมาตย์ พวกโง่ๆมันถึงได้จนซ้ำซากใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ เจ๋งๆๆ!!"

หัวขวดประสานเสียง "ถูกต้องครับ นายเก่งที่สุดเลยครับ ฮิๆ"

วีระหัวขวด เพิ่งมาสมทบ "ผมมีแผนเด็ดกว่า ไอ้ตู่ ไอ้เต้นอีกครับนาย" (ตู่ เต้น ตาขวางขึ้นมา)

แม้ว "ไหนว่ามาซิ"

วีระหัวขวด "เมื่อปีที่แล้ว พวกเราพลาดตรงที่ไอ้พวกฮาร์คอร์มันยังใส่เสื้อแดงกันอยู่ ทีนี้เวลาพวกมันทำชั่ว ทำเลว ผู้คนเขาก็จะด่าพวกเราว่า พวกเสื้อแดงมันโคตรเลว มันโคตรชั่ว!! มันโคตรถ่อย!!



"พอๆๆ มากไปแล้ว" แม้วชักสะดุ้ง

วีระหัวขวด "ปีที่แล้ว แม้พวกเราจะแถไปว่า นั่นมันพวกแดงปลอม แต่รู้สึกว่า ชาวบ้านชาวช่องเขายังไม่ค่อยจะเชื่อ แต่ปี53นี้ เราจะสั่งให้พวกโง่ และพวกฮาร์ดคอร์ถอดเสื้อแดงออก ต่อไปนี้เวลาพวกมันทำเลว พวกเราก็จะได้อ้างว่า นั่นไม่ใช่พวกเรา! มันพวกแดงเทียม เป็นพวกรัฐบาลมาสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายพวกนปช."

ตู่หัวขวด "แต่ถ้าพวกโง่มันก่อจราจลขึ้นมา แล้วเกิดโดนทหารปราบปรามจนเกิดตายจริงๆขึ้นมา เราก็จะให้มันแปรสภาพเป็นแดงแท้ ทันทีครับนาย เอาไว้แห่ศพรอบเมืองเพื่อด่า รัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน!!"

แม้ว "พวกลื้อชั่วได้เยี่ยมจริงๆ!! แล้วถ้าเกิดเราชุมนุมที่ย่านธุรกิจแล้วพวกทหารมันเข้าปราบปรามล่ะ"

เต้นหัวขวด "ไม่ต้องห่วงครับนาย ถ้าทหารใช้กำลังเข้าปราบปรามจริงๆ ก่อนหน้านั้นผมจะพูดตลกรับประทานบนเวที ยุยงทางอ้อมให้พวกโง่มันเผาบ้านเผาเมือง เผาห้าง โดยที่ผมจะเอาของแพงๆในห้างมาล่อหลอกพวกโง่ๆมันให้อยากเข้าไปเผาห้าง เพื่อขโมยของแบรนด์เนมดัง ๆ ครับนาย"

แม้ว "อืมดี แต่ก่อนที่พวกลื้อจะเผาบ้านเผาเมือง อั๊วของดโฟนอินก่อนวันเผาจริงสักเดือนนึงก่อนแล้วกัน อั๊วจะได้ไม่ซวยถูกหาว่าเป็นผู้สั่งการจราจลเหมือนเมื่อปีที่แล้ว"

หัวขวดประสานเสียง "อ้าว!! ไหงจะทิ้งกันล่ะครับนาย"


แม้ว "อั๊วไม่ได้ทิ้ง แต่อั๊วต้องอยู่เป็นหลักให้พวกลื้อไง อั๊วให้คนละ 100 ล้าน ถ้างานนี้สำเร็จแล้วกัน"

วีระหัวขวด "งั้นพวกเราขอเบิกล่วงหน้าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจสักคนละ 50 ล้านก่อนได้มั้ยครับนาย"

แม้ว "ได้ แต่อั๊วจ่ายทีเดียวคนละ50ล้านไม่ได้หรอกนะ อั้๊วจะทยอยจ่ายทีละเดือนๆ คนละ5ล้านก่อน ถ้างานสำเร็จตามเป้า อั๊วจะทยอยจ่ายให้ครบคนละ 100 ล้านทันที นี่พวกลื้อได้มากกว่าไอ้แดง ไอ้กี้อีกนะ" (หัวขวดชักงงๆ??)

เต้น หัวขวด "ครับนาย พวกเราจะรับใช้นายเต็มความสามารถครับ ชัยชนะเป็นของพวกเราแน่นอน"

แม้ว "อย่าให้พวกโง่มันเผาบริษัทพรรคพวกของอั๊วล่ะ อย่าพลาดไม่งั้นอั๋วหักเงิน"

วีระหัวขวด "ครับนาย !! ขอสรุปแผนสำคัญที่สุดของพวกเราก็คือ ต้องยุให้พวกโง่มันคลั่ง เผาบ้านเผาเมือง ปาระเบิดขวด เผายางรถยนตร์ แต่ห้ามพวกโง่ใส่เสื้อแดง พอพวกมันถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายของเรายิงตาย พวกเราจะได้ประณามได้ว่า ทหารยิงประชาชนครับนาย!!"

แม้ว "ถ้าจะให้ดีนะ พวกลื้อช่วยเป่าหัวไอ้พวกนักข่าวต่างประเทศสักคนสองคนก็ดี"

หัวขวดพร้อมใจถาม "ทำไมล่ะครับ ยังแค้นมันต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วเหรอครับ??"

แม้ว "นั่นก็ใช่ แต่ถ้ามีนักข่าวต่างประเทศตายไปซะบ้าง บางทีพวกต้นสังกัดของมันจะได้รุมด่ารัฐบาลมาร์ค จะได้เป็นการช่วยเสริมกำลังพวกเราฟรีๆ!!อีกทาง"

วีระหัวขวด "โห ! นายช่างปราดเปรื่องชั่วเกินคำบรรยายเลยครับ แผลบๆ"

แม้วยิ้มอย่างภูมิใจในความเลว!!

ตู่หัวขวด "ถ้าจะให้ชัวร์ ๆ นายควรต้องจ้างนักข่าวที่หน้าเงินแบบพวกผม เข่นไอ้แดน บุรี เอ้ย!! ไอ้แดน รีเว่อร์ !! นักข่าวจอมเว่อแห่งCNN มาช่วยใส่สีตีข่าวเว่อๆช่วยพวกเราด้วยอีกทางนะครับ"

แม้ว "อั๊วรู้อยู่แล้วน่า.." (แม้วอำเพื่อข่มขี้ข้าว่าตัวเองฉลาดกว่า)

แม้ว "งั้นตกลงตามนี้!!" 


"ครับนาย!!"

แม้ว "งั้น! เดี๋ยวอั๊วต้องรีบโทรบอกลูกเมียอั๊วให้หนีออกจากไทยไปช้อปปิ้งที่ยุโรปสบายๆ ก่อนดีกว่าเน๊อะ"

"ดีครับนาย!!"

ตู่หัวขวด "ผมลืมถามเรื่องสำคัญที่สุดจากนายเรื่องนึงครับ คือเราจะวางเป้าหมายเรียกร้องเรื่องอะไรดีครับนาย?"

แม้ว "ก็ชุมนุมเรียกร้องให้มาร์คมันยุบสภาน่ะสิ ถามได้ นึกว่าจะฉลาด!!"

