วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พายุฎีกา 91

atsuhime 91


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 90


กลับไปที่สัทสุมะ ท่านนาริอาคิระได้เรียกนาโอโกโร่ที่กำลังตรวจงานอยู่ที่เขตโยชิโตชิให้กลับมาพบ

ท่านนาริอาคิระ "ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์ไกล ข้าได้ยินเรื่องการปฏิรูปในเขตการปกครองของเจ้าแล้ว มีการลดค่าเช่าที่ดิน สร้างงานให้คนมีรายได้มากขึ้น ชาวบ้านอยู่ดีกินดีขึ้นใช่มั้ยล่ะ่?"

นาโอโกโร่ "ท่านเคยพูดว่านักปกครองต้องเอาใจใส่ไม่ให้ประชาชนอดอยากแม้แต่คนเดียว ข้าเพียงแต่ทำตามเท่านั้นเองขอรับ"

"พูดง่ายแต่ทำยากนะ แต่เจ้าก็ทำได้ดีสมใจข้า" / "ขอรับ"

"ข้าก็เลยอยากให้เจ้าเป็นหัวหน้าซามุไรหนุ่มๆในแคว้นเรา" / "แต่งตั้งข้าน่ะเหรอขอรับ!"





แล้วท่านเจ้าแคว้นก็พยักหน้าเรียกให้คนนำสิ่งหนึ่งเข้ามาให้ท่าน ซึ่งเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นวางอยู่บนโต๊ะรองเล็กๆ (สังเกตแม้แต่กระดาษแผ่นเดียว ยังให้ความสำคัญในการจัดวางและการพับ) แล้วท่านเจ้าแคว้นก็คลี่กระดาษแผ่นนั้นออก ยกขึ้นให้นาโอโกโร่ดู

"นั่นอะไรขอรับ!?" / "ชือทาเตวากิ ข้าได้พิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็นชื่อที่โดดเด่นแก่ตระกูลโคมัทสึ ตัวแรก คิโย มาจาก คิโยคาโตะ และ คิโยมิชิที่เสียไป ส่วนตัว คาโตะ แทนความซื่อสัตย์สุจริต รวมกันเป็นชื่อใหม่ของเจ้าไงล่ะ ทาเตวากิ"

"ขอบ..ขอบพระคุณขอรับ!"
นาโอโกโร่ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก กับชื่อใหม่ของตนจากความเมตตาของท่านเจ้าแคว้น

แล้วท่านเจ้าแคว้นก็ลุกเดินเข้ามาหาทาเตวากิใกล้ๆ และมอบกระดาษเขียนชื่อแผ่นนั้นให้ แล้วพูดว่า

"ฟังนะทาเตวากิ บ้านเมืองกำลังจะเปลี่ยนแปลงสำคัญ พอเจรจากับอเมริกาสำเร็จ สัทสุมะของเราก็อาจโดนชาติตะวันตกระดมยิงเป็นเมืองแรกก็ได้ ข้าจึงอยากให้เจ้าจัดตั้งกองทหารแบบตะวันตก เตรียมทุกอย่างและฝึกคนให้พร้อมที่จะรับศึก ข้่าอยากให้เจ้ารับผิดชอบงานนี้ท้งหมดนะ"
"ข้าจะมอบกายถวายชีวืิตทำงานให้ท่านขอรับ!" / "อึม..ช่วนกันหน่อยนะ"

หลังจากนั้นทาเตวากิก็ได้ถามในเรื่องที่สงสัย (แต่ทาเตวากิก็จะมีอาการประเภทเกรงๆ ประหม่าทุกครั้งที่จะถามอะไรๆกับท่านเจ้าแคว้น)

"ขออภัยขอรับ ขออนุญาตถามสักเรื่องได้มั้ยขอรับ?" / "ว่ามาเลย"

"เจตนาจริงๆของท่าน ต้องการอะไรกันแน่รึขอรับ?" / "เจตนาเหรอ?"

"จะให้ท่านฮิโตะสึบาชิเป็นโชกุนเพื่อเปลี่ยนญี่ปุ่นให้เป็นอย่างไรขอรับ?" / "สรุปได้ประโยคเดียว ข้าอยากจะล้มบะขุฝุแบบเก่าน่ะสิ"

"ล้มรัฐบาล?"

.
"จะได้รวมไดเมียวที่เข้มแข็งมาอยู่ใต้อำนาจโชกุน แล้วหาทางคืนอำนาจการปกครองแก่พระจักรพรรดิ สร้างประเทศญี่ปุ่นขึ้นใหม่โดยรวมเอาริวกิวเข้ามาด้วย ตอนนี้บะขุฝุอ่อนแอเละเทะนัก ข้าอยากจะเปลี่ยนมันซะให้หมด!"

(ริวกิว แต่เดิมอาณาจักรหรือเกาะริวกิว และคนริวกิวก็ไม่ได้คิดว่าตนเป็นคนญี่ปุ่น อดีตริวกิว เคยเป็นเมืองขึ้นทั้งจีน ทั้งเกาหลี ต่อมาแคว้นสัทสุมะเคยยกพลไปตีเกาะริวกิวมาเป็นเมืองขึ้น และอาศัยเกาะริวกิวนี้ในการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ(จีน) เช่นในต้นเรื่องเจ้าหญิงอัตสึ อดีตพ่อบ้านของสัทสุมะ ท่านสุโช ก็เคยโดนทางรัฐบาลโชกุนไต่สวนเรื่องแอบทำการค้ากับต่างชาติ ผ่านเกาะคิวชิวนั่นเอง)
"ถ้าเปลี่ยน..เปลี่ยนเป็นอย่างนั้นแล้ว แล้วท่านมิไดที่ยังอยู่ในระบบเก่า จะเป็นอย่างไรรึขอรับ?"

"โออัตสึน่ะ ยอมแต่งเข้าไปในสกุลโชกุน ทำงานตามคำสั่งของข้า ถ้าเกิดอะไรขึ้นนางย่อมไม่เสียหายหรอก"

"หมายความว่าหากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ท่านจะไม่ละทิ้งท่านมิได!ใช่มั้ยขอรับ!?"
ทาเตวากิถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมากกก..

"ข้าจะปกป้องไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นกับนาง" / ทาเตวากิได้เช่นนั้น ก็เริ่มสงบลง

"เพราะอย่างนั้นน่ะสิ คราวนี้ข้าถึงได้สงฎีกาไปถึงบะขุฝุ ขอให้แต่งตั้งทายาทโชกุนเสียที โออัตสึจะได้ไม่แบกภาระหนักอยู่คนเดียวไงล่ะ"

"สงฎีกาไป!?"
แต่ทาเตวาิกิกลับยังรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเช่นเดิม

และใจความฏีกาของท่านนาริอาคิระนั้นมีอยู่ว่า บรรดาโทซามะไดเมียว ขอให้ตระกูลโทกุกาวะแก้ปัญหาด้วยการแต่งตั้งทายาทโชกุน
ตัวหนา
----------------------

เมื่อฎีกาของท่านเจ้าแคว้นสัทสุมะถึงบะขุฝุแล้ว จากนั้นต่อมาท่านอี นาโอสุเกะก็ได้อ่านฏีกาดังกล่าวเช่นเดียวกัน
หลังจากท่านอี อ่านฏีกาดังกล่าวต่อหน้าท่านที่ปรึกษาทาดาคาตะแล้ว ก็กล่าวว่า

"เขียนมาว่าสัญญาทางการค้าเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้เลือกคนที่จะเป็นศูนย์รวมหัวใจของประชาชนได้ ให้เป็นทายาทโดยเร็ว และคนๆนั้นก็คือท่านฮิโตะสึบาชิ โยชิโนะบุเป็นผุ้ที่เหมาะสมที่สุด"

ท่านทาดาคาตะ
"แล้วท่านคิดว่ายังไงล่ะขอรับ?"

"อาศัยเหตุผลเรื่องฮาริสเป็นเหตุผลบังหน้า แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือผลักดันให้ท่านโยชิโนะบุได้เป็นทายาทโชกุน ในที่สุดประมุขแห่งตระกูลชิมะสึก็เผยโฉมหน้าออกมาแล้ว" / "เข้าใจแล้ว"

"ฎีกาฉบับนี้ต้องรีบส่งไปให้ท่านทาคิยามะในโอโอขุทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเราอยู่ข้างพวกนางเหมือนเดิม"


--------------------------

ถ้าฎีกาของท่านนาริอาคิระเมื่อถึงทาคิยามะ ก็ต้องถึงท่านฮงจูอินเช่นกัน และทะเลที่กำลังจะสงบ ก็เริ่มเกิดพายุใหญ่อีกครั้ง!!

"พวกสัทสุมะ! มันแสดงธาตุแท้ออกมาให้เห็นจนได้ ฮึ่ย!!" ท่านฮงจูอินอ่านฎีกาดังกล่าวด้วยความโกรธ และเมื่ออ่านจบก็ขว้างฏีกาทิ้งอย่างโมโห!

ทาคิยามะ "มีอะไรรึเจ้าคะ?" / "ก็เห็นอยู่แล้วยังจะถามอีกเหรอ!! ทั้งๆที่แอบสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม แต่กลับทำตัวน่ารักกับเรา ในที่สุดก็ส่งฎีกาแบบนี้มาถึงบะขุฝุ มันน่าไหว้หลังหลอกชัดๆเลย!!"
พูดจบท่านฮงจูอินก็วูบ!!และเกือบจะเป็นลม แต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาไ้ด้ แถมยังมีแรงพูดต่ออีกว่า

"ข้าจะไม่ยอมเป็นอะไรไปตอนนี้หรอก ถ้าบังเอิญโยชิโนะบุได้ผู้สืบทอดตำแหน่งจากท่านคุโบล่ะก็ ข้าจะฆ่ามิไดโดโกโระ แล้วก็ฆ่าตัวเองตายไปซะด้วยเลย!!"
แววตาอาฆาตของท่านฮงจูอินกลับมาอีกครั้ง เพราะฎีกาจากสัทสุมะนี่เอง...
.
.
.

