วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ความหวั่นวิตกขององค์หญิง 130

astuhime 130


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 129


ขณะเดียวกันที่สัทสุมะ สมาชิกกลุ่มเซจูที่เทิดทูนองค์จักรพรรดิเป็นที่สุดนั้น ก็เริ่มไม่พอใจในท่าทีของท่านทาดายุกิ หรือชื่อใหม่คือ ท่านพ่อเมืองฮิสสะมิิทสึ ที่ไม่ใช้เหล่าซามุไรระดับล่างในนามกลุ่มเซจูนี้ ให้ไปทำอะไรที่ตอบโต้บะขุฝุที่บังอาจจัดงานแต่งงานโชกุนกับองค์หญิงคะสึโนะมิยะ

โดยที่พวกเขาเข้าใจไปเองว่าบะขุฝุได้ไปบังคับพระจักรพรรดิให้ยกพระขนิษฐาของพระองค์มาแต่งงานกับโชกุน

อิจิชิ "ต่อไปถ้าเกิดอะไรขึ้น องค์หญิงคะสึโนะมิยะก็จะถูกใช้เป็นตัวประกันน่ะสิ"

อาริมะ "ท่านทาดายุกิ(หรือท่านพ่อเมืองฮิทสะมิสึ) ท่านไม่เก่งแถมสายตาทางการทหารไม่กว้างไกล ไม่เหมือนท่านนาริอาคิระเลยสิ ลูกนาริโอกิกับโอยุระก็อย่างนี้แหล่ะ"

แล้วในกลุ่มก็เริ่มมีความคิดจะทำการกันเองโดยลำพัง จะไม่รอคำสั่งจากท่านเจ้าแคว้นอีก อีกทั้งยังเริ่มไม่พอใจท่านโอคุโบะที่ได้ไปรับใช้ใกล้ชิดท่านพ่อเมืองฮิสสะมิทสึอีกด้วย

(กลุ่มซามุไรระดับล่าง ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของราชสำนักที่ยอมส่งองค์หญิงมาแต่งงานกับโชกุน)

--------------------------------

ส่วนทางฝ่ายท่านทาดายุกิ(ท่านฮิสสะมิทสึ)นั้น ทาเตวากิและท่านโอคุโบะก็เข้าไปพบเพื่อชี้แจงเรื่องราวก่อนจะสายเกินไป

ทาเตวากิ "ท่านพ่อเมือง การรวมราชสำนักกับรัฐบาลทหาร บะขุฝุจะต้องทำตามคำสั่งเทิดทูลจักรพรรดิโดยการปิดประเทศแน่เลยขอรับ ท่านนาริอาคิระเคยพูดว่า ต้องให้เจ้าแคว้นที่เก่งกล้ามาช่วยกันปกครองญี่ปุ่น และค้าขายกับต่างประเทศโดยเท่าเทียมกัน มิฉะนั้นญี่ปุ่นจะไปไม่รอด

ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ สัทสุมะของเราจะไม่มีทางเข้าร่วมปกครองญี่ปุ่นได้นะขอรับ!! บะขุฝุคิดแต่จะยืมมือราชสำนักมาค้ำจุนให้รัฐบาลมั่นคงขึ้น ไม่ช้า.. ฝรั่งจะบุกเข้ายึดเราเป็นเมืองขึ้นเหมือนจีนแน่ๆเลยขอรับ"


ท่านฮิสะมิทสึ "แปลว่า ถึงเวลาที่จะปฏิรูปบะขุฝุแล้วใช่มั้ย?" / "ถูกแล้วขอรับ สัทสุมะของเราควรจะปฏิรูปรัฐบาลเสียทีขอรับ"

แล้วท่านฮืสะมิทสึก็ลองถามความเห็นของท่านโอคุโบะบ้างว่าคิดเห็นอย่างไร

ท่านโอคุโบะ "อนาคตของญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านพ่อเมืองเท่านั้น ตอนนี้แหล่ะถึงคราวต้องใช้ดาบฟันไม่เลี้ยงแล้วขอรับ"

ท่านฮิสะมิทสึนั่งตรองอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งทาเตวากิกับท่านโอคุโบะต่างลุ้นรอคำตอบ และแล้ว..

"งั้นข้าจะไปเมืองหลวง" / "ขอรับ!!"

และทาเตวากิกับท่านโอคุโบะก็ได้ขอร้องท่านพ่อเมืองอีกเรื่องหนึ่งคือ เรียกตัวท่านไซโกกลับมาจากอามามิ

ทาเตวากิ "ถ้า่จะไปทำงานที่เกียวโต ก็ต้องใช้ความสามารถของท่านไซโกขอรับ"

ท่านฮิสะมิทสึ "ข้าเคยได้ยินว่าท่านพี่ที่เสียไปชื่นชมความสามารถของเขานัก.."

-----------------------------------

และแล้ววันที่องค์หญิงคะสึโนะมิยะได้เข้ามาในโอโอขุอย่างเป็นทางการก็มาถึง และเมื่อไปถึงห้องพัก(ห้องเดิมของเท็นโชอิน)

แม้ทางฝ่ายองค์หญิงจะเคยส่งหนังสือมากำชับว่า ทุกสิ่งในโอโอขุที่ต้องเตรียมไว้ให้องค์หญิงนั้น ต้องเหมือนกับที่วังเกียวโตทุกอย่าง

ทางโอโอขุก็ยอมทำตามคำขอฝ่ายองค์หญิง เพราะท่านเท็นโชอินได้สั่งให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยแก่กัน แต่!! แม้ข้าวของทุกชิ้นจะซื้อหาของที่ดีที่สุดมาจากเกียวโตแล้วก็ตาม

แต่!! ข้าวของที่จัดเตรียมไว้ให้องค์หญิงนั้น ก็กลับมีตราประจำโทกุกาวะติดบนข้าวของทุกชิ้น



เล่นเอาทางฝ่ายเกียวโตทั้งหมดต้องอึ้ง!! โดยเฉพาะสนมคังเงียวอินถึงกับน้ำตาซึม ส่วนองค์หญิงแม้จะหวั่นไหวแต่ก็ยังทรงเก็บอาการเป็นอย่างดี

------------------------------------

ทาคิยามะได้มารายงานต่อท่านเท็นโชอินว่าทางฝ่ายเกียวโตได้มาถึงในโอโอขุแล้ว และได้กำหนดให้มีพิธีพบหน้ากันก่อนระหว่างท่านโชกุนกับองค์หญิง ก่อนทีี่จะมีการแต่งงานเกิดขึ้นในเดือน2ของปีหน้า

จุดประสงค์การมีพิธีพบหน้ากันก่อนนั้น ก็เพื่อจะไม่ให้ท่านคุโบต้องอยู่ในฐานะที่ต่ำกว่าองค์หญิงนานเกินไป (ก็ยังไม่ได้แต่ง โชกุนก็ยังต้องต่ำศักดิ์กว่าองค์หญิง)

---------------------------------

ส่วนฝ่ายองค์หญิง เมื่อได้เข้าพักในที่พำนักที่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว นิวาตะ นางกำนัลอาวุโสก็เริ่มกำชับอะไรบางอย่างแก่องค์หญิงอีกครั้ง

นิวาตะ
"ฟังให้ดีไว้นะเพคะองค์หญิง ท่านมาอยู่ในฐานะที่สูงกว่าใครทั้งหมด อย่าลืมข้อนี้นะเพคะ" / "ข้ารู้แล้ว" องค์หญิงทรงตอบอย่างเศร้าๆ

สนมคังเงียวอิน
"ต้องมาเป็นเจ้าสาวขุนทหารแห่งภาคตะวันออกคนนี้น่ะ ช่างน่าสงสารจริงๆ" (แล้วนางก็สะอื้นอีก ทำเอานางกำนัลแ่ห่งเอโดะที่นั่งฟังอยู่ด้านนอกถึงกลับหน้าเสีย เพราะกิริยาของสนมคังเงียวอินประหนึ่งดูถูกโชกุน)

นิวาตะ "เขาว่าขุนทหารคนนี้ หน้าเหมือนงู!! หรือเหมือนยักษ์ ได้ยินเขาว่าอย่างนั้นนะเพคะ" / "ยักษ์เหรอ?"

"เพคะ ยักษ์นั่นแหล่ะ"


คำพูดของนิวาตะที่วิจารณ์ถึงหน้าตาท่านคุโบนั้น ทำให้องค์หญิงคะสึโนะมิยะดูยิ่งเศร้าและทรงดูกังวลมากยิ่งขึ้น...
"
"
.
.
.
.

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ราชนิกูลกับซามุไร129

atsuhime 129


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 128


Photobucket
องค์หญิงคะสึโนะมิยะ



ราชธิดาองค์ที่8ของจักรพรรดินิงโค องค์หญิงคะสึโนะมิยะจำต้องเสด็จไปเอโดะเพื่อแต่งงานกับโชกุน เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ญี่ปุ่นที่มีการแต่งงานในระดับนี้

เหตุผลที่ทำให้องค์พระจักรพรรดิโคเมทรงตัดสินพระทัยยินยอมพระขนิษฐาให้มาแต่งงานกับโชกุนครั้งนี้ก็คือ ราชสำนักต้องการให้บะขุฝุจะต้องเทิดทูนพระจักรพรรดิในทางปฏิบัติด้วย

คะสึโนะมิยะต้องมาเอโดะ พร้อมกับหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งว่า ต้องทำให้บะขุฝุเืทิดทูนจักรพรรดิ

ก่อนไปเอโดะ องค์หญืงคะสึโนะมิยะทรงตั้งพระทัยว่า "ถึงเเม้ข้าจะไปอยู่เอโดะแล้ว แต่ก็ตั้งใจจะไม่ทำอะไรให้กลมกลืนกับอะไรใหม่ๆของที่โน่น"

-----------------------------

ท่านเท็นโชอินได้เตรียมการต้อนรับองค์หญิงคะสึโนะมิยะ ที่จะมาเป็นมิไดโดโกโระคนใหม่ด้วยการยอมสละห้องพักของตนให้เป็นที่พำนักใหม่ขององค์หญิง

ทั้งยังจัดเตรียมเครื่องใช้และของตกแต่งทุกอย่างใหม่และเป็นอย่างดีที่สุดเตรียมไว้สำหรับองค์หญิง แต่!! ทาคิยามะได้หนังสือจากวังหลวงมามอบให้ท่านเท็นโชอิน ท่านเท็นโชอินจึงส่งให้ชิเงโนะเป็นผู้อ่าน

และสิ่งที่ราชสำนักต้องการให้เอโดะต้องทำตามเงื่อนไขมีด้วยกัน5อย่าง แต่ข้อที่สำคัญที่สุดทีทำให้ทางเอโดะยากที่จะรับได้ก็คือ เมื่อฝ่ายองค์หญิงได้เข้ามาในโอโอขุแล้ว ต้องจัดการทุกเรื่องขององค์หญิงให้เหมือนที่วังหลวง!!

ทาคิยามะ "ให้ทำเหมืิอนกับในวังหลวงเหรอ? จะมาเป็นสะใภ้โชกุนโทกุกาวะ ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นตระกูลซามุไร แล้วทำไมต้องทำทุกอย่างให้ธรรมเนียมวังเกียวโตด้วยเล่า? ทำอย่างนี้เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่นะ?"

ส่วนท่านเท็นโชอินเมื่อได้รับรู้ ก็พยายามเข้าใจองค์หญิงว่า องค์หญิงต้องจำใจมาแต่งงานตามเหตุผลทางการเมือง ก็ทรงต้องรู้สึกวิตกกังวลอย่างมาก และเมืิ่อมาที่ๆทรงไม่คุ้นเคยท่ามกลางคนแปลกหน้า จึงไม่อยากเปลี่ยนความคุ้นเคยเดิมๆ

เท็นโชอินจึงสั่งให้นางในทุกคนยินยอมตามคำเรียกร้องขององค์หญิง เพราะการแต่งงานเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยให้กัน

----------------------------

ก่อนออกเดินทาง พระจักรพรรดิก็ทรงกำชับหน้าที่ที่สำคัญแก่องค์หญิงอีกครั้งว่า ต้องทำให้บะขุฝุเทิดทูนองค์จักรพรรดิให้ได้!