ตู่หัวขวด จ่อย "ถ้ายุบสภา  ผมก็ไม่ได้เป็น สส.ต่อน่ะสิครับ"

แม้ว "ไม่ต้องห่วง เดี่ยวพอเราชนะเลือกตั้งคราวหน้า อั๊วจะให้ไอ้ตู่เป็นรมต.มหาดไทย ไอ้เต้นเป็นรมต.สำนักนายกคุมสื่อ  ส่วนไอ้วีระอั้๊วให้เป็นรมต.คลัง แต่ถ้าเกิดผิดพลาดพวกลื้อไม่ได้เป็นรมต. ตามที่อั๋วเคยให้สัญญา พวกลื้อก็เอาโบนัสพิเศษอีกคนละ 20 ล้าน อั๊วจะเปิดบัญชีที่ดูไบให้แล้วกัน"

"ขอบคุณครับนาย!!"

แม้ว "เมื่อพรรคขี้ข้าของอั๊วกลับมาเป็นรัฐบาลแล้ว ภาระกิจที่สำคัญที่สุดของพวกลื้อก็คือ..."

เต้นหัวขวด รีบชิงตอบ "หาทางทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ หรือไม่ก็ออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้นายได้กลับบ้าน แถมเอาเงินของนายที่ถูกยึด คืนมาด้วยใช่มั้ยครับนาย"

แม้ว "เออๆ ไอ้นี่มันแสนรู้ดีจริง"

แล้วแม้วก็วางสายไป...



คลิกอ่าน ย้อนดูเสธแดง. สมัยยังหัวเราะเฮฮาสะใจในความตายของพวกพธม.!! ต่อหน้าพวกเสื้อแดง


วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สปิริตคนญี่ปุ่นในwar2 ตอน2





ย้อนอ่านตอน1
.
.
เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ชาติสัมพันธมิตรและประชาชนในประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรต่างออกมาเรียกร้องให้นำพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตมาดำเนินคดี

(มีข่าวหลายกระแสอ้างว่า ก่อนที่ญี่ปุ่นจะยอมแพ้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการเจรจาลับกับฝ่ายสหรัฐว่า หากญี่ปุ่นยอมแพ้ ก็ขอให้อย่าดำเนินคดีกับองค์พระจักรพรรดิ)

เมื่อคนญี่ปุ่นเริ่มรับรู้ว่า อาจมีการนำองค์สมเด็จพระจักรพรรดิไปดำเนินคดี คนญี่ปุ่นจำนวนมากร่วมกันเขียนจดหมายถึงนายพลแมคอาเธอร์ผู้นำกองทัพสหรัฐ บางคนถึงกับเขียนจดหมายด้วยเลือด เพื่อขอร้องฝ่ายสัมพันธมิตร และสหประชาชาติ ว่าอย่าได้ดำเนินคดีแก่องค์พระจักรพรรดิของตน

ยังมีคนญี่ปุ่นอีกจำนวนมาก ที่นอกจากจะเขียนจดหมายด้วยเลือดแล้ว ก็ยังฆ่าตัวตาย ขอตาย และประกาศว่า ขอชดใช้ความผิด(ถ้ามี)แทนองค์พระจักรพรรดิ




จดหมายที่ชาวญี่ปุ่นระดมส่งถึงนายพลแมคอาเธอร์

เมื่อกองทัพสหรัฐ นำโดยพลเอกดักลาส แมคอาเธอร์มาถึงญี่ปุ่น มีผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมาก ต่างมารอเขาที่ท่าเรือ เพื่อร้องไห้ อ้อนวอนต่อกองทัพสหรัฐไม่ให้จับตัวองค์พระจักรพรรดิของพวกเธอไป

ผู้หญิงญี่ปุ่นหลายคนประกาศว่า ถ้าสหรัฐนำตัวพระจักรพรรดิของพวกเธอไป พวกเธอจะฆ่าตัวตายต่อหน้านายพลแมคอาเธอร์แห่งกองทัพสหรัฐ

สถานการณ์ในญี่ปุ่นตอนนั้น ยังคงมีความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่ยังไม่ยอมรับการแพ้สงคราม พวกเขาประกาศว่า หากพระจักรพรรดิถูกดำเนินคดีจริง

คนญี่ปุ่นทั้งประเทศประกาศจะขอยอมตาย สู้ตายกับฝ่ายสัมพันธมิตรอีกครั้ง!!

-----------------------


ทั้งๆ ที่ สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ได้นำพาประเทศญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ทำให้ชาวญี่ปุ่นสูญสิ้นความภูมิใจที่มีมาแต่อดีตว่า คนญี่ปุ่นไม่เคยแพ้สงครามกับชาติไหน 

คนญี่ปุ่นต้องสูญเสีย พลัดพรากจากคนรัก ลูกชาย หลายแสนคน หรือที่ฮิโรชิมา และนางาซากิ ต้องมีคนตายหลายแสนคน เนื่องจากระเบิดปรมาณู

แต่คนญี่ปุ่นไม่เคยโทษไปที่องค์พระจักรพรรดิ แถมยังร่วมกันปกป้องพระองค์ด้วยชีวิต !!

--------------------------



สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต กับนายพลแมคอาเธอร์


เมื่อนายพลแมคอาเธอร์ ได้มีโอกาสพบกับสมเด็จพระจักพรรดิฮิโรฮิโต ซึ่งในตอนแรกก็คาดกันว่าเขาจะมานำองค์พระจักรพรรดิไปดำเนินคดีนั้น

ว่ากันว่า นายพลแมคอาเธอร์จึงเกิดเปลี่ยนใจ จากปัจจัยหลายอย่าง เช่นไม่อยากให้คนญี่ปุ่นเดิอดแค้นเพิ่มขึ้น ไม่ต้องการให้เกิดสงครามซ้ำอีกครั้ง

นายพลแมคอาเธอร์ จึงเสนอให้ประเทศญี่ปุ่นยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเขาเป็นผู้จัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของญี่ปุ่นที่กำหนดให้สมเด็จพระจักรพรรดิ์ฯ ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและห้ามญี่ปุ่นมีกองกำลังทหาร (รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นเขียนโดยสหรัฐอเมริกา และใช้กันมาถึงปัจจุบันโดยไม่มีการแก้ไขเลย)

(แต่อนุญาตให้ญี่ปุ่นมีเพียงกองกำลังสำหรับปกป้องประเทศเท่านั้น แต่แม้จะแค่ป้องกันประเทศ แต่ก็เป็นกองกำลังที่ทันสมัยไฮเทคกว่าไทย)


รัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น ค.ศ.๑๙๔๗

มาตรา ๑ พระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งประเทศญี่ปุ่นและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนชาวญี่ปุ่น

มาตรา ๙ รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น

๑. โดยที่มีความมุ่งประสงค์อย่างแท้จริงในสันติภาพระหว่างชาติโดยมีความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อยเป็นพื้นฐาน ชนชาวญี่ปุ่นยอมสละจากสงครามไปตลอดกาลนานโดยให้ถือเป็นสิทธิสูงสุดแห่งชาติ กับทั้งสละจากการคุกคามหรือการใช้กำลังเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างชาติด้วย

๒. เพื่อบรรลุความมุ่งประสงค์ในวรรคก่อน จะไม่มีการธำรงไว้ซึ่งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กับทั้งศักยภาพอื่น ๆ ในทางสงคราม ไม่มีการรับรองสิทธิในการเป็นพันธมิตรในสงคราม