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

พายุฎีกา 90

atsuhime 90


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 89.1


การปิดประเทศของญี่ปุ่นในสมัยโชกุนโทกุกาวะนั้น ได้เริ่มขึ้นเมื่อค.ศ.1639 คือห้ามคนญี่ปุ่นเดินทางเข้าออกประเทศ แต่การปิดประเทศนั้นก็ไม่ได้ถึงกับเลิกคบกับชาติอื่นเอาเสียเลย ยังพอมีการผ่อนผันให้ชาวจีน ชาวเกาหลี และชาวดัชต์เข้ามาทำการค้าได้บ้าง แค่เฉพาะที่เกาะเดจิมะเท่านั้น (อยู่ในอ่าวนางาซากิ จ.นางาซากิ)

การปิดประเทศญี่ปุ่นยาวนานต่อเนื่องมากว่า200ปี จนเมื่อปีค.ศ.1851 นายพลแมทธิว เพอร์รี่ของอเมริกานำเรือดำเข้ามากดดันญี่ปุ่นให้เปิดประเทศ ซึ่งก็อยู่ในช่วงชีวิตของท่านหญิงอัตสึพอดีนั่นเอง

ในช่วงก่อนที่อเมริกาจะมากดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศนั้น ก่อนหน้านั้นในปีค.ศ.1839 ประเทศจีนได้เกิดสงครามฝิ่นกับอังกฤษ และจีนก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทำให้จีนต้องยอมลงนามในสนธิสัญญานานกิง ซึ่งเป็นเหมือนสัญญาทาส ที่ทำให้ทางอังกฤษเอาเปรียบกดขี่จีนอย่างสาหัสที่สุด

ญี่ปุ่นเองก็รับรู้ความเอารัดเอาเปรียบจีนจากพวกฝรั่ง จึงทำให้ญี่ปุ่นก็กลัวเรื่องการเปิดประเทศกับชาติตะวันตกมาก เพราะกลัวจะตกอยู่ในสถานะแบบที่จีนต้องเผชิญในที่สุด

แต่ถ้าจะไม่เปิดประเทศเลย ก็กลัวจะเกิดสงครามใหญ่ จนจะทำให้ญี่ปุ่นต้องตกเป็นเมืองขึ้นแก่ชาติตะวันตกเหมือนชาติอื่นๆในเอเซียประสบมาแล้ว

ทางฝ่ายบะขุฝุ เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องเปิดประเทศ แต่ทางฝ่ายราชสำนักโดยเฉพาะองค์พระจักพรรดิที่ไม่ได้ปกครองบ้านเมืองมานาน ไม่เข้าใจถึงสภาพที่แท้จริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้องค์พระจักรพรรดิโคเม ต่อต้านการเปิดประเทศอย่างมาก (แต่ในราชสำนักก็มีทั้งคนเห็นด้วยกับการเปิดประเทศ)

บ้านเมืองของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะช่วงนี้ จึงทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างพวกที่ต้องการปิดประเทศต่อไป กับพวกที่ต้องการจะเปิดประเทศนั่นเอง

ท่านอี นาโอสุเกะ เห็นควรต้องเปิดประเทศ แต่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจการนำของโชกุนในการปกครองประเทศเท่านนั้น โดยมีพวกฟุไดไดเมียวร่วมคุมอำนาจในบะขุฝุ

ส่วนท่านนาริอาคิระ เห็นควรเปิดประเทศเช่นเดียวกัน แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันกับท่านอี นาโอสุเกะ

ซึ่งในตอนต่อๆจากนี้ไป จะเข้าใจความคิดของท่านนาริอาคิระมากขึ้น

----------------------------------

บทที่ 90

หลังจากท่านคุโบไปหาท่านมิไดถึงห้องพักในวันก่อนนั้น ต่อจากนั้นทุกอย่างก็ดูจะราบรื่นด้วยดี และในวันหนึ่งระหว่างท่านคุโบกับท่านมิไดนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น แถมยังนั่งทานขนมฝรั่งโปรตุเกสอย่างเอร็ดอร่อยด้วยกันอยู่นั้น

ปรากฏว่าท่านคุโบก็ยังเผลอทำกิริยาติงต๊องร้องว่า
"เย้!อร่อยเหมือนขึ้นสวรรค์เลย" อย่างคนเคยตัว

ทำให้ท่านมิไดจึงถามดุๆขึ้นว่า "ต่อหน้าผู้คน ท่านพี่ยังจะทำตัวแบบนี้อีกรึเปล่าเจ้าคะ? / "แบบไหนล่ะ?"

"ก็ทำขนมบ้าง คั่วถั่วบ้าง บางครั้งก็จับเป็ดในสวนบ้าง ยังไงล่ะ?" / "อึม..ก็ยังทำอยู่น่ะ!"

"น่าจะเลิกแกล้งทำปัญญาอ่อนเสียทีดีกว่ามั้ยล่ะเจ้าคะ?" / "ทำไมล่ะ?"

"ถึงเวลาคับขันใครๆจะได้เชื่อฟังความเห็นของท่านพี่ยังไงล่ะเจ้าคะ" / "ตรงกันข้ามต่างหาก!"

"ตรงกันข้ามเหรอ?" /
แล้วท่านคุโบก็ลุกขึ้นยืน แล้วค่อยๆอธิบายเหตุผลให้ฟัง



"ถ้าข้ายังแกล้งทำเป็นคนปัญญาอ่อน ใครๆก็จะไม่ปั้นหน้าปกปิดอารมณ์ที่แท้จริงต่อหน้าข้า ทำให้เรารู้ว่าเขาคิดยังไง เพราะเขาคงนึกว่าข้าคงไม่รู้ทัน หึๆๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"

ท่านหญิงเห็นท่านคุโบอยู่ดีๆก็หัวเราะใหญ่ ท่านหญิงก็เลยยิ่งงง! (ที่จริงท่านคุโบลองแกล้งหัวเราะแบบปัญญาอ่อนอีก)

"ล้อเล่นน่ะ!" / "เอ๋!?"

"ข้าคงไม่จงใจแกล้งทำมากถึงขนาดนั้นหรอก แต่จะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้นเอง" แล้วท่านคุโบก็นั่งลงอีกครั้ง
.
"ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติยังไง?"

"ตอนคับขันขับขัน ข้าต้องรู้ความจริงอย่างที่เจ้าพูด ทั้งเรื่องเจ้าฝรั่งฮาริสและเรื่องทายาทโชกุนด้วย"

พอได้ยินท่านคุโบพูดเรื่องทายาทโชกุนขึ้นมาอีก ท่านหญิงก็หน้าเบ้ๆขึ้นมาเช่นกัน เพราะเหมือนโดนสะกิดใจ

"ทำไมเจ้าไม่พูดเรื่องทายาทโชกุนอีกล่ะ?" / "ไม่มีอารมณ์เจ้าคะ! อยากทานขนมเท่านั้่นน่ะ" น้ำเสียงชักจะฉุนๆ

"ถ้างั้นก็ทานอีกสิ ทานของอร่อยๆจะได้เกิดความคิดดีๆขึ้นมาอีกไงเล่า" / "เจ้าค่ะ!" ท่านหญิงยิ้มแล้วก็หยิบขนมขึ้นทานอีก

"ทานอีก!ๆ" ท่านคุโบเชียร์ให้ทานเยอะๆ ท่านหญิงก็ยิ้มชอบใจ ยิ่งทานใหญ่เลย!

----------------------------

ในเวลาเดียวกันนั้น ท่านอี นาโอสุเกะ ก็ถูกท่านฮงจูอินเรียกเข้ามาพบ โดยมีทาคิยามะนั่งร่วมการสนทนาอยู่ด้วย

ท่านฮงจูอิน
"ข้าไม่พูดอ้อมค้อมล่ะนะ คือเรื่องทายาทน่ะ!"
.
ทาคิยามะ "ท่านอี เทใจสนับสนุนท่านโยชิโตมิแห่งคิชู ใครๆก็รู้กันทั้งนั้น พวกเราก็เห็นเหมือนท่านเช่นกันเจ้าค่ะ"

ท่านอี
"ถ้าอย่างนั้นข้าจะพูดบ้างนะขอรับ ท่านทั้งหลายในโอโอขุเกลียดพวกมิโตะ เกลียดท่านโยชิโนะบุ ได้ยินว่าเป็นอย่างนั้นถูกมั้ยขอรับ?"

"ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ถึงได้อยากให้ท่านโยชิโตมิได้เป็นโชกุนคนต่อไปอย่างแน่นอน จึงอยากให้ท่านสัญญากับเราว่า จะผลักกันอย่างสุดกำลัง ให้เรื่องนี้สำเร็จจนได้นะ"

"ไม่ต้องขอร้องหรอก เพราะในใจข้ามีแต่ประมุขแห่งคิชูคนเดียวเท่านั้นขอรับ" / "เป็นความจริงแน่นะเจ้าคะ?"

"รับรอง! เอาชีวิตข้าเป็นประกันได้!"
.
ท่านฮงจูอินถอนหายใจโล่งอก "ต่อไปนี้ทุกอย่างก็คงต้องหวังพึ่งท่านล่ะ...ตอนนี้ในปราสาทวางใจใครไม่ได้เลย นอกจากท่านเท่านั้นนะ"

"ขอรับ"

เป็นอันว่าถึงเวลานี้ท่านฮงจูอินกับท่านอี นาโอสุเกะ ได้ร่วมกันเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการแล้ว

------------------------

หลังจากนั้นท่านอี ก็ได้ไปแจ้งข่าวการร่วมเป็นพันธมิตรกับท่านฮงจูอินแก่ท่านฮตตะ ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนท่านฮตตะเลือกอยู่ฝ่ายท่านอีซะแล้ว

ส่วนอีกไม่นานท่านฮตตะก็จะเดินทางไปเกียวโต เพื่อไปหาคนในราชสำนักที่เห็นด้วยมาช่วยสนับสนุน เพื่อหาทางให้ราชสำนักอนุญาตเรื่องการทำสนธิสัญญากับอเมริกาให้ได้

----------------------------

ขณะเดียวกันที่จวนแห่งสัทสุมะในเอโดะ ท่านไซโกได้มาถึงแล้ว และเข้าพบกับโอโนะชิมะ เพื่อมอบจดหมายลับที่ท่านเจ้าแคว้นฝากมาให้ท่านหญิงอัตสึ

ซีึ่่งโอโนะชิมะก็รายงานสถานการณ์ความลำบากของท่านหญิงในโอโอขุให้ท่านไซโกรับรู้ว่า ในโอโอขุมีแต่คนเกลียดพวกมิโตะแถมตอนนี้ยิ่งจะเกลียดมากขึ้น

ท่านหญิงจึงเปรียบเสมือนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของฝ่ายตรงข้าม และที่สำคัญ แม้แต่จะพูดคุยกับท่านฮงจฺอิน เดี๋ยวนี้ก็ท่านหญิงไม่สามารถทำได้เช่นเดินอีกแล้ว

---------------------------

(โอโนะชิมะก็จะซ่อนจดหมายลับในกล่องขนมฝากถึงอิคุิชืมะ แล้วถึงจะไปถึงมือท่านหญิงอีกที)

และเมื่อจดหมายลับถึงมือท่านหญิงแล้ว และในเนื้อหาจดหมายลับจากท่านนาริอาคิระ มีความว่า

"ถ้าทำสัญญาทางการค้ากับอเมริกา พวกฝรั่งจะแห่กันเข้ามาในญี่ปุ่น จะทำให้วุ่นวายกันไปใหญ่แน่ เราจึงต้องเปลี่ยนจิตใจคนให้สามัคคีกันให้ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้ตระกูลโชกนมั่นคงเสียก่อน เราจึงต้องเลือกทายาทโชกุนให้ได้ นั่่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!"