และนี่คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดขององค์หญิงแห่งวังเกียวโต

"ช่วยทำให้สำเร็จด้วยนะ" พระจักรพรรดิกล่าว

"เพคะ" แม้จะจำใจต้องแต่งงาน แต่องค์หญิงก็ทรงรับปากด้วยแววตาที่มุ่งมั่นแต่แฝงด้วยความเศร้า

------------------------

ขณะเดียวกัน

เท็นโชอิน "ท่านคุโบ ท่านคะสึโนะมิยะน่ะ มาแต่งงานแต่ตัว ไม่มีหัวใจให้พวกเราเลย และไม่คิดจะปรับตัวให้เข้ากับพวกเราด้วย จึงอยากให้ท่านเตรียมใจเอาไว้ จะได้เตรีมปฏิบัติตัวกับเขาดีๆนะ"

ท่านคุโบ
"ข้าก็แค่อยากจะอยู่อย่างสงบสุขเท่านั้น จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็แล้วกัน" (ท่านเท็นโชอินยิ้ม)

"ข้าก็เหมือนกับองค์หญิงนั่นแหล่ะ รับคำสังจากท่านพ่อแห่งสัทสุมะให้เข้ามาเป็นสะใภ้ของโชกุนโทกุกาวะ ส่วนท่านคะสึโนะยิมะถูกสั่งให้เกลี้ยกล่อมให้พวกเราให้อ่อนน้อมแก่พระจักรพรรดิให้ได้ ข้าจึงเข้าใจความรู้สึกขององค์หญิงดี" / "ขอรับ"

"แต่เรื่องที่ข้าห่วงก็คือ บะขุฝุจะต้องทำตามคำสั่งของราชสำนัก เทิดทูนจักรพรรดิโดยปิดประเทศไปสัก10ปี มันคงจะไม่สำเร็จหรอกนะ"

"ขอรับ เทิดทูนจักรพรรดิด้วยวิธีนั้นมันยาก เดี๋ยวก็โดนกระแสเปิดประเทศดึงกลับไปวุ่นวายแบบเดิมอีก" / "ต้องเป็นอย่างนั้นแน่เชียว"


ท่านเท็นโชอินเริ่มรู้สึกกังวลใจกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

"แต่ว่าท่านแม่! ปัญหายังไม่เกิดจะวิตกทำไม แทนที่จะกังวลถึงอนาคต มาคิดว่าตอนนี้เราจะทำอะไรได้บ้างจะดีกว่านะขอรับ"

ท่านเท็นโชอินมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันที "ฟังเจ้าพูดแล้ว มีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย"

--------------------------------

และแล้วองค์หญิงคะสึโนะมิยะก็เดินทางจากเกียวโตมาถึงเอโดะ ในวันขึ้น15ค่ำเดือน8 และเข้าพักที่บ้านตระกูลชิมิสึ ที่เป็นส่วนหนึ่งในปราสาทเอโดะ

ท่านเท็นโชอิน "อ๋อ..มาถึงแล้วเหรอ ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะนะ" / "เจ้าค่ะ" ทาคิยามะตอบด้วยสีหน้ากังวล

"มีเรื่องอะไรเหรอ?" / " ที่จริง ยังไม่ทันไรก็จะทะเลาะกันแล้วเจ้าค่ะ"

"ทะเลาะกันเหรอ??"

และทาคิยามะก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ท่านเท็นโชอินฟัง กล่าวคือ ทางองค์หญิงและพระสนมคังเงียวอัน พระมารดาได้แสดงกิริยาด้วยการยกพัดขึ้นมาบังหน้าเวลานางในจากเอโดะเข้ามา และนิวาตะนางในอาวุโสที่ติดตามองค์หญิงก็ยังสั่งกำชับให้ทุกอย่างต้องทำให้เหมือนที่เกียวโตทุกประการ

แม้กระทั่งอาหารของเอโดะ ทางฝ่ายเกียวโตก็ไม่สามารถรับประทานได้ ซ้ำยังติโน่นตินี่ไปเสียหมด

เท็นโชอิน "ถึงขนาดนั้นเชียวเหรอ... แต่ยังไงก็มาถึงโดยปลอดภัยแล้วนี่นะ ไปบอกทุกคนที่มากับเขาว่าพักผ่อนให้สบายก่อนและกันนะ"

"เจ้าค่ะ" ทาคิยามะรับปากแ้ล้วก็ลุกออกจากห้องไป

แต่สีหน้าท่านเท็นโชอินยังรู้สึกหนักใจอยู่เช่นกัน...
.
.
"
"
.
.

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ผลจากที่นปช.ถอดเสื้อแดง คือหมดพลัง

.
.

ต่อจากบทความที่แล้ว เสื้อแดงเริ่มอัปมงคลจึงต้องถอดทิ้ง ที่ผมบอกว่า เสื้อแดงแพ้ในเชิงสัญลักษณ์ไปแล้ว และสิ่งที่ได้ได้เห็นเป็นรูปธรรมก็เกิดขึ้นให้เห็นแล้ว ก็คือ การที่ทหารเข้าสลายการชุมนุมของนปช.ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่เสื้อแดงหน้าวัดพระธรรมกายได้อย่างง่ายดาย แบบหมูๆ ในเวลาไม่เกิน30นาที

นี่คือผลจากการถอดเสื้อแดง ถ้าเสื้อแดงไม่เชื่อก็ตามใจ (เพราะผมชอบ!!)

ผมไม่อธิบายว่า มีเหตุผลสำคัญตรงไหนว่า เพราะเหตุใดการไม่เสื้อแดงจึงทำให้ไร้พลัง เพราะถ้าผมบอกไป เสื้อแดงก็หายโง่สิครับ (ฮิๆ)

ถ้าทหารอยากสลายพวกนปช.ที่ไม่ใส่เสื้อแดงจริงๆ จึงทำได้ง่ายมากๆ อย่างที่พวกเราได้เห็น

---------------------------------

เมื่อวันอังคารที่แล้ว ผมได้มีโอกาสแวะไปมอบเครื่องดื่มแก่ทหารที่หน้าราบ11 นี่คือสิ่งที่ผมพอทำได้

ส่วนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในซอยโชคชัย4 รถติดมากๆ เพราะเสื้อแดงเข้ามาแจกซีดี ใครฆ่าไพร่ เอ้ย! ใครฆ่าประชาชน!!

จริงๆแล้ว จากที่ผมสังเกตช่วงที่เสื้อแดงเริ่มชุมนุมใหม่ๆ พวกแม่ค้า มอไซค์รับจ้าง รถซูบารุ ต่างคึกคักเชียร์เสื้อแดงกันอย่างหนุกหนาน และภาคภูมิใจ

ยิ่งตอนมีสติ๊กเกอร์ ยุบสภา มาแจกให้พวกรถรับจ้างในซอยโชคชัย4 บรรดารถซูบารุรับจ้าง ต่างติดสติ๊กเกอร์ยุบสภากันอย่างถ้วนหน้าแต่พอหลังเหตุกาณ์10เม.ษ. และช่วงที่เสื้อชมพูและเสื้อหลากสีเริ่มถือกำเนิด

บรรดาสติ๊กเกอร์ยุบสภา ของพวกรถรับจ้างในซอยโชคชัย4 ก็เริ่มค่อยๆหายไป

แต่!!เมื่อวันเสาร์ ผมได้ขึ้นรถซูบารุคันที่ติดสติ๊กเกอร์ยุบสภาที่หน้ารถ พอขึ้นไปนั่งข้างหลัง ผมได้กลิ่นบุหรี่เหม็นมากมาจากทางหน้ารถ และที่มาของควันบุหรี่ก็คือ คนขับรถซูบารุคันนี้กำลังสูบบุหรี พ่นควันออกมาทางหน้าต่าง

นี่คืออีกตัวอย่าง ของการไม่มีจิตสำนึกสาธารณะของผู้ประกอบวิชาชีพบริการสาธารณะ

และพอคนขับคนนี้สูบบุหรี่หมดมวน ในระหว่า่งรถติดนั่นเอง เขาก็ทิ้งก้นบุหรี่จากทางหน้าต่างรถลงพื้นถนนอย่างไม่รู้สึกรู้สา

และเมื่อรถของพวกเสื้อแดงผ่านมา โดยมีเสื้อแดงบางคนลงมาเดินกลางถนนเที่ยวไล่แจกซีดีใครฆ่าประชาชนอยู่นั้น คนขับรถซูบารุที่ผมนั่งก็เอื้อมมืออกไปขอซีดีจากเสื้อแดงอย่างภาคภูมิใจ!!ในความเป็นไพร่!!

แต่ทีทำซกมกต่อบ้านเมือง คือการสูบบุหรีรบกวนผู้โดยสาร การทิ้งก้นบุหรี่ลงถนนอย่างหน้าด้านๆ เขาน่าจะภูมิใจในความเป็นไพร่บ้างนะ เพราะพฤติกรรมแบบนี้ ช่างสันดานไพร่จริงๆ

------------------------------

กลับมาที่เสื้อแดงถอดเสื้อแดงทิ้งอีกที มีกระแสข่าวเขาว่ากันว่า สาเหตุที่เสื้อแดงเริ่มถอดเสื้อแดงทิ้ง ก็เพราะกำลังจะเตรียมใส่ชุดดำไว้ทุกข์ให้คนมอนเตรเนโกร!! (ฮิๆ)

แม้จะทวิตเตอร์ส่งรูปตัดต่อโชว์ ให้สื่อมอนเตรเนโกรออกข่าวว่าได้สัมภาษณ์ ก็ไม่อาจกลบกระแสพะงาบๆของคนมอนเตรเนโกรได้

จะจริงจะเท็จยังไง ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือ เสื้อแดงแพ้ไปแล้วจริงๆ

ที่เหลืออยู่ ก็คือ การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเสื้อแดง

คนขยันแต่โง่ ย่อมทำลายตัวเองและผู้อื่น ขนาดฮิตเลอร์ยังบอกให้ฆ่าคนพรรค์นี้ทิ้ง!!
"
"

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

เสื้อแดงเริ่มอัปมงคลจนต้องถอดทิ้ง!!






ข่าวที่พวกเสื้อแดงจะถอดเสื้อแดง มาใส่เสื้อหลากสีบ้าง สงสัยเวลาคิดทำชั่ว รัฐบาลจะได้ตามจับ ตามแฉได้ลำบาก

(ทีเสื้อชมพูออกมาต่อต้าน เสื้อแดงออกมาเหวงว่า เป็นเหลืองเปลี่ยนสี แต่ทีตัวเองเปลี่ยนสี กลับไม่เหวงพวกตัวเอง)

ถ้ามาดูในเชิงสัญลักษณ์

สัญลักษณ์เสื้อแดง คงเริ่มอัปมงคล ยิ่งสู้ผู้คนยิ่งเห็นสันดานไพร่ พยายามปลุกม็อบยกระดับกี่ครั้ง ก็ล้มอภิสิทธิ์ไม่ได้ ก็เพราะม็อบมันโหวงเหวงมากขึ้นๆ

เมื่อทิ้งสัญลักษณ์ ก็เท่ากับว่า เสื้อแดงแพ้แล้วอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็แพ้เชิงสัญลักษณ์!!


อย่างที่ผมได้เขียนมาหลายบทความ ว่าเสื้อแดงแพ้อีกแล้ว ถึง2บทและบางส่วนในอีกหลายบทของเดือนเมษานี้

ความพ่ายแพ้ของเสื้อแดงได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ แต่พวกเสื้อแดงยังไม่ยอมรับความจริง และยังคงดันทุรังสู้แบบเถื่อนๆแบบแถๆต่อไป ยิ่งสู้เสื้อแดงก็ยิ่งไร้ความชอบธรรมทั้งในสายตาประชาชนคนไทย และในสายตาคนทั้งโลก

สื่อทั่วโลกต่างรู้ว่า ม็อบเสื้อแดงคือม็อบสู้เพื่อทักษิณ ไม่เคยมีสื่อต่างประเทศลงว่า นี่คือม็อบเพื่อประชาธิปไตย มีแต่เขียนว่า ม็อบเพื่อทักษิณ

หลังวันที่10เมษายน เสื้อแดงพยายามทำซีดี"ใครฆ่าประชาชน" ออกมาแจกในหลายๆที่ของกทม. แถวโชคชัย4บ้านผมก็เข้ามาแจก แต่ผมว่าคงหลอกได้แต่พวกไพร่ด้วยกันเท่านั้น

เพราะที่สำคัญการเอาชนะรัฐบาลให้ได้นั้น ไม่ใช่แจกซีดีหลอกพวกไพร่ แต่ต้องทำให้สื่อทั้งไทยและสื่อทั่วโลกเชื่อต่างหาก

ปีที่แล้วผมก็เคยเขียนเรื่องเสื้อแดงแพ้เพราะอะไร? บทความตอนนั้น ผมเน้นว่า ต้องเอาชนะใจสื่อทั่วโลกให้ได้ ถ้าเอาชนะใจสื่อทั่วโลกไม่ได้

ตราบนั้นเสื้อแดงก็แพ้วันยังค่ำ!!