-------------------------------

การที่นายพลดักลาส แมคอาเธอร์ ไม่นำองค์พระจักรพรรดิไปขึ้นศาลโลกในฐานะอาชญากรสงครามนั้น ก็อาจจะเกิดมาจากพระดำรัสนี้ก็เป็นได้

คือเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิได้ทรงพบปะกับนายพลแมคอาเธอร์แล้วนั้น ตามคำที่นายพลได้เขียนไว้ พระจักรพรรดิได้ทรงตรัสกับเขาว่า

"ข้าพเจ้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่ว่า โทษนั้นข้าพเจ้าจะรับเอง แต่อยากให้ช่วยประชาชนแทน" เมื่อนายพลแมคอาเธอร์ได้ฟัง เขาก็ได้ซาบซึ้งใจอย่างมาก แต่เนื่องจากการสนทนานี้ไม่ค่อยมีใครรู้กันมากนัก จึงไม่ทราบว่าเป็นจริงหรือไม่

ครั้นมีการสัมภาษณ์สมเด็จพระจักรพรรดิเมื่อปี พ.ศ. 2518 พระองค์ก็ทรงตรัสว่า "ไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ เพราะเป็นคำสัญญาของลูกผู้ชาย"

เมื่อญึ่ปุ่นยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้การจัดการของนายพลแมคอาเธอร์ จึงทำให้ญี่ปุ่นมุ่งเน้นพัฒนาด้านเศรษฐกิจและฟื้นตัวจากประเทศผู้แพ้สงครามได้เร็วขึ้น เนื่องจากไม่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ 


(เพราะสหรัฐมาตั้งฐานทัพบนเกาะโอกินาว่า)

---------------------------

ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

ในสมัยรัชกาลที่5 ไทยและญี่ปุ่นได้รับการยกย่องว่า เป็น2ชาติที่เจริญก้าวหน้ามากที่สุดในเอเชีย

แต่DNA คนญี่ปุ่นนั้น คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติหลงใหลในเทคโนโลยีมาก สนใจที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และมีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันที่อยากจะเอาชนะชาติตะวันตกมาตลอดด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง

เพราะประเทศญี่ปุ่นมีทรัพยากรน้อย เป็นชาติที่ไม่ค่อยอุดมสมบูณณ์เท่าใดนัก อาหารที่ผลิตในประเทศก็ไม่ค่อยพอกิน ภัยจากธรรมชาติก็มีมากมาย

ในเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ประกอบกับประเทศก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์มากเท่าใดนัก

หนทางเดียวที่ญี่ปุ่นจะอยู่รอดได้ ก็คือ ต้องใช้มันสมองทำงานพัฒนาเทคโนโลยีให้มากกว่าแรงกายในการทำเกษตรกรรม!!

พวกเขาจึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีจนกลายเป็นประเทศเจริญก้าวหน้าที่สุดในโลกชาติหนึ่ง

ในปัจจุบัน เพราะญี่ปุ่นรวยมาก ผู้คนต่างในชาติ ต่างรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด คนญี่ปุ่นจึงร่วมใจกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันอย่างดี

ในตอนนี้ ประเทศญี่ปุ่นจัดว่าเป็นประเทศที่สวยงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ประชาชนช่วยกันดูแลรักษา

--------------------------------

ประเทศไทยภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ไทยเราก็ถูกญี่ปุ่นแซงหน้าไปอย่างไม่เห็นฝุ่น คาดว่า เฉพาะความเจริญในระบบสาธารณูปโภค ญี่ปุ่นเจริญกว่าไทยไม่ต่ำกว่า100ปี-200ปี (จากปากคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง)

หมายความว่า ให้ญี่ปุ่นหยุดการพัฒนาสาธาณูปโภคทั้งหมด ไทยเราต้องพัฒนาอย่างน้อยๆ100ปี จึงอาจจะ 


ย้ำ!! อาจจะตามเขาทัน!?

ตัวอย่างง่ายๆ ญี่ปุ่นสามารถผลิตรถยนต์ รถไฟ ใช้เอง มานานร่วมๆ ร้อยปีแล้วครับ ตอนนี้กำลังเน้นหุ่นยนต์ และด้านอวกาศ

---------------------

ก่อนจบบทนี้ ขอทิ้งท้ายไว้่ว่า

คนไทยชอบโทษระบอบปกครอง แต่ไม่ชอบโทษตัวเองครับ

หากคนไทยยังขี้เกียจกว่าคนญี่ปุ่น ไร้ระเบียบ ไร้วินัย ย่อมไม่มีวันเจริญได้ทัดเทียมประเทศญี่ปุ่นแน่ๆ

แล้วเรื่องพระมหากษัตริย์อีก ในหลวงของเราทรงทำเพื่อคนไทยเรามากมาย แต่กลับมีคนคิดร้ายและหมิ่นพระองค์

ในขณะที่สมเด็จพระจักรพรรดิของญี่ปุ่น ท่านทรงนำประเทศไปแพ้สงคราม คนญี่ปุ่นต้องล้มตายมากมาย แต่ไม่มีคนญี่ปุ่นเขาโทษองค์พระจักรพรรดิเลย

อ่าน คนไทยไม่มีวันเจริญเหมือนคนญี่ปุ่นได้ (บทความยอดนิยมประจำบล็อคนี้)




รูปนี้ต้องขยาย!!






ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า บทความเรื่อง คุยเรื่องญี่ปุ่นบ้างดีกว่า 2 เขียนเสร็จแล้วครับ (เผื่อจะมีใครสักคนรออ่านอยู่) แต่ขอเลื่อนการเผยแพร่ออกไปก่อน เพราะวันนี้อยากนำเสนอรูปภาพดีๆ ให้คุณผู้อ่านของผมได้ดูกัน



ทหารนายนี้ ปกป้องกระสุนM79 ให้นักข่าว จนตัวเองบาดเจ็บ ข่าวไม่ได้แจ้งว่า ทหารนายนี้ปลอดภัยหรือไม่(ใครรู้วานบอก)



ทหารอารักขานักข่าวต่างประเทศ



ทหารกำลังป้อนข้าวใ้ห้กับผู้ชุมนุมสูงอายุที่กำลังป่วย


Photobucket

รูปศาลากลางจังหวัดอุบลฯถูกเพลิงไหม้จากฝีมือคนเสื้อแดงอุบล

Photobucket

แต่สิ่งที่เหลืออยู่ สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวอุบลที่เป็นคนดี


Photobucket

ตึกแห่งหนึ่ง ชื่อบรัษัทอภิพลาซ่า ก็ถูกเผา แต่ยังเหลือพระบรมฉายาลักษณ์

Photobucket


วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สปิริตคนญี่ปุ่นในwar2 ตอน1





ประเทศญี่ปุ่นนั้น มีทั้งภัยธรรมชาติมากมายตามที่รู้กัน ทรัพยากรธรรมชาติก็มีจำนวนจำกัด ไม่ค่อยพอกิน

ก่อนสงครามโลกครั้งที่2นั้น ญี่ปุ่นอดอยากมากๆ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยากจน เป็นชาวนาที่ไม่มีนาเป็นของตัวเอง ต้องเช่านาจากนายทุน โดยที่ค่าเช่าก็คือข้าวมีผลิตได้ทั้งหมด คงเหลือแต่ปลายข้าวเท่านั้นที่เก็บไว้กินหุงผสมกับหัวไชเท้า