จดหมายลับดังกล่าวมีเจตนาก็เพื่อจะย้ำเตือนให้ท่านหญิงรีบทำงานให้เสร็จตามเป้าหมายโดยเร็ว เพราะตอนนี้สถานกาณ์่ต่างๆมันเร่งให้ท่านนาริอาคิระต้องเร่งเช่นนั้น เพราะตั้งแต่ท่านอาเบะตาย ท่านมิโตะลาออก แถมท่านฮตตะก็ดูจะเอียงไปทางด้านท่านอีแล้ว

อิคุชิมะ
"ท่านเจ้าแคว้นเขียนว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ?" / "เจ้าก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นา" ท่านหญิงตอบแบบเซ็งๆ

"เรื่องทุกอย่างตอนนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ท่านคุโบเท่านั้นนะเจ้าคะ คือว่าท่านมิไดจะต้องเกลี้ยกล่อมท่านคุโบให้สำเร็จนะเจ้าคะ!"

"ข้ารู้แล้วล่ะ แต่ว่า.." / "ต้องรีบทำทันที!! ไม่มีแต่นะเจ้าคะ!!"
อิคุชิมะดุเสียงดัง

"ต้องให้ท่านคุโบกำหนดให้ท่านโยชิโนะบุเป็นทายาทเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น! ท่านมิไดก็จะได้อยู่อย่างสบายขึ้นด้วยนะเจ้าคะ"

คำสั่งของท่านพ่อและหน้าที่ภรรรยาโชกุน ทำให้ท่านหญิงเริ่มหนักใจขึ้นอีกแล้ว...
.
.
.
.

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ตอนที่ 89.1

atsuhime 89.1


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 89




ในคืนวันเดียวกับที่ท่านคุโบมาหาท่านมิได

ที่สัทสุมะ ขณะท่านแม่ฟุขุกำลังนั่งเย็บผ้า อยู่ๆก็มีเสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น! ท่านโอคุโบะกลับมาถึงบ้านแล้ว

ท่านแม่ฟุขุ "ทำไมกลับมาเร็วจังเลยล่ะ?"

ท่านโอคุโบะหันมาทางท่านแม่ แต่ไม่ยอมตอบอะไร กลับไปเปิดโอ่งเพื่อตักน้ำดื่ม

"แล้วทางโน้นเป็นยังไงบ้างล่ะ?"

"ท่านแม่.." ท่านโอคุโบะยังคงนั่งหันหลังให้
"ข้่าน่ะ..เจ็บใจเหลือเกิน!"

"ข้าน่ะ..ข้าจะ...จากวันนี้ไปข้าจะกลายเป็นปีศาจ!ซะที"
พูดจบก็ดื่มน้ำอีก เหมือนอยากจะดับความรุ่มร้อนในใจ

ท่านแม่ฟุขุได้ยินคำพูดของลูกชายคนเดียวเช่นนั้น เธอวางงานลง แล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหาลูกชายใกล้ๆ สังเกตเห็นอาการของลูกชายแล้ว ท่านก็เข้าใจทันที

"ถ้าเจ้าจะเป็นปีศาจแล้วล่ะก็.... งั้นข้าก็จะ..เป็นแม่ของปีศาจเอง!!"

ท่านโอคุโบะลุกขึ้นยืนหันกลับมา "ท่านแม่!!"

ท่านแม่ฟุขุยิ้มให้ลูกชาย และเป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดสำหรับลูกเสมอ..

(ผมดูตอนนี้กี่ครั้งน้ำตาก็พลอยจะไหลทุกครั้ง ชื่นชมหัวใจของท่านแม่ฟุขุ หัวใจของคนเป็นแม่ของซามุไร!!คนนี้จริงๆ)

---------------------

กลับมาที่ห้องของท่านมิไดอีกครั้ง ตอนนี้ท่่านหญิงอัตสึกำลังนั่งมองท่านคุโบอิเอซาดะที่กำลังหลับ ท่านคุโบมีสีหน้ายิ้มในขณะหลับ ท่านหญิงก็นั่งยิ้มมองดูท่านอย่างมีความสุข

เมื่อแน่ใจว่าท่านคุโบหลับสนิทแน่แล้ว ท่านหญิงก็จึงค่อยๆล้มตัวลงนอนบ้าง แต่พอท่านหญิงหลับตา อยู่ดีๆมือของท่านคุโบก็มาตบโดนแขนของท่านหญิงจนท่่านหญิงสะดุ้ง!!

ท่านหญิงลืมตามองท่านคุโบอีกครั้ง ก็ยังเห็นว่าท่านคุโบยังหลับด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม..

แล้วท่านหญิงก็ค่อยๆเอามือมาแตะที่มือของท่านคุโบและค่อยๆกุมมือท่านคุโบไว้

ท่านหญิงอัตสึรู้สึกเป็นสุขในแบบที่..ไม่ต้องการจะได้อะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว


..
.

ความรักและความเกลียดของแม่ 89

atsuhime 89


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 88


ส่วนท่านฮงจูอินนั้น หลังจากได้พบกับท่านมิไดแล้ว ท่านฮงจูอินดูจะ่อ่อนลงไปเยอะ ท่านยังคงนึกถึงคำพูดและสายตาของท่านมิไดที่ขอร้องต่อท่านในวันก่อนนั้นอยู่บ่อยครั้ง

จนกระทั่งวันนี้
ทาคิยามะเข้ามารายงานอีกครั้ง

"ท่านคุโบบอกว่าคืนนี้ ท่านจะมาหาท่านมิไดเจ้าค่ะ" / "งั้น..เหรอ.." ท่านฮงจูอินดูท่าทางจะซึมๆไป

"งั้นคืนนี้ ให้ชิงะไปเหมือนเดิมนะเจ้าคะ" / "....."

"ท่านฮงจูอินเจ้าคะ!?" / "แน่นอน!อยู่แล้ว เอาตามนั้น.." / "รับทราบแล้วเจ้าค่ะ"

---------------------

และเมื่อท่านคุโบมาห้องหออีกในคืนนั้น แต่ก็ยังพบทาคิยามะและโอชิงะมารออยู่เช่นเดิม

ท่านคุโบ
"มิไดล่ะ? " / ทาคิยามะ "วันนี้ท่านยังไม่พร้อมน่ะเจ้าค่ะ"



"มิไดอยู่ที่ไหน!!! นี่ข้ามาหามิไดอยู่นะ!!!!!!!!!!.... ไม่ยอมๆๆ!!"
ท่านคุโบร้องโวยวายงอแงกระทืบเท้าเหมือนเด็กๆ

"ท่านเจ้าคะ ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ"

โอชิงะเห็นอาการของท่านคุโบที่ร้องหาแต่ท่านมิไดแบบนี้ เธอก็หน้าเศร้าลงถนัด

แต่ท่านคุโบโวยวายเพียงไม่นาน อยู่ดีๆท่านก็ล้มลงและตาค้างคล้ายจะช็อค! ทำให้นางกำนัลต่างตกใจร้องเรียกท่านกันใหญ่ ทาคิยามะจึงสั่งให้รีบพาท่านคุโบไปที่ห้องท่านฮงจูอินทันที!

---------------------

ที่ห้องพักท่านฮงจูอิน ตอนนี้ท่านคุโบนอนหลับไม่ได้สติอยู่

ท่านฮงจูอินเอาแต่ร้องไห้ร้องเรียกท่านอยู่ข้างๆ "ฮือๆๆ ทำใจดีๆไว้นะเจ้าคะ ท่านคุโบๆๆๆ.."

แล้วอยู่ๆท่านคุโบก็หาวตะโกนอย่างดังขึ้นมา "ฮ่าาาาา....วันนี้หลับสบายดีจังเลย"

"ว่าอะไรนะ นี่เล่นละครหลอกกันรึเจ้าคะ ฮือๆ..เรารึอุตส่าห์เป็นห่วงจริงๆ ฮือๆ ทำไมมาแกล้งหลอกกันอยู่ได้ ฮือๆ"

"อย่าโกรธเลยนะท่านแม่" / "รู้มั้ยว่าแม่น่ะ เป็นห่วงมากแค่ไหน ฮือๆๆ.."


"ท่านแม่ ข้ามีบางอย่างอยากบอกให้ท่านแม่เข้าใจน่ะ" / "มีอะไรรึ?"

ท่านฮงจูิอินที่กุมมือท่านคุโบอยู่ ท่านคุโบก็ค่อยๆเอามือท่านออก แล้วค่อยๆส่งมือท่านแม่กลับไป ท่านฮงจูอินงง! ว่าท่านคุโบกำลังจะทำอะไร!?

และสิ่งที่ท่านคุโบกำลังทำก็คือ ท่านลุกมานั่งคุกเข่าอย่างเรียบร้อยอยู่ต่อหน้าท่านแม่ของท่าน และก็เริ่มพูดขึ้นว่า

"ที่ท่านแม่เลี้ยงดูข้ามาจนมาถึงวันนี้ และยังคอยดูแลห่วงใยอยู่เสมอ" แล้วท่านคุโบก็จรดมือรูป3เหลี่ยม

"ข้ารู้สึกขอบคุณท่านมากจริงๆ" แล้วท่านก็ก้มหัวคำนับขอบคุณท่านแม่ของท่านอย่างนอบน้อมที่สุด (แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะมีกิริยานุ่มนวลได้เช่นนี้)

"ทำไมอยู่ดีๆ?.."