วืธีการเอาชนะสื่อทั่วโลกทำอย่างไร ผมไม่จำเป็นต้องบอก เพราะถ้าเสื้อแดงมีประชาธิปไตยในใจจริงๆ ก็จะรู้คำตอบนั้น

---------------------------------

วันที่10เมษายน53 สื่อทั่วโลกชี้ชัดว่า ฝ่ายเสื้อแดงเริ่มใช้ความรุนแรงใส่ทหารก่อน!!

---------------------------------

เหตุึการณ์ระเบิดM79 ถล่มสีลมที่ผ่านมา

พฤติกรรมส่อสันดานไพร่ คนไทยทั้งประเทศ(ยกเว้นพวกสันดานไพร่)ต่างมองเห็น!!

เสื้อแดงเห็นระเบิดตกใส่ฝ่ายตรงข้าม และประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสื้อแดงต่างโห่ร้องดีใจ!!

เสื้อแดงจุดพลุ จุดประทัด เพื่อช่วยกลบเสียงช่วงระเบิดM79ลงสีลม เพราะอะไร??

กล้องจากบีทีเอส เห็นวิถีระเบิดมาจากด้านสวนลุม จากฝั่งที่ชมนุมที่มีบังเกอร์บังตาของฝ่ายเสื้อแดง!!

ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล เสื้อแดงก็พาไปดักตี ดักทำร้ายซ้ำเติมผู้บาดเจ็บ

ผู้ตาย1คนในวันนั้น ก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลล่าช้า เพราะเสื้อแดงดักไม่ให้เข้าโรงพยาบาล

และนี่ก็คือความพ่ายแพ้ของเสื้อแดง แพ้เพราะความเลวของตัวเสื้อแดงเองนั่นแหล่ะ


วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

หนทางหยุดม็อบเสื้อแดง!?!

.
.
ถ้ารัฐไม่กล้าสลายม็อบแดง ไม่กล้าบังคับการใช้กฏหมายตามอำนาจรัฐ (ย้ำว่าถ้า!รัฐไม่กล้าสลายเสื้อแดง)

หาทางที่รัฐบาลจะทำได้ ก็คือ ต้องทำประชามติเท่านั้น ว่าควรยุบสภาหรือไม่??

จะได้เป็นไปตามความเห็นของคนทั้งประเทศจริงๆ ไม่ใช่แค่มีม็อบออกมาอ้างว่าพวกตัวเองเยอะ รัฐบาลต้องยอมตามใจ

------------------------

รัฐบาลไม่ต้องไปรอใ้ห้แกนนำหัวขวดเห็นชอบว่าควรทำประชามติหรือไม่!? เพราะพวกนั้นมันไม่ใช่คนสำคัญอันใด เพราะหัวขวดก็เป็นแค่พวกรับจ้างประท้วงที่มีชื่อเสียงหน่อยเท่านั้น

รัฐบาลต้องจัดทำไปเลย แล้วท้าไปที่กลุ่มม็อบแดงว่า ถ้าเสื้อแดงเชื่่อเรืิ่องประชาธิปไตยจริงๆ ก็ต้องกล้าทำประชามติ!!

และในการทำประชามติ ในส่วนต้องการให้ยุบสภา ต้องมีช่องให้ระบุว่า ต้องการให้ยุบภายในกี่เดือน โดยมีให้เลือกตั้งแต่1 2 3 4 5 6 7 8 9 เดือน ให้ได้เลือก

ส่วนข้อที่ไม่ต้องการยุบสภา ต้องมีช่องให้เลือกด้้วยว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่??

----------------------

หากเสื้อแดงไม่กล้าทำประชามติ ก็เท่ากับว่า ที่อ้างทำเพื่อประชาธิปไตยมันก็แค่เหตุผลบังหน้าเพื่อช่วยทักษิณเท่านั้น

รัฐบาลเชื่อผมเถอะว่า ถ้าทำประชามติแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้เสียหน้า เพราะนี่คือหนทางที่ผ่าทางตันในวิถีประชาธิปไตย

ประชามติคือหนทางที่ทั่วโลกต่างยอมรับ!!และจะชื่นชมรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วย เพราะแม้แต่สมัยทักษิณก็ไม่เคยกล้าทำประชามติ!!

-------------------------

หากรัฐบาลประกาศว่าจะมีการทำประชามติให้ทั่วโลกร่วมรับรู้แล้ว

หากพวกม็อบเสื้อแดงยังดันทุรังชุมนุมต่อๆไปอีก ทั่วโลกก็จะประณามว่า ม็อบแดงคือม็อบประชาธิปไตยลวงโลก!!

-----------------------

รัฐบาลรีบประกาศทำประชามติซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้ หริอเสียหน้าอะไร

แต่ถ้าหากการทำประชามติไปแล้ว รัฐบาลเกิดแพ้โหวตขึ้นมา

ก็อย่าคิดว่าท่านแพ้ เพราะที่ีแพ้นั่นคือชนะ แต่เป็นการชนะเพื่อชาติบ้านเมืองของพวกเราทุกคนครับ
V

V

ปล. ผมยังเปิดเผยไม่หมดว่า การทำประชามตินั้นมีข้อดีต่อรัฐบาลอีกหลายอย่าง แต่ขออุบไว้ เพราะไม่อยากให้เสื้อแดงล่วงรู้ แต่ถ้าคิดดูดีๆก็จะรู้ว่าคืออะไร
.
.

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

สัญญาณถ่อยจากปากบิ๊กจิ๋วเริ่มขึ้นแล้ว






ข่าวสองสามวันที่ผ่านมา คุณผู้อ่านคงได้ยินการข่าวการพูดเจตนาก้าวล่วงสถาบันฯขอบิ๊กจิ๋ว ณ.ไพร่แม้ว กระทำการไม่บังควร ด้วยการพูดกดดันสถาบันฯ ด้วยคำพูดที่ว่า

"ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว กระผมคิดว่าไม่แน่ใจต่อการสูญเสียภายใน 1-2 วันดข้างหน้านี้ มันจะเป็นตราบาปหรือสิ่งที่พี่น้องคนไทยไม่ต้องการที่จะเห็นในชีวิต..."

และแล้วการสูญเสียตามปากพล่้อยของบิ๊กจิ๋วก็เริ่มเกิดขึ้น โดยตั้งแต่วานนี้เสื้อแดงบุกไปปะทะกับชาวสีลม และจนถึงวันนี้ก็เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีศาลาแดง และอีกหลายแห่งใจกลางย่านสีลม จนมีผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ที่เป็นผู้บริสุทธิ์มากมายหลายราย

เหตุการณ์นี้ใช่มั้ยคือ สิ่งที่บิ๊กจิ๋วได้พูดไว้ว่่าจะเกิดการสูญเสีย?

กรุงเทพฯเริ่มไร้ความสงบสุข มีระบิดรายวันแทบไม่ต่างจาก3จังหวัดภาคใต้แล้ว ทำไมถึงมาพร้อมกับการชุมนุมของพวกม็อบไพร่สถุลชอบความรุนแรง?

คำแก้ตัวของแกนนำเสื้อแดงแบบน้ำขุ่นๆ หรือแบบถ่อยๆ ว่าเป็นฝีมือการสร้างสถานกาณ์จากฝ่ายรัฐบาล หรือไม่ก็แดงปลอม ใครเชื่อก็ควายแล้วครับ

เพราะดูจากสันดานที่ชอบใช้ความรุนแรงที่ผ่านๆมา เช่นต่อยชาวบ้าน ทุบรถผู้หญิง การประกาศขู่ฆ่า การประกาศตามจองเวรกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกตน ประกาศจะเผาบ้านกกต. ก็มีแต่ม็อบไพร่สถุลนี่แหล่ะครับที่ชอบกระทำ



แม้สุภาพสตรีท่านนี้จะบาดเจ็บจากแรงระเบิดย่านสีลม แต่หัวใจเธอก็แกร่ง ในมือยังกำธงในหลวงไว้แน่น
.
และm79 ที่ยิงถล่มสีลม ก็ไม่ได้ทำอันตรายแก่ชาวเสื้อแดงอีกเช่นเคย!! และช่วงที่มีการระเบิดสีลม พวกเสื้อแดงก็จุดพลุและประทัดเสียงดังไปด้วยทำไม? หวังช่วยเบี่ยงเบนเสียงของm79เหรอ??

----------------------------

ผมเพิ่งตามข่าวว่า ตำรวจได้จับนายเมธี ดาราที่ชอบใช้ความรุนแรงได้ พร้อมตรวจยึดอาวุธสงครามได้เพียบ (โทษสูงสุดประหาร)

รัฐบาลเริ่มจัดการพวกแกนนำรองๆตามที่ผมเคยเสนอแนะไว้เสื่อวานนี้แล้วในบทความแนะรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดงตอน2 ซึ่งคิดว่าแกนเสื้อแดงระดับรองๆก็จะถูกตามติดจากรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งตอนนี้พวกแกนนำไพร่ทั้งหลายก็เริ่มปวดประสาทแล้ว จากแผนสงครามจิตวิทยาจากรัฐ

---------------------------

แต่เมื่อเกิดความรุนแรงในย่านสีลม ย่านธุรกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ย่านที่มีราคาที่ดินสูงที่สุดในประเทศไทย ย่านที่เป็นหัวใจของภาคเศรษฐกิจ

เมืิ่่อข่าวการระเบิดย่านสีลมแพร่ไปทั่วโลก ภาพพจน์ประเทศย่อมเสียหายย่อยยับ!!

ถามว่า รัฐบาลเป็นฝ่ายทุกข์จากเหตุการณ์นี้ หรือพวกไพร่แดงจะสุขกับเหตุการณ์นี้มากกว่ากัน?

ใครที่ต้องการทำลายภาพพจน์การบริหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศภายใต้การบริหารของพรรคประชาธิปัตย์??

ใครจะได้ประโยชน์ที่ได้คุยโอ้อวดความเก่งของตัวเองให้พวกไพร่ฟัง ว่าสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ทำให้เศรษฐกิจประเทศพัง ที่ทำให้นายกอภิสิทธิ๋ไร้น้ำยาในการบริหารประเทศ??

--------------------------------

ข่าวเศรษฐกิจก่อนเกิดเหตุการ์ระเบิดสีลม นายกรณ์ จาติกวณิช ประกาศเลิกกู้เงินตามแผนกู้8แสนล้านก่อนกำหนดแล้ว เพราะประเทศผ่านวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว และรัฐก็สามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้า!!

รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้ตามแผนเดิมอีกแล้ว

ใครคือพวกที่โจมตีรัฐบาลว่าดีแต่กู้ แต่พอผมถามกลับไปว่า แล้วรู้มั้ยรัฐกู้จากไหน?? พวกไพร่ส่วนใหญ่มันตอบไม่ได้!!

แล้วเมื่อผมถามกลับไปว่า สมัยทักษิณมันก็กู้!มากซะด้วย เคยรู้บ้างมั้ย?? ทั้งที่ทักษิณคุยนักคุยหนาว่า เป็นช่วงที่รัฐบาลของทักษิณเศรษฐกิจดี แต่ก็กู้!!

พวกไพร่ทั้งหลายมันบอก มันไม่เคยรู้!!

รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศในช่วงวิกฤติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความแตกแยกของคนในชาติแท้ๆ แต่ก็พาประเทศผ่านวิกฤติเศรษฐกิจพ้นไปได้

แต่มันคนเดียวที่กลัวอภิสิทธิ์จะทำคะแนนประทับใจคนจนได้ใจประชาชนกลับไป

และมันก็เลยปลุกระดมไพร่มาทำลายชาติที่มันเกิด ชาติที่ให้มันร่ำรวย มันคือคนทรยศชาติเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ของชาติด้วยความอิจฉาริษยา และอาฆาตแค้น!!

มันคือ ไอ้เหลี่ยมจรจัด!!~


และม็อบไพร่แดงกำลังจะแพ้ จึงต้องดิ้นรนด้วยการใช้ความรุนแรง
.
.

แนะรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดงตอน2

.
.