จักพรรดิฮิโรฮิโต ทรงเลือกวิธีแก้ปัญหาความยากจนความอดอยากของประเทศด้วยการทำสงคราม เพื่อไปยึดประเทศที่อุดมสมบูรณ์กว่า เพื่อส่งอาหารมาเลี้ยงคนในประเทศ

(บ้างก็ว่าพวกนายทหารระดับสูงเป็นผู้เริ่มคิดก่อสงคราม แต่อ้างรบในนามพระจักรพรรดิ เพราะพระจักรพรรดิญี่ปุ่นก็เหมือนในหนังโบราณ ที่บางครั้งพระราชอำนาจก็ถูกคุมโดยเหล่าขุนนาง)

ญี่ปุ่นเขาเก่งในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง มีเจริญทางด้านอาวุธกว่าชาติใด ๆในเอเชีย ญี่ปุ่นจึงสามารถรบเอาชนะประเทศในเอเซียได้ไม่ยากนัก

ภายหลังจึงเกิดเป็นสงครามมหาเอเชียบูรพา ด้วยข้ออ้างในการยึดครองประเทศอื่น ๆ ว่า ต้องการปลดปล่อยไม่ให้ประเทศเหล่านั้น ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกอีกต่อไป

------------------------------

ญี่ปุ่นจะมีหน่วยเครื่องบินรบกามิกาเซ่ หรือหน่วยโจมตีทางอากาศแบบสละชีวิต เพราะลำพังอาวุธที่มีนั้น ก็ยังด้อยกว่าฝ่ายพันธมิตร ยิ่งพอมีอเมริกามาร่วมแจมด้วย ญี่ปุ่นสู้ไม่ได้ด้วยอาวุธที่มี

แต่ขอสู้ด้วยใจ จึงใช้วิธีขับเครื่องบินพุงชนเรือรบแทน



-----------------------------

ต่อมาเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามจากระเบิดปรมณูของอเมริกาที่ฮิโรชิมาและนางาซากิแล้ว

พระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงอ่านคำประกาศยอมแพ้ มีการถ่ายทอดทางวิทยุทั่วประเทศ แต่คนญี่ปุ่นก็ไม่อยากเชื่อว่าญี่ปุ่นแพ้แล้วจริงๆ เพราะประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ก็คล้ายไทยคือ ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก แม้แต่จีนก็ยังแพ้แก่ญี่ปุ่น

ที่สำคัญ สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว พระจักรพรรดิทรงเป็นเสมือนเทพเจ้า เป็นโอรสของเทพพระอาทิตย์ คนญี่ปุ่นนับถือพระองค์ราวกับเทพเจ้า ยอมตายแทนพระองค์ได้

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นหน้าพระจักรพรรดิ และการประกาศยอมแพ้สงครามครั้งนั้น ก็เป็นครั้งแรกที่คนญี่ปุ่นได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระจักรพรรดิ

คนญี่ปุ่นบางคนเลยไม่เชื่อว่า องค์จักรพรรดิมทรงยอมแพ้แล้วจริงๆ


สมเด็จพระจักรพรรดิอิโรฮิโต ทรงประกาศยอมแพ้สงคราม


------------------------------

จนเมื่อคนญี่ปุ่นเชื่อกันทั้งประเทศว่าญี่ปุ่นแพ้แล้วจริงๆ ก็ตอนที่ทหารอเมริกันบุกเข้ามาในญี่ปุ่น เพื่อควบคุมเรื่องต่าง ๆ แล้ว

มีคนญี่ปุ่นจำนวนมากมาย ซึ่งมากจริงๆ ทำการฆ่าตัวตายเพราะทำใจไม่ได้ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ เพราะคนญี่ปุ่นภูมิใจมาตลอดว่า ญี่ปุ่นไม่เคยแพ้สงครามแก่ต่างชาติ เพราะพวกเขาเชื่อว่า พวกเขาเป็นเชื้อสายแห่งองค์เทพเจ้าพระอาทิตย์ ไม่เคยแพ้ใคร

นักบินกามิกาเซ่จะเป็นนักบินหนุ่มๆวัยรุ่น ที่ยอมสละชีวิตได้เพื่อชาติและองค์พระจักรพรรดิ หลังแพ้สงครามนักบินกามิกาเซ่หลายคนเสียใจที่ไม่มีโอกาสสละชีพตายอย่างมีเกียรติในการขับพุ่งชนเรือรบอเมริกา เพราะพวกเขาต่างให้สัญญาแก่เพื่อนๆที่สละชีวิตไปก่อนแล้วว่า จะไปพบกันบนสวรรค์ ดินแดงแห่งเทพเจ้า

นักบินกามิกาเซ่ หลายคนจึงผูกคอตายบ้าง คว้านท้องตัวเองตายบ้าง เพื่อรักษาเกียรติ์แห่งนักรบ เพราะเมื่อทำหน้าที่ไม่สำเร็จ ก็ขอยอมตายเพื่อชดใช้ความผิดอย่างมีเกียรติ

--------------------------------

ทหารญี่ปุ่นคนสุดท้ายในสงครามโลกครั้งที่2


ร้อยโท ฮิรุ โอโนดะ ได้รับคำสั่งจากพันโทโยชิมา ตานาคูชิ ให้ไปรบในเกาะลูบังในฟิลิปปินส์

เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่เขาไม่รู้ เขาจึงยังอยู่ในป่าต่อไป เพื่อนพ้องก็ตายกันหมดแล้ว (ลูกน้องคนสุดท้ายของเขาตายในปีค.ศ.1972 หลังสงครามจบไป17ปีถ้าจำไม่ผิดน่าจะถูกยิงจากตำรวจท้องถิ่น ขณะที่ทั้งสองคนไปเผายุ้งฉางชาวนา)

เมื่อเครื่องบินของอเมริกาบินมาโปรยใบปลิว และประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ญีี่ปุ่นได้ยอมแพ้สงครามแล้ว ให้ทหารญี่ปุ่นออมามอบตัวซะ

เขาไม่เชื่อ เพราะเขาคิดว่านั่นเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เป็นแผนหลอกของฝ่ายตรงข้าม หลอกเขาให้ออกไปโดนฆ่าโดยพวกทหารอเมริกันแน่ๆ

เขาจึงซ่อนตัวอยู่ในป่าฟิลิปปินส์ต่อไป เขาต่อสู้แบบสงครามกองโจรกับทหารลูกน้อง3คนของเขา ลูกน้องที่จากไปคนแรกเข้ามอบตัวยอมแพ้ ส่วนอีก2คนต่อมาถูกยิง และตายในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นเขาเองจึงไม่ได้คิดสู้กับใคร เหลือแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น เขาอาศัยหาของกินในป่าบ้าง ออกมาขโมยอาหารจากชาวบ้านบ้าง เขาเพียงแค่ไม่ยอมแพ้เท่านั้น เขาพยายามเอาตัวรอดไปวันๆ เพราะคิดว่าสงครามยังดำเนินอยู่

หลายสิบปีผ่านไป รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามตามหาเขา และพยายามหาทางให้เขาวางอาวุธแล้วกลับบ้าน ด้วยการนำสำเนาพระบรมราชโองการยอมแพ้ขององค์พระจักรพรรดิไปติดให้ทั่วป่า

แต่เขาไม่เชือว่านี่คือพระบรมราชโองการของจริง



ร้อยโทฮิรุ กับโนริโอะ ซูซูกินักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคนนั้น