"พี่น้องมากมายต้องเสียชีวิตไป แต่ข้ายังมีชีวตรอดมาจนถึงวันนี้ได้ ก็เพราะได้ท่านแม่นี่แหล่ะ ที่คอยดูแลเป็นอย่างดี อิเอซาดะคนนี้ ขอขอบคุณท่านแม่อย่างจริงใจ"

แล้วท่านคุโบก็ก้มหัวคำนับทำความเคารพต่อท่านแม่ของท่านอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

"ข้าก็ไม่คิดว่า..จะได้ยินคำพูดนี้จากท่าน"

"แต่ว่าตอนนี้ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จากนี้ต่อไป ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่เป็นห่วงข้าอีก"
ท่านคุโบค่อยเข้ามานั่งใกล้ๆท่านแม่มากขึ้น มองตาท่านฮงจูอิน แล้วจึงพูดต่อ

"ขอให้ท่านแม่ จงทำใจให้สบายด้วยเถิด" ท่านคุโบยิ้มเพื่อปลอบใจ

แล้วท่านคุโบก็ลุกขึ้น แล้วเดินออกไปจากห้องของท่านแม่ไป

คำพูดทุกคำที่ท่านอิเอซาดะพูดต่อท่านฮงจูอินนั้น แสดงถึงวุฒิภาวะที่สูงและมีความเป็นผู้ใหญ่

วันนี้ท่านฮงจูอินได้พบได้เห็นท่านอิเอซาดะถอดหน้ากากที่ซ่อนไว้ จนได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของลูกชายของท่านแล้ว...

-------------------------------

และท่านคุโบก็รีบเดินทันทีโดยไม่กลับไปที่ห้องหออีก ท่ามกลางเสียงเรียกของเหล่านางกำนัลที่ต้องการให้ท่านหยุด เพราะไม่ได้เป็นตามระเบียบแบบแผนที่วางไว้แต่ต้น

แต่ท่านคุโบไม่หยุด ไม่ฟังคำทัดทานใดๆจากเหล่านางกำนัลและทาคิยามะ ส่วนโอชิงะที่ตามออกมาด้วยก็ได้แต่มองดูคนที่นางรักกำลังเดินจากไป...

และจุดหมายของท่านคุโบก็คือ....

------------------

ท่านมิไดยืนมองทิวทัศน์ด้านนอกจากภายในห้องนอนของท่าน ด้วยสายตาที่ว้าเหว่และอ้างว้างอย่างน่าสงสาร เมื่อท่านมิไดหันหลังเดินกลับเข้ามาในห้อง ทันใดนั้น!

อิคุชิมะ "หา!!!"

เสียงตกใจของอิคุชิมะ ทำให้ท่านหญิงค่อยๆหันกลับไปมองทางด้านนอกอีกครั้ง

"เราไม่เจอกันนานเลยนะ มิได" ท่านอิเอซาดะยืนยิ้มอยู่

เมื่อท่านหญิงอัตสึมองเห็นท่านอิเอซาดะ ก็ถึงกับเข่าอ่อนค่อยๆทรุดตัวลง แทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้เห็น

"เจ้าค่ะ" / "เจ้าไม่ไปหาข้า ข้ามาหาเจ้าเองแล้วนะ"

"ท่านพี่" / "พอเจ้าไม่อยู่สักคน..ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ..เหมือนกับว่าโลกนี้ ขาดสีสันไปเลย"

"ข้าก็เช่นกันเจ้าค่ะ" / "งั้นเหรอ"
แล้วท่านคุโบก็นั่งลงตรงหน้าท่านหญิง

"งั้นเราก็คิดเหมือนกันสินะ" / "เจ้าค่ะ"

ภาพแห่งความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง แม้แต่อิคุชิมะก็น้ำตาคลอตามไปด้วย

ท่านฮงจูอิน กับทาคิยามะ ที่แอบตามมาดูท่านคุโบ ก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ทาคิยามะ
"จะทำยังไงต่อไปดีเจ้าคะ?" / ท่านฮงจูอินยังไม่ตอบ

โอชิงะที่แอบยืนมองท่านคุโบอยู่ห่างออกไปอีก ถึงเวลานี้นางเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ว่าหัวใจของท่านคุโบเวลานี้ได้มอบแก่ท่านมิไดแล้ว นางจึงถอยกลับไปอย่างน่าสงสาร

"ท่านฮงจูอิน?"

ท่านฮงจูอินเวลานี้เข้าใจกับทุกสิ่งที่ท่านมิไดขอร้อง เข้าใจกับทุกสิ่งที่ท่านอิเอซาดะขอ หัวใจของแม่คงทำได้แค่เพียง...

"ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น" แล้วท่านก็เิดินกลับไป..
.
.
.
.

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความรักและความเกลียดของแม่ 88

atsuhime 88


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 87




"เชิญทางนี้ขอรับ" คนรับใช้ของปราสาทคุมะโมโตะเรียกท่านโอคุโบะ

ท่านโอคุโบะหันมองไปที่ท่านนากาโอกะอีกครั้ง และชำเลืองมองท่านไซโก ซึ่งความรู้สึกของท่านโอคุโบะตอนนี้น่าเห็นใจมาก แต่ท่านโอคุโบะก็จำต้องออกไปตามคำขอร้อง

"ขอรับ" ท่านโอคุโบะลุกขึ้นอย่างผิดหวังและชาไปทั้งร่าง กับสิ่งที่ตนไม่คาดว่าจะต้องพบเหตุการณ์แบบนี้ สถานกาณ์ที่เป็นเสมือนคนนอก ที่เขาไม่กล้าไว้ใจให้ร่วมอยู่ฟังด้วย

หลังจากนั้นท่านโอคุโบะก็ออกไปนั่งพักอยู่อีกห้องหนึ่งคนเดียว ด้วยความรู้สึกน้อยใจและเจ็บใจในโชคชะตาของตน ความอัดอั้นทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมา ที่เคยสงบไปแล้ว ก็กลับมาซ้ำเติมความน้อยใจของลูกผู้ชายคนนี้อีกครั้ง!

ท่านโอคุโบะหัวเราะทั้งน้ำตา ช่างน่าสงสารจริงๆ..

(ดูคลิปดีกว่าครับ)

--------------------

หลังจากท่านไซโกกับท่่านโอคุโบะออกมาจากเมืองคุมะโมโตะแล้ว ในระหว่างการเดินทางต่อ โดยท่านไซโกต้องไปที่เอโดะต่ออีก (ท่านไซโกไม่ต้องแบกสัมภาระ เพราะมีลูกน้องช่วยแบกให้ ส่วนท่านโอคุโบะแบกสัมภาระของตัวเอง)

และเมื่อเดินมาถึงตรงทางแยก

ท่านไซโก "โชสุเกะ" / "หืม!" ท่านโอคุโบะตอบ (สีหน้าที่ยังเห็นถึงความผิดหวัง)

"มาถึงคุมะโมโตะนี้ คงได้อะไรกลับไปบ้างแล้วนะ" / "โอ! ได้มากเลยล่ะ"

"งั้นก็ดีแล้วล่ะ" ท่านไซโกยิ้ม / "อึม!"
ท่านโอคุโบะก็ยิ้มตอบ

เหตุการณ์ที่ผ่านมา ท่านไซโกเองก็ยังคงตะขิดตะขวงใจอยู่

"ท่านคิชิโนะสุเกะ!" / "หา?" / "ถึงเอโดะอย่างปลอดภัยนะ" ท่านโอคุโบะอวยพรเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

"โชสุเกะก็เช่นกัน โชคดีนะ"

แล้วทั้งสองก็แยกทางกันตรงนั้น ท่านไซโกมุ่งหน้าไปเอโดะต่อ ส่วนท่านโอคุโบะก็กลับสัทสุมะ แต่ความรู้สึกบาดลึกที่เกิดขึ้นในใจท่านโอคุโบะยังคงวนเวียนอยู่ตลอดการเดินทาง..

(ผมเศร้ากับท่านโอคุโบะจริงๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงถูก แต่เข้าใจว่า คนเราที่มุ่งมั่นมากแต่กลับต้องผิดหวัง มันทุกข์เพียงใด ดูคลิปเอาดีกว่ารับ ว่ามันเศร้าจริงๆ)
Photobucket

---------------------------

ส่วนที่โอโอขุ หลายวันมานี้ท่านมิไดได้แต่นั่งซึมอย่างคนสิ้นหวัง โดยมีอิคุชิมะกับฮัทสึเสะนั่งมองอยู่ห่างๆ

ฮัืทสึเสะ "ทุกคนพากันเป็นห่วง ท่านมิไดไม่ค่อยยอมทานอาหารเลยเจ้าค่ะ"

อิคุชิมะได้ฟังฮัทสึเสะพูด จึงตัดสินใจเข้าไปหาท่านมิได

"ท่านมิไดเจ้าคะ เข้มแข็งไว้นะเจ้าคะ ยังมีเรื่องที่จะต้องจัดการต่อ ยังไงก็ต้องมีโอกาสได้พบกับท่านคุโบจนได้นั่นแหล่ะเจ้าค่ะ"

"อิคุชิมะ" / "เจ้าค่ะ"

"ถ้าเรื่องที่พูดกันวันนั้นเป็นความจริง" / "เจ้าคะ"

"ข้าอยากพบท่านพี่จริงๆนะ ไม่ใช่เพราะข้าเป็นภรรยา แต่เพราะว่าเป็นหญิงคนนึง" / "ท่านมิได"


"ข้าอยากพบเขาเหลือเกิน.."
.
ไม่มีคำบรรยายใดๆสักคำที่ลึกซึ้งที่จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ของท่านมิไดได้เลย..
.
.

ความรักและความเกลียดของแม่ 87

atsuhime 87


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 86


ส่วนที่ตำหนักใน ในเวลานั้นท่านมิไดอยู่ในสวนบนสะพานแดงมองดูปลาอย่างเหงาๆ ความรู้สึกที่ถูกกีดกันไม่ให้พบท่านคุโบ ทำให้ท่านมิไดดูเศร้าและน่าสงสารมาก วันๆก็เอาแต่เหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง อิคุชิมะเองก็คอยเฝ้าดูท่านหญิงอยู่ห่างๆ

ระหว่างนั้น
ชิเงโนะ สายสืบที่อิคุชิมะไหว้วาน ก็เข้ามากระซิบบอกข่าวบางอย่างให้อิคุชิมะฟัง

อิคุชิมะ
"เป็นอย่างนั้นจริงๆเหรอ?" / ชิเงโนะจึงอธิบายต่อ "ท่านฮงจูิอินกำลังพยายามกีดกันไม่ให้ท่านมิไดพบท่านคุโบอยู่น่ะเจ้าค่ะ...ถ้าหากแจ้งว่าจะมาค้างด้วยก็ไม่ใ้ห้มาบอกท่านมิไดเจ้าค่ะ"

"เรื่องนั้นน่ะจริงๆน่ะเหรอ?" ท่านมิไดมายืนแอบฟังอยู่ข้างหลังทั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อทั้งสองคนหันมาเห็นท่านมิไดก็ตกใจพูดอะไรไม่ถูก และไม่ทันจะห้ามการใดๆ ท่านมิไดก็เดินออกไปทันที!