หลังจากดูข่าววันใหม่เมื่อกี้(ของคืนวันพุธต่อวันพฤหัสเวลาตีหนึ่งครึ่ง) ทำให้ผมเกิดคิดเข้าข้างตัวเองเล่นๆ ว่ารัฐบาลคงได้อ่านบทความผมแน่เลย

เพราะในบทความวันที่10เม.ษ. หลังเกิดเหตุการณ์การสลายม็อบไพร่ครั้งแรก

ผมได้เขียนบทความเรื่อง บทความที่ช้าไป แนะรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดง

ซึ่งดูเหมือนหลายวันที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินตามแผนที่ผมเขียนแนะนำไว้เปี๊ยบเลย ใครไม่ได้อ่านก็ลองกลับไปอ่านนะครับ

---------------------------

ส่วนในวันนี้ ผมอยากแนะนำรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดงเพิ่มเติมด้วยกลยุทธที่ว่า "อย่าตีหัวหน้า แต่ให้ตีลูกน้อง"

หมายถึง อย่าจ้องเล่นงานพวกแกนนำหลัก แต่ให้เล่นงานแกนนำรองๆลงไป เช่น เจ๊ดา , ไพจิตร อักษรณรงค์ อะไรทำนองนี้ก่อน

เพราะแกนนำรองๆจะมีการคุ้มกันน้อยลง หากสามารถจัดการแกนนำรองๆได้ นับว่าเป็นสงครามจิตวิทยาที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง

ยิ่งพวกการฺ์ด หากวันไหนพวกนี้หลบแดดออกไปจากสถานที่ชุมนุม กลับไปเติมพลังที่บ้าน ก็ให้สายของรัฐบาลตามไปจัดการเงียบๆซะ ให้หายไปทีละคนสองคน ไม่ใช่!อุ้มฆ่า!นะ แค่เอาไปพักร้อนที่สงบๆซักแห่งแค่นั้นชั่วคราว

-----------------------------

ที่สำคัญ!! รัฐต้องตัดหน่วยส่งกำลังบำรุงของเสื้อแดงให้ได้ เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง พวกพ่อครัวแม่ครัว รถขนกับข้าว อะไรทำนองนี้ต้องดักจับให้เรียบ!!

รัฐลองไปคิดดูต่อสิว่า จะทำยังไงให้ค่าใช้จ่ายในการชุมนุมของพวกเสื้อแดงต้องเพิ่มสูงขึ้น

ที่รัฐทำมาก็นับว่าใช้ได้ ที่ทำให้พวกแกนนำต้องเอาที่บังแดดมาติดเพราะกลัวโดนส่องเก็บจากระยะไกล

แต่ความจริงไม่ใช่รัฐจะส่งคนไปยิงแกนนำหัวขวดหรอก

ทักษิณต่างหากที่จะหาทางเก็บ3เกลอหัวขวด เพื่อเอาศพหัวขวดไปแห่ จะได้ปลุกระดมคนให้เกินล้าน!!

-------------------------

วิธีสลายการชุมนุมเสื้อแดง!! (กรณีจะสลายจริงๆ)

ก่อนจะสลายการชุมนุม รัฐบาลต้องประกาศจะสลายการชุมนุมอย่างชัดเจน ให้เสื้อแดงที่ไม่อยากเดือดร้อนกลับบ้านซะ หากใครไม่อยากกลายเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ให้รีบกลับบ้านซะ (เพราะตอนนี้เสื้อแดงเสมือนตั้งรัฐราชประสงค์)

รัฐบาลต้องมีรถมารอรับเสื้อแดงที่อยากกลับบ้านที่นั่นที่นี่ ประกาศแจ้งให้ชัดเจน!!

ประกาศเตือนก่อนการสลายการชุมนุมอย่างน้อย3ครั้ง ออกสื่อทุกสื่อให้ชัดเจน!!

ถ้าให้ดี นายกฯต้องแถลงเป็นภาษาอังกฤษเหมือนวันที่รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งฯ ด้วย นั่นแหล่ะยิ่งดี เพื่อสื่อทั่วโลกจะได้ร่วมรับรู้!!

รัฐต้องประมวลความรุนแรงทุกเหตุกาณ์ที่เสื้อแดงกระทำรุนแรงต่อประชาชน เช่นเสื้อแดงทุบรถชาวบ้าน เสื้อแดงต่อยชาวบ้าน เสื้อแดงเทเลือดหน้าบ้านนายกฯ เสื้อแดงขุดอิฐถนนขึ้นมา เสื้อแดงทำถ่อยๆอะไรต่อมิอะไรต้องให้ทั่วโลกรับรู้ เพืิ้่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล

รัฐต้องให้สื่อทั่วโลกเห็นก่อนการสลายว่า ที่รัฐต้องสลายการชุมนุมเสื้อแดงเป็นสิ่งจำเป็น!!

และหลังจากนั้น รัฐก็เข้าสลายการชุมนุมโดยบังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด ตามแบบแผนที่สากลยอมรับ...


--------------------------



ถึงวันนี้ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า รัฐบาลของนายกฯที่ชื่ออภิสิทธิ์นั้นสามารถเอาชนะกองทัพมหาโจรหน้าเหลี่ยมได้แน่ครับ

วันนี้ขอจบบทความห้วนๆเท่านี้แล..
.
.
.
.
"
"

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

2553 ประหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงชนะพญามาร




พระพุทธเจ้าคือผู้ประเสริฐสุดในสากลโลก ไม่มีผู้ใดมาเสมอเหมือนได้ บทความตอนนี้ไม่ได้ต้องการนำใครมาเปรียบเทียบกับพระพุทธองค์ แต่อยากจะนำเหตุการณ์สมัยพุทธกาลมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบันเพื่อเตือนสติผู้คน

ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการคุณพระศรีรัตนตรัย และจะขอยึดพระศรีรัตนตรัยเป็นสรณะทุกภพทุกชาติตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่นิพพาน

----------------------

ย้อนกลับไปเมื่อ2598ปีที่แล้ว ในคืน15ค่ำเดือน6 นักบวชสิทธิธัตถะขณะมีพระชนมายุครบ35พรรษาพอดี พระองค์ทรงประทับ ณ.ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ พระองค์ทรงกำลังผจญพญามารที่มาขัดขวางในการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าของพระองค์

พญามารยกกองทัพมารมาขัดขวาง มาด้วยสีแดงแห่งเพลิงตัณหา สัญลักษณ์แห่งกองทัพมาร!!

พญามาร ซึ่งเสมือนเป็นตัวแทนแห่งกิเลส ตัณหา ราคะ เป็นตัวแทนความโลภ โกรธ หลง ความอยากมีอยากได้ ความลุ่มหลงและความฟุ้งเฟ้อ

สันดานพญามาร!! นั้นจะชอบนำความร่ำรวย ความฟุ้งเฟ้อมาหลอกล่อผู้คนให้ลุ่มหลง! เอาอบายมุขมาล่อหลอกให้คนหลงติด!

หากเป็นยุคนี้สมัยนี้ พญามารก็อาจจะพูดว่า "พี่น้องครับ ถ้าเชื่อผม ผมจะทำให้พี่น้องร่ำรวยทุกคน ผมจะให้เด็กๆมีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คถือไปโรงเรียนทุกคน!!"

ส่วนเรื่องอบายมุข ถ้าเป็นยุคสมัยนี้ พญามารก็อาจจะพูดว่า "ผมจะจัดให้มีหวยบนดินให้พี่น้องเล่นกันจนถึงหน้าบ้าน และผมจะเอากำไรจากหวยส่งลูกหลานของพี่น้องไปเรียนเมืองนอก!"

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงยึดทางสายกลางในการเผชิญหน้ากับกองทัพแห่งพญามาร

ทางสายกลางที่พระองค์ยึดถือ ก็คือ ความไม่มากไปไม่น้อยไป ไม่ตึงไปไม่หย่อนไป เป็นความพอดี ความพอประมาณ ความพอเพียง!! เป็นแนวทางดำเนินวิปัสสนาจนเกิดปัญญาวิมุตติ ดับกิเลสอาสวะจนสิ้น หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

แม้พญามารจะเอาลาภยศสรรเสริญมาถวายให้พระพุทธองค์ แต่พระพุทธองค์ก็ทรงไม่หวั่นไหวในกิเลสและตัณหา(ความอยาก)ที่พญามารนำล่อหลอก ไม่หลงไปตามกระแสแห่งมาร เพียงแค่รับรู้่แต่ไม่ลุ่มหลง ไม่ยึดติด!

ในที่สุดนักบวชสิทธิธัตถะก็ทรงดับกิเลสแห่งใจตนได้ สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า พระนามว่า พระปัจฉิมศรีศากยะโคดมพุทธเจ้า

กองทัพพญามารที่ตั้งอยู่ภายนอกที่มีรูปขันธ์ พระพุทธเจ้าทรงไม่จำเป็นต้องจัดการเหล่ามารด้วยพระองค์เอง แต่มีพระแม่ธรณีได้ออกมาช่วยปราบกองทัพมารแทน

เมื่อพระแม่ธรณีได้บีบมวยผมแล้วพลันก็มีน้ำมากมายประหนึ่งมหาสมุทรออกมาจากมวยผม ไหลท่วมดับกองทัพแห่งพญามาร



----------------------------

หากเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ใครคือผู้ที่ยึดแนวทางสายกลาง ความพอดี ความพอประมาณ ความพอเพียงตามรอยพระพุทธองค์??

หากเปรียบเทียบในปัจจุบัน ใครคือผู้ที่ยึดแนวทางความฟุ้งเฟ้อ นำความร่ำรวยและอบายมุขมาหลอกล่อผู้คน??

หากเปรียบเทียบในปัจจุบัน ใครคือสัญลักษณ์แห่งแม่พระธรณีบีบมวยผม ที่มาช่วยปราบกองทัพแห่งพญามารในยุคปัจจุบัน

หากเปรียบเทียบในปัจจุบัน กองทัพแห่งพญามารน่าจะเป็นคนกลุ่มใด??

ผมไม่เฉลย เพราะมันง่ายจริงๆครับ

-----------------------

ก่อนจบ อยากจะขอฝากว่า ในสมัยพุทธกาล คนจำนวนมากหรือผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนั้น ก็ยังลุ่มหลงในกิเลสตัณหาอยู่มาก

และไม่ว่าจะยุคไหนๆ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ลุ่มหลงในกิเลสตัณหาทั้งนั้น

หากเชื่อและยึดถือตามความคิดของผู้คนส่วนใหญ่ในวันนี้ (ตามหลักเสียงข้างมาก) ก็เท่ากับว่ายอมให้กิเลสตัณหาเข้ามาเป็นใหญ่ในใจตน




วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

ถ้าพวกไอ้โม่งเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นนั่นแหล่ะผิด??

.
.
เพราะต่างฝ่ายต่างก็เอาคลิปมาอธิบายในมุมมองของตนเอง

ฝ่ายทหารก็อธิบายอย่าง เสื้อแดงก็อธิบายไปอย่าง แต่เรื่องใครผิดใครถูกนั้น เถียงไปก็ไม่จบง่ายๆหรอก

ประชาชนเสื้อแดงเขาก็เชื่อแกนนำว่า ทหารส่งคนเข้าไปแฝงในเสื้อแดง เป็นแดงปลอม เป็นต้น

แต่ที่แน่ๆทั้งสองฝ่ายเชื่อตรงกันว่า มีกลุ่มไอ้โม่งหรือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย(แต่ที่จริงน่าจะรู้)ใช้อาวุธหนักในวันนั้นแน่ๆ

-----------------------------

ทหารไม่เคยบอกว่า ไอ้โม่งคือพวกเสื้อแดง เพียงแต่ให้สังเกตว่า ไอ้โม่งยิงปืนใส่ทหาร!! และวิ่งเข้าไปทางฝั่งเสื้อแดง และมีคลิปที่เห็นว่าไอ้โม่งเดินปะปนใกล้กับคนเสื้อแดง และมีสัญลักษณ์การ์ดนปช.อยู่ที่เสื้อแจ๊กเก็ต

ซึ่งฝ่ายเสื้อแดงก็ต้องออกมาบอกว่านั่นมัน แดงปลอม!!

แต่ผมว่า บทสรุปมันอยู่ที่ว่า ถ้าไอ้โม่งเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นนั่นแหล่ะคือ ฝ่ายผิด!!

เพราะไอ้โม่งคือชนวนแห่งความรุนแรง เพราะที่ถูกต้อง ควรมีแค่ทหารกับผู้ชุมนุมเท่านั้นที่ปะทะกัน ไม่ควรมีไอ้โม่งมาเป็นกลุ่มมือ3

สื่อทั่วโลกรายงานตรงกันคือ มีการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธสงคราม ระเบิด เริ่มจากทางฝากของผู้ชุมนุมก่อน ซึ่งก็คือไอ้โม่งหรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ยืนอยู่ฝากเสื้อแดงนั่นเอง

-------------------------------

และคลิปหนึ่งที่ตอบได้ว่า ไอ้โม่ง หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคือพวกไหน มีสายสัมพันธ์กับฝ่ายไหน?

ก็ขอให้ดูคลิปที่ อริสมันต์ได้ปราศัยเมื่อปลายเดือนมกราคม53 ถึงกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ว่าเป็นพวกใคร?ช่วยฝ่ายไหน? ทำไมอริสมันต์ถึงรู้??