จนกระทั่ง3อาทิตย์ก่อนเขาจะวางอาวุธ มอบตัว นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นไปเที่ยวในป่า บังเอิญไปพบเขา และเล่าความจริงให้เขาฟัง เล่าถึงความเจริญของญี่ปุ่นในตอนนั้น ว่าญี่ปุ่นแพ้สงครามแล้วหลายสิบปี และตอนนี้ญี่ปุ่นคือมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกแล้วด้วย

ญี่ปุ่นมีความเจริญมากมาย นักท่องเที่ยวคนนั้นโชว์ของใช้ที่ไฮเทคหลายอย่างให้เขาดู แต่เขาก็ยังไม่เชือ

ร้อยโทฮิรุ โอโนดะ บอกว่าถ้าจะให้เขาเชื่อ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาของเขาพันโทโยชิมา ตานาคูชิ มายืนยันด้วยตัวเองเท่านั้น เขาถึงจะเชื่อ

นักท่องเที่ยวคนนั้น จึงถายรูปเขากลับมาแจ้งทางการญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงพยายามตามหาพันโทโยชิ ผู้บังคับบัญชาของเขาจนพบ และส่งพันโทโยชิมาไปแจ้งข่าวการยอมแพ้ของญี่ปุ่นให้เขารู้ถึงที่ฟิลิปปินส์ และออกคำสั่งให้เขายอมวางอาวุธ เขาจึงยอมวางอาวุธและออกจากป่าในที่สุด

ร้อยโทฮิรุ โอโนดะอยู่ในป่า ไม่ยอมแพ้สงครามนานถึง29ปี

สิ่งที่เหลือติดตัวเขาเหลือเพียงชุดทหารขาดกระรุ่งกระริ่ง ปืนเล็กยาวพร้อมกระสุน และดาบซามุไรเท่านั้น

ในวันที่9 มี.ค. ค.ศ.1974เขาเดินทางออกจากเกาะลูบังในฟิลิปปินส์กลับญี่ปุ่น เขาได้รับการต้อนรับจากคนญี่ปุ่นสมดังวีรบุรุษ

เขาไม่ยอมแพ้สงครามทั้งๆที่สงครามจบลงไปแล้วถึง 29ปี!

ต่อมาเขาได้เดินทางออกจากญี่ปุ่น ไปตั้งรกรากที่ประเทศบราซิล ทำฟาร์มปศุสัตว์อยู่ที่นั่น และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุข จะกลับญี่ปุ่นบ้างในบางครั้งที่ได้รับเชิญ




ผมเคยดูสารคดีเมื่อประมาณ7-8ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขายังไม่ตายครับ แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจเหมือนกัน (เสียชีวิตแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2014)

นี่คือคลิปสารคดีของทหารผู้ที่ยอมแพ้เป็นคนสุดท้ายแห่งกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงท้ายๆคลิปจะเป็นภาพเหตุการณ์จริงของเขาครับ





-------------------------------

และเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม

"ฮิตเล่อร์" พันธมิตรของญี่ปุ่นก็ตายไปแล้ว นานาชาติที่ได้รับความเสียหายจากสงครามที่ญี่ปุ่นก่อขึ้น และพวกฝ่ายพันธมิตรต่างเรียกร้องที่จะให้นำองค์สมเด็จพระจักรพรรดิมารับการดำเนินคดีที่ศาลโลก

อ่านต่อ สปิริตคนญี่ปุ่นในwar2 ตอน2.


วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

มันจะฆ่าแมลงสาบด้วยการเผาบ้านเผาเมือง


.
.


พวกนุ่งผ้าเหลืองร่วมเผาบ้านเมือง พอโดนจับ ดูหน้าสิ!



เมื่อ2อาทิตย์ก่อน เคยมีคนตั้งกระทู้ในเว็บการเมืองแห่งหนึ่งว่า แนะนำให้รัฐบาลตัดน้ำตัดไฟพวกนปช.

ซึ่งกระทู้นั้นผมเข้าไปตอบว่า มีข่าววงในของเสื้อแดงว่า หากมีการตัดน้ำตัดไฟจากรัฐบาลจริง และเข้าสลายม็อบ พวกเขาคิดจะวางแผนเผาห้างแถวนั้นให้หมด

ซึ่งเมื่อรัฐบาลเริ่มตัดน้ำตัดไฟจริงๆ และส่งทหารขอคืนพื้นที่ ก็เริ่มเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่14มี.ค.53เป็นต้นมา

เพียงแต่ที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ ไม่คิดว่าพวกนปช.จะเลวได้มากกว่าที่ผมคิด เพราะเขาบุกเผาไปเรื่อยๆโดยไม่สนว่า ใครเป็นใคร ไปในหลายพื้นที่ แม้แกนนำจะเข้ามอบตัวแล้วก็ตาม

แม้แต่โรงหนังสยาม ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนกรุงเทพมานาน ก็ต้องอวสานเพราะม็อบเลวๆพวกนี้

หรือแม้กระทั่งร้านค้าข้างทาง ตึกแถว ร้านทอง ร้านก๋วยเตี๋ยว มันก็เผา ยิ่งร้านทองนี่ยิ่งอันตรายเพราะมันบุกงัดจะปล้นทองด้วย




-------------------------

ผู้ก่อการร้ายใช้ประชาชนมาเป็นเหยื่อสังเวยความแค้น


Photobucket
เพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิร์ล หรือชื่อเก่า"เวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์!"



การที่พวกนปช.ไปชุมนุมที่ราชประสงค์ ก็ทำให้ห้างร้านเขาค้าขายไม่ได้เป็นเดือนๆ ครั้นพอจะเลิกก็ยังจะเผาเขาให้วอดวายอีก

บัดซบจริงเลย!! พวกชั่ว!!

พวกคุณจะทะเลาะกับรัฐบาล แต่กลับมาเผาทำลายกิจการของเอกชน!! เลวสุดๆจริงๆ

เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวประกันไม่พอ สุดท้ายก็ฆ่าตัวประกัน(เผาบ้านเมือง)

ถ้าเป็๋นประเทศอเมริกา พวกคุณโดนหน่วยสวาทยิงหัวไปนานแล้ว

---------------------

ที่่ผ่านมา นปช.ชอบอ้างชุมนุมโดนสันติ แต่เพียงวันแรกที่นปช.เดินทางมาชุมนุม นปช.ก็เข้าทำร้ายประชาชนที่เขาออกมาบ่นว่ารถติด ทำให้เขาเข้าบ้านไม่ได้

เมื่อนปช.ออกมาตระเวนรอบกรุง พอมีผู้หญิงบีบแตรเพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย นปช.ก็บุกเข้าไปทุบรถของเธอ นี่หรือประชาธิปไตย??

การเอาเลือดไปเททิ้งหน้าบ้านนายก นปช.แห่กันบริจาคได้พอควร แต่ทีตอนนี้สภากาชาดขาดแคลนเลือด ทำไมไม่แห่ไปบริจาค พวกนปช.กลับมาแบ่งใช้เลือดที่กำลังขาดแคลนเอาเสียอีก ทำให้คนป่วยอื่นๆเขาต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย

รวมทั้งการปิดรพ.จุฬาฯ การใช้เด็กเป็นโล่มนุษย์ ทั้งหมดไม่ใช่แนวทางสันติแม้แต่น้อย

อ่านแม้แต่ทักษิณก็รีบชิ่งจากเสื้อแดงเหมือนกัน

----------------------------------

นปช.คิดฆ่าแมลงสาปด้วยวิธีเผาบ้านเผาเมือง!!