"ท่านมิได ท่านมิได รอก่อนสิเจ้าคะ!"

------------------------

และที่ที่มิไดกำลังจะไปนั่นก็คือ ห้องพักของท่านฮงจูอิน และเมื่ออุตะฮะชิมารายงานต่อท่านฮงจูอินว่า ท่านมิไดจะขอเข้าพบ ท่านฮงจูอินก็อนุญาตให้ท่านมิไดเข้าพบทันที (แม้อุตะฮะชิแนะนำว่า ไปเรียกทาคิยามะมาอยู่ด้วยดีมั้ย แต่ท่านฮงจูอินบอกไม่ต้อง)

ท่านมิได
"ท่านแม่เจ้าคะ เรื่องของท่านพี่.." / ท่านฮงจูอิน "ให้ข้าพูดก่อน!"

"เรื่องที่ท่านมิไดมีความคิดที่จะสนับสนุนสายฮิโตะสึบาชิ โดยจะให้ท่านโยชิโนะบุเป็นทายาทโชกุน ข้าเองก็ได้รับรู้มานานแล้ว"

ท่านมิไดได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสี "คือ..คือ..เรื่องนั้น.."

"ท่านโยชิโนะบุน่ะเป็นลูกของท่านมิโตะ ที่มองว่าโออขุเป็นตัวเหลือบที่คอยแต่จะผลาญเงินทอง แล้วถ้าลูกที่คิดเหมือนพ่อมาเป็นโชกุน แล้วตำหนักของเราจะเป็นยังไง?" / "พ่อกับลูกอาจจะมีความคิดไม่เหมือนกันก็ได้ ถ้าแค่เรื่องนั้น.."


ท่านฮงจูิอินรีบชิงพูดต่อ
"อีกอย่างถ้าคิดจะสนับสนุนให้ใครมาสืบทอดอำนาจก็..หมายความว่า ท่านมิไดไม่ได้มีความคิดที่จะให้กำเนิดบุตรของตัวเอง" / "ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นนะเจ้าคะ! และที่สำคัญ.."



"ที่สำคัญอะไร?" / "เพราะว่าท่านพี่มองออกแต่แรกแล้วเรื่องที่ข้าจะสนับสนุนท่านโยชิโนะบุ ท่านถึงยอมรับข้าในฐานะภรรยาไงเจ้าคะ"

"อะไรนะ!! นี่ท่านคิดจะหาประโยชน์จากควาามใจดีของท่านคุโบงั้นหรอ!!"
ท่านฮงจูอินเดือดขึ้นมาจนถึงกับลุกขึ้นยืนต่อว่า

"ท่านแม่เจ้าคะ!! ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องฮิโตะสึบาชิ.. ข้าเป็นมิไดโดโกโระนะเจ้าคะ! เป็นภรรยาของท่านพี่! จะยังไงก็ตาม! ไม่ว่าจะยังไง! ข้าก็อยากพบท่านพี่เจ้าค่ะ!!"

"เพื่อที่เจ้าจะได้กล่อมท่านเรื่องโยชิโนะบุงั้นรึ!?" / "ไม่ใช่เจ้าค่ะ!!" / "...?!..."

เมื่อได้ยินท่านมิไดตอบเช่นนี้ อิคุชิมะที่ตามเข้ามาด้วยถึงกับเงยหน้าขึ้นมอง

"เรื่องท่านโยชิโนะบุข้าต้องขออภัยที่ปิดบังท่านแม่ แต่ถึงยังไง..ข้าก็เป็นภรรยา จิตใจที่ข้ามีต่อท่านพี่ ความรู้สึกที่มีต่อท่านพี่ไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง ให้ข้าได้พบกับท่านเถอะ ข้าขอร้อง ขอความกรุณาเถอะเจ้าค่ะ" ท่านมิไดก้มหัวคำนับขอร้องท่านฮงจูอินอย่างจริงใจกับความรู้สึกของตนเอง

แม้ท่านฮงจูอินจะโกรธท่านมิไดสักปานใด แต่ในความรู้สึกของผู้ที่เคยเป็นภรรยาเช่นกัน ก็ย่อมเข้าใจความรู้สึกในทุกข์ของภรรยาเหมือนกันนั่นเอง ความจริงใจที่ท่านมิไดแสดงออกมา ทำให้ท่านฮงจูอินถึงกับอ่อนไหว..

"นี่มันอะไรกัน..ยังกับว่าข้ากำลังรังแกสะใภ้อย่างนั้นแหล่ะ" ท่านฮงจูอินบ่นแล้วเดินไปมองนอกหน้าต่าง ท่านมิไดก็ยังก้มหัวอยู่เช่นนั้น

"จงกลับไปซะเถอะ!" แม้ท่านฮงจูอินจะสั่งเช่นนั้น แต่ท่านมิไดก็ยังคงก้มหัวต่อไปเหมือนเดิม ความโกรธเกรี้ยวของท่านฮงจูอินถูกความจริงใจของท่านมิไดสั่นคลอน แต่ท่านฮงจูอินก็ยังคงปากแข็งต่อไป

"ถ้างั้น! เจ้าไม่ไป งั้นข้าออกไปเองแล้วกัน!" แล้วท่านฮงจูอินก็เดินออกจากห้องไป แต่ก็แอบชำเลืองมองดูท่านมิไดอีกครั้ง

--------------------

หลังจากท่านมิไดได้กลับมาที่ห้องของตนแล้ว

อิคุชิมะ "ท่านมิได ท่านเกิดความรู้สึกกับท่านคุโบขึ้นมาจริงๆแล้วใช่มั้ยเจ้าคะ?"

ท่านหญิง "เรื่องนั้นมันธรรมดาอยู่แล้ว ก็คนเป็นสามีภรรยากันนี่นา" / "มากเกินกว่า..เป็นแค่ผู้ชายคนนึง?"

"ผู้ชายคนนึงรึ?" / "ที่รู้สึกรักและผูกพันธ์ด้วยน่ะเจ้าค่ะ"

"แต่ว่า..ท่านพี่กับข้าน่ะ...!??" / "ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรกัน.. แต่ก็เกิดขึ้้น(ความรัก)ได้เจ้าค่ะ"

"ในฐานะที่ข้าก็เป็นหญิงเหมือนกัน ข้าอยากให้ท่านมีความสุขเหลือเกิน แต่ว่า! พอนึกถึงภาระกิจที่พวกเราต้องทำ สุดท้ายไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม ข้าเป็นห่วงเพียงแค่นี้้แหล่ะเจ้าค่ะ"


สีหน้าท่านหญิงทั้งทุกข์ทั้งกังวลกับทุกเรื่องยิ่งกว่าเสียอีก...

--------------------------

Photobucket


กล่าวถึงท่านไซโกกับท่านโอคุโบะ ซึ่งในตอนนี้มาถึงเมืองคุมะโมโตะแล้ว

ที่ปราสาทคุมะโมะโตะฮิโงะ ท่านไซโกกับท่านโอคุโบะ แต่งตัวอย่างเรียบร้อยเพื่อรอเข้าพบท่านผู้ตรวจการแห่งแคว้นคุมะโมโตะ และเมื่อท่าผู้ตรวจการเข้ามา

ท่านนากาโอกะ
"ท่านไซโกอุตส่าห์มาถึงที่นี่เลยเหรอ?" / ไซโก "ขอรับ!"

"แล้วอีกคนนึง ใช่ท่านโอคุโบะรึไม่?" / โอคุโบะ "ขอรับ!"

"เดินทางมาไกลคงลำบากแย่ล่ะสินะ?" / "ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยขอรับ"

"เข้าเรื่องเลยนะ มีคนส่งข่าวมาจากเอโดะว่า ท่านคุโบยอมให้ฮาริสที่มาจากอเมริกาเข้าพบที่ปราสาทเอโดะแล้ว"

"ท่านคุโบอนุญาตแล้วรึ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเจรจาเรื่องการทำการค้ากันแล้วสิขอรับ" / "การค้าเหรอ?"
ท่านโอคุโบะสงสัย

"ก็การค้าขายเป็นสิ่งที่ทางอเมริกาต้องการ ให้มีการค้าขายได้อย่างเสรีไงล่ะ" / "อ่อ..อ๋อ"

"ทางเอโดะสั่งมาว่าอีกไม่นานจะเริ่มเจรจาต่อรองกับฮาริสแล้ว" / "อ่อ..คิดไว้ไม่ผิดเชียว ว่าต้องมีวันนี้เข้าสักวัน ท่านชิมะสึเจ้าแคว้นของเรา มองออกมาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะขอรับ"


การสนทนาของท่านไซโกกับท่านนากาโอกะ เป็นสิ่งใหม่มากที่ท่านโอคุโบะเพิ่งเคยจะได้ฟัง ซึ่งท่านโอคุโบะก็พยายามจะทำความเข้าใจและเีรียนรู้อย่างตั้งใจ

"แล้วที่ท่านเจ้าแคว้นสัทสุมะให้ท่านไปทีเอโดะนั้น..." ท่านนากาโอกะหยุดพูด!? แล้วชำเลืองมองไปที่ท่านโอคุโบะ

"แต่ว่าตอนนี้.." แล้วท่านนากาโอกะก็หยุดพูดอีก และนั่นจึงเป็นสัญญาณบอกบางอย่างแก่ท่านไซโก ทำให้ท่านไซโกจึงต้อง..

"เอ่อ..โชสุเกะ..ท่านออกไปข้างนอกก่อนนะ"

"เอ๊ะ!?" / "ขอโทษ!นะ" ท่านไซโกจำใจต้องขอร้องเช่นนั้นอย่างลำบากใจ แต่ก็จำเป็น ก็เพื่อต้องการคุยตามลำพังกับท่านนากาโอกะ ซึ่งทำให้ท่านโอคุโบะอึ้ง!และงง!