(บางช่วงเวลายูทูปล่มก็จะดูคลิปไม่ได้ ช่วงนี้โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืน)



-------------------------------

แผนซ้อนแผนของอภิสิทธิ์เหนือชั้นกว่าที่เราคิด

ในบทความเก่าที่ผ่านมาเรื่อง บทความที่ช้าไป แนะรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดงนั้น ผมได้แนะนำรัฐบาลจัดการเสื้อแดง ด้วยการดักจับแกนนำที่จะหลบไปนอนห้องแอร์ในโรงแรม หรือพูดง่ายๆก็คือ ถ้าดักจับไม่ได้ ก็ต้องบีบให้พวกแกนนำไม่ได้กลับไปพักผ่อนอย่างสบาย

ต้องบีบให้พวกแกนนำต้องทนอยู่อย่างลำบากแบบประชาชนเสื้อแดงบ้าง ไม่ใช่แกนนำนอนหรู มีเงินเดือนใช้ แต่ประชาชนนอนกลางถนน เสียเงินตัวเอง

และเมื่อวานนี้ ข่าวที่ตำรวจบุกจับอริสมันต์ที่โรงแรม แต่พลาด!!

หลายคนอาจมองว่า รัฐบาลเสียท่า แต่เดี๋ยวก่อน!! นี่แหล่ะคือแผนซ้อนแผนของนายกฯครับ เพราะจุดประสงค์ไม่ได้ต้องการจับอริสมันต์จริงๆ

แต่จุดประสงค์ที่ตั้งใจพลาดเมื่อวานนี้คืออะไร ผมไม่บอกครับ ลองไปคิดเล่นๆดูนะครับ
.
.



.
.

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

ตรองวาทกรรมเท็จเสื้อแดง (อธิบายอย่างง่าย)




(ที่จริงทุกๆคดีผมเคยเขียนอธิบายรายละเอียดในบทความเก่าๆไปแล้ว )

วาทะกรรมแดงเท็จเช่น

1.แค่นายกทำกับข้าวผิดกฏหมาย ต่างประเทศเขาหัวเราะเยาะ

แต่ในความจริง นายกฯสมัครได้ทำกับข้าวในสถานที่ต่างๆต่อหน้าสื่อมวลชนและประชาชนต่างกรรมต่างวาระหลายครั้งมาก หากทำกับข้าวผิดกฏหมายจริง นายกสมัครต้องมีคดีไม่ต่ำกว่า20-30คดีแล้ว

เพราะฉะนั้น นายกฯทำกับข้าวจึงไม่ได้ผิดกฏหมาย แต่นายกฯรับเงินค่าจ้างจากเอกชนต่างหากที่ทำให้นายกฯสมัครต้องผิดรัฐธรรมนูญ เพราะรธน.เขาไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับค่าจ้างจากเอกชน

แต่นายกฯสมัครรับเงินจากรายการชิมไปบ่นไปและยกโขยงหกโมงเช้ามาเดือนละ80,000บาท และมีหลักฐานการเสียภาษีเงินได้

ในตอนขึ้นศาล

นายกฯสมัครสู้ในประเด็นที่ว่า ตนได้รับเพียงค่ารถเท่านั้นไม่ใช่ค่าจ้าง และให้เงินแก่คนขับรถไปแล้ว ตัวเองไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด (**ค่าเดินทางไม่นับเป็นค่าจ้าง)

แสดงว่าหากเป็นค่ารถ ค่าเดินทางจริงๆ นายกฯสมัครก็คิดว่าประเด็นค่าเดินทาง จะได้การยกเว้นจากศาล
(เพราะหากเป็นค่ารถจริงๆ ศาลก็จะเห็นว่าไม่ผิดกฏหมาย เพราะไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง)


แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า

เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นค่ารถของนายกฯสมัคร ที่เดินทางจากบ้านที่ถนนสุขาภิบาล1 มาสตูดิโอถนนลาดพร้าว เพื่ออัดรายการเดือนละครั้ง แต่ได้รับเงินค่ารถมากถึง8หมื่นบาท ศาลพิเคราะห์แล้วว่าฟังไม่ขึ้น

และหากคนรับรถรับเงินไปจริง แต่เมื่อดูแบบรายการชำระภาษีของนายกฯสมัครแล้ว ปรากฏว่านายกฯสมัครได้จ่ายเงินภาษีรายได้ในค่าจ้างส่วนนี้เองด้วย


และการที่ศาลไทยจะตีความคำว่า "ลูกจ้าง" โดยอ้างจากพจนานุกรมราชบัณฑิต ก็ไม่เห็นจะแปลก ก็เพราะประมวลกฎหมายไม่ได้ระบุความหมายของคำว่า ลูกจ้าง ไว้ให้ชัดเจน

ในเมื่อนี่คือคดีที่เป็นภาษาไทย ความถูกต้องเกี่ยวกับภาษาไทยก็ต้องอิงความหมายจากพจนานุกรมราชบัณฑิต นั้นก็นับว่าชอบแล้ว 



แต่เสื้อแดงชอบเอาเรื่องที่ศาลตีความหมายคำว่า ลูกจ้าง จากพจนานุกรม มาเป็นประเด็นเสียดสี

สงสัยพวกเสื้อแดง มันคงอยากให้ศาลตีความโดยใช้พจนานุกรมเขมร แบบที่พวกเสื้อแดงมันเป็นพวกคนไทยใจเขมรล่ะมั้ง ? 555

หมายเหตุ ท่านสมัครสามารถกลับมาเป็นนายกฯสมัยที่2อีกครั้งก็ได้ เพราะรธน.ไม่ได้ห้ามไว้ แต่ท่านสมัครโดนทักษิณหักหลัง จนไม่ได้เป็นนายกฯในสมัยที่2 ทำให้ท่านสมัคร ประกาศลาออกจากพรรคพลังประชาชน ทันที หลังสภาล่มในวันโหวตเลือกนายกฯ เพราะพรรคพลังประชาชนฝ่ายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่มาประชุมสภา จนสภาล่ม!!


สีหน้าความผิดหวังของคุณสมัคร ในการโหวตเพื่อเป็นนายกสมัยที่ 2


คลิกอ่าน ทักษิณไม่เคยโทรหาสมัคร หลังป่วยเป็นมะเร็ง !!

-------------------------

2. แค่ผัวเซ็นอนุญาตให้เมียซื้อที่ดินติดคุก แต่องคมนตรีฮุบที่ป่าสงวนไม่ติดคุก



แต่ในความจริง ผัวทั่วไปเซ็นอนุญาตให้เมียซื้อที่ดินนั้น มันไม่ผิดมันไม่ติดคุกหรอกครับ

แต่ถ้าผัวเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเซ็นอนุญาตให้เมียไปซื้อที่ดินของภาครัฐนั้น ผิดรัฐธรรมนูญครับ (ตามพรบ.ประกอบรธน.40 ฉบับ2542)

เพราะเขาไม่ต้องการให้ผู้ดำรงตำแหน่งและมีอิทธิพลทางการเมืองมาทำสัญญาซื้อที่ดินรัฐ เพราะอาจทำให้เกิดความไม่ธรรมกับผู้ประมูลรายอื่นได้

ที่สำคัญ ที่ดินตรงนั้นมีกฏหมายควบคุมการสร้างอาคารสูงไว้ แต่พอคุณหญิงอ้อประมูลซื้อไป ก็มีการแก้กฏหมายให้สร้างอาคารสูงได้ในภายหลัง (อ่านข่าวมติชน)

อ่านบทความเรื่องคดีชิมไปบ่นไป กับคดีที่ดินรัชดา

-------------------------

3. ทำไมองคมนตรีฮุบป่าสงวนไม่ติดคุก แต่ชาวบ้านฮุบที่ดินป่าสงวนกลับติดคุก


แต่ในความเป็นจริง ที่ดินเขายายเที่ยงของสุรยุทธ์นั้น มันไม่มีกฏหมายเอาผิดให้ถึงติดคุกครับ ไม่ว่าใครก็ไม่ติดคุกในกรณีเดียวกันทั้งนั้น เพราะที่ดินตรงจุดนั้นเป็นที่ดินจัดสรรของกรมป่าไม้ ใครไปครอบครองโดยมิชอบ กฏหมายมีแค่ว่าให้ยึดที่ดินคืนรัฐเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่ดินสปก.4-01ใครไปครอบครองมิชอบ ก็ไม่มีติดคุก ก็แค่ยึดคืนรัฐเท่านั้น และอาจมีค่าปรับตามความเสียหายจริง

หมายเหตุ จุดประสงค์ของกฏหมายจัดสรรที่ดินในเขตป่าสงวนถึงไม่มีโทษติดคุก? ก็เพราะมีชาวบ้านจำนวนมากเองที่ ไปขายสิทธิต่อกันเอง สวมสิทธิกันเอง เพื่อทำไร่ทำสวน หากกฏหมายระบุว่า ผู้ขายสิทธิและสวมสิทธิต้องติดคุก จะมีชาวบ้านนับล้านคนที่จะติดคุกจากกรณีดังกล่าว กฏหมายไม่อยากรังแกชาวบ้านที่ทำมาหากินสุจริต จึงเป็นช่องว่างของกฏหมายที่พวกเศรษฐีใช้ในการซื้อสิทธิเพื่อมาทำบ้านพัก



ส่วนที่เสื้อแดงอ้างว่าชาวบ้านติดคุกนั้น ก็คงหมายถึงที่ดินสวนลุงพรเชิงเขายายเที่ยง ตรงนั้นยังเป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าสงวนแท้ๆ แต่ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกจึงผิดฐานบุกรุกที่ป่าสงวนแท้ๆ จึงถึงติดคุกครับ

แต่ที่ดินบนเขายายเที่ยงของสุรยุทธ เป็นที่บนเขามีโขดหินเยอะไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก ชาวบ้านจึงขายสิทธิ(ที่ห้ามขาย)แก่คนรวยที่อยากมีที่พักตากอากาศชมวิวสวยๆ

และเมื่อมีผู้ครอบครองสิทธิโดยมิชอบเช่น พลเอกสุรยุทธ์มาถูกจับได้ว่าสวมสิทธิโดยมิชอบ ก็จะโดนยึดที่ดินคืนรัฐ และอาจต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่กรมป่าไม้ด้วย หากพบว่าทำให้กรมป่าไม้เสียหายอย่างไร

(ส่วนในความเห็นผม หากด้วยจริยธรรมของความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง พลเอกสุรยุทธ์ควรคืนที่ดินตั้งนานแล้ว ไม่ใช่รอจนเรื่องบานปลาย พลเอกสุรยุทธ์ควรแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ แม้จะไม่ถึงขั้นติดคุกก็ตาม)

ย้อนอ่านคดีที่ดินรัชดาแบบวิเคราะห์เชิงลึก

อ่านบทความเก่าเรื่องคดีที่ดินเขายายเที่ยง
อ่านคดีที่ดินเขายายเที่ยง2มาตรฐานจริงหรือ?(เฉพาะบทนี้ห้ามพลาด)




วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

เมื่อไพร่อยากผ่านฟ้าแต่ไม่สำเร็จ





ผมเคยนำรายละเอียดความหมายของคำว่าไพร่ มานำเสนอไปแล้วในบทความแปลคำว่าไพร่กัน ปัจจุบันคำว่าไพร่ ใช้ในความหมายในทางไม่ดี ซึ่งแปลว่า คนเลว!!

สันดานไพร่ จึงแปลว่า นิสัยของคนเลวๆ

คำว่าไพร่ นั้นตรงข้ามกับคำว่า ผู้ดี มิได้ตรงข้ามกับคำว่าอำมาตย์ ตามที่พวกไพร่เข้าใจ!!

---------------------

กลุ่มเสื้อแดงหรือม็อบไพร่!! (ไพร่แปลว่าคนเลว) ได้ตั้งเวทีที่แยกผ่านฟ้า!!

ความหมายเหมือนอยากจะผ่านฟ้า ซึ่งคำว่าฟ้านี้ นายณัฐวุฒิ ไสเกื้อเคยพูดเชิงประชดเปรียบเทียบในความหมายที่ผู้ที่จงรักภักดีฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจนัก

แต่เมื่อไพร่ชุมนุมที่ผ่านฟ้า คงหวังจะผ่านฟ้า แต่แล้วกลับลงนรกแทน

สุดท้ายไพร่ที่อยากจะผ่านฟ้าก็เริ่มโหรงเหรง สุดท้ายก็ยุบม็อบผ่านฟ้า!! ก่อนยุบสภาเสียอีก?? (ฮิๆ)

เพื่อต้องการไปบรรจบกับไพร่ทีี่่ขวางราชประสงค์ เพื่อหวังให้ดูมีคนเยอะขึ้น เพราะแยกกันอยู่มันโหรงเหรง!!