พวกนปช.มักเรียกประชาธิปัตย์ว่า พรรคแมลงสาบ

แต่ตอนนี้ พวกนปช.คิดจะฆ่าแมลงสาบด้วยการเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง!!

อย่างนี้ไม่เรียกว่าพวกนปช.ทั้งชั่วทั้งโง่ แล้วจะเรียกว่าอะไร??

ต่อไปนักท่องเที่ยวก็ไม่มาประเทศไทย ไม่มาลงทุน สุดท้ายพวกมันเองก็เดือดร้อนด้วย

เพราะพืชผลเกษตรก็ขายยากขึ้นเพราะจำนวนคนมากินในประเทศลดลง

อาชีพลูกจ้าง และอาชีพบริการก็ตกงานกันถ้วนหน้า

----------------------------------------

พอวันนี้รัฐบาลสั่งการเอาจริง ต้องเอาพื้นที่ราชประสงค์คืนให้ได้

พวกแกนนำหัวขวด พอรู้ตัวก็เกิดกลัวถูกจับตายขึ้นมา เลยรีบประกาศขอมอบตัว ทั้งๆที่ไม่กี่วันก่อน พวกหัวขวดประกาศจะขอสู้ตายไม่หนีไปไหน

แน่นอน พวกหัวขวดเมื่อหาทางลงแล้ว ก็ต้องเหวงให้สมคำเล่าลือ เลยแจงว่า ที่มอบตัวเพราะไม่อยากให้พี่น้องนปช.ต้องล้มตายมากไปกว่านี้???

เมื่อแกนนำเกิดกลัวตาย สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะพวกฮาร์ดคอร์ก็เลยคลั่ง ออกมาเผาบ้านเผาเมืองกันใหญ่ (หรือว่าเป็นคำสั่งแกนนำกันแน่?)

-------------------------

การเผาช่อง3

อาจพราะช่อง3อยู่ใกล้พวกจราจล ก็เลยซวยไปด้วย

ยิ่งเมื่อวันก่อนพงศ์พัฒน์พูดโดนใจคนทั้งประเทศ พวกนปช.ในเว็บมันอ้างว่าที่พวกมันมาเผาช่อง3 เพราะมันแค้นกับคำพูดของคุณพงศ์พัฒน์ในวันก่อน เลยพาลหาเรื่องมาเผาช่อง3ด้วย



ผมล่ะห่วงคุณปานระพีจริงๆ ว่าเธอจะเป็นไรรึเปล่า (สุดสวยของผมน่ะ แม้เธอจะมีเจ้าของแล้วก็ตาม)

แต่ที่แน่ๆ คุณสรยุทธ ที่พยายามเสนอข่าวประนีประนอมกับเสื้อแดงมาตลอด ถึงวันนี้คงตาสว่างแล้วสินะ ว่าเป็นเยี่ยงไร??

การจะปรองดองกับใครนั้น มันมีขอบเขตเหมือนกัน หากคนมันคิดแบ่งแยกประเทศ ล้มสถาบันกษัตรย์ อันธพาลไม่เลือกหน้า คนประเภทนี้เราคงไม่สามารถปรองดองด้วยได้

คุณสรยุทธโปรดสำเหนียกให้หนักนะครับ สื่อเล่าข่าวที่ดีต้องเลือกข้างครับ คือเลือกข้างความถูกต้อง!!

---------------------

ก่อนคนเราจะเกิดก็ต้องตายมาจากชาติที่แล้ว

ฉะนั้นก่อนบ้านเมืองจะสงบ ก็จำต้องยอมสูญเสียเสียก่อนเช่นกัน

บางครั้งมนุษย์เราก็ไม่อาจกำหนดอะไรได้ตามใจเรา คงต้องรอแต่กรรมลิขิต


.
.

แกนนำแดงขาดสามัญสำนึก!!







หลายท่านคงได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการที่กลุ่มนปช.ใช้เด็กเป็นโล่มนุษย์กันแล้ว

เรื่องแบบนี้ นานาชาติต่างไม่ยอมรับ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนอย่างร้ายแรง!!

ถ้าแกนนำหัวขวดยังมีสามัญสำนึกแห่งความเป็นคนอยู่ และด้วยความเป็นพ่อคนเหมือนกัน พวกหัวขวดลองคิดดูสิว่า

ถ้าเป็นลูกของตัวเองบ้าง จะพาลูกตัวเองมาชุมนุมมาเป็นโล่มนุษย์เหมือนลูกชาวบ้านบ้างมั้ย??

คำตอบคือ ไม่มีทาง พวกแกนนำหัวขวด ทั้งจตุพร ณัฐวุฒิ ไม่ยอมให้ลูกเมียตัวเองมาลำบาก มาเสี่ยงในที่ชุมนุมแน่นอน

หากแกนนำหัวขวดยังมีสำนึกความเป็นคน ต้องประกาศ หรือสั่งการอย่างเด็ดขาด!! แก่ชาวนปช.ที่มีลูก นำลูกกลับบ้านไปซะ เพื่อความปลอดภัยของเด็ก!!

แต่พวกเขาไม่ทำ โดยอ้างว่าผู้หญิงและเด็กสมัครใจอยู่กันเอง

ถ้าแกนนำมีเจตนาบริสุทธิ์ต่อเด็ก เป็นห่วงชีวิตเด็กจริง มีหรือจะสั่งประชาชนให้กลับไปไม่ได้

ทั้งหมดจึงเป็นข้ออ้างที่เลวของแกนนำนปช.จริงๆ เพื่อนำมาเป็นโล่ปกป้องชีวิตของตัวเอง



---------------------------

คุณผู้อ่านลองอ่านข่าวนี้นะครับ ว่าจิตสำนึกรับผิดชอบของแกนนำแดงอย่างนายณัฐวุฒิ เป็นยังไง?

ไทม์รายงานคำสัมภาษณ์นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่เคยใช้เด็กและผู้หญิงเป็นโล่ในการป้องกันทหารสลายการชุมนุม โดยระบุว่า "รับประกันได้เลยว่าเราไม่เคยใช้เด็กหรือผู้หญิงเป็นโล่มนุษย์"

แต่เมื่อถูกถามว่า เหตุใดแกนนำไม่ประกาศอย่างเป็นทางการบนเวทีให้ครอบครัวพาบุตรหลานออกไปให้พ้นอันตราย นายณัฐวุฒิกล่าวว่า "นั่นเป็นงานของรัฐบาล"

อย่างไรก็ดีวันต่อมา ในที่สุดนายณัฐวุฒิก็ได้ร้องขอให้ครอบครัวต่างๆ ย้ายเข้าไปอยู่ในวัดปทุมวนารามที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมนุม เพื่อหลบพักหากเกิดความรุนแรงขึ้น


-----------------------------

แม่ลูกชาวนปช.เพิ่งจะรู้ซึ้งธาตุแท้ความเถื่อนของพวกการ์ดนปช.