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความรักและความเกลียดของแม่ 86

atsuhime 86


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 85


ในเวลาเีดียวกันที่สัทสุมะ ท่านไซโกกับท่านโอคุโบะได้แวะมาเยี่ยมนาโอโกโร่ที่บ้านโคมัทสึ

โอชิคะนำน้ำชามาให้
"เชิญตามสบายนะเจ้าคะ"

ทั้งสองคนคำนับขอบคุณ แล้วโอชิงะก็ออกจากห้องไป

ไซโก "ท่านโคมัทสึได้เวลาต้องกลับไปเยี่ยมเยียนตำบลของท่านอีกแล้วใช่มั้ยขอรับ?"

นาโอโกโร่ "ท่านไซโกก็ต้องไปเอโดะเหมือนกันสินะ?" / "ขอรับ จะไปพรุ่งนี้แล้ว"

"พรุ่งนี้เหรอ?" / "ก่อนจะไปก็เลยแวะมาบอกลาท่านก่อนน่ะขอรับ"


โอคุโบะ"ท่านโคมัทสึก็จะไปโยชิโตชิ ส่วนท่านคิชิโนะสุเกะก็จะไปเอโดะ" / "พวกเราต้องจากกันอยู่เรื่อยเลยนะ"

"ถึงยังไงท่านทั้งสองก็มีภาระหน้าที่อย่างชัดเจน มีแต่ข้ายังเหมือนเดิมไม่มีอะไรให้ทำเลย" ท่านโอคุโบะตัดพ้อ / "พูดอะไรแบบนั้น ก็จะไปคุมะโมโตะอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"คุมะโมโตะเหรอ?" / "ข้าจะไปพร้อมกับโชสุเกะจนถึงคุมะโมโตะ เพราะมีคนที่ข้าต้องไปพบน่ะขอรับ"

"ยินดีด้วยนะ ท่านโอคุโบะ"
นาโอโกโร่ดีใจกับท่านโอคุโบะที่มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาบ้างเสียที

"ขอรับ" / "แล้วท่านไปจากสัทสุมะนี่ก็..?"

"ครั้งแรกน่ะขอรับ" ท่านโอคุโบะตอบอย่างเขินๆ / "ได้ออกไปจากสัทสุมะแล้วต้องได้รับสิ่งดีๆแน่นอน" นาโอโกโร่พูดให้กำลังใจ

"ก็..คิดว่าโอกาสนี้ อย่างน้อยข้าก็จะได้เห็นโลกกว้างขึ้นบ้างน่ะขอรับ" / "ใช่แล้วล่ะ"


นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านโอคุโบะจะได้ออกจากสัทสุมะ เพราะท่านไซโกชวนไปเป็นเพื่อนระหว่างต้องแวะที่คุมะโมโตะ ก่อนที่ท่านไซโกจะมุ่งไปเอโดะต่อจากนั้น

---------------------

Photobucketท่านแม่ฟุขุ


เมื่อท่านโอคุโบะ โชสุเกะกลับมาถึงที่บ้านในเย็นวันนั้น

โอคุโบะ
"ข้ากลับมาแล้ว" / ท่านแม่ฟุขุ "กลับมาแล้วเหรอ?" (ท่านแม่ฟุขุกำลังเตรียมข้าวของให้ท่านโอคุบะ)

ท่านพ่อโทชิโยะ
"ทำไมถึงได้กลับมาช้านักล่ะ?" (ท่านพ่อกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ถามขึ้นเมื่อท่านโอคุโบะมาถึง)

"ขอโทษขอรับ พอดีคุยกับท่านโคมัทสึ.." แต่ไม่ทันจะพูดจบ ท่านโอคุโบะก็เผอิญหันไปเห็นสิ่งหนึ่งในบ้านเข้า!? "นี่อะไรน่ะ?"

ท่านพ่อโทริโยะ "ก็เห็นว่าชุดของเจ้าน่ะ มันเก่ามากเต็มทีแล้ว ฟุขุแม่ของเจ้าก็เลยรีบตัดชุดให้เจ้าใหม่น่ะสิ"

ท่านโอคุโบะได้ยินท่านพ่อบอกเช่นนั้น จึงหันไปทางท่านแม่ ท่านแม่ฟุขุยิ้มให้ลูกชาย ส่วนท่านโอคุโบะน่ะเหรอ
"ท่านแม่!" ความดีใจและซาบซึ้งต่อน้ำใจท่านแม่ มันเ่อ่อล้นหัวใจของท่านโอคุโบะแล้ว

"ไปที่คุมะโมโตะ ก็คงต้องพบปะคนมากมาย แล้วจะให้แต่งตัวแบบปอนๆไปได้ยังไงกันล่ะ" ท่านแม่ฟุขุพูดไปก็จัดเตรียมข้าวของให้ลูกชายลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อยไปพลาง

"เมื่อคราวก่อน คำพูดอ่อนแอที่ออกจากปากของเจ้าน่ะ"

(วันก่อนที่ ท่านโอคุโบะตัดพ้อโชคชะตาต่อหน้านาโอโกโร่ว่า
"ที่ข้าอยากจะพูดก็คือ คนอย่างข้าไม่เคยมองเห็นอนาคตของตัวเองเลย")

ท่านพ่อโทชิโยะ "เจ้าเคยพูดแบบนั้นด้วยรึ?"

ท่านโอคโบะทรุดตัวนั่งลง
"ท่านแม่เรื่องนั้นน่ะ!" / "โชสุเกะ เจ้ากำลังจะได้ไปกับคิชิโนะสุเกะ ต้องออกเดินทางไกล ยังไงก็ต้องได้อะไรกลับมาบ้างแหล่ะ ถ้าเจ้ายังทำตัวอ่อนแอ เจ้าก็จะกลายเป็นคนที่น่าเวทนาไปจริงๆนะ"

"ขอ..รับ.." / "เข้มแข็งหน่อยสิ! เข้มแข็งน่ะ!!"
ท่านพ่อสั่งลูกชาย ส่วนท่านโอคุโบะก็รับปากและพยายามยืดอก นั่งหลังตรงให้เข้มแข็งตามคำสั่งเช่นกัน

ท่านแม่เห็นแล้วก็หัวเราะ ท่านโอคุโบะก็หัวเราะตาม ท่านพ่อก็หัวเราะด้วยคน บรรยากาศแห่งบ้านโอคุโบะช่างเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นและกำลังใจของครอบครัวจริงๆ

-----------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านโอคุโบะก็ได้ออกเดินทางไปกับท่านไซโกด้วยรอยยิ้ม แต่ท่านไซโกกลับหน้าเครียด แต่ที่เครียดก็เพราะ คิดกังวลกับคำสั่งที่ท่านเจ้าแคว้นได้สั่งกำชับไว้ นั่นคือ

ท่านนาริอาคิระ "เรื่องโชกุนคนต่อไป ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ตอนนี้ฝ่ายเราเสียเปรียบฝ่ายโน้นมากแล้ว" / "อย่างนั้นรึขอรับ"

"ที่ผ่านมาข้าพยายามหลีกเลี่ยงการออกหน้าเคลื่อนไหวมาตลอด แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว!...นำจดหมายลับนี้ไปให้ท่านหญิง ฝากเจ้าด้วยนะ!" / "ขอรับ!!"


ท่านไซโกหยุดเดิน และหยิบจดหมายลับนั้นออกมาดูอีกครั้งให้แน่ใจว่ายังอยู่ ส่วนท่านโอคุโบะที่เดินดุ่มๆนำไปก่อนจนไกล หันกลับมาดูท่านไซโก แล้วตะโกนว่า

"ท่านคิชิโนะสุเกะ เดี๋ยวก็ทิ้งซะหรอก เดี๋ยวก็ทิ้งซะเลยนะ มา! เร็วเข้า!" ท่านโอคุโบะยิ้มแย้มแจ่มใสกับการเดินทางนี้จริงๆ
.
.

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความรักและความเกลียดของแม่ 85

atsuhime 85


อ่านเจ้าหญิงอัตสึที่รัก 84



นางกำนัลได้รับข่าวจากตำหนักกลาง จึงมาแจ้งแก่ทาคิยามะว่า ท่านคุโบจะมาพักกับท่านมิไดในคืนนี้ จากนั้นตามหลักทาคิยามะควรจะต้องให้นางกำนัลไปแจ้งข่าวนี้แก่ท่านมิไดต่อ

แต่คราวนี้ทาคิยามะผู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายท่านฮงจูอิน กลับอาสาจะไปบอกแก่ท่านมิไดเอง แต่ในความจริงกลับไม่ทำเช่นนั้น เพราะทาคิยามะกลับนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่ท่านฮงจูอินก่อน

ซึ่งเมื่อท่านฮงจูอินรู้ข่าวจากทาคิยามะแล้ว
อุตะฮะชิคนสนิทท่านฮงจูอินแนะนำวิธีจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยได้ นั่นคือ...

เมื่อท่านคุโบเดินทางมาถึงห้องหอ


ท่านคุโบ "มิไดไม่สบายเหรอ ที่ว่าไม่สบายน่ะ เป็นอะไรไปเหรอ?"

ทาคิยามะ "ดูเหมือนจะมีไข้กระมังเจ้าคะ เห็นว่าร่างกายอ่อนเพลียด้วย" / "ถ้างั้นเจ้าไม่ต้องบอกอะไรข้าละ เพราะข้าจะไปดูนางเองเดี๋ยวนี้"

"อย่า!เพิ่งไปดีกว่านะเจ้าคะ" / "ทำไมล่ะ?"


ทาคิยามะซึ่งดูท่าทางมีพิรุธ จึงแสร้งโกหกว่า "ดูท่าทางท่านมิได..จะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก..แล้วตอนนี้ก็..เข้านอนแล้วด้วยเจ้าค่ะ ส่วนคนที่จะมาปรนนิบัติแทนก็คือ...."

คนที่ทาคิยามะจัดมาปรนนิบัติแทนท่านมิไดก็คือ โอชิงะ ภรรยาอนุ ซึ่งก็มองมาที่ท่านคุโบอย่างห่วงหา แต่ท่านคุโบกลับเฉยเมยกับสายตานั้นของนาง แล้วท่านก็ตรองสักครู่ก่อนจะสั่งทาคิยามะไปว่า "ยังไงเจ้าก็ไปถามอาการนางดู แล้วหายาไปให้ด้วยนะ"

"รับทราบแล้วเจ้าค่ะ"

แม้ละครจะไม่กล่าวต่อว่า ท่านคุโบยอมพักกับโอชิงะหรือไม่? แต่หากสังเกตจากหน้าตาโอชิงะ กลับแสดงถึงความเศร้าและผิดหวังแฝงอยู่

-------------------------

ส่วนท่านฝ่ายท่านมิได ที่ตอนนี้ยังอยู่ที่ห้องพักส่วนตัว
อุตะฮะชิกลับมาพบและแจ้งเรื่องที่ท่านฮงจูอินสั่งมาบอกท่านมิไดว่า ขอให้ท่านมิไดไม่ต้องไปไหว้พระที่ห้องพระในตอนเช้าอีก

อิคุชิมะ "บอกว่าไม่ต้องไปไหว้พระตอนเช้ารึเจ้าคะ?"