-----------------------

ราชประสงค์ แปลว่า ความต้องการของราชา

ความต้องการของราชาทุกยุคทุกสมัย คือต้องการให้บ้านเมืองร่มเย็น ประชาชนแตกต่างแต่ไม่แตกแยก! พร้อมสามัคคีรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

เมื่อม็อบไพร่ไปตั้งม็อบขวางราชประสงค์ จึงหมายถึงต้องการขัดขวางราชประสงค์(ที่ต้องการให้บ้านเมืองร่มเย็น)

----------------------

เมื่ออยากผ่านฟ้า แต่แล้วก็ถูกฟ้า(ที่หมายถึงสวรรค์)ลงโทษ ส่งนรกมารับแทน

เพราะสื่อทั่วโลกไม่เข้าข้างเสื้อแดง ทั้งฝรั่งและญี่ปุ่นร่วมแฉความรุนแรงของม็อบไพร่


ม็อบไพร่อ้างประชาธิปไตย แต่คนทั่วโลกเขาไม่เชื่อ!!

เมื่อไพร่อยากผ่านฟ้าแต่ไม่สำเร็จ จึงอยากไปขัดขวางราชประสงค์แทน แต่ก็อย่าหวังว่าจะสำเร็จเลย

เพราะเจตนาของพวกสันดานไพร(นิสัยคนเลว) ย่อมมีแต่แพ้ภัยตนเองในที่สุด...

------------------------



ตัวอย่างสันดานไพร่!!


หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจอดรถอยู่สี่แยกสีลม ได้บีบแตรรถขณะม็อบแดงเคลื่อนผ่าน เจอรุมตื้บ-ทุบรถเละ

กรุงเทพฯ (12 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนขบวนโลงศพของคนเสื่อแดง สร้างความอัดอัดให้กับหญิงสาวคนหนึ่งกำลังจอดรถอยู่สี่แยกสีลม เธอได้แสดงความไม่พอใจต่อม็อบ นปช.ที่เดินขบวนแห่ศพ ด้วยการบีบแตรรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันใดนั้นเองการ์ด นปช. แสดงความไม่พอใจ และแสดงพฤติกรรมสุดเถื่อน ด้วยการขึ้นไปบนกระโปรงรถและรุมกระทืบรถ และทุบกระจก ต่อหน้าสายตาสาธารณชน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง


วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

เสื้อแดงแพ้อีกแล้ว 2






อ่านเสื้อแดงแพ้อีกแล้ว1

คลิปแรก เสื้อแดงคนหนึ่งถูกยิงจากด้านหลังในระยะประชิดจนสมองกระจาย

ข้อสังเกตคือ ม็อบแดงจะต้องหันประจันหน้าเข้าหาทหารไปทางด้านขวาของคลิป แต่คนถูกยิงนั้น ถูกยิงจากทางด้านหลังของม็อบ

ผมสันนิษฐานว่า เป็นการฆ่ากันเองเพื่อใส่ร้ายรัฐบาลกับทหาร!!




-----------------------------

คลิป2 ที่ฝ่ายแดงเอามาโจมตีว่า เป็นคลิปทหารยิงประชาชน!! (บางช่วงคลิปล่มเพราะยูทูปล่ม)




เป็นคลิปจากสำนักข่าวFrance24 ที่เผยให้เห็นว่ามีทหารตั้งปืนยิงไปที่ผู้ชุมนุม

ข้อสังเกตคือ มีการปาระเบิดจากฝ่ายผู้ชุมนุมมาที่ทหารก่อน จนทหารเสียชีวิตหลายนาย

“The explosion killed seven soldiers and wounded a colonel of the Thai security forces in his head”, says FRANCE 24’s Payen.

"ระเบิดสังหารทหาร7นาย และพันเอกของกองทัพบาดเจ็บที่ศรีษะ" นักข่าวPayenรายงาน

^

^

^
จากคลิป

เราจะเห็นทหารต้องรีบพาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากแรงระเบิดออกจากที่เกิดเหตุด่วน

ช่วงที่ทหารต้องประทับปืนขึ้นยิง เราก็จะเห็นมีทหารอีกคนวิ่งหนีออกมา
.
ฉะนั้นการยิงของทหารก็เป็นการยิงเพื่อคุ้มครองเพื่่อนและปกป้องตัวเอง การปกป้องตนเองของเจ้าหน้าที่ในยามวิกฤตินั้น เป็นไปตามหลักสากลครับ

แกนนำแดงปล่อยมุขกินหญ้าอีกแล้ว

จากในคลิปด้านบน เราจะเห็นว่าทหารขนผู้บาดเจ็บขึ้นรถสองแถวเพื่อไปส่งโรงพยาบาล แต่แล้วก็ถูกเสื้อแดงดักรุมทำร้ายที่หน้าวัดบวรอีก จนทหารที่คุมอยู่ท้ายรถต้องหนีลงจากรถออกมา แล้วโดนรุมทำร้าย




--------------------------------

ฟิลิปปินส์เรียกร้องเสื้อแดงอย่าใช้ความรุนแรง!!




มะนิลา 10 เม.ย.- รัฐบาลฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์เรียกร้องกลุ่มผู้ประท้วงในไทยไม่ใช้ความรุนแรง และนำความปกติสุขและเสถียรภาพกลับคืนสู่ประเทศไทย

กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ ออกแถลงการณ์วานนี้ (9 เม.ย.) มีเนื้อหาเรียกร้องผู้ประท้วงไม่ใช้ความรุนแรง และให้หยุดการกระทำที่บ่มเพาะหรือจะนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายในสังคม ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามอย่างชัดเจนต่อความปลอดภัยของชาวไทยและต่างประเทศ

ในแถลงการณ์ยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งอยู่ในความมีสติ และเข้าร่วมในการเจรจาที่เปิดเผยและฉันมิตร เพื่อมุ่งสู่ความปรองดองและการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธีภายใต้กรอบของ

ข่าวโมเดิร์นไนน์
http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/43081.cfm



วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

เสื้อแดงแพ้อีกแล้ว1






"
"
เพราะสื่อต่างชาติลงข่าวว่า ที่แท้พวกเสื้อแดงเองนั่นแหล่ะที่ก่อความรุนแรงก่อน!! จนมีคนบาดเจ็บล้มตาย ไม่ใช่ฝีมือของทหาร!!

เพราะแม้แต่รอยเตอร์เอง ที่มีนักข่าวชาวญี่ปุ่นของตนต้องมาตายในไทย รอยเตอร์ก็พาดหัวชัดเจนว่า เสื้อแดงเริ่มใช้อาวุธสงครามทำร้ายทหาร(และพวกเดียวกันเอง)ก่อน

Reuters) - Thai troops fired rubber bullets and tear gas at thousands of demonstrators, who fought back with guns, grenades and petrol bombs in riots that killed 12 people, Bangkok's worst political violence in 18 years.

รอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาพยายามสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ถูกคนเสื้อแดงยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ระเบิดมือและระเบิดเพลิง ทำให้เกิดความวุ่นวายจนมีคนตายไป12คน และนำมาซึ่งการสูญเสียและความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศไทยในรอบ 18 ปี

อ่านข่าวทั้งหมดที่ http://www.reuters.com/article/idUSTRE6390VO20100410

------------------------------

ภายหลังเมื่อสื่อเริ่มเปิดเผยความจริงมากขึ้น พวกเสื้อแดงเลยไม่พอใจขับไล่สื่อทุกชาติออกไป ตอนนี้ก็เริ่มซ้ำรอยประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว ที่เสื้อแดงหลอกสื่อทั่วโลกไม่ได้ว่า ทหารฆ่าประชาชนจริง

คลิกอ่านข่าวเสื้อแดงไล่สื่ออกจากพื้นที่

คลิกอ่านข่าวเสื้อแดงคุกคามช่อง3 ช่อง9

สุดท้ายม็อบเสื้อแดงก็คือม็อบซาดิสต์ในสายตาชาวโลกเช่นเดิม!!

แม้จะมาขอแกนนำเสื้อแดงให้สื่อกลับไปทำข่าวในม็อบอีก แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ!!



จากปากเสื้อแดง ทหารไม่ได้ยิง (บางช่วงยูทูปล่ม) ที่สำคัญCBN pressที่ถ่ายคลิปนี้ เป็นเว็บของเสื้อแดงเอง



อ่านเสื้อแดงแพ้อีกแล้ว2


พาดหัวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ หลังนักข่าวตายในไทย






(Reuters) - Thai troops fired rubber bullets and tear gas at thousands of demonstrators, who fought back with guns, grenades and petrol bombs in riots that killed 12 people, Bangkok's worst political violence in 18 years.

รอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาพยายามสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ถูกคนเสื้อแดงยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ระเบิดมือและระเบิดเพลิง ทำให้เกิดการจลาจลและนำมาซึ่งการสูญเสียและความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศไทยในรอบ 18 ปี

อ่านข่าวทั้งหมดที่ http://www.reuters.com/article/idUSTRE6390VO20100410




.
.

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

บทความที่ช้าไป แนะรัฐ วิธีจัดการเสื้อแดง






ผมไม่ได้ตามข่าวเลย มารู้เมื่อถึงบ้านว่า ทหารปะทะเสื้อแดงแล้ว

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมตกข่าวเป็นประจำ ผมคาดไม่ถึงว่ารัฐบาลจะรีบสลายม็อบแดงในวันนี้ จนมีคนบาดเจ็บล้มตายทั้งทหารและประชาชนจำวนหนึ่ง รวมทั้งนักข่าวรอยเตอร์อีกคน

ที่ผมตั้งชื่อบทความนี้ว่า บทความที่เขียนช้าไป เพราะผมนึกอยากจะเขียนวิธีจัดการเสื้อแดงอย่างละมุนละม่อมในวันสองวันนี้ เผื่อจะมีคนในรัฐบาลมาอ่านเจอบ้าง

แต่ดันเกิดเรื่อง!!ซะก่อน

แต่ไม่เป็นไร สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพหัวขวด!!

----------------------

รัฐบาลควรใช้สงครามจิตวิทยาต่อเสื้อแดง ด้วยการปล่อยข่าวลือว่าจะตี เอ้ย! จะสลายม็อบวันนั้นวันนี้ เล่นเอาเสื้อแดงไม่เป็นอันอันนอน แต่สุดท้ายรัฐก็ยังไม่สลายจริงๆสักที

จนเสื้อแดงตายใจเมื่อไหร่ รัฐบาลค่อยหาทางสลาย!! หรือไม่สลาย ก็ดี แต่เล่นให้แดงปั่นป่วนเล่นๆ

ที่สำคัญ รัฐบาลควรจับตาดูรถที่แกนนำเสื้อแดงใช้ในการเข้าออก เพราะพวกนี้ส่วนใหญ่หาทางกลับไปนอนโรงแรมทั้งนั้น รัฐบาลควรสกัดไม่ให้พวกแกนนำเสื้อแดงได้กลับไปนอนสบายในห้องแอร์

พูดง่ายๆคืออย่าให้บรรดาแกนนำเสือแดงได้ออกจากบริเวณชุมนุมกลับไปนอนโรงแรมโดยเด็ดขาด ต้องกักให้พวกแกนนำนอนกลางถนน กลางแดดแถวๆเต้นท์หลังเวทีเท่านั้น ให้ลำบากพร้อมๆกับประชาชนบ้าง

และรัฐต้องสกัดเสบียงที่ส่งเข้าสู่จุดชุมนุม แม้แต่เรื่องเล็กน้อย เช่นเสื้อแดงที่ขี่มอไซค์เดินทางมาสมทบ ถ้าไม่ใส่หมวกกันน๊อคจับปรับทุกคน

---------------------

และต่อไป รัฐบาลไม่ควรให้ทหารใช้ปืนเด็ดขาด ไม่ว่าจะกระสุนจริงหรือปลอมก็ตาม หากจะสลายจริงๆก็ควรให้ทหารใช้โล่กับกระบองเข้าลุยเท่านั้น

แม้ภาพจะออกมาดูรุนแรงที่เห็นทหารตำรวจทุบตีประชาชน แต่อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ทั่วโลกยอมรับได้ แต่ห้ามตีหัวเด็ดขาด ต้องย้ำ!!!ว่า ห้ามตีหัวประชาชนเด็ดขาด!!!

จุดมุ่งหมายคือ ให้หน่วยพิเศษฝีมือดีบุกตีตะลุยเข้าไปจับตัวแกนนำเสื้อแดงให้ได้ โดยเฉพาะ3เกลอ!!