คุณผู้อ่านได้ดูข่าวที่นักข่าวสาวชาวพม่าเข้าไปสัมภาษณ์แม่ลูกชาวนปช.คู่หนึ่งในวัดปทุมวนารามรึเปล่าครับ?? (วัดปทุมวนารามถูกกำหนดให้เป็นเขตอภัยทานห้ามทำร้ายผู้หญิงเด็ก คนแก่)

แต่แล้วนักข่าวพม่าก็ถูกพวกการ์ดนปช.ผู้หญิงรุมทำร้าย เพราะพวกการ์ดนปช.กล่าวหานักข่าวคนนี้ว่า เธอถามชี้นำเพื่อให้แม่ลูกตอบว่า ที่กลับบ้านไม่ได้เพราะถูกยึดบัตรประชาชน และถูกข่มขู่

ซึ่งข่าวรายงานต่อมาว่า แม่ลูกชาวนปช.ที่เป็นสาเหตุของเรื่อง ก็ยังออกมาแก้ต่างให้นักข่าวพม่าว่าไม่ได้ถามเธอไปในเชิงลบเลย

แม่ลูกซึ่งยังคงตกใจในขณะให้สัมภาษณ์เหตุการณ์นี้แก่นักข่าวช่อง3ว่า

"ไม่รู้พวกการ์ดนปช.ไปทำร้ายเขาทำไม "

จากข่าวช่อง3 แม่ลูกก็ยังบอกต่ออีกว่า "จะกลับบ้านไม่ชุมนุมต่อแล้ว เพราะเกรงความไม่ปลอดภัย??


----------------------------- จากพจนานุกรมราชบัณฑิต สามัญสำนึก แปลว่า ความสำนึกหรือความเฉลียวใจที่คนปรกติธรรมดาทั่วไป ควรจะต้องรู้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำสั่งสอน เช่น ทำอะไรให้มีสามัญสำนึกเสียบ้างว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำไมม็อบแดงนปช.ถึงไม่ชอบธรรมในสายตาคนกรุง?



ไอ้สารเลว


สาเหตุที่ม็อบแดง นปช.ไม่ได้รับการยอมรับจากคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่

ก็เพราะการประท้วงรัฐบาลจนเกิดเหตุการณ์จราจลในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมานั้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุมปะทะกันกับทหาร สถานที่เกิดเหตุก็มักจะเป็นถนนราชดำเนิน หรือหน้ารัฐสภา ที่เป็นย่านที่มีสถานที่ราชการหลายแห่งเป็นต้น

ผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ในอดีต จะพยายามไม่รุกกล้ำไปก่อเหตุใกล้เคียงบ้านเรือนประชาชน หรือสถานประกอบการธุรกิจ และหากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินชาวบ้าน ก็จะเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจกระทำให้เกิดขึ้น แบบที่ม็อบเหวงๆตั้งใจกำลังกระทำในวันนี้

ในเหตุการณ์14ตุลา2516 นั้น ประชาชนปะทะกับทหารบนถนนราชดำเนิน สถานที่ที่ถูกเผาส่วนใหญ่่ก็มักจะเป็นสถานที่ราชการเท่านั้น

ก็เพราะผู้ชุมนุมในอดีตเขาต่อสู้กับรัฐบาล ไม่ต้องการทำร้ายทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์คนอื่น ประชาชนจึงเผาสถานที่ราชการ ไม่ได้เผาสถานที่ของเอกชนหรือประชาชนทั่วไป

แม้แต่เหตุการณ์พฤษภา35 ก็เช่นเดียวกัน สถานที่ราชการ ทรัพย์สินของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ก็จะถูกผู้ชุมนุมเผาทำลาย ไม่ได้ไปแตะต้องทรัพย์สินของประชาชนคนอื่นๆ

ไอ้สารเลว
มันจะใส้ริชแบนไปทำไม ถ้าใจมันชั่ว!!



แต่การชุมนุมของม็อบนปช. เขาอ้างว่าเขาสู้กับรัฐบาล แต่เขากลับเอาประชาชนคนอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมาเป็นตัวประกัน!!

นปช.เลือกปิดแยกราชประสงค์ย่านธุรกิจสำคัญของประเทศ โดยพวกเขาอ้างแบบเห็นแก่ตัวง่ายๆ ว่าทีพันธมิตรยังยึดสนามบินได้! เพราะพวกเขาคิดแค่ว่า ประเืทศไทยมีแต่เหลืองหรือแดงเท่านั้น ไม่ได้มีคนอื่นอยู่ในประเทศนี้ด้วย

แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง จึงทำให้พวกนปช.เลยต้องเผาทำลายทรัพย์สินของเอกชน ของประชาชน เป็นหลัก!! เพื่อต่อสู้กับทหาร

ทำไมพวกนปช.ไม่ไปเผาทำลายสถานที่ราชการ แต่กลับมาเผาทำลายทรัพย์สินของประชาชนคนอื่นแทน??

แล้วทำไมพวกนปช. เขาไม่ไปเผาบ้านเรือนของตัวเองประท้วงรัฐบาลบ้างล่ะ จะได้ไม่ทำให้ประชาชนคนอื่นๆเดือดร้อน??

ที่กล้าเผา กล้าทำลาย เพราะถือว่าไม่ใช่บ้านตัวเองใช่มั้ย???

ทำไมพวกนปช.ถึงต้องไปทำลายบริษัืทห้างร้านต่างๆ ปล้นสะดมห้างร้าน ทำให้ประชาชนคนกรุงเทพฯเดือดร้อน

ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็คือสาเหตุที่ประชาชนคนกรุงเทพฯถึงได้ต่อต้านพวกม็อบนปช.นี้

เพราะพวกนปช. พวกเขาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่า ความเดือดร้อนของผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ

และนี่ก็คือสาเหตุที่ม็อบนปช.ไม่ได้รับความชอบธรรมจากคนกรุงแน่นอน!!

แต่จะได้ความเป็นธรรมจากกฏแห่งกรรมทันตาเห็นแน่ๆ

นปช.เผาบ้านเผาเมือง



----------------------------------

นปช.ขว้างระเบิดขวด




ดูพวกนปช.ใช้เด็กเป็นโล่ แถมยังสั่งสอนให้เด็กทำชั่วอีก



ผมเพิ่งดูจากรายการข่าวข้นค้นข่าว เมื่อเวลา22.30น.ของวันที่17พ.ค.53

คุณธีระ ธัญไพบูลย์รายงานว่า

ไทม์ถามณัฐวุฒิว่า จากคลิปทำไมเห็นนปช.ใช้เด็กเป็นโล่ห์กำบัง??

ณัฐวุฒิตอบว่า นปช.เราไม่เคยคิดใช้เด็กมาเป็นโล่ห์

ไทม์ ถามต่อ ถ้าอย่างนั้น ทำไมคุณไม่ขึ้นไปบนเวที แล้วสั่งให้ประชาชนของคุณพาเด็กๆกลับออกไปให้หมด!!?

ณัฐวุฒิ เพราะผมไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

นี่แหล่ะครับ คนเลวๆมักจะเป็นเยี่ยงนี้!!


--------------------------

แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็คือ การมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก!!

แต่สิ่งที่แกนนำนปช.คิดว่่าวิธีจะทำลายภาพพจน์และความชอบธรรมของรัฐบาลจนเอาชนะรัฐบาลได้ก็คือ ต้องมีคนตายยิ่งมากยิ่งดี!!

และขอถามว่า ถ้าคุณอยู่ฝ่ายนปช. คุณยังอยากเอาชนะรัฐบาลอยู่รึเปล่าครับ?

(ถ้าคุณอาจเป็นเหยื่อเพื่อชัยชนะของแกนนำ)

ผมทิ้งคำถามสำหรับให้คนฉลาดๆตอบไว้เพียงแค่นี้ครับ..
.
.