อุตะฮะชิ "เจ้าค่ะ! ท่านฮงจูอินให้มาบอกกับท่านมิไดว่า นึกเสียว่าท่านขอร้องแล้วกันนะเจ้าคะ แต่ถ้าหากท่านมิไดยังมา แล้วเกิดเรื่องแบบนั้นอีกละก็ ท่านจะตัดสินใจฆ่าตัวตายไปเสียเลย" / "ฆ่าตัวตายเหรอ?" ท่านมิไดถามอย่างตกใจ

"เรื่องที่ท่านคุโบล้มในห้องพระนั่นแหล่ะเจ้าค่ะ เพราะว่าไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย คงเป็นเพราะความห่วงใยลูกของท่านนั่่นแหล่ะเจ้าค่ะ"

"ทำไม..." ท่านหญิงไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อได้ คงได้แต่จำยอมตามที่ท่านฮงจูอินร้องขอเท่านั้น (ช่างน่าสงสารจริงๆเลย ท่านหญิงจำต้องถูกพรากเสียแล้ว)

------------------

เช้าวันใหม่ที่ห้องพระ เมื่อท่านคุโบมาถึงก็ถามถึงท่านมิไดทันที "มิไดอยู่ไหนน่ะ?"

ท่านฮงจูอิน "เห็นว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนัก จะของดการมาไหว้พระในตอนเช้าสักระยะน่ะเจ้าค่ะ" / "ท่านแม่! พูดปดน่ะ มันไม่ดีหรอกนะ"

"พูดปด! ข้าน่ะเหรอพูดปด" / "ก็เวลาท่านแม่พูดโกหกทีไร รูจมูกจะบานทุกที จุดอ่อนของท่านแม่เองไม่รู้หรอกรึ"
แล้วท่านคุโบก็นั่งลงตรงหน้าท่านแม่ของท่าน

ท่านฮงจูอินจึงเอามือมาปิดจมูก แล้วพูดต่ออีกว่า "ข้าเป็นคนขอร้องท่านมิไดเอง ว่าให้งดการมาไหว้พระสักระยะนึงน่ะ"

"ทำแบบนั้นทำไมน่ะ?" / "ทั้งเรื่องการพบกับฮาริสและไหนจะเรื่องอื่นๆอีก ท่านคุโบน่ะเหน็ดเหนื่อยมากขนาดไหน"

"ข้าก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไรนักหรอก อีกอย่างก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับมิไดตรงไหนนี่่" / "เกี่ยวมากเลยล่ะเจ้าค่ะ ข้าได้ยินว่าหมู่นี้ท่านมักจะไปพักกับนางด้วยบ่อยๆ แม้ว่าจะงานยุ่งสักแค่ไหน ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ท่านเสียสุขภาพนะเจ้าคะ"


โอชิงะที่ฟังอยู่ในห้องพระด้วย ก็มองมาทางท่านฮงจูอิน เหมือนนางจะถูกตอกย้ำความเสียใจให้เพิ่มขึ้น เพราะคำที่ว่า ทานคุโบไปพักกับท่านมิไดบ่อยๆ ทั้งๆที่งานหนักก็ตาม

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกท่านแม่" / "แล้วเมื่อวันก่อนล่ะ!!! อยู่ดีๆก็ล้มไม่ใช่หรอกเหรอ!!?" ท่านฮงจูอินถึงกับลุกขึ้นยืนตะคอกใส่ท่านคุโบอย่างโกรธเกรี้ยว ท่านคุโบนิ่งอึ้งไป หลังจากนั้นท่านฮงจูอินก็ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง แล้วพูดต่ออีกว่า

"ยังไงก็ตาม ขอให้ท่านเว้นการไปพบกับท่านมิไดสักพัก" ท่านฮงจูอินค่อยๆเอามือทั้งสองข้างวางลงบนบ่าท่านคุโบ "นี่เป็นคำขอร้องที่มีผลต่อชีวิตของแม่นะ"

"ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?" / "ข้าพูดจริงๆนะ!!"

"งั้น!ก็เชิญทำตามใจท่านก็แล้วกัน"
พูดจบท่านคุโบก็ลุกขึ้นตรงเข้าไปไหว้พระทันที แต่ก่อนจะเริ่มไหว้ ท่านคุโบก็รำพึงเบาๆว่า

"มิได เจ้าไม่มาเหรอ.."
.
.
.
.

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความรักและความเกลียดของแม่ 84

atsuhime 84


อ่านเจ้าหญิงอัตสึทีี่รัก 83


หลังจากฮาริสเข้าพบท่านคุโบอิเอซาดะ ท่านหญิงอัตสึได้ถามท่านคุโบว่า รู้สึกอย่างไรกับท่านโยชิโนะบุ ซึ่งท่านคุโบตอบว่า ไม่ชอบ ด้วยเหตุผลว่า เป็นเพราะลางสังหรณ์

และคำว่า
สังหรณ์นี้ ท่านหญิงอัตสึก็เคยได้ยินท่านพ่อนาริอาคิระเคยใช้มาก่อน เมื่่อตอนที่ท่านนาริอาคิระบอกเหตุผลแก่ท่านหญิงที่ว่า ทำไมจึงตัดสินเลือกท่านหญิงอัตสึเป็นลูกบุญธรรม ก็เพราะคำว่า สังหรณ์ เช่นเดียวกัน

ส่วนท่านคุโบตอนนี้ เริ่มมีความคิดเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมาก เพราะเมื่อท่านบอกกับท่านหญิงว่า

"ข้าน่ะเพิ่งจะรู้สึกขึ้นมาทีละนิดแล้วล่ะว่า ถึงเวลาที่ข้าจะต้องคิดอย่างจริงจังเพื่ออนาคตของญี่ปุ่นและตระกูลโทกุกาวะเสียที"

ประโยคนี้ของท่านคุโบอิเอซาดะ สร้างความประทับใจแก่ท่านหญิงอัตสึอย่างมาก เมื่่อสามีเริ่มเข้าใจและตระหนักถึงหน้าที่รับผิดชอบของตนได้แล้ว ผู้เป็นภรรยาอย่างท่านหญิงอัตสึ ก็อยากจะเป็นมีส่วนช่วยสนับสนุนงานสามีให้ดีที่สุด

แต่เพราะความอยากช่วยสามีนี่แหล่ะ มันจึงเป็นเหตุให้ท่านหญิงรู้สึกขัดแย้งระหว่างคำสั่งของท่านพ่อ กับหน้าที่ของภรรยาที่ดีแห่งโทกุกาวะนั่นเอง

------------------------

บทที่84

ขณะท่านหญิงอัตสึกำลังนั่งชมสวนสวยผ่านทางห้องพักของตน(แต่หน้าตาไม่ค่อยจะสบายนัก) โดยมีอิคุชิมะอยู่เป็นเืพื่อนเท่านั้น

อิคุชิมะ "ไม่ชอบท่านโยชิโนบุมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างนั้นเหรอเจ้าคะ? ท่านคุโบพูดอย่างนั้นจริงๆเหรอเจ้าคะ?" / "ใช่แล้วท่านพูดอย่างนั้น"

"ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็จะยิ่งยากมากขึ้นสิเจ้าคะ"


ท่านหญิงหันกลับมา "แต่อิคุชิมะ ข้าคิดว่าท่านพี่น่าจะตัดสินใจถูกต้องกับเรื่องนี้นะ" / "ท่านมิได!"

"ข้ายังคงต้องทำตามคำสั่งท่านพ่ออย่างนั้นด้วยเหรอ?" / "ทำไมถึงมาพูดในตอนนี้ล่ะเจ้าคะ ที่มาถึงในตอนนี้ได้ก็เพราะนายท่านกับอีกหลายๆคน ต้องทุ่มเทจนสุดกำลังเพียงใด"

"ข้าเข้าใจดี! แต่.." / "ขอให้ท่านจงตัดความสงสัย ความลังเลออกไปให้หมดสิ้น มิฉะนั้นเรื่องที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ก็จะไม่มีความหมายนะเจ้าคะ!!"






ท่านหญิงได้ยินอิคุชิมะพูดแบบนี้ ก็ถึงกับลุกขึ้นอย่างหุนหันทันที "ไม่มีความหมายอย่างนั้นเหรอ!? แล้วที่ให้ข้ามาที่นี่! ก็เพื่อเหตุผลแค่มาเป็นภรรยาโชกุนเท่านั้นเองน่ะเหรอ!?"

"ขอให้รู้ว่า นี่แหล่ะคือเหตุผลที่สำคัญที่สุดเจ้าค่ะ"


ได้ยินเช่นนี้ ท่านหญิงรู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก และหันหน้าออกไปทางสวนอีกครั้ง

ที่ท่านหญิงโกรธ ก็เพราะในความหมายของคำพูดอิคุชิมะก็คือ ท่านหญิงมีหน้าที่มาเป็นภรรยาโชกุนโดยตำแหน่งแค่นั้น! จุดประสงค์มาเพื่อปฏิบัติตามภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากท่านเจ้าแคว้นให้สำเร็จเท่านั้น! (สิ่งที่แฝงอยุ่ในคำพูดก็คือ อย่าได้เผลอหลงรักท่านโชกุน จนลืมเสียซึ่งภาระกิจ)

--------------------------

ส่วนทางอีกห้องหนึี่ง

ท่านฮงจูอิน
"กล้าดียังไงถึงบังอาจให้โยชิโนะบุไปเสนอหน้าในการประชุมครั้งสำคัญนั่น? ถึงกับกล้าดึงให้ท่านคุโบไปสนับสนุนพวกฮิโตะสึบาชิแบบนี้ จะให้ยอมได้ยังไง!" / อุตะฮะชิ "ไม่รู้ใช้มารยาอะไร ท่านคุโบถึงได้เชื่อนางอย่างนี้นะ"

ทาคิยามะ "วันนี้ท่านคุโบก็จะมาค้างที่ห้องท่านมิไดอีกนะเจ้าคะ" / "เราต้องหาทางปิดกั้นไม่ให้ท่านไป ยิ่งท่านคุโบขี้กลัวและใจดีแบบนี้ซะด้วย...ฉะนั้นข้าควรรั้งท่านไว้ ก่อนที่จะสายเกินไป"

------------------------

ในเช้าวันต่อมา ที่ห้องพระ ท่านคุโบเข้ามาไหว้พระเหมือนเดิมแต่ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าไม่เหมือนเดิม เพราะ ท่านไม่ทำท่าทางติงต๊องแบบเดิมๆอีก ส่วนสายตาของท่านฮงจูอินกลับชำเลืองมองอย่างขวางๆไปที่มิไดโดโกโระในช่วงก่อนสวดมนต์

และหลังจากท่านที่คุโบไหว้พระเสร็จและลุกขึ้น ท่านมิไดก็หันหลังตามมา เมื่อท่านมิไดสบตากับท่านฮงจูอินก็ยิ้มให้แต่ท่านฮงจูอินกลับเชิดใ่ส่และสะบัดหน้าหนีอย่างบึ้งๆ ท่านมิไดก็งง!