ที่สำคัญเมื่อไม่ใช้ปืน โอกาสตายก็น้อยลง และทำให้พวกมือที่3ป่วนทำชั่วลำบากขึ้น

แต่ใจจริงผมก็ไม่อยากแนะนำให้สลายการชุมนุม แต่แนะนำให้หาวิธีจับแกนนำให้ได้จะดีที่สุด เพราะถ้าสลายการชุมนุมอีก ประชาชนก็คือเหยื่อ ส่วนแกนนำก็รวยรับโบนัส!!จากคนไกล

รัฐบาลเลือกช่วงเวลาในการสลายผิดพลาดครับ ไม่ควรเลือกช่วงเวลาและวันที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ควรเลือกเวลาในช่วงที่ผู้ชุมนุมน้อยที่สุด

ไม่เข้าใจว่า ใครมันวางแผนสลายเมื่อวานนี้ จุดบกพร่องเพียบ หากเลือกช่วงเวลาถูกต้อง จะสูญเสียน้อยที่สุด

---------------------

และสิ่งที่นายกอภิสิทธิ์ขาดไป ก็คือ อารมณ์ขัน มุขคลายเครียด และการเปรียบเทียบเปรียบเปรย

เพราะอารมณ์ขันสามารถทำให้คนเข้าใจเรื่องที่ต้องการสื่อสารได้ง่าย และนั่นคือข้อได้เปรียบของพวก3เกลอหัวขวด ที่สามารถสื่อสารความเท็จให้คนฟังเชื่อได้ง่าย เพราะรู้จักเปรียบเทียบเปรียบเปรย

หากนายกมีอารมณ์ขัน มีมุข หรือรู้จักเปรียบเทียบเปรียบเปรยให้เป็น ก็จะทำให้คนไทยเข้าถึงนายกได้ง่ายขึ้น

ขอยกตัวอย่าง การเปรียบเทียบเปรียบเปรยความเท็จที่3เกลอใช้ประจำ

เช่น แค่นายกทำกับข้าวต้องหลุดจากตำแหน่ง!

ผัวเซ็นให้เมียซื้อที่ถึงกับติดคุก แต่คนฮุบที่ป่าสงวนกลับไม่ติดคุก

คำพูดเปรียบเปรยเท็จๆฟังเข้าใจง่ายๆทำนองนี้ คนโง่จำนวนมากมันชอบฟังซะด้วยสิครับ

-----------------------

รัฐบาลใจร้อนเกินไปที่รีบสลายม็อบ ต่อไปควรคิดให้รอบคอบกว่านี้

วันนี้ผมสงสารท่านนายกอภิสิทธิ์จริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้นายกครับ สู้ๆ


ใจเย็นๆ รอเวลาสุกงอม อภิสิทธิ์สู้ๆ

.
.

ผมไม่ได้ตามข่าวในช่วงกลางวันเท่าไหร่ แต่มาดูตอนดึกๆ เห็นว่าทหารถอยให้เสื้อแดงยึดไทยคมคืน

หลายคนคงคิดว่าแดงชนะแล้ว และกำลังจะบีบจนนายกอิสิทธิ์ถึงทางตันต้องยอมยุบสภาแน่

ผมว่า อย่าเพิ่งรีบสรุปครับ ตอนนี้กำลังจะเข้าสู่เทศกาลแห่งความสนุกสนานและอบอุ่นของสงกรานต์ คิดว่านายกรอให้คนไทยในกรุงเทพเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด พอให้กรุงเทพหลอมๆก่อน

เมื่อกรุงเทพโล่ง ไร้ผู้คนแออัดในย่านธุรกิจ

โอกาสจัดการม็อบก็มีโอกาสง่ายๆขึ้น

ตอนนี้นายกรอให้ชาวโลกเห็นสันดานธาตุแท้ของม็อบเสื้อแดงก่อน เมื่อคนทั้งโลกรู้สันดานแดงดีแล้ว

การเผด็จศึกตามหลักสากล คงเกิดขึ้น

แต่นายกคงไม่สลายด้วยวิธีรุนแรงแน่ เพราะห่วงชีวิตประชาชน แต่นายกจะจัดการเหนือชั้นกว่าที่เสื้อแดงคาดแน่

เมื่อถึงวันนั้น ก็จะไม่มีใครในโลกมาครหานายกได้ (ยกเว้นเสื้อแดง)

ใจเย็นๆ รอเวลาสุกงอมเท่านั้น

หากไม่เป็นตามทีี่ผมคาด

คนอย่างอภิสิทธิ์คงไม่ยอมให้ประเทศแพ้ แต่คงยอมให้ตัวเองแพ้ดีกว่า

----------------------

ขอเป็นกำลังใจให้ท่านนายกอภิสิทธิ์ครับ
.
.

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

เห็นใจนายกอภิสิทธิ์

.
.

หากใครได้อ่านบทความเก่าๆของผม ผมเคยเขียนไว้ว่า ผมนั้นเคยรักและชื่นชมท่านสมัคร สุนทรเวชมากแค่ไหน แต่ผมก็ต้องยึดความถูกต้องเพื่อชาติไว้ก่อน ผมจึงเสมือนอยู่คนละฝ่ายกับท่านสมัคร ตั้งแต่หลังกรณีทักษิณขายหุ้นให้เทมาเส็ก!!

ผมนั้นเคยลำเอียงเชียร์ทักษิณให้พ้นผิดเรื่องคดีซุกหุ้นภาคแรก และเลือกพรรคไทยรักไทยถึง2ครั้ง แต่เพราะความไม่รู้จักพอความละโมภไม่สิ้นสุดของทักษิณ ทำให้ผมต้องต่อต้่านทักษิณจนถึงวันนี้

ผมนั้นไม่เคยชอบพรรคประชาธิปปัตย์มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ แต่ผมชอบนายกอภิสิทธิ์แค่คนเดียว ผมจึงไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งสส.เลย

ผมเคยเลือกประชาธิปัตย์ครั้งเดียวเมื่อครั้งเลือกผู้ว่ากทม.ที่ผ่านมา เพราะเฮียชูวิทย์ไม่ลง ผมเลยไม่รู้จะเลือกใคร จึงจำใจเลือกประชาธิปัตย์?

-----------------------

ผมได้เห็นนายอภิสิทธิ์ครั้งแรก เมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ปี35 ในรายการหาเสียงออกทีวี ท่านสมัครก็เอ่ยปากชมนายอภิสิทธิ์ว่าให้รักษาเนื้อตัวให้ดี อนาคตจะได้เป็นนายกฯ ต่อหน้าผู้ชมทีวีทั่วประเทศ

ในตอน35นั้น ผมยังรักและเชียร์ท่านสมัครอยู่มาก แต่ผมก็เห็นด้วยกับท่านสมัคร เพราะอภิสิทธิ์วันนั้นได้เปิดตัวในทีวีได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

แม้พรรคพลังธรรมจะมาแรง หรือพรรคประชาธิปัตย์จะตกต่ำสักแค่ไหนก็ตาม แม้ไทยรักไทยความนิยมพุ่งสูงสุด แต่นายอภิสิทธิ์ก็ได้รับเลือกเป็นสส.กรุงเทพฯทุกครั้ง

------------------------

สมัยทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯครั้งแรกในปี44 ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจปี40มา4ปีแล้ว เป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบ ไม่มีความแตกแยกในหมู่ประชาชน คนไทยทุกภาคส่วนต่างให้โอกาสทักษิณทำงาน (ทักษิณเป็นรองนายกสมัยรัฐบาลชวลิต รัฐบาลที่พาเศรษฐกิจไทยล่มสลายปี40)

ส่วนอภิสิทธิ์ เข้ามาเป็นนายกในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจตกหนักอีกครั้งทั่วโลก ในช่วงที่บ้านเมืองไม่สงบ ประชาชนก็แตกแยก เงินคงคลังที่ส่งต่อมาจากรัฐบาลก่อนก็ร่อยหรอ

แต่นายกอภิสิทธิ์ก็พาชาติผ่านวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ ทั้งๆที่มีพวกเสื้อแดงออกมาต่อต้านทุกวันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งที่พัทยาและหน้ากระทรวงมหาดไทย

--------------------

โครงการไทยเข้มแข็งส่วนใหญ่ก็ประสบความสำเร็จ แม้จะมีการโกงกินในหลายๆแห่ง แต่นั่นก็ไม่แปลกเพราะการโกงกินมันมีมาทุกยุคทุกสมัย

แต่สมัยนายกอภิสิทธิ์มีการเปิดโปงทุจริตได้มากที่สุด!! ไม่ใช่เพราะมีการทุจริตมากกว่ารัฐบาลอื่นหรอก แต่เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์โปร่งใสและพร้อมรับการตรวจสอบมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมามากกว่า

ขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังจะพารัฐนาวาไทยผ่านไปด้วยดีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แถมอัตราการว่างงานก็ลดต่ำลงมาก การส่งออกก็ดีขึ้นต่อเนื่อง

มีการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐเกินเป้า

แต่แล้ว!! ก็มีฝ่ายตรงข้ามที่ทนไม่ได้ หากนายกอภิสิทธิืเกิดทำเพื่อชาติจนประสบความสำเร็จขึ้นมาได้บ้าง แล้วเกิดได้ใจประชาชนไทยรากหญ้าคืนกลับไป

หากคนหน้าหล่อเกิดทั้งดีทั้งเก่งขึ้นมา??

คนหน้าเหลี่ยม ที่ทั้งเล..ทั้งชั่.. ก็คงจะทนไม่ได้แน่ๆ จึงต้องออกมาปลุกระดมบรรดาแฟนๆเก่าๆ จำนวนมากออกมาทำร้ายประเทศอีกครั้งเพื่อตัวเอง!! แต่อ้างเพื่อประชาธิปไตย!!
.
.

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

สมองตื้อในวันร้อนๆ แต่มั่นใจเสื้อแดงแพ้อีกครั้งแน่ๆ

.
.

อากาศในบ้านที่ปิดมาทั้งวัน พอกลับมาเปิดบ้านตอนหัวค่ำ อากาศในบ้านมันอบอ้าวน่าุดู ยิ่งในช่วงที่ผมกำลังประสบปัญหาชีวิตอยู่ ยิ่งมาเจออากาศร้อนๆในบ้าน สมองก็พาอันตื้อตันไปด้วย ทำให้ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี เลยขอเขียนเรื่อยเปื่อยแล้วกัน

ส่วนข่าวการเมืองที่ผมชอบ ผมก็มีโอกาสมาติดตามจากในเน็ตซะส่วนใหญ่ในช่วงค่ำๆ เพราะไม่อยู่บ้านทั้งวัน

โดยส่วนตัว ผมไปเยี่ยมชมทั้งฝ่ายแดง ฝ่ายเหลือง ฝ่ายไม่เหลืองไม่แดง และพวกแดงล้มเจ้า ผมก็แวะไปเยี่ยมชมทั้งนั้น

เมื่อเราติดตามข่าวมากๆ ยิ่งถ้าเรายึดติดบางสิ่งบางอย่างมากๆ ความเครียดก็จะมาหาได้ไม่ยากเลย

ดังนั้นยิ่งอากาศร้อน การเมืองร้อน การจราจรเอาแน่เอานอนไม่ได้ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆคนก็คือ การวางใจให้เป็นกลางๆ หรือ อุเบกขา หรือการปล่อยวางลงบ้าง นั่นเอง..

-------------------------

ที่จริงผมชอบฟัพวก3เกลอหัวขวดแห่งเสื้อแดงพูดนะ แต่ในสิ่งที่พวกเขาพูด หากคนฟังไม่มีข้อมูลที่มากพอ ก็จะพาให้คล้อยไปตามสำนวนโวหารของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

แต่เมื่อคนฟังรู้กฏหมายรู้ข้อมูลดีพอ การฟัง3เกลอพูดก็เหมือนดูจำอวดฮาๆหรือดูสภาโจ๊กนั่นเอง หาสาระอะไรแท้ๆไม่ค่อยได้

และที่ผมฟัง3เกลอบ่อย ก็เพราะต้องการจะ รู้เขา!!

ซึ่งเมื่อได้รู้เขาแล้ว ผมก็วางใจ ว่าเสื้อแดงแพ้แน่ๆ

เพราะฮิตเลอร์เคยบอกว่า คนโง่แต่ขยันให้ฆ่าทิ้ง?? (ที่ต้องอ้างฮิตเลอร์ก็เพราะเหมาะกับม็อบเสื้อแดงเป็นอย่างยิ่ง เพราะฮิตเลอร์ก็มาจากการชนะการเลือกตั้งถล่มทลายเหมือนกัน ฮิๆ)

เพราะคนโง่แต่ขยัน รังแต่ทำความเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น และเมื่อเป็นเช่นนั้น สุดท้ายก็จะแพ้ภัยตัวเอง

----------------------

บนเวทีเสื้อแดง บรรดาแกนนำทั้งหลายพยายามจะย้ำว่า เสื้อแดงไม่คิดล้มเจ้า แต่หากใครเคยเข้าเว็บไพร่ไท เว็บหมาเดียวกัน เว็บไพร่สถุลยูเอสเอ ก็จะรู้ว่า เว็บพวกนี้คือกระบอกเสียงของเสื้อแดง และจ้องหมิ่นสถาบันฯตลอดทั้งทางตรงทางอ้อม

ยิ่งเว็บไพร่สถุลยูเอสเอ เว็บนี้ยิ่งชาติชั่วครับ

คงจะมีแต่เสื้อแดงที่ไม่เคยเล่นเน็ตเท่านั้นล่ะมั้ง ที่ยังหลงเชื่อว่า พวกนปช.ไม่มีพวกล้มเจ้า!!