ดูรูปจากนักข่าวอาสาในCNN

.
.

ก่อนอื่นต้องขออภัยกับแฟนๆatsuhime ก่อนนะครับ คือผมก็อยากจะเขียน แต่ต้องเป็นวันที่จิตใจสงบพอควร ไม่งั้นก็เขียนไม่ได้

ตอนนี้เหตุการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย เลยสนใจตามข่าวอย่างใกล้ชิด

----------------------------

รูปจากนักข่าวอาสาในCNN



เป็นรูปจากเว็บนักข่าวอาสาCNN ผมสนใจรูปที่5ครับ เด็กวัยรุ่นกำลังเตรียมทำระเบิดเพลิง เลวแต่เด็ก!!

ขวดเล็กๆแบบที่เห็นนี้ เขาจะใช้หนังสติ๊กยิงครับ

รูปต่อมาพาดหัวว่า สิ่งที่CNNไม่ต้องการรายงาน What CNN doesn't want to report

ซึ่งก็คือเป็นรูปไอ้โม่งถือปืนแฝงตัวอยู่ในฝั่งนปช.



(รูปทุกรูปมาจากนักข่าวอาสา โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เพราะCNNยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ)

---------------------------------

พฤติกรรมเผาบ้านเผาเมือง เลยโดนยิงซะ



จากคลิปมันจะเผาถังน้ำมันรถ สังเกตตอนก่อนถึงฝาถัง จะเห็นเปลวไฟจากไฟแช็ควูบนึง แต่ก่อนจะเกิดเหตุร้ายขึ้น มันก็โดนทหารยิงขา ที่จริงยิงขาถือว่า ปราณีมากแล้ว!!

ฉะนั้น คนพวกนี้ไม่ใช่ประชาชนแล้ว แต่เป็นพวกผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง

รัฐบาลบอกล่วงหน้าให้กลับบ้าน ก็ไม่กลับ ดันอยู่เผาบ้านเผาเมืองกันอยู่ได้

แล้วพอโดนทหารเข้าปราบปราม อย่ามาอ้างว่า ทหารยิงประชาชน!!




Photobucket

รูปนี้จากAFP


.
.

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขอความสวัสดีจงมีแก่ประเทศไทย!!






สถานการณ์บ้านเมืองของเราวิกฤติแค่ไหน เราคนไทยทุกคนคงได้รับรู้กันแล้ว

ผมไม่ได้เขียนบล้อคมาหลายวัน เพราะสงสารประเทศไทยกับเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น

คนจนๆทั้งนั้นที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตายในความวุ่นวายครั้งนี้ ส่วนคนรวยๆอย่างบรรดาแกนนำทั้งหลายยังคงสบายกันดีถ้วนหน้า

ตราบใดที่คนไทยส่วนใหญ่ สื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ ไม่เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของแกนนำไพร่แดงที่หาเหตุผลเพื่อมาชุมนุม

ตราบนั้น ประชาชนที่หลงเชื่อแนวคิดแบ่งแยกชนชั้นของแกนนำไพร่แดง ที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตาย ก็ไม่มีทางได้รับการยกย่องจนได้เป็นวีรชนจริงๆหรอก

เป็นได้แต่วีรชนหลอกๆไปวันๆ สุดท้ายพวกเขาก็ถูกลืมหายไปในกาลเวลา

เวลาผ่านไปอีกกี่ปี พวกเขาก็ยังคงตายฟรี แบบฟรีสไตล์เหมือนเดิม

เพราะอะไร?? เพราะทั่วโลกรวมทั้งคนไทยที่ฉลาด คนไทยที่จงรักภักดี และคนไทยที่มีชีวิตสงบสุขอย่างพอเพียง เขาไม่เชื่อในเหตุผลรองรับในการชุมนุมครั้งนี้ของกลุ่ม นปช.เลย มันเป็นแค่ข้ออ้างเอาใจคนจน เพื่อช่วยคนรวยทรยศเท่านั้น

สื่อทั่วโลกวิจารณฺเหมือนกันมาหลายปีว่า นี่คือม็อบเพื่อช่วยทักษิณกลับบ้านเท่านั้น!!

---------------------------------

ถ้าผมจำไม่ผิด ผมจำได้ว่า นางสาวอังคณา หรือน้องโบว์ พธม. ตาย กลุ่มเสื้อเหลืองเขาระดมเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวน้องโบว์2ล้านบาท

หรือตี๋ ชิงชัย ที่มือขวาขาด ทั้งที่เขาเป็นจิตรกร ต้องใช้มิอขวาหาเลี้ยงชีพ เสื้อเหลืองเขาก็ระดมเงินช่วยเหลือให้ไป1ล้านบาท (ปัจจุบันเขาใช้มือซ้ายเขียนรูปได้สวยเหมือนเดิมแล้ว)

แล้วพี่น้องประชาชนที่ออกมาปกป้องแกนนำนปช.ล่ะ เขาบาดเจ็บล้มตาย เขาได้กันคนละเท่าไหร่จากแกนนำ??

--------------------------------

เขาคนนี้ชื่อเสธ.แดง




เสธ.แดง เขาคือผู้ที่บอกข่าวว่าจะมีระเบิดm79ลงกลุ่มพันธมิตรครั้งใด ก็มีเมื่อระเบิดลงเมื่อนั้นอย่างไม่มีผิดพลาด หยั่งรู้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ แม่นยิ่งกว่านอสตราดามุส

เขาหัวเราะอย่างสนุกสนานต่อหน้าบรรดาแฟนๆของเขา ขณะเล่าเรื่องการตายของคนเสื้อเหลืองอย่างออกรสออกชาติในหลายๆสถานที่




วีรกรรม(ตามทัน)ล่าสุดของเสธ.แดง ก็คือผู้สั่งการให้มีการบุกปิดล้อมโรงพยาบาลจุฬาฯ จนผู้ป่วยเดือดร้อน จนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หวาดผวา

แต่แล้ว!! เมื่อเขาโดนยิงบ้าง!! ทั้งๆที่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาและโรงพยาบาลตำรวจมากที่สุด แต่เขาก็ไม่อาจถูกนำส่งไปรักษาที่นั่นได้

เพราะอะไร?? ก็เพราะลูกน้องพวกของเขาคงละอายใจ หน้าด้านไม่พอที่จะพาเสธ.แดงไปรักษาที่ๆใกล้ที่สุด แต่กลับกลายเป็นที่อันตรายที่สุดในความเชื่อของพวกเขาเอง

ก็เพราะพวกเขาทำกับคนอื่นๆไว้เยอะ

กรรมมันตามทัน ทันตาเห็น!!

การ์ดนปช.ต้องแบกเสธ.แดงอย่างทุลักทุเล ฝ่าด่านที่พวกเขาสร้างเกะกะไว้เองออกไป มุ่งไปโรงพยาบาลหัวเฉียว เพราะเสธ.แดงถูกยิงหัวทะลุ

น่าสงสาร ความดีที่เสธ.แดงเคยตามแฉทักษิณมาหลายหน

กลับกลายมาเป็นขี้ข้าทักษิณในบั้นปลายชีวิต

ความชั่วที่สร้างมันกลบความดีที่เคยทำจนหมดสิ้น

ถึงอย่างไรผมก็ชอบเสธแดงนะ เพราะอย่างน้อยเขาก็ฮาดี






ผู้ติดตาม