แต่ปฎิกิริยาของคนทั้งสองนั้น ก็ล้วนอยู่ในสายตาท่านคุโบทั้งสิ้น เมื่อท่านคุโบเห็นบรรยากาศมาคุ!แบบนี้ ท่านก็ยิ้มอย่างมองทะลุ และเมื่อท่านคุโบก้าวเดินไปเพียงแค่หนึ่งก้าวเท่านั้น!! อยู่ดีๆท่านคุโบก็เกิดเป็นลมหน้ามืดล้มลงในบัดดล!!??

ท่านหญิงอัตสึ
"ท่านพี่!!" / ท่านฮงจูอิน "ท่านคุโบ!!" / "ท่านคุโบ!!" และคนอื่นๆต่างตกใจร้องเรียกท่านคุโบกันใหญ่

ทาคิยามะ
"ท่านคุโบเป็นอะไรเจ้าคะ!?" / ท่านฮงจูอิน "เร็ว!รีบ!!พาท่านไปที่ห้องข้าเร็วๆ!!"

ท่านฮงจูอินสั่งนางกำนัลทั้งหลายให้พาท่านคุโบออกไป แต่เมื่อท่านมิไดลุกขึ้นจะตามไปด้วย ก็กลับถูกท่านฮงจูอินขวางไว้!

"ท่านมิได!คนเดียวที่ไม่ต้องตามมา!!" ท่านฮงจูอินประกาศกร้าวแถมเอาแขนกางออกกั้นไม่ให้ท่านมิไดตามไป

ส่วนท่านมิไดตอนนี้ได้แต่ยืนตะลึงและตกใจกับเรื่องราวทั้งหมด

-------------------

เมื่อท่านคุโบได้ไปถึงห้องของท่านฮงจูอินแล้ว ก็ได้มีนักบวชทำหน้าที่หมอได้เข้ามาตรวจอาการทันที

นักบวชชื่ออิโต "ไม่เป็นอะไรมากหรอกขอรับ คงเพราะร่างกายอ่อนเพลียไปเท่านั้น ถ้างั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ"

เมื่อนักบวชหมอลุกออกไปแล้ว ท่านคุโบก็ยิ้มและลุกขึ้นทันทีเช่นกัน

ท่านฮงจูอิน
"นอกพักอีกสักหน่อยจะดีกว่านะ" / ท่านคุโบ "ท่านแม่เป็นห่วงข้ามากเกินไปแล้ว ถ้าข้าไม่รีบออกไปข้างหน้า เดี๋ยวจะทำให้แตกตื่นกันไปใหญ่น่ะ"

แล้วท่านคุโบก็ลุกขึ้นยืน
"แล้วมิไดล่ะ อยู่ที่ห้องของนางเหรอ?" / ทาคิยามะ "เจ้าค่ะ"

"ฝากบอกด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก" / "รับทราบแล้วเจ้าค่ะ"


แล้วท่านคุโบก็ออกจากห้องของท่านฮงจูอินไป (ด้วยท่างทางสุขุมขึ้นมาก)

ทาคิยามะ "เปลี่ยนไปมากเลยนะเจ้าคะ ท่านคุโบเนี่ย" / ท่านฮงจูอิน "ทาคิยามะ ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้า" / "?"

"ถ้าหากท่านคุโบประสงค์จะไปห้องมิไดเมื่อไหร่ เจ้าไม่ต้องไปบอกทางนั้น แต่ให้มาบอกกับข้านะ"

"ไม่บอกกับท่านมิไดหรอเจ้าคะ!?" / "ใช่แล้ว ไม่ต้องบอก!"


--------------------

ส่วนทางท่านมิได

"จริงเหรอ ท่านสบายดีแล้วเหรอ?" / ฮัทสึเะสะ "เจ้าค่ะ ท่าทางแข็งแรง เดินเหินออกไปข้างหน้าได้อย่างสบายแล้วเจ้าค่ะ"

"งั้นเหรอ?" / "ท่านยังฝากมาบอกท่านมิไดด้วยว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ"


"บอกข้าด้วยเหรอ!?(ได้ยินปุ๊บ!ท่านมิไดก็ยิ้ม)
..อย่างนั้นเหรอ!?"

หลังจากนั้นฮัทสึเสะก็ออกไป แต่ท่านมิไดยังคงมีเรื่องคาใจอยู่อย่างนึงจึงหันมาถามอิคุชิมะ

"แต่ว่า..ที่ข้าไม่เข้าใจ...ทำไมถึงไม่ให้ท่านมาที่ห้องข้าซึ่งเป็นภรรยาล่ะ?" / "ยังไม่เข้าใจอีกเหรอเจ้าคะ"

"..??.." / "เรื่องท่านมิไดสนับสนุนสายฮิโตะสึบาชิอยู่ ทางนั้นจะคงรู้แล้วเจ้าค่ะ"

"อย่างนั้นเองเหรอ?"


อิคุชิมะพยักหน้ารับ ด้วยเหตุนี้ ท่านมิไดผู้ช่างมองโลกในแง่ดี เมื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็เริ่มมองสถานการณ์ออก "จริง..สินะ.."

------------------

ส่วนทางฝ่ายท่านอี นาโอสุเกะ ที่เป็นตัวแทนสนับสนุนฝ่ายคิชู ก็มาหาท่านฮตตะอีกแล้ว

ท่านฮตตะ
"ฮัดชิ่ว!!ๆๆ ขออภัยขอรับ สงสัยข้าจะเป็นหวัดซะแล้วสิ" / ท่านE "ได้รับหนังสือจากท่านประธานาธิบดีแล้ว ก็ถือว่าทำงานสำคัญสำเร็จไปด้วยดี พอจะวางใจได้แล้วล่ะ"

"จริงด้วยสิขอรับ" / "แต่ว่าท่านฮตตะเอง ก็คงจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว" / "ขอรับ?"

"ใกล้เวลาที่จะต้องเปิดประเทศเต็มที สำหรับพวกเราแล้วเนี่ย มีบุคคลท่านนึงที่พวกเราต้องดึงเข้ามาเป็นพันธมิตรกับพวกเราให้ได้"

"ท่านหมายถึง?" / "องค์จักรพรรดิแห่งเกียวโต!" / "องค์จักรพรรดิ!?"

"ถูกต้อง! หากว่าเราจะทำสนธิสัญญาใหม่กับอเมริกา เราก็ควรจะให้ราชสำนักเห็นด้วยก่อน ก็อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าองค์จักรพรรดิน่ะเกลียดพวกคนต่างชาติมากแค่ไหน และถ้าถึงตอนนั้น พวกที่ประท้วงขับไล่ต่างชาติน่ะอาจจะอ้างองค์พระจักรรพรรดิเพื่อก่อความวุุ่่นวายได้"

"ใช่แล้ว ที่ข้าหวั่นวิตกอยู่ก็เรื่องนี้แหล่ะ" / "ยังมีอีกเรื่องนึง" / "อีกเรื่องนึง?"

"พวกเราควรได้ทายาทโชกุนที่เห็นปัญหานี้เหมือนกับเราด้วย" / "อึม..."

ตอนนี้ดูท่าท่านฮตตะ จะโน้มเอียงไปทางฝ่ายท่านอี เสียแล้วล่ะ...

หลายวันต่อมา ฮาริส กงศุลอเมริกาผู้ที่ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อติดต่อทำการค้ากับประเทศต่างๆก็ได้เข้ามาพบกับท่านฮตตะ และหลังจากวันนั้น ทางรัฐบาลก็เริ่มมีการดำเนินการเพื่อจะทำสนธืสัญญาทางการค้าอีก


.
-------------------
.




มีมาแนะนำ บรรยากาศมาคุ คืออะไร? (ผมคิดว่า คำอธิบายของผมน่าจะถูกต้องที่สุด ไม่เหมือนที่อื่นแน่ๆ)
.
คำตอบคือ บรรยากาศมาคุ เด็กไทยสมัยปี2525 จะรู้จักเป็นครั้งแรกกับคำว่า บรรยากาศมาคุ จากหนังญี่ปุ่นในเรื่องขบวนการยอดมนุษย์ไฟฟ้า(ชอ่ง7สี)ในเวลาสัตว์ประหลาดจะแปลงร่างให้ใหญ่ขึ้น
.
เจ้าแม่ของสัตว์ประหลาดก็จะสร้างบรรยากาศมาคุ(บรรยากาศที่มีแต่ก๊าซพิษ เมฆดำมืดมัว)ให้สัตว์ประหลาดที่ตายไปฟื้นคืนชีพ แต่จะตัวใหญ่ขึ้น และบรรดา5มนุษย์ไฟฟ้า ก็จะเรียกยานมาแปลงเป็นหุ่นยนตร์เพื่อจะสู้
.
หากคุณผู้อ่านหาคำว่าบรรยากาศมาคุ จากที่อื่น ก็จะเห็นว่า แต่ละที่จะอ้างว่ามาจากเรื่องตำรวจอวกาศเกียบัน(ช่อง9)เรื่องแรก แต่สำหรับผมได้รู้จักคำว่าบรรยากาศมาคุจากขบวนการยอดมนุษย์ไฟฟ้าก่อนตำรวจอวกาศเกียบันแน่ๆครับ (เพราะขบวนการยอดมนุษย์ไฟฟ้าฉายก่อนตำรวจเกียบันเป็นปี และเกียบันผมไม่ค่อยชอบดูเท่าไหร่)
.
.
.
.

ผู้ติดตาม