หากยังมีการตอแหลในอุดมการณ์ สุดท้ายมันก็จะกัดกันเองครับ

-------------------------

ตั้งแต่เกิดมาเป็นคนไทย ผมกลับรู้สึกว่า ผมโดนคนจนคนรากหญ้าในเมืองมากดขี่ชีวิตผมมากกว่าอำหม่งอำหมาดๆที่ไหนๆซะอีก

เช่น ผมเคยไปกินอาหารตามสั่งริมถนน และได้เห็นว่า พ่อค้าและแม่ค้าร้านนั้น ไม่ยอมล้างผักก่อนปรุง เห็นตัดผักออกจากถุงที่ซื้อมาสดๆ ผมมาเห็นตอนกินจะเสร็จแล้ว หลังจากนั้นผมก็ไม่กลับไปทานร้านนั้นอีก สำหรับคนจนๆรากหญ้าในเมืองหลวงอย่างผม ก็ต้องหัดเลือกบ้าง

เพราะเดี๋ยวนี้ร้านอาหารที่อยู่ริมถนนราคาไม่ได้ถูกเลย ขายราคาเท่ากับร้านที่เป็นตึกแถว อย่างนี้ผมเลือกทานในร้านตึกแถวดีกว่า เำพราะน้ำท่าเขาบริบูรณ์กว่า สันนิษฐานว่าน่าจะสะอาดกว่า

ผมเคยขึ้นรถเมล์ แต่ผมโดนรถเมล์ร่วมบริการส่งให้ลงนอกป้ายกลางถนน ไม่เข้าป้ายให้ เพราะรถเมล์มันซิ่งเกิน

ผมเคยซื้อของแล้วโดนโกงตาชั่ง

ผมไม่สามารถเดินบนทางเท้าได้อย่างสบาย เพราะมีรถมอเตอร์ไชค์ชอบวิ่งขึ้นมาเรื่อยบนฟุตบาท ฯลฯ และยังมีอีกหลายๆกรณี

------------------------

วันก่อนขณะรถติด ผมเผอิญมองไปที่รถเมล์สาย92 ในวันที่เสื้อแดงนัดชุมนุมยกระดับครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้!? คนขับรถเมล์ท่าทางจะเป็นเสื้อแดง เพราะแม้ไม่ได้ใส่เสื้อแดงแต่ก็ผูกผ้าแดงไว้ที่กระจกมองข้าง

และในขณะรถติดนั่นเอง คนขับรถสาย92ก็หยิบเอาบุหรี่มวนสุดท้ายออกจากถุงพลาสตืิกแบ่งขาย ออกมาสูบ ส่่วนถุงพลาสติกเล็กๆนั้นก็ทิ้งออกจากหน้าต่างรถลงบนถนนอย่างหน้าด้านๆ ผมพยายามใช้สายตามองเหยียดๆมาจากบนรถเมล์อีกคัน แต่เขาทำเป็นไม่เห็น!!

งงมั้ย? ว่าผมเล่าเรื่องนี้ทำไม? แต่ถ้าคุณแฟนประจำบล็อคผม คุณย่อมเข้าใจ

-------------------------

ก่อนจบวันร้อนๆ สมองตื้อๆตันๆในวันนี้ ขอฝากคำคมไว้

"คนดีแม้จำนวนน้อย ย่อมเอาชนะคนชั่วจำนวนมากได้ นี่คือสัจจะธรรม!!"
.
.

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

ประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อของคนชั่ว!!

ที่จริงสำหรับนักท่องเว็บ ก็คงจะเคยเห็นรูปนี้ มาบ้าง เช่นรูปแรก

Photobucket

ทักษิณทำบุญในวัดพระแก้ว ผมอยากถามหน่อยว่า ใครสามารถทำบุญในวัดพระแก้วโดยการมานั่งเป็นประธานแบบนี้ในพระอุโบสถของวัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ได้บ้าง?? ถ้าไม่ใช่ในหลวงและพระราชวงศ์
.
(ยกเว้นในอดีตเคยมีจอมพลป. เพียงคนเดียวเืท่านั้นที่เคยเป็นประธานทำพิธีในพระอุโบสถ แต่นั่งหันหน้าเข้าหาพระแก้วมรกต และแต่งเครื่องแบบปกติขาวแขนยาว แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีัใครกระทำแบบจอมพลป.อีก) (ยุคจอมพลป.เป็นยุคที่พยายามลดบทบาทกษัตริย์)

แม้แต่องคมนตรีเองก็ยังไม่เคยมีใครเคยเป็นประธานในพระอุโบสถของวัดพระแก้วนี้ เพราะวัดพระแก้ว หากในหลวงไม่เสด็จเอง ก็จะทรงให้พระราชวงศ์ระดับสูงเท่านั้นที่สามารถมาทรงเป็นประธานในพระอุโบสถนี้แทนพระองค์ครับ

ขอย้ำ! ว่าไม่เคยมีคนธรรมดาสามัญจะไปนั่งเป็นประธานในวัดพระแก้วและแต่งตัวตามสบายแบบนี้ แม้แต่ในหลวงก็ทรงแต่งพระองค์เต็มยศทุกครั้งที่เสด็จ

จะคงมีแต่ทักษิณเท่านั้นที่บังอาจ!!


แม้ทักษิณจะอ้างว่าได้ขอพระบรมราชานุญาตแล้วก็ตาม ก็เพราะพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ มีพระราชหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาแก่ทุกคน ใครขออะไรมาพระองค์ก็ทรงยินดีให้
.
แต่ไอ้คนขอนี่แหล่ะครับ ที่มันช่างไม่บังควร!! (เช่นเคยนำบัตรทอง30บาท จะไปถวายในหลวงที่ห้องพักในรพ.ศิริราช แต่ในหลวงทรงให้ราชเลขาธิการออกมารับแทน)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัส ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ ในกรณีเรื่องวัดพระแก้วนี้ความว่า

"วันนี้เราขึ้นมานี้ เราแก้ตัวแทนนายกฯ เพราะว่านายกฯ ไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่า ก็ไม่ต้องไปออกทีวีแล้ว.................."
.
ถึงขนาดในหลวงยังถึงกับทรงตรัสว่า นายกฯทำได้ทุกอย่าง!!
.
ถ้าผมเป็นทักษิณ ผมคงละอายใจ สำนึกผิด กราบขอพระราชทานอภัยไปแล้วครับ...

-------------------------


พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ เคยกล่าวว่า " แต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณล่วงล้ำพระราชอำนาจอย่างไร การทำบุญในวัดพระแก้วทำได้หรือไม่ เราเป็นคนไทยเรากราบพระแก้วมรกตได้ แต่ทำบุญในวัดพระแก้วไม่ได้ ทำไม่ถูก และเมื่อพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และโทรศัพท์มาพูดออกผ่านทีวีว่า ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโทรศัพท์มากระซิบข้างหูก็จะกลับมา ผมถามว่าพระองค์ท่านเป็นเพื่อนเล่นของเขาหรือ"

--------------------------






รูปนี้แม้ทักษิณจะอ้างว่าไม่รู้เรื่อง เพราะหัวคะแนนเป็นคนนำธง"ทรงพระเจริญ"ไปแจกให้ประชาชน แต่ถามหน่อยว่า เคยมีนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาคนไหนบ้าง ที่เคยมีคนมายกธงแบบนี้คอยต้อนรับ??

ตอบ ไม่เคยมี!!

หากโดยสามัญสำนึกแล้ว เมื่อเห็นสิ่งที่ไม่บังควร คนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องสั่งห้ามปรามและระงับทันที ถึงจะถูก ใช่มั้ย??

-----------------------

นิตยสารVoice of Thaksin(เสียงหอนของหมาจรจัด) ฉบับล่าสุด ก็ส่อเจตนาทีเลวๆของเหล่าเครือข่ายทักษิณให้เราได้เห็นอีกครั้ง

Photobucket


ผมคงไม่ต้องอธิบาย เพราะคนอ่านบล็อคของผม ย่อมวิเคราะห์ๆความหมายหน้าปกนิตยสารนี้ได้อยู่แล้ว
.
เดิมชื่อทักษิณ ต้องเขียนว่า Thaksin แต่ที่หน้าปกนิตยสารเจตนาเขียนว่า Taksin เพื่อเจตนาให้ตรงกับคำว่า ตากสิน (เพราะมีเจตนาจะมอมเมาเหล่าสาวกของตนบางส่วนว่า ตนเป็นใครในอดีตกลับชาติมาเกิด เพื่อมาทวงแผ่นดินคืน)
.
ซึ่งหน้าปกเสียงหอนของหมาจรจัดฉบับแรกนั้น ก็นำเอารูปอนุสาวรีย์พระเจ้าตากขึ้นหน้าปก แถมมีบทความเจตนาให้ร้ายราชวงศ์จักรี

-----------------------------------

ยังมีอีกหลายกรณีที่ทักษิณและเหล่าลิ่วล้อกระทำที่มีเจตนาแอบแฝงต่อสถาบันที่เรารักและเคารพ

หากเราคนไทยที่รักชาติรักสถาบันฯ เมื่อรู้แล้วเห็นพฤติกรรมเยี่ยงนี้แล้ว ก็อย่ายอมเป็นเหยื่อประชาธิปไตยจอมปลอมของคนชั่วๆล่ะครับ

วันนี้วันที่ 6 เมษายน เป็นวันจักรี หากเหล่าเสื้อแดงยังไม่หยุดละเว้นไว้สักวัน หยุดเพืิ่่อให้เกียรติวันสำคัญของชาติ คุณผู้อ่านก็ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าทำไมถึงเป็นเยี่ยงนี้??

-->

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

ถามหมอเหวงว่าเหวงหรือยัง?พจนานุกรมแปลคำว่าเหวง!







คลิปเหวง! มันเหวงจริงๆ "รักทักษิณเพราะทักษิณขายชาติ"


ขอแซว

เมื่อวัยรุ่นไปถามหมอเหวงว่า "วันนี้คุณเหวงรึยัง??"

หมอเหวงตอบว่า "ยัง! ผมยังไม่ได้เหวง!!"

วัยรุ่นถาม "ถ้าคุณยังไม่ได้เหวง แล้วใช่คุณเหวงรึเปล่าครับ?"

หมอเหวงตอบว่า "ใช่ครับ ผมเหวง แต่ผมไม่ได้เหวงอย่างที่คุณเจตนาจะถามครับ"

คลิปแรก หมอเหวงบอกรับได้เรื่องศัพท์แสลง "เหวง!" ไม่โกรธ ไม่ตอบโต เข้าใจ (แต่พอดูคลิป2 นี่หรือไม่โกรธ??)



ดูคลิป2หมอเหวงเกิดรับไม่ได้ ที่ชื่อเหวงกลายเป็นคำแสลงในหมู่วัยรุ่น!!



---------------------------

ที่เขียนข้างบน ผมก็แค่เขียนเล่นๆ โหนกระแสเหวงๆไปกับเขาหน่อย

ส่วนคำว่าเหวงแปลว่าอะไร? ผมเองก็ยังไม่เข้าใจมุขที่เขากำลังเล่นคำว่า"เหวง"นี้สักเท่าไหร่ ในอินเตอร์เน็ตตอนนี้

แต่คำว่า"เหวง"คงจะฮาและดังๆมากๆ มากจนหมอเหวงเองก็คงจะรับไม่ค่อยได้ ที่ชื่อของตัวเองที่กลายเป็นคำแสลง!ศัพท์ฮิต!ในหมู่วัยรุ่นช่วงนี้ในอินเตอร์เน็ต จนหมอเหวงต้องออกมาแถลงการณ์แบบคลิปข้างบนนั้น

ส่วนในพจนานุกรมราชบัญฑิตฯ คำว่า "เหวง" แปลว่า มาก, เป็นคําใช้ประกอบคํา เบา เป็น เบาเหวง หมายความว่า เบามาก

-----------------------------

วันนี้ผมมีเวลาเขียนบล็อคน้อยมาก

เลยขอจบเรื่องเหวงๆ แค่เพียงเหวงๆ เท่านี้ก่อนนะครับ

มาดูคลิปเพลงม็อบเหวงกันดีกว่า



ผลงานของศิลปินโฟล์คเหน่อๆ


ผู้ติดตาม